Review : ทริปสั้นๆ 750 km บนสปอร์ตที่นุ่มสบาย กับ Yamaha YZF-R3

โดย / / 2,401 views

Cover

หลังจากเปิดตัวไปอย่างอลังการที่สนาม CIC บุรีรัมย์เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่วงเลยมาจนเพื่อนๆ ได้รับรถกันไปแล้วหลายคน เลยเป็นที่มาของทริป รันอินให้สิ้น 1,000 km ซักที คันไหนไม่ถึงก็รันอินกันไปคันไหนพร้อมแล้วก็ลุยไป กับระยะทาง 750 km

 

Screen Shot 2015-05-17 at 4.44.56 PM

 

เป้าหมายของทริปที่วางไว้ในครานี้คือ

ในช่วงเช้า กทม. > ชลบุรี > ระยอง > จันทบุรี โดยใช้เส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต ลัดเลาะไปตามชายทะเลเรื่อยๆ ก่อนแวะพักทานอาหารเที่ยงกัน ราวๆ 350 km

จากนั้นช่วงบ่าย เราจะเดินทางจาก จันทบุรี > สระแก้ว > ปราจีนบุรี > แยกขึ้นสู่เส้น 304 ผ่านเขื่อนลำพระเพลิง วกเข้าสระบุรีก่อนจะมุ่งหน้ากลับกทม. อีกประมาณ 530 km

 

 

แต่ดันติดฝน !! เลยต้องตัดเส้น 304 ออก แล้วมุ่งหน้ากลับแทน ทำให้เหลือระยะขากลับประมาณ 400 km ครับ สรุปเลยเหลือตามแผนที่นี้เลย

โดยในครั้งนี้มีผู้ร่วมอุดมการณ์ ไป 5 คัน เป็น YZF-R3 4 คัน พร้อมพี่เลี้ยง FZ-09 1 คัน เพราะฉนั้น ความเห็นรวมๆ ในการรีวิวครั้งนี้ จะมาจากพื้นฐานการขับขี่รถหลากหลายรูปแบบของแต่ละคนไปด้วยครับผมนี่สบายเลย  พร้อมแล้วมาลุยกันเลย

หัวข้อในการรีวิวครั้งนี้ ไม่ขอเน้นรูปลักษณ์ละกันนะครับ รถออกมาเยอะพอสมควรแถมมีเพื่อนๆ ทำรีวิวรูปลักษณ์ไว้เยอะหล่ะ (ละเอียดกว่าผมแน่ๆ ) เน้นที่การขับขี่ และการเดินทางจริง เป็นหลักแทนนะครับ เผื่อจะมีประโยชน์ให้เพื่อนๆที่สนใจมีข้อมูลช่วยดีขึ้น

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. นิสัยรถ / เครื่องยนต์
  5. การขับขี่ในสภาพต่างๆ (เดินทาง ในเมือง ลูกรัง ฝน)
  6. อัตราสิ้นเปลือง
  7. ข้อดี/ข้อเสียต่างๆ
  8. สรุป

ขอบคุณทาง Yamaha Riders Club และ ร้าน 40 Garage สำหรับข้อแนะนำ การเซอร์วิส และการเตรียมรถทั้งก่อนไป และกลับมาด้วยนะครับ

รูปลักษณ์ทั่วไป

ดูในกระทู้ พรีวิว บนสนาม CIC ร่วมด้วยได้นะครับ

jpegs5

ไล่เรียงกันมากับชุด คอนโซลหน้ารถ แสดงข้อมูลในการขับขี่ครบครัน (แอบอิจฉา) ไม่ว่าจะเป็น

  • มาตรความเร็ว
  • ไฟบอกเกียร์​
  • ไฟบอกปริมาตรน้ำมันที่เหลือ
  • ระยะทาง ODO / Trip 1 / Trip 2 / อัตราการใช้น้ำมันขณะนั้น / อัตราการใช้น้ำมันเฉลี่ย
  • Shift Light !

