Review : Yamaha Super Tenere XT1200Z กับการเดินทางจริงบน(แทบ)ทุกสภาพ

โดย / / 1,972 views

Cover

“The world is mine” หรือ ของรักของข้า ฮ่าๆๆๆ  

…​ไม่ใช่แระ “โลกนี้เป็นของเรา” !!!

คราวนี้มากับ  Yamaha Super Tenere XT1200Z ที่เรียกได้ว่าเป็น Touring Adventure ยักษ์ใหญ่ตัวพ่อของ Yamaha เลยทีเดียว (นี่ถ้ามาคู่กับ Yamaha FJR 1300 นี่คง..​อลังการ !) บนการเดินทางจริง ขับขี่จริง ลุยจริงแทบทุกสภาพอากาศ และแทบทุกสภาพถนนกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบนถนนหลักเดินทางยืนพื้นยาวๆ ทางโค้งสลับฮุคซ้าย-ขวา อัปเปอร์คัตขึ้น-ลง เขา ทั้งฝนตกอย่างหนัก ตามด้วยแดดอย่างแรง แม้กระทั่งทางลูกรัง ฝ่าโคลนเละเปียกๆ กับฟ้าหลังฝนพรำ(พรำซะนอนแทบไม่หลับ จะตกไปไหนนนนน)

โดย Super Tenere คันนี้เป็นตัวปีเก่านะครับ 2012 สำหรับตัวใหม่ในปี 2015 มีการปรับเปลี่ยนไปพอสมควรไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนักบางส่วนลง และเพิ่มระบบ Cruise control เปลี่ยนหน้าจอแสดงผลแบบเข็มธรรมดา เป็น Dashboard อย่างเท่ห์ !!!! กระนั้นเลยเรามาลองอารมณ์ขับขี่ บนการเดินทางจริงเป็นหลักกันดีกว่า

โดยในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทาง Yamaha Riders Club ที่ให้เกียรติพวกเราได้ทำการทดสอบขับขี่จริงบนเส้นทางจริง แบบพี่อยากไปไหนพี่เอาไปเลย (เอ่อ … เอาจริงเรอะ แหม่มั่นใจจริงนะว่ารถไปไหนก็ได้ แต่ผมนี่สิเสียวนะครับพี่)

แผนที่ในการเดินทางครั้งนี้ ตามนี้เลยครับ ระยะทางรวมๆ ประมาณ 550 km พร้อมแล้วลุยส์! จริงๆก็แค่ว่าจะไปกาญจนบุรี ไปถึงแยกแก่งเสี้ยนก็มาหาทางไปต่อ หาที่พักกันวันนั้นเลย ไหนๆก็ไหนๆ เอาให้ตรงตามสโลแกนรถซะหน่อย

map

สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เราจะมุ่งหน้าไปยัง กาญจนบุรี(อีกแล้ว) โดยในวันแรกเราจะ

  • กทม. มุ่งหน้าไปยัง กาญจนบุรีโดยใช้เส้นทาง บางเลนกำแพงแสน สำหรับการทดลองขับขี่บนถนนหลักยืนพื้นยาวๆ
  • จากนั้นไปทางแก่งเสี้ยน แยกขึ้นเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามแพขนานยนต์
  • มุ่งหน้าขึ้นไปทางอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ก่อนจะพักค้างคืนก่อน 1 คืน

วันที่สองวันนี้เราจะจัด !

