จับเข่าคุย!!! เมื่อหนุ่มมาดกวน “DJ.Jem” กลับมาเเข่งมอเตอร์ไซค์อีกครั้ง

โดย / / 652 views

OAK_7694

ทราบกันดีว่าปัจจุบันกระเเสของการเเข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบในประเทศไทยนั้น ได้รับความสนใจกันเป็นอย่างมาก เเละยังมีดารานักเเสดงรวมถึงศิลปินต่างๆก็เข้าร่วมการเเข่งขันเช่นเดียวกัน ในวันนี้ทางทีมงานก็ได้มีโอกาสได้พบเเละพูดคุยกับอีกหนึ่งหนุ่มดารานักเเสดง นักเเข่ง พิธีกร ดีเจ ฯลฯ (เยอะจัง) เเละเป็นอีกหนึ่งพ่อลูกอ่อน “เจม” ณัฏฐ์ปวินท์ กุลกัลยาดี หรือที่รู้จักกันว่า “DJ.เจม” นั่นเอง

OAK_7676

ปัจจุบัน DJ.เจม ได้หันมาเเข่งรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบโดยมีผู้สนับสนุนอย่าง Honda BigWing พระราม3 เข้ามาร่วมสนับสนุนนักเเข่งในปีนี้ พร้อมทั้งยังได้ทีมช่างฝีมือดีเข้ามาผนึกกำลังในการเซ็ทรถเเข่งให้มีความพร้อมทะยานไปสู่เส้นชัยได้อย่างราบลื่น ดังนั้นทางทีมงาน MotoNaked.com ขอพาเพื่อนๆไปรู้จักกับนักบิดพ่อลูกอ่อน DJ.เจม ไปพร้อมๆกันเลยครับ

“สวัสดีครับ ผมดีเจเจม นครินทร์ กุลกัลยาดี หลักๆเป็นนักจัดรายการดีเจ รายการวิทยุอยู่ที่ 94 EFM จัดวันจันทร์ – ศุกร์  10 โมงเช้าถึง บ่ายโมง แล้วเป็นพิธีกรรายการทีวี รายการ The Bachelor Thailand ช่องONE เเละ รายการ The Line เกมส์ซ่าท้าเรียงแถวทางช่องทรู พิธีกรรับจ้างงานอีเว้นท์ต่างๆ”

OAK_7683

จากนั้นทางทีมงานก็ได้สอบถามไปยังจุดเริ่มต้นของความชอบใน 2 ล้อ เเละเชื่อได้ว่าเพื่อนๆหลายๆคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า DJ.เจม นั้นเคยขี่มอเตอร์ไซค์ BigBike มาก่อนหน้านี้อีกนะ

“ถอยหลังกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วเด็กๆผู้ชายทุกคนก็ชอบมอเตอร์ไซต์  ผมเริ่มจากตอนที่เข้ามหาลัย ตอนนั้น อายุ 19 แล้วตอนที่เรียนหนังสือ มีเพื่อนขี่บิ๊กไบค์มาที่มหาลัย ไม่รู้รุ่นอะ จำได้ว่า CBR ตอนนั้นยังแยกไม่ออกนะว่าเป็นรถอะไร แต่รู้ว่าคือ บิ๊กไบค์ ตอนนั้นจะไปซื้อของหน้ามหาลัยก็เลยถามเพื่อนว่าใครมีมอเตอร์ไซค์บ้าง เพื่อนชื่อ “กฤษ” ก็เลยเสนอว่า เอารถเรามั้ย แต่เป็นบิ๊กไบค์นะ จะขี่ได้มั้ย ไอเราเป็นเด็กต่างจังหวัดอยู่แล้วก็เลยบอกว่า เอามาๆ ขี่ได้หมด