2015-05-16 21.56.39

ให้เห็นว่าเขลอะมาก แต่ที่ชอบอย่างนึงบน R3 คือ แผ่นปิดบังโคลน กันไม่ให้ดีดมาโดนโช็ค โดยปกติบนรถทั่วไปที่ไม่มีนี่บอกเลยครับว่าล้างยากสุดก็ตรงสปริงโช็คเนี่ย

2015-05-17 18.42.55

ตรงฝาเครื่องด้านขวา (ฝั่งถ่ายน้ำมันเครื่อง)​มีปริมาตรน้ำมันเครื่องระบุชัดเจนที่ 1,800 cc

สัดส่วนคน และรถ

2015-05-17 18.58.11

กับความสูงของเบาะเดิมๆ ที่ 780mm สัดส่วนผู้ขับขี่ไล่เรียงจากซ้ายมาขวาที่ 173 cm > 170 cm > 163 cm ตามลำดับครับ

น้ำหนักรถเบาๆ ผสานกับถังบางๆ เบาะที่ค่อนข้างแคบ เอื้อให้สามารถพลิกรถเล่นไปมาได้สบายๆ ถึงแม้ว่าปกติผมจะชินกับรถที่มีขนาดถังน้ำมันกว้างๆ มากกว่าก็ตาม รู้สึกหลวมๆแปลกๆ แต่ก็ยังคงกระชับขณะเบรคหนักๆได้ดีพอสมควร

นิสัยรถ /เครื่องยนต์

jpegs6

ถึงจะเคยได้ลองขับขี่สั้นๆ บนสนาม CIC ที่ผ่านมาในงานเปิดตัวแล้ว (อย่างอลังการ) แต่เมื่อนำมาใช้ในการขับขี่เดินทางจริงบนท้องถนน ในระยะทางค่อนข้างยาวประมาณ 750 kmจนเรียกได้ว่าอาจจะใช้รถผิดประเภท แหม่เอารถสปอร์ตมาขี่กันแบบนี้ ..​แต่ ..  การเดินทางบน YZF-R3 ทำได้ดีมากเลยทีเดียวครับ พื้นฐานของเครื่องยนต์ขนาด 320cc สามารถทำความเร็ว และให้อัตราเร่งที่ย่านเดินทางได้ดีพอสมควร โดยยังคงความ “นุ่มนวล” ในการขับขี่ที่รอบต่างๆ ไว้ได้อย่างน่าประหลาดใจ

ในช่วงต้นๆ 2000-5000rpm ออกจะตื้อๆมือ สักนิด ซึ่งช่วยได้ด้วยการปรับระยะฟรีคันเร่งจากโรงงานให้น้อยลงครับ (ของเดิมระยะฟรีเยอะมาก ร่วม 5-6 mm เลยทีเดียว ตั้งให้เหลือสัก 2-3 mm ช่วยได้พอสมควร) แต่ข้อดีก็คือช่วยให้คอนโทรลรถที่ความเร็วต่ำๆ และรอบต่ำ บนสภาพการจราจรติดขัดได้ง่าย

ช่วง 5000-7000 rpm เป็นช่วงไหลๆ ของเกียร์ 6 ที่สามารถทำความเร็วยืนพื้นนิ่งๆ ได้กำลังดีเป็นช่วงที่ให้ความนุ่มนวล ขับขี่สบายๆ

หลังจากลากขึ้นไป 7000-9000-11000 RPM แล้ว จะเป็นย่านของความสนุกมากขึ้น แรงบิดมาต่อเนื่องดีที่ย่านรอบนี้ให้ความรู้สึกสนุก ตามนิสัยเครื่องยนต์ ได้ดีทีเดียว

การขับขี่ในสภาพต่างๆ

2015-05-17 18.56.16

#1 บนการเดินทางยืนพื้นตามถนนหลัก

การเดินทางยืนความเร็วต่างๆ ไล่ไปตามจังหวะของรอบที่ย่านความเร็วตามสภาพการจราจรและพื้นผิวถนน ทำได้ดีเลยครับ R3 ให้กำลัง และแรงบิดที่ดีในช่วงรอบ 7,000-9,000 RPM (redline ที่ 11,500rpm) เป็นย่านที่กำลังสนุก และให้แรงบิดได้ต่อเนื่องดี ไหลยาวๆ เกียร์ 6 ที่รอบ ราว 6500-7000 RPM บนความเร็ว 100-120 km/hr ทำได้ต่อเนื่อง หากต้องการอัตราเร่งนิดๆ ก็ตบลง 1 เกียร์​ ไปเกียร์ 5 จะกระชากรอบขึ้นมาช่วยได้พอสมควร หรือต้องเร่งให้ไว ก็ลงไปเกียร์ 4 ได้เลยครับ