  • โดยข้ามแพขนานยนต์เหนือเขื่อน มุ่งหน้าไปยังน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลังจากฝนตก ลูกรังเพียบ ! แอ่งโคลนเพียบ! หินคลุกลอยๆบ้างนิดหน่อย
  • เส้นทางที่เราเล็งกันไว้คือ วิ่งขึ้นไปทางทองผาภูมิ แต่ฝนเริ่มลงเม็ดเยอะขึ้นเรื่อยๆ และรถอีกคันที่ขี่ไปทดสอบด้วยกันไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะลุยทางโคลนขนาดนั้น เลยเปลี่ยนใจไปทางราบมุ่งหน้ากลับขึ้นสันเขื่อน ก่อนจะเดินทางกลับกทม. แทน (คราวหน้าจะมาซ้ำเส้นนี้ให้ได้ ชิ )

เพื่อความกระชับ ขอแบ่งหัวข้อในการ review ในคราวนี้ไว้ดังนี้ ไม่ขอเน้นรูปลักษณ์มากนะครับ ตัวปี 2015 สีจี๊ดกว่าเยอะเลย

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. นิสัยรถ / เครื่องยนต์
  5. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ (ถนนหลักยืนพื้น , ทางโค้งขึ้นลงเขา , ทางลูกรัง , ทางโคลน , ฝนตกแดดออก หิมะตก พายุเข้า ..​เวอร์ไป !!)
  6. การเบรค
  7. ข้อดี/ข้อเสียต่างๆ
  8. อัตราสิ้นเปลือง
  9. น่าจะเหมาะกับ
  10. สรุป

พร้อมแล้วก็มาเลยครับ

IMG_6834

รูปลักษณ์ทั่วไป#1

2015-07-31

ไล่เรียงกันไป

  • ปะกับไฟทางซ้าย ไฟสูง-ต่ำ ไฟลี้ยว แตร จบ …​เดี๋ยว สำหรับตัว 2015 จะมีเพิ่มปะกับควบคุม Cruise Control เข้ามาด้วยนะครับ
  • พัดลม &หม้อน้ำ โดยสำหรับ Super Tenere จะวางตำแหน่งไว้ทางด้านซ้ายของรถ อยู่แถวๆถังน้ำมัน เพื่อการลุยได้เรียกว่าแทบมิดเบาะเลยครับ
  • เบาะที่เปิดจากการไขกุญแจจะเป็นเบาะผู้ขับขี่นะครับ เบาะคนซ้อนต้องขันออก โดยจะมีแป้นยางรองเบาะที่สามารถดึงออกมา และปรับตำแหน่งเพื่อให้เบาะต่ำลงได้อีก (แต่ผมจะไม่ปรับ ผมจะบัลเล่ต์กัน ^^)

รูปลักษณ์ทั่วไป#2

2015-07-311

มาฝั่งขวากันบ้าง

  • โช๊คหลังปรับระดับได้ครบๆ Preload / Rebound พร้อมสเกลบอกระดับว่าทางไหนแข็ง-อ่อน
  • ปลั๊กจุดบุหรี่สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่างๆกับรถ
  • ปะกับไฟทางด้านขวา มีสวิทช์ Off-run สวิทช์สำหรับสลับโหมด Sport / Touring
  • พักเท้าคันนี้ ถอดยางรองออกแล้วนะครับ โดยพักเท้าสำหรับ Super Tenere จะสามารถถอดยางรองออก แล้วจะกลายเป็นพักเท้าหนามเพื่อการยึดเกาะเวลาเราลุยน้ำ โคลน ต่างๆได้ดีกว่าแบบยาง

