อีกไม่กี่ขั้นกับร่างกฎหมาย “มอเตอร์ไซค์ คร่อมเลนได้” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกา

โดย / / 204 views

IMG_6774 2_1

นับว่าเป็นอีกก้าวนึงแล้วของรัฐแคลิฟอเนียร์ หลังจากที่มีการเรียกร้องกันยาวนานจากผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ประสบกับสภาพการจราจรที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมด้วยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เมื่อมอเตอร์ไซค์ขับขี่ “ต่อท้ายแถว” กันอย่างที่เป็นมาช้านานในหลายๆประเทศ จากการที่มอเตอร์ไซค์มีขนาดเล็ก ทำให้ผู้ขับขี่พาหนะอื่นๆ อาจจะไม่ทันสังเกต และกะระยะผิดพลาดจน “แซนด์วิช” กันได้โดยง่าย พร้อมด้วยงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า การขับขี่คร่อมเลน “หากกระทำอย่างปลอดภัย” ไม่ได้มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุแตกต่างกับการขับขี่ปกติ อย่างมีนัยสำคัญ

 

lane-splitting-share-the-lane-road-sign

ถึงแม้ว่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะมีการอลุ้มอล่วยโดยให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ สามารถวิ่งคร่อมเลนได้บ้าง โดยมีกำหนดคือ

  • ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ ต้องไม่ใช้การขับขี่คร่อมเลนที่ไม่จำเป็น
  • ผู้ใช้ถนนที่ “จงใจกีดขวาง หรือกัน” การขับขี่ที่อาจทำให้เกิดอันตรายถือว่าผิดกฎหมาย
  • การเปิดประตูยานพาหนะกีดขวางมอเตอร์ไซค์ ถือว่าผิดกฎหมาย

แต่ทั้งนี้ การผ่านร่างกฎหมายที่รองรับการคร่อมเลนของมอเตอร์ไซค์ จะทำให้การขับขี่มอเตอร์ไซค์ คร่อมเลน สามารถควบคุมได้ด้วยกฎหมายมากขึ้น และสามารถรองรับกับการพัฒนาการขับขี่ยานพาหนะของผู้ใช้ถนนได้มากขึ้น โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้กลับมายังรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว และรอส่งไปยังสภานิติบัญญัติเพื่อทำการรับรองอย่างเป็นทางการต่อไป

โดยร่างกฎหมายนั้น (AB 51) มีใจความว่า

  • (a) การคร่อมเลน หมายถึงการที่มอเตอร์ไซค์  สามารถจอด หรือขับขี่บนช่องทางเดียวกันได้ ทั้งบนถนนที่มีช่องจราจร หรือไม่มี รวมถึงทางหลวง
  • (b) ทางหน่วยงานทางหลวงของแคลิฟอเนียร์ อาจจะมีการพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทางแบบคร่อมเลน เพื่อความปลอดภัยทั้งกับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ และ ผู้ใช้พาหนะอื่นร่วมกัน
  • (c) โดยหลักสูตร หรือข้อแนะนำในการขับขี่นั้นจะประกอบไปด้วย
    • หน่วยงานด้านยานพาหนะ
    • หน่วยงานด้านคมนาคม
    • หน่วยงานด้านความปลอดภัยการจราจร
    • องค์กรณ์ด้านมอเตอร์ไซค์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

แม้ว่าจะยังไม่มีการอธิบายถึงการ “คร่อมเลน” ที่สมควร และปลอดภัย ในร่างกฎหมายนั้น แต่การผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวนับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้มีการพัฒนาข้อกฎหมายให้รองรับการใช้งานร่วมกันอย่างปลอดภัยได้มากขึ้น ซึ่งจะพัฒนาต่อไปในรัฐอื่นๆอีกต่อไป

ส่วนในบ้านเรานั้น … ยังคงต้องมีการเรียกร้อง การใช้อุโมงค์ และทางข้ามแยกต่างๆต่อไป

Comments