REVIEW: Honda X-ADV 750 เพราะการเดินทาง(ไม่)มีทางให้ไปต่ออยู่ตลอดเวลา

โดย /

ก่อนอื่นเลยคงต้องขอขอบคุณทางไทยฮอนด้าด้วยนะครับ ที่เอื้อเฟื้อให้ได้ขับขี่ Honda X-ADV 750 ปี 2021 แบบไม่ทันตั้งตัว แต่กลายเป็นความแปลกใจจนติดใจในการขับขี่ครั้งนี้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าสมรรถนะขนาดนี้ … และทำให้อยากจะขี่รุ่นใหม่ปี 2022 ซะเหลือเกิน

“เพราะ Honda X-ADV นั้นตอบโจทย์กับการขับขี่ในครั้งนี้ได้ดีจนเหนือความคาดหมาย”

กับเส้นทางเดินทางบนทางหลัก ที่หมดทาง จนไปถึงในรูปแบบ Off-Road / Gravel ไต่เนิน และทางหินของเขากระโจม และห้วยคอกหมู (สวนผึ้ง จ.ราชบุรี) เส้นทางง่ายๆสำหรับเพื่อนๆ Enduro ซึ่ง X-ADV เองก็ไปได้แบบไม่ลำบากอะไร สนุกจนลืมทางเรียบไปเลยหล่ะนั่น (สังเกตได้จากรูป)

X-ADV นั้นเปิดตัวมาก็ตั้งแต่ปี 2017 ด้วยแนวคิดที่ผมมองว่า “แปลก” กับการเอารถในรูปแบบ Big Scooter ที่ขับเคลื่อนด้วยโซ่ เพื่อรองรับแรงบิดที่จัดจ้าน และการใส่อุปกรณ์พื้นฐาน พร้อมระบบต่างๆที่ “ครบถ้วน” กับการใช้งานได้อย่างหลากหลายวัตถุประสงค์ ผ่านการอัพเดตรายละเอียดต่างๆมาเรื่อยๆ จนมาเป็น X-ADV 2021 ที่ผมได้ขับขี่ในคราวนี้

สรุปกันมาเลยดีกว่าสั้นๆ กับการเดินทางไปกับ Honda X-ADV

รูปลักษณ์ทั่วไป

ประกับไฟซ้าย สวิทช์เพียบบอกเลย แต่การใช้งานเข้าถึงต่างๆค่อนข้างง่ายเลยหล่ะครับ จะมีที่สับสนช่วงแรกๆเลยก็เจ้าปุ่ม กด +/- เกียร์ DCT เนี่ยแหล่ะ กดผิดกดถูกอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว สลับไปมากับตำแหน่งสวิทช์ไฟเลี้ยว ส่วน ไฟเลี้ยวก็ไปกดแตรแทนซะอย่างนั้น แต่ถ้าชินแล้วก็ติดอะไรครับ

ประกับไฟขวาตรงไปตรงมา เลือกระบบเกียร์ได้ว่าจะเป็นแบบ Auto หรือ Manual พร้อมด้วยการกดเข้าเกียร์ว่าง (N) หรือเกียร์เดินหน้า (D)

ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เปิดฝาถังน้ำมัน และเปิดเบาะแบบ Keyless เอากุญแจใส่กระเป๋าไว้แล้วไปกันเลย

หน้าจอแสดงผลครบครัน บอกข้อมูลต่างๆอย่างครบถ้วน ทั้งรอบ ความเร็ว ระดับน้ำมัน โหมดที่เลือกใช้ และที่ผมชอบอย่างนึงคือ การแสดงผลการทำงานของระบบต่างๆ ที่ใส่เข้ามาให้ในรถ Scooter แบบเต็มที่มาก ไม่ว่าจะเป็น P (Power Mode), EB (Engine Braking), T (Torque Control), ABS (ระดับการทำงานของ ABS), และ โหมดการส่งกำลังที่เลือกใช้ในขณะขับขี่

พักเท้าคนซ้อนซ่อนไว้อย่างเรียบเนียนไปกับตัวรถ กับรายละเอียดการออกแบบที่ดูแน่นๆ บึกบึน รู้สึกได้ถึงอารมณ์ของรถที่พร้อมใช้งานในทุกเส้นทางที่อาจจะเจอได้บนการขับขี่

ช่วงไฟท้าย และช่วงท้ายของตัวรถดูเพรียวบาง ให้ความรู้สึกที่กระชับ และมิติของตัวรถที่ไม่ใหญ่จนเกินไป

รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคของตัวรถที่น่าสนใจ

ล้อซี่ และช่วงล่างที่ให้การตอบสนองได้กับสภาพเส้นทางที่หลากหลาย

รายละเอียดทางเทคนิค – มาย่อยเรื่อง “ระบบ” กัน

Big Scooter อะไรกัน ระบบมาเต็ม

โหมดการขับขี่มาเต็ม และแต่ละโหมดนั้นต้องบอกว่าให้การตอบสนองของเครื่องยนต์ และ “การเปลี่ยนเกียร์” ที่แตกต่างกันชัดเจนเลยหล่ะครับ ทางแห้งเรียบๆกด Sport นี่พร้อมกระชากทะยานเลยทันที หรือถ้าเป็บทางดินสับไป Gravel หล่ะก็ สนุกมาก !