ก็เลยขี่มาหน้ามหาลัย เราก็ เห้ย!!!!! รถอะไรเนี่ยทำไมแรงจังเลย มีความเท่ห์ เสียงดัง แล้ววันนั้นอยู่ในมาหาลัยช่วงเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง(12.30น.) คนมันเยอะแล้ว ผู้หญิงมอง ก็รู้สึกว่าเท่ห์ แต่ตอนนั้นยังขี่ไม่เป็นนะยังเก้ๆ กังๆ แต่รู้สึกว่ามันเท่ห์มาก แล้วจินตนาการไปเนาะว่าตัวเองเป็น หลิวเต๋อหัว 5555 ก็เลยเริ่มจากยืมเพื่อนทุกวัน ยืมไปยืมมา ก็เลยคิดละ เอาหละ เราก็อยากขี่บิ๊กไบค์จริงๆละก็เลยตัดสินใจให้เพื่อนพาไปหารถบิ๊กไบค์สักคันในชีวิต” DJ.เจม กล่าว

OAK_7688

เเละเเล้วก็มาถึงประเด็นของความชอบเเบบลงลึกเข้าไปอีกขั้นของสังคมบิ๊กไบค์ในบ้านเรา ซึ่ง DJ.เจม ได้เล่าให้ฟังว่า “พอเราอยู่ในสังคมของคนขี่มอเตอร์ไซต์  เมื่อ 10 ปีที่แล้วสังคมมันแคบมาก เราก็รู้จักกันอยู่ตามร้าน ตามก๊วนต่างๆซึ่งน้อยมากแล้วคนจากไหนก็ไม่รู้จะมาเจอกันแล้วสมัยก่อน ดิจิตอล ยังไม่ขนาดนี้ พอเจอคนนั้นคนนี้มาทำรถ แล้วผมก็ได้รู้จักพี่ชายผมคนนึง จากการทำรถนี่แหละ ชื่อ พี่ออ พี่อั๋น เค้าสนิทกัน

พี่อั๋น เป็นพ่อค้าขายรถ พี่ออ เป็นคนซ่อมรถเป็นนักแข่ง ผมรู้สึกว่าผมขี่มอเตอร์ไซค์นานแล้วไม่เก่งสักที ขี่เเบบเก้ๆ กังๆ ก็เลยได้ไปออกทริปกับพี่ออ ก็เลยคิดว่า ทำไมคนนี้ขี่ดีจัง คนนั้นขี่เก่งจังก็เลยให้เค้าสอน แล้วเค้าเป็นนักแข่งอยู่แล้ว ก็เลยทำให้ผมรู้จักคนมากขึ้นในสังคมนักแข่ง มันก็เลยเริ่มต้นที่สังคมนักแข่งเลยแหละ ก็เลยมารู้จัก เบนซ์ เรซซิ่ง รู้จักจากพี่ออ น่ะครับ

เค้าเลยบอกว่าการที่จะขี่รถให้สนุกให้ปลอดภัย ให้มาหัดในสนามดีกว่า ครั้งแรกของผมพอซื้อรถ NC31 เสร็จปุ๊บไปเลย เขาใหญ่ ล้มซ้ายที ขวาที แต่โชคดีไม่เป็นไรมาก ก็เลยรู้สึกว่า เราไปขี่ในสนามดีกว่ามั้ย ก็เลยมาเริ่มต้นที่ สนามไทยแลนด์เซอร์กิตที่แรก พอเข้าสนามเสร็จปุ๊บ ก็มีพี่ออ พี่กาเว่น คอยเทรนให้ก็เลยทำให้ทักษะดีขึ้น แต่ทักษะที่เริ่มต้นจริงๆก็สนามหลังซีคอน BRC