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

เครื่องยนต์ สูบคู่ทรงพลังโตๆ ระบายความร้อนด้วยไอน้ำ ทำงานแบบ 4 จังหวะ 2 ลูกสูบ DOHC พร้อมหัวเทียน 2 หัวต่อ 1 ลูกสูบ องศาจุดระเบิด 270 องศา
ความจุกระบอกสูบ 1199 cc
ช่วงชัก 98.9 x 79.5mm
อัตราส่วนกำลังอัด 11.0:1
แรงม้าสูงสุด 108.5 hp @7250 rpm
แรงบิดสูงสุด 114.1 Nm @6000 rpm
ระบบส่งกำลัง (คลัทช์) แบบหลายแผ่นปะกบแช่อิ่มในน้ำมันเช่นเคย
ระบบเกียร์ 6 เกียร์​ ส่งกำลังด้วยเพลา เพื่อความเนียนนุ่ม
โช็ค หน้าเป็นแบบ Telescopic ขนาด 43mm พร้อมปรับเต็ม ! ทั้ง preload / compression / damping มากับระยะยุบที่ 190.5 mm เลยทีเดียว
หลังเป็นแบบ monoshock ปรับ preload/rebound/damping ระยะยุบที่ 190.5mm
ระบบเบรค เบรคหน้า แบบ Dual ขนาด 310 mm พร้อม ABS และ UBS (unified brake system)
เบรคหลัง แบบ Single ขนาด 282 mm
พร้อม ABS ทำงานแยกอิสระหน้าหลัง
Traction Control มี ปรับระดับที่หน้าปัทม์ได้ 2 ระดับ หรือ ปิดการทำงานของ Traction Control โดยกดค้างไว้ประมาณ 3 วิ
ยาง หน้าขนาด 110/80R19M/C 59Vหลังขนาด 150/70R17M/C 69V
ความสูงเบาะ !!! 845.82 – 871.2 mm
น้ำหนักรถรวมน้ำมัน และของเหลว 260 kgบวกกล่อง 3 ใบอีกราวๆ 10kg
ความจุถังน้ำมัน 23 ลิตร

 

สัดส่วนคน และรถ

IMG_7154

เช่นเคยกับความสูงคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง (แหม่) ที่ 163 cm / 65 kg มาขี่รถคันขนาดนี้ เขยิบเลยครับ เขยิบก้นให้สุด แล้วลงเท้าให้เต็มข้างในข้างนึงนะครับ รถน้ำหนักค่อนข้างมาก ถ้าใช้แค่ปลายเท้าจะเซเอา น้ำหนักรถขนาดนี้ แค่ล้มแปะก็เจ็บหนักได้นะครับ (ถึงได้ใส่กล่องไว้ช่วยแหะๆ)

 

IMG_7093

สำหรับที่สัดส่วนสูง 180 cm / 80 kg ลงได้เต็มเท้าสองข้างสบายๆ เลยครับ …… ตานี่เต็มเท้าทุกคัน ชิ !!!!!

นิสัยรถ / เครื่องยนต์

IMG_7029

กับพื้นฐานของเครื่องยนต์ 2 สูบที่มีองศาจุดระเบิดที่ 270 องศา เสียงอาจจะรู้สึกแปลกๆ เสียงเครื่องเดินไม่สม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้เพื่อให้สามารถส่งกำลัง (แรงบิด) ของรถออกมาให้ได้ไวที่สุดตั้งแต่รอบเดินเบา ทอร์คที่ส่งออกมาจากเครื่องยนต์เรียกได้ว่าพอเพียงมาก ที่จะตะกุยเส้นทางไปได้ทุกที่แบบสบายๆ ส่งกำลังออกมาด้วยเพลา ยิ่งทำให้การเดินคันเร่งรอบต่ำเนียนและต่อเนื่องมากขึ้น ทางลำบากๆ ปล่อยคลัชยาวๆ แทบไม่ต้องเติมคันเร่งก็สามารถดันตัวเองให้ไหลผ่านเส้นทางไปได้แบบสบายๆ กันเลยทีเดียว เรียกว่าฟินมากกก

สำหรับพี่ยักษ์ Super Tenere มากับ YCC-T ( Yamaha Chip Controlled Throttle) หรือคันเร่งไฟฟ้านั่นเอง ทำออกมาได้ถือว่าดีเลยทีเดียว การจัดการกำลังของรถตามโหมดต่างๆ ทำได้ราบเรียบดี ในโหมด Touring ขี่ได้แบบสบายๆ นุ่มนวลไปตามจังหวะของเกียร์ได้ต่อเนื่องลื่นไหล สำหรับโหมด Sport ตรงตัวเลยครับ จี๊ดดดด !!! เปิดเป็นพุ่ง ยกเป็นหยุด และสามารถปรับได้ทันทีที่ต้องการ เพียงยกคันเร่งแล้วกด mode ตรงปะกับด้านขวานิดเดียว

