Press Trip : Ducati Multistrada 1200S ทัวร์ริ่งสายลุย ครบทุกความต้องการ

โดย / / 1,374 views

1

และแล้วก็มาถึงคิวของการทดลองขับ Ducati Multistada 1200 ซึ่งทีมงาน MotoNaked ได้รับเกียรติจากทาง Ducati Asia และ Ducati Thailand เชิญไปร่วมทดสอบรถ Multistada ถึงจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีเส้นทางให้เล่นโค้งสวยๆ และทางตรง ให้ได้ทดสอบสมรรถนะต่างๆ ของรถได้หลากหลายสถานการณ์

Ducati Multistrada คันที่เราได้ทดสอบถือเป็น Generation ที่ 3 สำหรับรถสไตล์ทัวร์ริ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับขับขี่ทางไกล สบายๆ นั่งหลังตรงๆ เน้นขี่ยาวๆ และลุยได้หลากหลาย ตามสภาพถนน และสถานการณ์การขับขี่ที่เปลี่ยนไป โดยในปี 2016 ทาง Ducati ได้ปรับปรุง เปลี่ยนโฉมเจ้า Multistrada ตัวนี้เสียใหม่ ให้แตกต่างอย่างมีสไตล์ มีความสะดวกสบายเพิ่มเข้ามา เพื่อให้ตัวผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ปลอดภัยตลอดทุกการเดินทาง โดย Multistrada ที่วางจำหน่ายในไทยในปีนี้นั้น มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

New Multistrada 1200 (CKD) ราคา 935,000 บาท ราคาช่วงเปิดตัว 899,900 บาท

New Multistrada 1200S (CKD) ราคา 1,035,000 บาท ราคาช่วงเปิดตัว 999,900 บาท

New Multistrada 1200 Pikes Peak (ยังไม่เปิดราคาในไทย)

New Multistrada 1200 Enduro (ยังไม่เปิดราคาในไทย)

สำหรับเส้นทางการทดสอบรถในครั้งนี้ เราเริ่มต้นเดินทางที่จังหวัดเชียงราย บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ผ่านช่วงทางตรงไฮสปีด เพื่อได้ทดสอบระบบ Cruise Control ที่ติดมากับตัวรถรุ่นใหม่นี้ เป็นสเปคมาตรฐานทุกคันที่จำหน่าย และเราจะได้เล่นโค้งหนักๆ สนุกๆ ในเขา ก่อนที่จะพักกินข้าวเที่ยงหลังจากที่เดินทางกว่า 200 กิโลเมตร และขับขี่เป็นวงกลมอ้อมอีกด้าน รวมระยะทางทั้งสิ้น 320 กิโลเมตร

12745673_10153559545003925_380268584560398750_n

ซึ่งก่อนการเดินทาง จะมีเจ้าหน้าที่สอบถามผู้ร่วมทดสอบแต่ละท่าน ว่าต้องการเบาะความสูงขนาดไหน เพราะเบาะของ Multistrada ตัวใหม่นี้ สามารถปรับให้สูงต่ำให้เหมาะสมกับการขับขี่ ซึ่งระยะความสูงที่ปรับได้อยู่ที่ระหว่าง 825 – 845 mm

สำหรับหัวข้อในการรีวิวครั้งนี้ ทางผู้เขียนขอแบ่งหัวข้อออกเป็นดังนี้นะครับ

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  • ข้อดี/ข้อเสีย
  • น่าจะเหมาะกับ
  • สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

2

ด้านไฟหน้าออกแบบให้ดูคล้าย “นกยักษ์” ซึ่งก็เป็นฉายาที่หลายคนตั้งชื่อไว้ให้ (หน้าเหมือนนกไหม???) น้ำหนักของรถ ตอนที่ไม่มีของเหลวอยู่ที่ 209 กิโลกรัม