การลงเกียร์เร็วๆ แรงๆ ผสานกับการ blip คันเร่งช่วยเบาๆ ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถได้เป็นอย่างดี การเพิ่มความเร็ว การขึ้นเกียร์ต่อเนื่อง หน้าค่อนข้างนิ่ง ไม่ออกอาการสบัดให้รู้สึกได้แบบรถ CC สูงๆ ที่เวลาเร่งกระชากรอบขึ้นเร็วๆ จะออกอาการหน้าลอยๆ (แหม่ 320cc กระชากลอยนี่ก็เกินไปหล่ะ !!)

พื้นฐานของช่วงล่างที่เคยรู้สึกว่าย้วย และเป็นข้อเสียอย่างนึงในสนาม เคยคิดว่าต้องปรับเพิ่มนิดหน่อยหากมาขี่เดินทางยาวๆแบบนี้

 

… บอกเลยว่าผิดคาดครับ …

 

เพราะเมื่อนำมาขับขี่บนท้องถนน ช่วงล่างนุ่มๆตอบสนองได้  “ดี” ครับ จากข้อเสียของเฟรม และสวิงอาร์มที่ค่อนข้างหนัก กลายเป็นข้อดีบนการเดินทางแทน สำหรับรถขนาดนี้ ทำความเร็วขึ้นไปขนาดนี้ ยังคงรักษาการตามติดกับถนนไว้ได้พอสมควร ให้ความสบายในการขับขี่อย่างน่าแปลกใจ รูดหลุม หรือรอยปะถนนต่างๆ ไปได้แบบสบายๆ ไม่ออกอาการสะท้านกลับมาที่แฮนด์ ไม่ดีดผู้ขับขี่ให้เสียว หรือ “จุก..”

แต่ถ้าใครมีคนซ้อน เซทพรีโหลดเพิ่มนิดนะครับ เพราะบนการเซทมาตรฐานจะยวบๆไปหน่อยสำหรับคนซ้อน

รวมๆแล้ว แม้จะมากับรูปลักษณ์ แบบ Sport ก็ตาม R3 กลับทำได้ดีมาก ในการเดินทาง จะเรียกว่ามันให้อารมณ์เป็น Touring ซะมากกว่า Sport (ฮาาาา) ด้วยท่านั่งที่ค่อนข้างสบาย พักเท้าค่อนข้างต่ำ แต่กลับพกนิสัยเครื่องยนต์แบบ Sport มาเต็มๆ

2015-05-16 10.18.28

#2 การขับขี่ในสภาพโค้งขึ้นลงทางชัน

บนพื้นฐานของเครื่องยนต์ ในการขับขี่ขึ้นลงทางชัน หากชำนาญกับการใช้เกียร์ และการรักษารอบเครื่องยนต์ในย่านที่เริ่มเป็น powerband (7-9000 rpm) สนุกเลยครับ น้ำหนักรถเบา ถังน้ำมันบางๆ พลิกรถไปมาได้คล่องตัว แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยการฝึกนะครับ เพื่อให้สามารถลดเกียร์​ เพื่อรักษารอบ พร้อมทั้งแรงบิด และแรงฉุดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมในการขับขี่

แม้ว่าช่วงล่างจะทำได้ดีในสภาพการขับขี่ต่างๆบนถนนบ้านเรา  แต่ ยาง !! คือไม่ใช่ว่ายางติดรถไม่ดีนะครับจริงๆ ก็ดีพอสมควรสำหรับการใช้งานทั่วๆไป

จนเมื่อเราเริ่มคุ้น เริ่มเล่นกับมันเยอะขึ้น เริ่มโยนโค้งพลิกไปมา พร้อมกระแทกคันเร่งออกโค้งหนักขึ้น ขึ้นลงเขาต่างๆ หรือเมื่อแบนรถลงไปถึงจุดนึง มันจะออกอาการดิ้นๆ นิดๆ จากโครงสร้างของยางเอง

(เทียบกับอีก 2 คันของเพื่อนๆ ที่เปลี่ยนยางไปแล้วเรียบร้อย ไม่ออกอาการดิ้นแบบนี้ครับ)
S__12337226

#3 การขับขี่ในสภาพฝนตก !!!