จังหวะการเร่ง และต่อเกียร์ทำได้ต่อเนื่อง และนุ่มนวลดีมาก คนซ้อนถึงกับฟินกันไปทีเดียว Engine brake หรือแรงฉุดที่ได้จากเครื่องยนต์ ให้กำลังได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีอาการกระชากที่จะรู้สึกได้บนรถที่ใช้โซ่ขับเคลื่อน

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การขับขี่บนถนนหลักเดินทางยืนพื้น
GOPR0791

การเดินทางยาวๆ บนถนนหลัก หรือลักษณะการเดินทางบน Highway ต่างๆ ด้วยท่านั่งที่หลังตรง ตำแหน่งขาเหยียดได้เล็กน้อย (เทียบกับรถแบบถนนทั่วไป) และการวางตำแหน่งแขนที่กว้าง และต่ำกว่าไหล่เล็กน้อย ทำให้สามารถนั่งได้อย่างสบาย …​ สบายมาก

กำลังของเครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 1200 cc ผสานกับการส่งกำลังแบบเพลา ทำให้ทอร์คมหาศาลที่ส่งออกมาตั้งแต่รอบต่ำ ไหลต่อเนื่องไปตลอดช่วงรอบกลาง ถึงสูง สามารถส่งออกมาได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับโหมด touring ให้ความรู้สึกที่นุ่มเนียน ไหลไปตามการจราจรได้เป็นอย่างดี หรือถ้าจังหวะไหนที่ต้องการความสนุกมากขึ้น หรือต้องเร่งให้ขาด หรือต้องการแรงจากเครื่องยนต์มากขึ้น เช่นการเดินทางขึ้นลงเขา สามารถปรับไปโหมด sport ได้ทันที จากยักษ์ใหญ่นุ่มนวลสุภาพ จะจำแลงแปลงกายเป็นหนุ่มน้อยฉุนเฉียว พร้อมจะทะยานพุ่งออกไปได้ทันที

การเดินทางในความเร็วยืนพื้น 100-120 สลับเร่งแซงบ้างบางจังหวะ ทำได้ดีมาก การจัดการลมของรถทำได้ดีมาก (ผมว่าดีเกินไปเลยทีเดียว) ชิวบังลมหน้า ผสานกับแถบรีดลมด้านล่าง และการ์ดแฮนด์ จัดการลมให้พ้นตัวผู้ขับขี่ได้หมด จนบางครั้งต้องยืนบ้างเพื่อขอรับลมบ้างสักนิดหล่ะกัน

ชิวบังลมหน้าจะกรีดลมขึ้นเข้ามาปะทะช่วงบนของหมวกพอดีสำหรับสัดส่วน 163 cm หัวอาจจะออกการส่ายเล็กน้อยถ้าความเร็วสูงขึ้น แต่แค่ก้มนิดเดียวก็พ้นแล้วครับ สำหรับสัดส่วน 180 cm ลมเข้าหมวกเต็มๆ ทำให้หมวกสามารถจัดการลมได้ตามหน้าที่ของมัน หน้านิ่งกว่าพอสมควรเลย (อิจฉาอีกแระ สูงๆเนี่ย ชิ)

การขับขี่ในสภาพต่างๆ # ทางโค้งขึ้นลงเขา

2015-08-10_11h59_48

บอกตรงๆว่าตอนแรก ที่ขี่ยังคิดว่าจะไหวมั้ยน้า ตัวเราก็แค่นี้รถนี่แทบจะสูงกว่าอีก แล้วทางที่จะไปนี่มีเส้นโค้งพับไปมาพอสมควร T-T