P – Power การส่งกำลังของเครื่องยนต์ 

T – Torque Control หรือก็คือ Traction Control หล่ะครับ

EB – Engine Braking เพื่อปรับการฉุดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม

ABS – Anti-Lock Braking System เพื่อลดอาการการเบรคจนล้อล็อค (ระดับ 1 ยอมให้ล็อคได้นิดหน่อย)

D – การตอบสนองของช่วงการเปลี่ยนเกียร์ 1 รอบต่ำเปลี่ยนต่อเนื่อง – 4 ยอมให้ลากรอบได้มากขึ้น

การขับขี่บนทางเรียบ

มองไปเรื่อยๆ พร้อมคิดว่าเมื่อไหร่จะหมดทางเรียบน้า … 

Big Scooter พิกัดขนาด 750cc ที่ให้แรงบิดจัดจ้านของ X-ADV คันนี้ รวมกับช่วงล่างที่มีระยะยุบค่อนข้างเยอะ ให้ความรู้สึกที่ยวบนิดๆ ย้วยหน่อยๆ แต่ยังคงการตามติดกับผิวถนนได้ค่อนข้างดีเลยหล่ะครับ ซึ่งในบางจังหวะที่ผมเผลอสนุกมากไปสักนิดนึงกับแรงบิดที่จัดจ้านของเค้า Torque Control (Traction Control) ก็จะเข้ามาช่วยแก้อาการให้ได้อย่างลงตัว

ซึ่งสำหรับการเดินทางในครั้งนี้บนเลือกโหมด Standard ธรรมดาเนี่ยแหล่ะครับ เพราะให้การเปลี่ยนเกียร์ DCT ที่นุ่ม และการส่งกำลังที่เนียน พอรวมกันแล้วทำให้รู้สึกสบาย ไม่ต้องพะวงกับการคุมคันเร่งอะไร อยากจะเร่งก็เร่งได้เลย 

ตอนแรกๆผมก็เห่ออ่ะนะ ด้วยความรู้สึกชินกับการเข้าเกียร์เอง พลันกด DCT ไปเป็น Manual แล้วสับเกียร์ด้วยการกด shift (+)/(-) แต่ก็นะ สวิทช์ไฟเลี้ยวกับสวิทช์ (-) เกียร์มันช่างชิดกันซะจริงๆ ผ่านไปได้ไม่ถึง 10 นาที ไม่เอาหล่ะ !!! สับกลับไป Auto เหมือนเดิม แล้วก็วิ่งเดินทางกันยาวๆ สัมผัสความฟินกันดีกว่า

ทางเรียบหมด แต่ไม่หมดทางไป

ฉับพลันเข้าถึงเส้นทางที่ทำให้หายง่วงได้บ้างหล่ะ

คราวนี้ผมก็มาถึงสวนผึ้ง ไปลองขึ้นทางเรียบบนเขากระโจมสักนิดให้หายง่วง พร้อมกับปลายนิ้วโป้งซ้ายที่สับโหมดไปเป็น Gravel และ นิ้วโป้งขวาสับเกียร์เข้าโหมด Manual เพียงเท่านี้ X-ADV ก็พร้อมพาเราผจญภัยกันแล้ว

บนเส้นทางดินทรายพร้อมหินร่วนๆ แบบนี้ บอกเลยว่า X-ADV ตอบสนองได้ดั่งใจมาก “สนุก” ในแบบที่ทำได้อย่างน่าแปลกใจ การทำงานของโหมด Gravel ที่อัดกำลังมาเต็ม พร้อมลดการตอบสนองของ ABS และการตอบสนองของ Torque Control บนรถในแบบ Big Scooter คันนี้ “แปลงร่าง” ไปเลยทีเดียว

X-ADV พาผมขึ้นทางเนินได้แบบสบายๆ ไม่รู้สึกกังวลอะไร … ลองดันคันเร่งเต็ม แล้วปล่อยให้ Torque Control ระดับ 1 พาไต่ขึ้นไปได้แบบไม่ยากเย็น อาการปั่นทิ้งของล้อหลังมีได้เรื่อยๆ แต่รถจะคอยตัด และส่งกำลัง เพื่อให้แรงบิดที่ต่อเนื่อง พาไปได้เรื่อยๆเลยหล่ะครับ