วันนี้สภาพอากาศร้อนอ้าวๆ มาทั้งวัน กระนั้นเลยฟ้าฝนเป็นใจ กลัวว่าเราจะร้อนไป เลยจัดฝนมาให้พอชุ่มๆ สักดอก (น่อวววว มันไม่แค่ชุ่มหน่ะสิ) เจอทั้งถนนดีๆ และถนนที่มีฟิล์มโคลนผสมผสานกันไป ยางติดรถรีดน้ำได้ดีพอสมควร แต่มีอาการลื่นเบาๆ กระนั้นเลยทัศนวิสัย เริ่มแย่ เลี้ยวหาที่พักจอดกันก่อนดีกว่าเกิดอะไรขึ้นมา ไม่คุ้มเลยจริงๆ

รถยนต์ 4 ล้อยังลื่นแหกโค้งได้ นับประสาอะไรกับมอเตอร์ไซค์ 2 ล้อ ถ้าฝนลงพอสมควรก็หาที่ปลอดภัยจอดพักกันดีกว่า หากเลี่ยงไม่ได้ก็ใช้ความเร็วให้เหมาะสม อาจจะปรับลมยางลงเล็กน้อยช่วยด้วยก็ดี

ว่าแล้วก็จะกล่าวถึง ABS อีกสักหน่อย YZF-R3 “มี ABS” ช่วยในสภาพต่างๆได้พอสมควร แต่อย่าหวังพึ่งมากไปนะครับ เพราะ ABS ที่ติดมาในรุ่นเล็ก ทำงานไม่ละเอียดเหมือนรุ่นใหญ่ๆ ออกอาการดีดเท้าพอสมควร ระยะเบรคกลางๆ แต่มีก็ดีที่ช่วยให้เราคอนโทรลรถได้ เวลาฉุกเฉินที่ต้องเบรคหนักๆ

ทีเด็ดอยู่ที่พื้นปูนขัดมันฉาบด้วยน้ำเงากริบตามปั๊มน้ำมันนี่ แตะเบรคนิดนึง น่อวววว ไถลแว้วววว กันเลยทีเดียว เคยถามเค้าบอกว่าพื้นปูนขัดมันมันล้างน้ำมันง่ายดี ..​เอ่อ แต่มอไซค์ 2 ล้อ มันลื่นนี่หว่า .. พื้นปูนขัดมันตามปั๊มนี่ แปะกันมาหลายคนแล้วครับ ถึงจะเป็นรถใหญ่ทั้งหลาย มีระบบดีๆมาช่วย ก็แปะกันมาเยอะแล้ว  .. ​ฮาาา

S__12337231

#4 การขับขี่ในเวลากลางคืน

ไฟหน้าของ YZF-R3 ให้ระยะการมองเห็นที่กว้างพอสมควรมองได้ทั่วถึงดี ระยะตกไฟ ไม่ไกลมากเหมาะสมสำหรับรถคลาสนี้ ทำความเร็วประมาณ 80 km/hr ให้ความรู้สึกกำลังดีกับทัศนวิสัยที่ไฟหน้าสาดไปถึงครับ ถ้าความเร็วเกิน 100km/hr ออกจะอันตรายไปสักนิด ไฟสูงฉายออกทางด้านซ้ายซะมาก แต่ก็ช่วยได้หากต้องทำความเร็วเกิน 100km/hr ขึ้นไป บนทางที่ค่อนข้างมืด ขี่ช้าๆ ชัวร์ๆ สบายๆ กันดีกว่าครับ กลางคืนมันอันตราย สภาพถนนเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ

อัตราสิ้นเปลือง

โดยปกติผมเองก็ไม่ค่อยได้วัดอัตราสิ้นเปลืองเป็นเรื่องเป็นราวมากนัก แต่คราวนี้ลองวัดอย่างละเอียดๆ ดูเผื่อว่าจะพอมีประโยชน์กับเพื่อนๆดูบ้างนะครับ โดยเติมน้ำมันเต็มถึงคอรถ ทุกครั้ง เซททริปใหม่ตลอด และปรับตามสภาพการใช้งาน แต่ขับขี่ปกติบนรอบการใช้งานจริงนะครับ ได้ตัวเลขน่าสนใจทีเดียว