DSC04040

สำหรับล้ออัลลอย ออกแบบเป็นลายใหม่ ฐานของล้อวัดจากหน้ามาหลังอยู่ที่ 1,529 มิลลิเมตร พร้อมดิสเบรคหลังที่ใหญ่ขึ้นด้วยขนาด 265 มิลลิเมตร

DSC04044

ไฟเลี้ยวหลัง

DSC04045

โช๊คอัพหลังให้โช๊ค Sachs ปรับระดับได้ครับ  มาพร้อมกับ ระบบ Ducati Skyhook Suspension (DSS) EVO

DSC04046

ปั๊มเบรคหน้า Brembo M50 Monobloc callipers ขนาด 330 มิลลิเมตร

DSC04047

ไฟท้าย ตอนยังไม่กดเบรกครับ (สวยงามดีครับ)

DSC04058

ไฟท้าย ตอนกดเบรกแล้ว จะมีไฟติดขึ้นมาด้านในครับ

DSC04075

สำหรับรูปร่างของ Multistrada นั้น ทางด้านหน้าตาการออกแบบนั้น ใช้เส้นสายต่างๆ แต่ละท่านอาจมองสวยงามต่างกันไป บ้างก็ว่าสวยครับ แต่บางท่านก็บอกว่ามันหวานเกินไป ไม่ดุดันเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ดังนั้นเราจะไม่ถกกันนะครับว่าออกแบบสวยหรือไม่ ทางผู้เขียนจะขอเขียนถึงเทคโนโลยี และสิ่งที่ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนนะครับ

1

หน้าจอแสดงผล สี TFT 

MULTISTRADA1200S-252

หน้าจอแสดงผลของ Multistrada ตัวใหม่นี้ ได้พัฒนาขึ้นมาจากหน้าจอแสดงผลในรุ่นก่อนหน้านี้ครับ คือใช้จอแสดงผลแบบ TFT LCD ขนาด 5 นิ้ว พร้อมรายละเอียดแสดงข้อมูล สถานะต่างๆ อย่างครบถ้วน และภาพละเอียดมากขึ้น ง่ายต่อการมอง และความเข้าใจครับ

DSC04068

DSC04065 DSC04066 DSC04067

ตารางเปรียบเทียบ ค่าต่างๆ ที่ทางดูคาติตั้งเอาไว้ สำหรับการใช้งานแต่ละโหมดนะครับ

23

เครื่องยนต์ Ducati Testastretta DVT (Desmodromic Variable Timing)

MULTISTRADA1200S-117

MULTISTRADA1200S-126

ระบบ DVT (Desmodromic Variable Timing) นั้นคือความสามารถของเครื่องยนต์ในการปรับเวลาให้เหลื่อมกันในการปิด-เปิดวาล์วตามความหลากหลายในย่านความเร็วแต่ละการขับขี่ รวมถึงยังสามารถปรับให้ไม่มีการเหลื่อมล้ำในการปรับวาล์วในยามเดินรอบเครื่องเดินเบา เพื่อทำให้เครื่องเดินเรียบ และทำการยกระยะสูงเมื่อเครื่องมีการเดินรอบเครื่องสูงมากขึ้น
26-50 TESTASTRETTA DVT 28-48 TESTASTRETTA DVT
จากการพัฒนาใหม่ล่าสุดของเครื่องยนต์จาก Ducati ในเครื่องยนต์สองสูบขนาด 1.2 ลิตร ทำกำลังได้สูงสุด 160 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที และทำแรงบิดได้สูงถึง 136 นิวตันเมตร ที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงกว่าเดิม 10 แรงม้า และทำแรงบิดอีก 11 นิวตันเมตร ขณะเดียวกันประหยัดขึ้นอีก 8% และยังผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 อีกด้วย ด้านล่างนี่คือ ข้อมูลแรงบิดกับแรงม้าของ Multistrada ตัวปี 2013 และตัวใหม่ปี 2015 เปรียบเทียบกันครับ
POWER  จาก 110.3kW ( 150HP ) @ 9250rpm เป็น 117.7 kW (160 hp) @ 9,500 rpm
TORQUE จาก 124.5 Nm (91.8 lb-ft) @ 7,500 rpm เป็น 136 Nm (100.3 lb-ft) @ 7,500 rpm
และยังทำให้ระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและการตั้งวาล์ว ยืดออกไปจากเดิม เป็นเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก ๆ 15,000 กิโลเมตร และเข้าเซอร์วิสตั้งวาล์วที่ระยะ 30,000 กิโลเมตร (ตัวเก่าเช็คที่ระยะ 24,000 กิโลเมตร) ด้วยครับ