ซึ่งความรู้สึกดีๆ เวลาที่ X-ADV คันนี้สไลด์ไปมานั้นส่วนนึงมาจากช่วงแฮนด์ที่ค่อนข้างสูง และกว้าง ให้องศาที่พอดีกับสรีระของผมที่ 163 cm / 63 kg มาก เอื้อให้สามารถโยกตัวไปมาใช้ร่างกายส่วนบน และร่าง ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องไปหนีบถังแบบรถ Enduro เพื่อแก้อาการอะไร “เปิดใจ” เชื่อใน Torque Control ของรถ แล้วให้เค้าช่วยดูแลเราเองได้เลย

พา Big Scooter ไปไต่เนินหินเล็กๆ

เนินที่หลายๆคนเรียกว่า เนินหิน หรือเนินวัดใจ หรือบันไดหิน ของเขากระโจม บอกเลยว่า สบายครับกับ X-ADV คันนี้

ทันทีที่มาถึงเนินหินของเขากระโจม … เราก็จัดการปล่อยลมยางออกสักหน่อยนึง เพื่อให้ได้หน้าสัมผัสกับหินร่วนๆ ก้อนๆ แบบนี้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ใช้โหมด Gravel ต่อเหมือนเดิมแล้วก็ …

“ค่อยๆแตะคันเร่ง หรือดันในบางช่วง” เพื่อให้รถค่อยๆไต่ขึ้นไป ซึ่งต้องบอกตรงๆว่า กราฟแรงบิดเป็นยังไงผมไม่รู้ แต่แค่แตะคันเร่งนิดหน่อย แรงบิดของตัวรถก็มีพาไต่ขึ้นไปได้อย่างสบายๆเลยหล่ะครับ อาจจะไม่ได้พุ่งเร็ว วิ่งชนหินทะยานไปได้เหมือนรถ Enduro แต่ช้าก่อน .. นี่ Big Scooter น้ำหนัก 236 kg นะ มาเจอกันทางเรียบ ทางลูกรังยาวๆป่ะหล่ะ !

Torque Control ปิด กับ เปิด มีผลต่างกันนิดหน่อย แต่สำหรับผมเปิดไว้ระดับ 1 รู้สึกสบายใจดี ให้รถตัดกำลังเวลาปั่น และส่งต่อให้เมื่อมีการยึดเกาะ X-ADV ก็พร้อมจะไต่เนินหินนี้ไปได้เรื่อยๆหล่ะครับ แต่ถ้าฝนตกนี่น่าจะชีวิตเปลี่ยนเลยทีเดียวกับ X-ADV รถ และยางเดิมๆ คันนี้

หรือจะเป็นช่วงทางลงหิน ก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ABS ระดับ 1 ยอมให้ล็อคเบรคได้ทั้งล้อหน้า-หลัง เล็กน้อย ทำให้ผมสามารถเล่นสนุกไปกับการล็อคให้ล้อหลังสไลด์นิดหน่อยเพื่อเปลี่ยนไลน์การขับขี่ได้แบบ ไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน คือสามารถกำเบรคหลังให้สุด เวลาต้องการให้ท้ายปัดเปลี่ยนทาง แล้วปล่อยให้ ABS ดูแลเราเอง 

จากระยะยุบ และล้อแบบซี่ลวด ที่ให้อาการยวบเล็กๆบนทางเรียบ พอเจอทางแบบนี้ สบายเลยสำหรับน้ำหนักตัวผมที่ 63 kg ซึ่งก็ตามการออกแบบให้ตัวรถสามารถตอบสนองได้บนหลากหลายเส้นทางหล่ะครับ

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

“วิ่งตรงกลางมาเลย น้ำไม่ลึกๆ ขอสาดๆ” เสียงพี่ตากล้องสายเอ็น(ดูโร่) ของผมตะโกนมา .. 

พี่ขอมาผมก็จัดให้ เท่านั้นแหล่ะถึงกับ “เฮ้ย”!!  อยู่ในหมวก (รอดนะรอด)


ข้อดี

  • ทางไม่เคยหมด จะไปป่ะหล่ะ สับโหมดนิดนึง ไปต่อได้เลย (แต่ถ้าถึงขนาด Hard Enduro หรือทางดินเลนผมก็กลับรถเหมือนกันนะ เดี๋ยวเหนื่อยเพื่อนยก กะขี้เกียจล้างรถ!)
  • Big Scooter ที่ทำได้แบบ All-Around แถมด้วยระบบที่ครบมาก ที่เอื้อให้ใช้งานได้อย่างหลากหลายเส้นทาง ตามแต่จะไปได้เลย
  • สบายบนทางเรียบ และก็พร้อมหลอกพาเพื่อนๆสายสปอร์ตไปเชือดได้ทันที (มีเคืองอ่ะ)
  • X-ADV สำหรับผมรู้สึกได้ว่าให้แรงบิดมาตั้งแต่เริ่มเดินคันเร่งที่รอบต่ำ ใช้งานได้จริงในการขับขี่ที่หลากหลาย การตอบสนองที่ปรับตั้งได้ตามแต่ต้องการ
  • ช่วงล่าง และล้อซี่ ที่รวมกันแล้วให้การตอบสนองได้ในหลากหลายเส้นทาง และรูปแบบของการขับขี่ 