อย่างไรก็ตาม อัตราสิ้นเปลืองของผม คือการขับขี่ของผมนะครับ ใช้อ้างเป็นมาตรฐานไม่ได้ แต่น่าจะพอช่วยให้เห็นภาพคร่าวๆ

สภาพการขับขี่ คำนวนจากที่เติมเข้าไป (km/litre) รถคำนวนให้ (km/litre)
ถนนหลัก เร่งสลับยืนพื้น 80-120km/hr 27.40 26.1
ขึ้นลงเขา ความเร็ว 50-80 km/hr 26.58 24.1
ความเร็วค่อนข้างสูง 23.3 21.5
ฝนตกความเร็วต่ำที่เกียร์สูง 23 21

รถคำนวนให้ ? ใช่ครับ R3 มีคำนวน Average เชื้อเพลิง พร้อม อัตราการสิ้นเปลืองขณะขับขี่ และ Trip 1, 2 ครบครัน

ทริปนี้ สำหรับคันผมรวมระยะทางทั้งหมด 770 km ใช้น้ำมันไป 31.6 ลิตร เฉลี่ยทั้งทริปอยู่ที่ 24.36 km/litre กับค่าน้ำมันที่ 910 บาทครับ บน gasohol 91 ชิวๆ

สรุป !!!  ขี่ช้าๆกันเหอะ 80-120 km/hr ประหยัด นั่งสบาย แถมหล่อ อีกต่างหาก

ข้อดี/ข้อเสีย

2015-05-17 18.44.41

มีมองค้อน แถมฉายแสงขู่ด้วย เอาสิ !!!!

กับพิกัด 320 cc ที่คอนโทรลได้ ในย่านความเร็วที่เหมาะสม น่าจะเหมาะกับมือใหม่ที่เริ่มต้นขี่ เพื่อขยับไปหา cc สูงๆ ต่อไปได้ดีเลยครับ เป็นรถเริ่มต้นที่ช่วยให้เราสามารถฝึกทักษะในการขับขี่ เก็บระยะทาง และประสบการณ์ไปใช้ต่อยอดได้อย่างดี

ทั้งนี้ก็ต้องมาพร้อมการเรียนการขับขี่อย่างถูกวิธีไปด้วย ถึงบางคนอาจจะขี่รถเล็กมาคล่องแล้วก็ตาม แต่กับ cc ที่มากขึ้น รวมถึงความเร็วใช้งานที่ทำได้ และความเร็วสูงสุด ที่ฉีกออกมาจากรถเล็กทั่วไป ทำให้ต้องใช้ทักษะที่มากขึ้นกว่าเดิมมากนะครับ

หลังจากขับขี่จบทริปกันเรียบร้อยก็มานั่งคุยกัน ได้ข้อสรุปมาเป็น ข้อดี ข้อเสีย ที่เราพอจะจับอาการกันออกมาได้พอสมควร กระนั้นเลย ขอยกมาเป็นข้อๆง่ายๆตามนี้นะครับ ส่วนเรื่องงานประกอบ รูปลักษณ์ต่างๆ อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยครับ

ข้อดี

  • ถึงจะวางตัวมาเป็น Sport แต่ YZF-R3 สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และเล่นกับรถได้ดี โดยยังคงความสบาย ในการขับขี่ได้ดีเลยทีเดียว ฝ่าการจราจรรถติดๆได้แบบสบาย ความร้อนจากการทำงานของรถเย็นๆ (ร้อนกว่ารถเล็ก แต่เย็นมากสำหรับรถใหญ่)
  • ช่วงล่างใช้กับถนนบ้านเราได้สบายๆ นุ่มนวล การตามติดของช่วงล่างทำได้ค่อนข้างดีสำหรับรถในคลาสนี้ การไต่ความเร็วขึ้นไปได้แบบเนียนๆ สมดุล และเสถียรภาพของรถที่ความเร็วสูงดีกว่าที่คาดไว้
  • มี ABS มาช่วยผู้ขับขี่ให้ไม่ต้องพะวงกับการเบรคกระทันหันมากเกินไป
  • การเร่งแรงๆ หรือใช้ความเร็วทำได้แบบสบายๆ แฮนด์ไม่ค่อยออกอาการสะท้านมือ แม้จะขี่ยาวๆ 2 ชม.​ต่อเนื่อง ก็ยังไม่มีอาการล้า หรือชาที่มือ
  • หน้าปัทม์ ให้มาครบครันเวอร์ ทั้งอัตราสิ้นเปลืองขณะขับขี่ และเฉลี่ย ไฟบอกเกียร์ Shift light เกจ์น้ำมัน รุ่นใหญ่ๆ มีเคืองเล็กน้อย !