แต่พอได้ขี่สักครู่เท่านั้นแหล่ะครับ …​ถึงแม้ว่า Super Tenere จะดูใหญ่ ดูหนัก เทอะทะ แต่การพลิกโค้งไปมาสลับซ้ายขวาต่างๆ ทำได้ง่ายมาก เป็นรถประเภท Touring Adventure ที่พลิกได้ไวจนน่าแปลกใจพอสมควรเลยทีเดียว ตำแหน่งของผู้ขับขี่ที่ค่อนข้างสูง ท่านั่งที่ค่อนข้างตรงทำให้ทัศนวิสัยดีมาก มองได้ไกล บาล๊านซ์ของรถดีจนน่าแปลกใจ

กำลังของเครื่อง 2 สูบโต ขนาด 1200 cc ยิ่งเอื้อให้ส่งออกโค้งได้คล่องตัว ผสานกับเพลาขับที่ทำได้เนียนตลอดย่านรอบของเครื่องยนต์ ยกคันเร่งนิดพับรถ เติมออกโค้งได้แบบฟินๆ ~  โดยไม่มีอาการกระชากหรือต่อกำลังสดุด แบบที่เจอบนรถที่ทำงานในรอบสูงให้รู้สึกได้

เรียกได้ว่าถ้าผู้ขับขี่มีทักษะที่ดี ต่อให้สปอร์ตก็สปอร์ตเถอะ โค้งตามเขานี่ ตามพี่เร่ให้ทันหล่ะกันครัช !!!

ปล. การขับขี่ ผู้ขับขี่ทั้งสองคันมีการให้สัญญาณกันก่อนแซงขึ้นในโค้งนะครับ การเดินทางปกติเราไม่ควรแซงกันในขบวน หรือในโค้ง

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #ทางลูกรัง ทางโคลน

IMG_7099

และแล้ว ..​ในที่สุด …​ ก็ …​ก็ ….​(ซักทีสิฟร่ะ !)

จนเราได้พบกับทางที่เรียกว่าเข้ากั๊นนนน เข้ากัน กับ Super Tenere ซักที

การเดินทางที่เราวางแผนไว้ล่วงหน้าเรามักจะแพลนเส้นทางบนถนนหลัก ทางคอนกรีต หรือลาดยาง สำหรับรถทางเรียบทั่วไป แต่สำหรับการเดินทางแบบที่ไม่ได้แพลนล่วงหน้า ความสนุกของ Super Tenere คือตรงนี้แหล่ะครับ

ไม่ว่าเส้นทางจะเป็นแบบไหนก็พร้อมที่จะพาผู้ขับขี่ไปได้ทุกที่ที่ต้องการ เรียกว่าสร้าง และเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ที่เหลืออยู่ที่คนหล่ะว่าใจรึเปล่า ที่จะพาไปเลอะ ไปลุย ไปฝ่า เพื่อสนุกกับเส้นทางที่ยังไม่เคยไป หรือทางที่ปกติเราคงไม่ไปกัน เพื่อไปหาเป้าหมายต่างๆ

(ช่วงนี้จะเวิ้นเว้อซักเล็กน้อย ออกแนวเพ้อเล็กๆ ^^)

Super Tenere มากับโช็คหน้า-หลัง ขนาดใหญ่ยาว ให้ระยะยุบสูงถึง 190.5 mm พร้อมด้วยล้อแบบซี่ลวด กับยาง Tubeless !!!! (ไม่มียางใน) องค์ประกอบอย่างละเล็ก อย่างละน้อย ที่ช่วยซับแรงกระแทกจากหิน กรวด หลุม บ่อ ต่างๆ ได้อย่างดี แม้จะขี่ในท่านั่งก็ตาม ยิ่งถ้าขี่ท่ายืนด้วยนะ ลอยไปเลยครับ เนียนๆเลยทีเดียว (รถอีกคันที่ร่วมทางกันไป หัวสั่นหัวคลอนกันไป)

mode ในการขับขี่เลือกได้ตามต้องการ แต่เท่าที่ทดลองดูโหมด Touring น่าจะเหมาะสมมากกว่า ด้วยกำลังที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลกว่า ช่วยให้เราไม่ต้องพะวงกับน้ำหนักคันเร่งมากเกินไป เติมได้เรื่อยๆ ยกได้เนียนๆ

