บุกรัง “LML” รถสกู๊ตเตอร์สายพันธุ์อินเดีย พร้อมพูดคุยกับ 2 พ่อลูก “คุณชูศักดิ์ เเละ คุณนัทธพงศ์ เมสันธสุวรรณ”

โดย / / 1,859 views

OAK_6764

หากนึกถึงความโดดเด่นของสกู๊ตเตอร์สไตล์ Classic เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับแบรนด์ดังชื่อก้องโลกอย่าง Vespa เป็นอย่างดี ด้วยบุคลิกของการขับขี่และรูปลักษณ์ตัวถังโค้งมนทำจากเหล็กทั้งคัน แม้ว่าปัจจุบันค่ายใหญ่จากญี่ปุ่นจะพยายามดึงเอาจุดเด่นนี้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อหวังเจาะตลาดนักบิดที่หลงรักความคลาสสิกก็ตาม แต่ก็ไม่อาจสู้ต้นตำรับจากแดนมักกะโรนีได้

OAK_6725

สำหรับ “LML” (LML หรือชื่อย่อของบริษัทเดิม Lohia Machines Limited) เป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศอินเดีย ซึ่งเคยร่วมธุรกิจกับเวสป้า ในฐานะพันธมิตรผู้พัฒนาและผลิตสกู๊ตเตอร์รุ่น PX โดยหลังสัญญาการร่วมมือสิ้นสุดลง ทางฝั่ง LML นำแพลตฟอร์มของโมเดลนี้พร้อมเทคโนโลยีที่มีอยู่มาต่อยอด พัฒนาขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์ของตัวเองและส่งขายไปที่อเมริกาและยุโรป ภายใต้ชื่อ Stella และ Star ตามลำดับ

OAK_6747

โดยวันนี้ทีมงานจะพาเพื่อนๆมาพูดคุยกับ คุณนัทธพงศ์ เมสันธสุวรรณ เเละ คุณชูศักดิ์ เมสันธสุวรรณ 2 พ่อลูกที่สร้างตำนานหน้าใหม่ให้วงการรถมอเตอร์ไซค์ประเภท Scooter กลับมามีสีสันกันอีกครั้งหนึง ซึ่งเพื่อนๆจะได้ทราบประวัติคร่าวๆของเเบรนด์ รวมไปถึงเจาะลึกไปในรายละเอียดต่างๆ ภายใต้เเบรนด์ “LML”

OAK_6767

LML อย่างที่รู้ๆกันดีอยู่เเล้วว่าเป็นรถ Scooter ที่ผลิตจากประเทศอินเดีย ทางทีมงานก็เลยเเอบสงสัยว่า รถทุกโมเดลของ LML ผลิตที่อินเดียทั้งหมดเลยมั้ย

“ในไลน์ผลิตที่อินเดียยังมีทั้ง 2 แบบ แต่ที่เมืองไทยนำเข้ามาจะเป็นรถ 4 จังหวะ เนื่องจากค่าท่อไอเสียบ้างเราค่อนข้างสูง 2 จังหวะน่าจะผ่านค่อนข้างยากปัจจุบันที่ทำตลาดอยู่ก็มี 2 รุ่นครับ เป็น 150 cc กับ 200 cc ในเร็วๆนี้จะมีเป็นเเบบเกียร์มือรถสายพาน ออโต้ 150cc อีกรุ่นนึงครับ  ระบบขับเคลื่อนเป็นเพลาล้อ เหมือนแบบเดิมทุกอย่าง แต่สเปคที่ได้มาในตอนนี้คือ ที่ขายเหมือน ยุโรป ยุโรปขายยังไง เมืองไทยก็ขายอย่างนั้นเหมือนกันทุกอย่าง จำนวนที่นำมาขายในไทยมี 2 รุ่น เป็น LML รุ่น Star 150 cc กับ Star 200 cc 

LML จะมีความคล้ายๆกับ Vespa รุ่น PS ถ้าภายนอกนี่เหมือนกันหมดแทบทุกอย่าง ต่างกันที่เครื่องยนต์อย่างเดียวเพราะเวสต้าเป็น  2 จังหวะPs เป็น 4 จังหวะ อุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ เหมือนกัน ใช้ด้วยกันได้ทุกอย่าง

OAK_6729

จริงๆชื่อโรงงานคือ LML นะ รุ่นรถคือรุ่น Star แรกๆนำเข้าจะเป็น “Stella” ชื่อ Stella จะเป็นแบรนด์ที่ขายใน อเมริกา กับแคนนาดา เท่านั้น!!!  ตอนที่เซลาร์เข้ามาขายใหม่ๆ ลูกค้าจะติดแบรนเป็นสเตลาร์ไป ทุกวันนี้เค้ายังเรียกกันว่าซเลาร์อยู่เลย ตอนนี้ก็เริ่มเป็น Star แต่ Stella ไม่ได้นำเข้ามาแล้ว คือมันก็เหมือนกันทุกอย่าง แต่ต่างกันที่ ชื่อรุ่นแล้วก็ไมล์ จะเป็นพราะ Stella เป็นหน่าวยความเร็ว mph สตาร์จะเป็น km/h Stella ไมล์เป็นสีดำ Star ไมล์เป็นสีขาว แค่นี้ นอกนั้นแทบจะเหมือนกันหมด” คุณนัทธพงศ์ กล่าว