Ducati Cornering Lights (DCL)

28-13 MULTISTRADA 1200S

ในรถ Multistrada คันนี้นั้นยังมีความพิเศษที่แตกต่างจากรถทัวร์ริ่งทัวไปอีกอย่างครับ นั่นคือ เมื่อขี่รถเข้าโค้งถึงองศาหนึ่งที่ทางดูคาติเซ็ทค่าไว้ จะมีไฟ LED ที่บริเวณโคมหน้าจะติดขึ้นมาทางด้านที่เลี้ยว เพื่อส่องไปในทางโค้งที่รถกำลังเลี้ยวเข้าหา เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้งแคบ ๆ ตอนกลางคืน

Cruise Control

MULTISTRADA1200S-217

ในส่วนของฟังก์ชั่น Cruise Control ทางดูคาติ ได้ใส่มาให้เป็นมาตรฐานสำหรับ Multistrada ทุกรุ่น และโดยส่วนตัวผู้เขียนนั้น ชื่นชอบมาก เพราะก่อนหน้านี้ผู้เขียนเองเคยออกทริปกับเพื่อนๆ ที่ใช้เจ้า Multistrada ตัวนี้ แล้วก็ต้องแปลกใจ ว่าทำไม เค้าขี่ปล่อยมือขวา แล้วรถไม่ชะลอความเร็วลงเลย พึ่งมาถึงบางอ้อ ตอนคิดออกว่ารถรุ่นนี้มีระบบ Cruise Control นี่เอง สำหรับด้านการออกแบบปุ่มกดนั้น ผมว่าทางดูคาติออกแบบได้ดีครับ ทุกอย่าง จบที่นิ้วโป้งซ้าย นิ้วเดียว เคลียทุกปุ่ม โดยถ้าดูจากภาพ จะเริ่มต้นการเซ็ทใช้งานระบบนี้ จากการกดปุ่ม ON ครับ แล้วไฟสีเขียว รูปหน้าปัทม์เล็ก ๆ จะติดขึ้นที่ข้างหน้าจอแสดงผล (ตรงเหนือตำแหน่งเกียร์ N สีเขียวครับ)

MULTISTRADA1200S-250

และเมื่อถึงระดับความเร็วที่เราต้องการ เราก็แค่กดเครื่องหมายบวก ( +RES ) รถก็จะล็อคความเร็วตามที่เรากำหนด แต่จะมีเงื่อนไขว่า จะต้องอยู่ในย่านความเร็ว ระหว่าง 50 – 200 Km/Hr และต้องอยู่ในเกียร์ ระหว่าง เกียร์ 2 ถึง เกียร์ 6 และสามารถกดปุ่ม + หรือ –  เพื่อเพิ่ม หรือลดความเร็วได้ด้วย ส่วนการปลดล็อคนั้น ก็ง่ายครับ เพียงแค่ กดเบรก หรือบีบครัช รถก็จะปลดออกจากระบบ Cruise Control ในทันที

Ducati Multimedia System (DMS)