สำหรับ mode sport ในการขับขี่แบบนี้ ให้คุ้นรถ และฝึกฝนจนชำนาญซักนิดนะครับ เพราะถ้าเปิดคันเร่งไม่ละเอียด หรือยกคันเร่งเร็วเกินไป …​สไลด์เลยครับ ยาวไป แต่ถ้าทำได้เมื่อไหร่ …​บอกเลยว่าสนุกมาก
จากปกติที่เราชินกับทางเรียบที่มั่นคง พอมาอยู่บนทางลูกรัง หรือดินโคลนที่ไม่มั่นคง การเปิดออกให้ปัดนิดๆ มันช่างน่าหฤหรรษ์ยิ่งนัก !! (และเสียวแท้)

การเบรค

GOPR0749

ถึงกับแยกออกมาเป็นอีกหัวข้อเลย กับระบบเบรคบน Super Tenere !!!

Super Tenere มาพร้อมกับ ABS อิสระหน้าหลัง และ UBS (Unified brake system) สำหรับเพื่อนๆที่ขี่ถนนทางเรียบมา ต้องปรับตัวนะครับ บนทางเรียบเราสามารถคุมน้ำหนักของเบรคหน้า และหลังได้ตามต้องการ สั่งให้หยุด หรือชะลอได้ตามใจ Super Tenere ก็ทำได้ไม่ต่างกันสำหรับทางเรียบ

แต่บนทางลูกรัง ดิน โคลนทรายต่างๆ นี่คือที่ UBS เข้ามาช่วยครับ โดยจะทำงานเมื่อ

  • หากทำการบีบเบรคหน้าอย่างเดียว ubs จะช่วยจับเบรคหลังให้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดอาการหน้าพับบนทางลื่นๆ ถึงแม้จะมี abs แต่ถ้าเรากดน้ำหนักที่ล้อหน้า ล้อหน้าจะดื้อทำให้เราบังคับล้อที่กำลังจะพลิกไม่ไหวนะครับ
  • ถ้าเราเบรคหลังก่อน ubs จะตัดการทำงาน ไม่จับเบรคหน้าให้ สำหรับบางสถานการณ์ที่เราต้องการคุมเบรคหลังชะลออย่างเดียว

การขับขี่ทางลูกรัง เราต้องปรับสมดุลของร่างกายไปตามสภาพต่างๆ และให้ล้อหน้าสามารถหักซ้ายขวา ได้อย่างคล่องตัวตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือล้อจะปีนหินพลิกเมื่อไหร่ ถ้าเกิดพลิกขึ้น ท่าในการขับขี่ จะช่วยให้เรายื้อรถขึ้นมาได้ครับ

ถึงแม้ปกติในการขับขี่ปั่นล้อผ่านโคลน เรามักจะปิด Traction เพื่อให้ล้อส่งกำลังอย่างต่อเนื่อง แต่บน Super Tenere เปิดได้เลยครับ traction ที่มีมา ยอมให้ล้อปั่นฟรีได้ทีละนิดก่อนตัดลง และปล่อยให้ฟรีใหม่ได้อีก เพื่อให้เราสามารถเปิดคันเร่งผ่านอุปสรรคได้ โดยไม่มีอาการขาดหายของกำลัง
แต่ถ้าลุยน้ำสูง บนทางที่เป็นหินกรวด ปิดก็สบายใจดีนะเอ้อ ^^