ข้อเสีย

  • ยางติดรถที่ให้มา ใช้งานได้ทุกสภาพถนน แต่เมื่อต้องพลิกโค้งไวๆ ออกอาการดิ้นเบาๆ หรือแฉลบพอสมควร
  • ABS ที่มีมาให้ ทำงานไม่ค่อยละเอียด มีอาการล็อคเบาๆ และระยะจับห่าง ค่อนข้างดีดเท้าพอสมควร แต่การใช้งานทั่วไปก็โอเคดีครับ
  • เบรคหน้าเดิมๆ ค่อนข้างไหล ช่วงระยะรันอินต้องเผื่อระยะไว้เยอะๆหน่อยนะครับ แต่กับคันที่เข้าที่แล้วก็ดีขึ้น แต่ยังรู้สึกไหลนิดๆ เหมือนเดิม เหมือนระยะเกลี่ยน้ำหนักเบรคหน้ามันไม่คงที่แปลกๆ ออกแรงจิกช่วยนิดนึงเป็นดีครับ
  • เวลาขี่มายาวๆ แล้วจอดติดไฟแดง มีอาการเหมือนหาเกียร์ 1 ไม่เจอ ต้องขยับนิดนึง น่าจะเป็นที่เพิ่งรันอินด้วยครับ ถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่แล้วมาอัพเดตให้อีกที

สรุป

หลังจาก Yamaha หลับมานาน ..​นานมาก ..​ ในช่วง 1-2 ปีนี้ก็เปิดตัวรถใหม่มาหลากหลายรุ่นเลยทีเดียว ตั้งแต่ Tricity / Grand Filano / Exciter / YZF-R15 / YZF-R3 และกำลังจะมี Naked รหัส MT มาเพิ่มอีกไลน์

รถในคลาส 500cc+ ขึ้นไป ก็มี FZ-09 / MT-07 / Tmax 2015 / S. Tenere / Bolt R / R1M แถมกำลังจะมีมาเพิ่มในไทยอีก เอาเข้าไป

ถึงแม้ว่า YZF-R3 ถูกวางตัวมาเป็นสายพันธุ์ของ R-Series คือ สปอร์ตจ๋า มาเลย แต่เรียกได้ว่า Yamaha ทำออกมาได้ตรงสำหรับการขับขี่บนท้องถนนดี ท่านั่งแอบนั่งสบายกว่าที่คิดไว้เยอะ รวมถึงระยะการวางสัดส่วนของสวิงอาร์ม ต่อความยาวรวมของรถ ที่ยกมาจาก YZF-R1 ผสานกับขนาดตัวถังรถ มีส่วนช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสนุกกับการพลิกรถเข้าโค้งไปมาได้เป็นอย่างดี เอื้อให้ไหลเข้าโค้งได้สบายๆ

ช่วงล่างเหมาะกับการใช้งานบนถนนบ้านเราสุดๆ รถที่ดูบางๆ เล็กๆ การคอนโทรลรถทำได้ง่ายเบา แต่ยังคงเสถียรภาพที่ความเร็วสูงได้ดี

พื้นฐานของเครื่องยนต์ให้แรงบิดที่รอบสูง ตามนิสัยของ Sport แต่ยังคงความนุ่มนวลไว้ได้ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องรู้สึกกังวลในการเล่นกับรอบย่านต่างๆของรถว่ามันจะสั่นมากเกินไปรึเปล่า (เรียกได้ว่าลืมตัว)

สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน “ทุกคน” สุดยอดมากๆ

… ทริปต่อไป ไปไหนดี …

2015-05-16 10.13.05

Comments