ระบบ DMS นั้น เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้รถและผู้ขับขี่ได้ติดต่อและเข้าใจถึงกัน รวมถึงสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลการขับขี่ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น องศาการเข้าโค้ง, ความเร็วสูงสุดในการขับขี่, เส้นทางที่ขับขี่, ระยะทางการขับขี่ และเรายังสามารถใช้งานมือถือผ่านหน้าจอ TFT และกดปุ่มต่าง ๆ ผ่านปุ่มที่รถได้ด้วย โดยเจ้าของรถสามารถโหลด แอพพลิเคชั่นได้เลยครับ มีทั้งสำหรับ iOS และ Android เป็นที่น่าเสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ เลยไม่ได้ลองใช้งานครับ เพื่อนๆ ท่านไหน ลองใช้งานแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้าง บอกกล่าวเล่าเรื่องราวให้เราฟังได้นะครับ

Multistrada Link App

สัดส่วนคน และรถ

สำหรับเรื่องความสูงของตัวรถนั้น เนื่องจากเบาะนั่งปกติที่ติดมากับโรงงานสามารถปรับความสูงได้นะครับระหว่าง 825-845 mm ส่วนรถที่ผู้เขียนได้ทดสอบนั้น ทางผู้เขียนเซ็ทเบาะแบบสูง ซึ่งเบาะจะสูง 845 มิลลิเมตร และผู้เขียนมีความสูง 174 เซนติเมตร หนัก 80 กิโลกรัม ขณะตอนวางขาก็ถือว่าถึงครับ ประมาณ “เกือบ” กลางๆ เท้า ดังภาพ

DSC04080

DSC04078 DSC04077

หลายคนอาจสงสัยว่า เบาะก็เหมือนจะสูง ทำไม ถึงขาถึงเยอะ นั่นเพราะทางดูคาติ ออกแบบให้เบาะมีความแคบลงจากเดิม อีก 44 มิลลิเมตรครับ ก็เลยคล่อมได้ง่ายขึ้น สำหรับผม ผมว่าก็มั่นใจนะครับ ในการกลับรถทางแคบๆ หรือเข้าจอดรถครับ ถือว่าผ่านไม่ยากเย็นนักครับ

มิติตอนขับขี่ ก็สบายๆ ครับ มองเห็นผ่านชิลด์บังลม ชัดเจนครับ นั่งสูงๆ มองด้านหน้าทัศนะวิสัยไกลดี ลมจะปะทะที่หมวกกันน็อคนิดหน่อย พอก้มหลบ ก็สามารถทำความเร็วได้อย่างมั่นใจครับ

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ

ช่วงทางตรง : สำหรับทางตรงนั้น ถนนดำราดยางมะตอยทั่วไปขี่ไกลๆ บ้านเรา เป็นเรื่องขนมไปเลยครับ สำหรับ Multistrada คันนี้ เนื่องจากมีระบบ Cruise Control ทำให้สามารถล็อคความเร็วตามที่เราต้องการ และผ่อนคลายกับการเดินทางได้มากขึ้นครับ

_DSC6883

โค้ง Hight Speed บนถนนหลวง : ด้วยระบบ DVT ใน Multistrada ตัวนี้ ทำให้การขับขี่ทุกย่านความเร็ว รีดพลังเครื่องยนต์ออกมาได้ดี ให้ความมั่นใจได้สุดๆ ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงเครื่องที่ต่ำครับ เข้าโค้งได้เร็ว ไปได้เร็วครับ (ทดสอบที่ความเร็วเข้าโค้ง ประมาณ 140 – 170 Km/Hr)

F81X0095

การเข้าโค้งแคบในภูเขา : สนุก พลิกง่าย ยางที่ติดรถมาก็ให้ความมั่นใจได้ดี ผู้เขียนเองได้ทดสอบโหมด Sport Touring และ Urban ในการเข้าโค้งในเขา ก็พบถึงความแตกต่างกันใน 3 โหมดอย่างชัดเจน โดยส่วนตัวชอบโหมด Touring เพราะคันเร่งจะหนืดนิดเดียว (นิดเดียวจริงๆ) ทำให้ออกตัวไม่สะบัดเกินไปครับ (เผื่อเผลอ) โดยรวมๆ ชอบครับ