OAK_6717

เเต่ยังมีอีกหนึ่งประการที่ใช้ในการประกอบการตัดสินใจเวลาที่จะซื้อรถสักคันหนึง เราก็ต้องมีความอยากรู้ว่าอัตราการกินน้ำมันของรถที่เราจะซื้อนั้น มีการบริโภคมากน้อยเพียงใด เเล้วมันจะคุ้มมั้ย คุณนัทธพงศ์ ก็เลยได้ชี้เเนะพร้อมเผยจุดเด่นของรถรุ่นนี้ว่า

“รถรุ่นนี้จุดเด่นคือ ประหยัดน้ำมัน อย่างตัว Star 150 อยู่ในเมือง 1 ลิตร วิ่งได้ประมาณ 45 กิโล ถ้าออก ตจว.ได้ประมาณ 55 กิโล ตัว 200 ในเมืองน่าจะได้ 37- 38 ต่อลิตร วิ่ง ต่างจังหวัดน่าจะ 40 กิโลกว่าๆ แต่กำลังแรงเครื่องยนต์ 200 แรงกว่า 150 ออกทริปยาวๆสบายกว่าเยอะ

ตอนนี้ลูกค้าหันมาสนใจ ตัว 200 มากกว่า 150 การใช้งานขับได้ยาวๆ เพราะเป็นระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ไม่ต้องห่วงเรื่องฮีท หรืออะไร  อาทิตย์ที่แล้วก็มีลูกค้าขี่จาก กรุงเทพ-นครศรีธรรมราชขี่ลวดเดียวถึง 19 ชม. ไม่มีปัญหาอะไรก็ขับได้ ผมเคยมีลูกค้าคนนึง ระยอง-สงขลา ก็ไม่มีปัญหาอะไร ลูกค้าอีกคนนึงมาจากตรังนั่งเครื่องมาแล้วเค้ารู้จักที่นี่ แล้วก็ขี่ขึ้นเหนือ ประมาณ  1 อาทิตย์ หรือ 10 วันแล้วเค้าก็กลับกรุงเทพมาเช็คสภาพรถ แล้วก็กรุงเทพ – ตรัง อันนี้รุ่น 150cc นะ”

OAK_6757

OAK_6748

ต่อมาทางทีมงานก็ได้สอบถามไปยัง คุณชูศักดิ์ เมสันธสุวรรณ ถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของรถเเบรนด์ LML ว่า ณ​ ปัจจุบันมีความเปลี่ยนเเปลงไปมากน้อยเเค่ไหน รวมไปถึงเรื่องการใหับริการหลังการขาย เเละ การรับประกันในตัวรถ โดยคุณชูศักดิ์ได้กล่าวว่า

“ปัจจุบันรถพวกนี้จะเป็นอายุ  25 ขึ้นไป เป็นวัยทำงาน ต้องมีความชัดเจนในการชอบด้วยเพราะเป็นรถที่เจาะจง เพราะคนที่ไม่เคยเล่นเกียร์มือมาก่อนอาจจะไม่ถูกใจ บางคนไม่เคยเล่นแต่เห็นแล้วก็ชอบก็เข้ามาเป็นลูกค้าเรา ในตัวรถในการทำความเร็วปลายไม่ต่างกันเท่าไหร่ อย่าง 150 นี่ประมาณ 90 95 บางคนก็ได้ 100 แล้วแต่คนครับ 200cc เก่งสุดก็ประมาณ 120  แต่เวลาเร่งแซงอะไร 200cc ดีกว่าเยอะกำลังเครื่องดีกว่า

OAK_6730

“บริการหลังการขาย รถเราประกัน  1 ปี หรือ 10,000 กิโล อันไหนถึงก่อน การรับประกันนี่ในตัวหลัก ยกเว้นอะไหล่ที่ใช้แล้วหมดไป สิ้นเปลือง เช่น ผ้าเบรก ใส่เกียร์ใส่ ครัชอันนี้เรารับผิดชอบ 100% แต่เรื่องนี้จะไม่ค่อยโดนติมาเท่าไหร่ อะไหล่เรามีสต๊อกไว้ให้ลูกค้า เรามีพร้อม ลูกค้าสามารถเข้ามารับบริการได้เลยเสร็จในวันนั้นเลย  ในกรณีที่ไม่ซ่อมใหญ่ ถ้าซ่อมใหญ่ก็ประมาณ 4-5 วัน ขึ้นอยู่กันอาการของรถว่าเป็นอะไร

ส่วนในเรื่องของตัวราคารถ รุ่น 150 cc อยู่ที่ 92,000 บาท รุ่น 200cc อยู่ที่ 112,000 บาท ต่างกัน 20,000 กว่า ราคานี้รวมจดทะเบียนกับ พ.ร.บ. เรียบร้อยแล้ว

สำหรับคนที่สนใจผมว่าไม่ต้องลังเลหรอกครับ เพราะว่าลูกค้าใช้กันไปก็เยอะแล้ว ก็เข้าไปดูกันได้ตามเฟสบุ๊ค  ทุกวันนี้ก้ยังมีคนที่ลังเลอยู่แต่น้อยครับ แล้วตอนนี้ก็อยากขยายตลาดออกไป เพราะตอนนี้มีร้านจัดจำหน่ายอยู่แค่ตามเมืองหลักๆครับ กรุงเทพ เชียงใหม่ เลยอยากขยายเพิ่มเรื่อยๆ” คุณชูศักดิ์ เมสันธสุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

OAK_6762

OAK_6763

 

Comments