ข้อสังเกต / ข้อเสีย

  • กล่องใต้เบาะใส่หมวกเต็มใบนี่แน่นๆเลย แต่ก็นะ X-ADV ต้องสายกล่องสิครับ
  • ท่ายืนการขับขี่ที่แปลกๆเล็กน้อย ด้วยพักเท้าที่ค่อนไปข้างหน้าเยอะ คือต้องใช้มือช่วยดึงตัวขึ้น เมื่อต้องยืนมองทาง ให้ความรู้สึกแปลกๆ ถ้าจะขับขี่ในแบบยืนให้สะดวก ติดพักเท้าเพิ่มหน่อยน่าจะสบาย และเบาแรงลงเยอะเลยหล่ะครับ
  • สวิทช์เกียร์ DCT ค่อนข้างกดไม่ถนัด น่าจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักเลยหล่ะครับสำหรับผม (ซัก 2-3 เดือนก็คงดี … ขอบคุณไทยฮอนด้าครับ)

น่าจะเหมาะกับ

จะไปต่อ หรือพอแค่นี้

 

น่าจะเหมาะกับ

จริงๆแล้วต้องบอกว่าเหมาะกับทุกคนที่ต้องการรถคันเดียว เพื่อการเดินทางแบบสบายๆ ในทุกเส้นทางโดยเฉพาะระบบเกียร์แบบ DCT ที่ติดตั้งมาให้ จะเป็นทางขึ้น-ลง เขา ก็สามารถเลือกเกียร์แบบ Manual พร้อมปรับ Engine brake ให้เหมาะสมกับเส้นทางต่างๆได้อย่างง่ายดาย

สรุป

ถ้าใจมันมาแล้ว Honda X-ADV ก็ไปบนเส้นทางท่องเที่ยวได้หมดหล่ะครับ ด้วยพื้นฐานของตัวรถที่ตอบสนองได้หลากหลาย และทำได้ดีซะด้วยสิ ไม่ว่าจะเป็นบนทางเรียบกับเครื่องยนต์พิกัด 750 cc ที่ส่งแรงบิดได้ดั่งใจ ทำความเร็วเดินทาง 100-120 km/hr ได้แบบสบายๆ บวกกับท่านั่งในแบบรถ Big Scooter .. ยิ่งฟินอ่ะบอกเลย

ช่วงล่างที่ให้ระยะยุบค่อนข้างเยอะ ทำให้มีอาการยวบได้บ้างบนทางเรียบ ยิ่งเวลาพลิกโค้งเร็วๆ ส่งคันเร่งแรงๆ อาการจะออกได้เยอะขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติครับ เพราะโดยพื้นฐานคือรถที่ใช้งานได้ทุกเส้นทาง พอลงทางดินหล่ะก็รู้เรื่องเลย

เบรคเดิมมาตรฐานที่ให้มา มีระยะเกลี่ยที่ดี และให้ระยะหยุดที่เชื่อถือได้ บวกกับ ABS ที่ปรับระดับได้ ยิ่งทำให้สามารถเลือกการตอบสนองของการเบรคตามสไตล์การขับขี่ของแต่ละคนได้อีกขั้น

โหมดการขับขี่ และการตั้งค่ามาตรฐาน สำหรับผมถือว่าจบแล้ว สำหรับการใช้งานที่ขับขี่มา ซึ่งถ้าเจอทางดิน หรือทางที่ต้องการปั่นล้อยังสามารถเลือกปิด Torque Control เพื่อให้ปั่นล้อได้ดั่งใจอีกต่างหาก แต่เส้นทางที่ผมขับขี่ระดับ 1 เหลือเฟือครับ สบายเลย

หากว่าต้องการรถสักคันนึง ราคากลางๆที่ 425,000 บาท (คุ้มนะ) ที่สามารถออกทริปกับเพื่อนๆสายทางเรียบได้อย่างไม่ลำบาก และ “พร้อมหลอกไปสนุก” บนเส้นทางที่อาจจะไม่ได้คาดคิดไว้หล่ะก็ Honda X-ADV คือตัวเลือกแรกที่ผมจะหยิบกุญแจ (Keyless) ออกไปขับขี่ด้วยเลยทันที

 

Comments