F87D8200

ข้อดี/ข้อเสีย

ข้อดี : Ducati Multistrada เป็นรถที่ให้เทคโนโลยีใหม่ๆ แบบจัดเต็ม เพื่อนคนไหนที่ชอบนำเทรนใหม่ๆ ที่รถคันอื่นยังไม่มี ต้องขอแนะนำครับ ครบถ้วน หลากหลายฟังชั่นมากมาย ทั้งเครื่องใหม่, ไฟส่องโค้ง, แอพพลิเคชั่นที่ลิงค์กับการขี่รถ และระบบ Cruise Control รวมทั้งยังเป็นรถเอนกประสงค์ สมชื่อ 4 in 1 มากครับ ขี่ไกลๆ ทางตรง หรือเข้าโค้งในเขา จะลงสนามแข่ง หรือลุยทางฝุ่นก็ทำได้ดี  ถึงแม้จะไม่ได้ออกแบบมาให้ดีสุดๆ ในทุก ๆ ด้าน แต่ว่าแต่ละด้านที่ออกแบบให้เข้าไปถึงแต่ละสไตล์การขับขี่ ก็ทำออกมาได้ดี

ข้อเสีย : เทคโนโลยีที่จัดเต็มใส่เข้ามาเยอะๆ ส่วนนึง ก็เป็นดาบสองคม นั่นก็คือ เรื่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ใส่เข้ามา ยกตัวอย่างรุ่นที่มีปัญหาเยอะๆ อย่าง Multistrada ในรุ่นตัวก่อนหน้านี้ ที่มีอาการเสียของโช๊ค DSS และ เซ็นเซอร์ถังน้ำมันเพี้ยน ก็ต้องเคลมกับศูนย์บริการไปตามอาการ

น่าจะเหมาะกับ

ในความคิดผมนั้น รถคันนี้ น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการรถที่ขี่ยาวๆ สะดวกสบาย ซักคัน ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเคยขี่รถบิ๊กไบค์รุ่นอื่นมาก่อนแล้วซื้อคันนี้เป็นอีกสไตล์นึงไว้รองรับการเดินทางไกลของคุณ รถคันนี้ ตอบสนองการเดินทางได้หลากหลายครับ เพียงแต่ถ้าพึ่งเริ่มขี่ อาจต้องใจเย็น ใช้เวลาทำความเข้าใจกับมันนิดนึง เพื่อความปลอดภัยครับ แนะนำสุดๆ กับพ่อบ้านไบค์เกอร์ ที่มีคุณแฟนหรือภรรยานั่งซ้อนท้ายครับ รับรองติดใจนั่งซ้อนตลอดทางแน่นอน (แต่ถ้าใครไม่อยากให้ภรรยาออกทริปด้วย แนะนำออกรถสปอร์ทครับ) เชื่อผม

_H1_0908

และแล้วเราก็มาถึงบทสรุปครับ

รถคันนี้ ด้านหน้าตาผมว่าสวยนะครับ และเป็นคันที่ใครหลาย ๆ คนมองหาไว้ครอบครองในสักวัน เพื่อจะได้ขี่เที่ยวออกทริปกับเพื่อนๆ ในวันว่างจากการทำงานครับ  สมรรถนะกับเครื่องยนต์ 1200 CC ถือว่าเหลือเฟือครับ ฟังก์ชั่นความสะดวกสบายต่างๆ ให้มาอย่างครบครันเยอะมาก เทคโนโลยีดี หน้าจอสีสวยๆ จัดเต็ม ถ้าเงินพร้อม เวลาพร้อม ก็ไม่มีเหตุผลให้ปฎิเสธที่จะรับรถคันนี้มาไว้ในครอบครองสักคัน พบกันครั้งหน้าครับ

 

Journey in Style…. “4-bikes-in-1”

_DSC6562

ขอขอบคุณ Ducati Asia และ Ducati Thailand ที่ให้เกียรติพวกเรา MotoNaked ในการร่วมสัมผัส Ducati Multistrada 1200S อย่างเต็มอิ่มครับ

Comments