เริ่มต้น เริ่มขี่เป็น เริ่มเข่าเช็ดพื้นได้ ก็เลยเริ่มอาดทดลองความามารถตัวเองโดยการแข่งก่อนเริ่มแข่งครั้งแรกก็ KSR สมัยก่อนที่ KSR เค้ามาใหม่ๆ ค่าสมัครคนละ 300  1 ทีม มี  3 คน  แข่งแบบ Endurance ก็จะมี ผม เบนซ์ เพื่อน อีก 1 คน ตอนนั้นก็ยังขี่กันไม่เป็น ก็อยากลอง Kawasaki เค้าจัดหลายครั้งในปีเดียว ครั้งแรก ไม่ได้ถ้วย  ครั้ง 2 ไม่ได้ถ้วย ครั้ง 3 ได้ถ้วย! เเละติด 1 ใน 3 ของการแข่งขัน  ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าเราเริ่มตอนนี้เราน่าจะเก่งกว่าคนอื่น ก็เลยเริ่มติดใจการแข่งขันมาตั้งแต่วันนั้น”

OAK_7714

พอหลังจากการลงสนามในครั้งนั้น ไม่มีใครรู้ว่า DJ.เจม หายหน้าหายตาไปไหน ซึ่งในสมัยนั้นหลายๆคนก็อาจจะคิดว่าเจ้าตัวคงจะเลิกขี่ไปเเล้วรึเปล่า หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับในการเเข่งขันล่าสุดมั้ย วันนี้ MotoNaked.com ก็หาคำตอบมาให้เพื่อนๆหลายๆคนได้หายสงสัยกันเเล้วว่าเค้าหายไปไหน?

“ใช่ครับ ผมหายไปหลายปีครับ โดยหน้าที่การงานแล้ว การขี่มอเตอร์ไซค์ การแข่งขัน มันมีค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร ไหนจะชุด จะโน่นนี่ แล้วตอนนั้นเรียน เงินหลักแสนตอนที่เรียนหนังสือหายาก ก็เลย ok หยุดไปก่อน เราก็เลยซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไว้ขี่ท่องเที่ยว แล้วการแข่งขันก็จะหายไปจากหัวเลยสักพักหนึ่ง เพราะสมัยนั้นการแข่งขันมันยังไม่ได้โตมาก ไม่มีคนสนับสนุน ยังไม่บูมขนาดนี้ ก็เลยเป็นการขี่รถท่องเที่ยวก่อน แต่ก็ไม่ได้ทิ้งมอเตอร์ไซค์เลยนะ ก็จับบ้าง ถ้าเกิดเค้ามีแข่งกระชับมิตรอะไรแบบเนี้ย Track Day ผมก็จะไปขี่เล่นอะไรแบบนั้น พบปะพี่น้องกัน

ซึ่งในปีนี้นะครับ หลังจากหายไปนาน เราเองก็ไปเพิ่งทักษะในการขับขี่ คือจากสายทางเรียบ ผมก็ไปขี่ทางฝุ่นดู ก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย….วันนี้ผมพร้อมแล้วผมจะมาทำการแข่งขัน ก็เลยได้ทาง Honda BigWing พระราม 3 ให้ข้อเสนอว่า “ เฮ้ย….คุณ เราขาดนักแข่งปีนี้ แล้วคุณจะมาเป็นนักแข่งได้มั้ย ?” ok ผมก็รู้สึกว่าผมหายไปนาน เมื่อก่อนนี้แข่งรุ่น SB3 ซึ่งเป็นคนที่ฝีมือระดับหนึ่ง   เค้าก็เลยบอกว่าเรามาสตาร์ทกันที่ CB650 มั้ย เพราะว่ามันจะมีทั้งมือเก่า มือใหม่ผสมกัน ทาง HONDA พระราม 3 ก็เลยบอกว่าไม่ตองสนใจเรื่อง โพลเดี้ยม ให้เอาความสุขมาก่อน  ก็เลยรู้สึกว่า   เฮ้ย…ก็เลยรู้สึกว่ามีโอกาสได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วมีคนสนับสนุนก็ดีเนอะ เหมือนเรามาขี่อย่างเดียว ก็คือทุกอย่างเหมือนผมเป็นนักแข่งเลย”

OAK_7675

ก็ในปีนี้จะมีหลายคนในวงการ ก็จะมีพี่ทัช Tevada เป็นผู้จัดการทีม พี่เอ๋ อีกคนหนึ่ง สังกัดชื่อทีม Honda BigWing พระราม3 Racing Team เลย ก็จะมีน้องนัทอีกคนหนึ่ง ที่จะเป็นนักแข่งรุ่น 600cc. ที่เป็นรุ่นโปร ของผมนี่ 650 เป็นรุ่นการเเข่งขันเฉพาะของ Honda ก็จะมีทีมช่าง มีหลายคน เป็นเรื่องเป็นราวเลย มีการนัดซ้อม การแข่ง การจัดเหมือนมืออาชีพเลยครับ แล้วก็มีการเสริมทักษะ นี่นั่น

เป้าหมายในปีนี้ของผมในการเเข่ง ก็หวังถึงความสุขก่อน เพราะทีมไม่ได้กำหนดมากว่าต้องมีโพลเดี้ยมไรงี้ คือ ทางเจ้าของทีมบอกว่า ขอความสุขมาก่อน ขอให้ภาพเดิมๆในการแข่งขันกลับมาก่อน เพราะหลังจากหายไปนาน ก็ต้องมารื้อฟื้นกันก่อน ล่าสุดก็ ด้วยการที่เรายังทำงานอยู่เวลาเราน้อยมากก็ไม่ได้ซ้อม ออกสตาร์ทที่สุดท้ายก็ได้ จบโพลเดี้ยมที่ 5 วันนี้ก็เหมือนเดิมครับ ไม่ได้ซ้อมเลยหลังจากแข่งวันนั้นน่าจะตัวสุดท้ายเลยแหละ โพลเดี้ยมเป็นไงไม่รู้ ขอความสุขมาก่อนดีกว่า” DJ.เจม กล่าว

OAK_7772

สุดท้ายนี้ DJ.เจม ก็ได้ทิ้งข้อคิดเเละเเนวทางในการก้าวมาสู่เส้นทางของนักเเข่งรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบไว้ว่า “ผมว่าการเป็นนักแข่งสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ต้องใจถึงมากๆถึงจะเป็นได้ แล้วการขับขี่สมัยนี้เค้าก็มีการเปิดเรซซิ่งคลอสให้ได้เรียนเยอะมาก  คุณอยากเรียนกับใครก็ได้เพื่อเพิ่มทักษะ อย่างผมเนี่ย Honda ไม่ได้จ้างผมมาพูด

แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมรับมาจาก Honda Racing School คุณสามารถมาเรียนเสริมทักษะได้ สังเกตมั้ยครับมาสมัยนี้มีบิ๊กไบค์ตายรายวัน เพราะเค้าไม่มีทักษะพอ ยุคของผมเนี่ยกว่าจะมาขี่แบบนี้ได้ต้องผ่านกันมาเยอะ มีประสบการณ์กันมาเยอะ สมัยมัยก่อนอาจจะมีผิดก็ยอมรับ แต่สมัยนี้ทุกอย่างมันเปิดกว้างหมดแล้ว ทางเลือกเยอะ ก็อยากให้มาลองในสนาม แล้วคุณจะรู้ว่าสนุกกว่าบนถนนกว่าเยอะ เพราะบนถนนเราไม่จำเป็นต้องโชว์ขนาดนั้น เรามาโชว์ในสนามดีกว่า และที่สำคัญ ถ้าคุณทำได้ คุณจะกลายเป็นที่ยอมรับ คุณทำได้ดีคุณจะกลายเป็นมืออาชีพ เหมือนหลายๆคนที่เค้าได้รับการสนับสนุนครับ” DJ.เจม กล่าวทิ้งท้าย

OAK_7719

OAK_7735

OAK_7783

OAK_7721

Comments