การปิด Traction Control ทำโดย กดปุ่ม TCS ค้างไว้ประมาณ 3 วินะครับ และหากปิดกุญแจ แล้วเปิดใหม่ รถจะกลับไปอยู่ที่ Mode 1 โดยอัตโนมัติ

ข้อดี / ข้อเสียต่างๆ

IMG_7056

ข้อดี

  • ไปได้ทุกที่ ที่มีทาง หรือจะไม่มีก็ไปได้นะนั่น คือองค์ประกอบทุกอย่างของ Super Tenere ทำได้ตามสโลแกนเลยทีเดียวกับ The world is mine ขอแค่อยากไป Super Tenere พร้อมจะพาไปได้ทันทีไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องแพลนอะไรมาก โยนของเข้ากล่อง โดดขึ้นรถ พร้อมจะลุยทันที
  • การส่งต่อกำลังด้วยเพลา ทำได้นุ่มเนียน และต่อเนื่องดี ยกคันเร่งเร็วๆ แรงๆ ไม่ออกอาการสะอึก หรือกระชาก ที่พบได้บนโซ่
  • Mode Sport / Touring แตกต่างกันชัดเจน ให้กำลังที่ต่างกันอย่างสัมผัสได้ด้วยจิต !! (ไม่ใช่แระ)
  • เบาะนั่งค่อนข้างต่ำพอสมควรสำหรับเบาะ low seat ที่ติดมากับรถคันนี้ ที่สำคัญ ยังปรับลงได้อีกนะครับนั่น (แต่ผมไม่ได้ปรับเพราะรู้สึกว่าขี่สูงๆ หน่อยมันสนุกดี ^^)
  • การคอนโทรลรถเวลาสไลด์บนโคลนต่างๆ ทำได้ง่ายผิดคาด น่าจะด้วยตำแหน่งของแฮนด์ที่กว้าง ช่วยให้เราใช้แรงในการดันรถไปมาได้เป็นอย่างดี
  • ให้ล้อซี่ Tubeless !!! เป็นปลื้ม ล้อซี่ช่วยซับแรงได้ดี ผสมกับยาง Tubeless ที่ทำให้ถ้าเราเดินทางยาวๆ ตะปูตำ หรือรั่ว สามารถซ่อมปะแทงไหมได้ ไม่เหมือนแบบมียางในที่อาจจะต้องพกยางสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน
  • บำรุงรักษาหล่ะ จากการสอบถามผู้ใช้จริง แทบไม่ต่างจาก คันอื่นๆของ Yamaha เลยครับ

ข้อเสีย

  • น้ำหนักรถที่ค่อนข้างเยอะ 260 kg ยิ่งบวกสัมภาระสำหรับ 3 คน อุปกรณ์เซอร์วิส และเครื่องดื่ม ถ่วงให้เต็มรวมน้ำหนักกล่อง 3 ใบ รวมได้ประมาณ 20 kg นี่ ต้องหาที่จอดดีๆเลยครับ ถ้าจอดบนโคลนมีจมโคลน หรือจอดบนพื้นไม่มั่นคงมีเซได้เหมือนกันนะครับ ต้องระวังตรงที่จอดเนี่ยแหล่ะ แต่บนการขับขี่ทั่วไปสบายครับ แทบไม่รู้สึกว่ารถหนักเลย
  • ศูนย์ถ่วงของรถ รู้สึกค่อนข้างสูง ทำให้เวลายกรถขึ้นค่อนข้างหนักนิดหน่อย (สำหรับสัดส่วนผมที่ 163cm นะครับ ถ้า 170cm+ ก็ไม่ลำบากอะไร) อาศัยเทคนิคขย่มโช็คหน้านิดนึงก็ขึ้นได้แล้ว
  • เครื่องยนต์ 2 สูบขนาดโต ที่ให้ทอร์คได้ต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีการวางตำแหน่งของเครื่อง และมีบาลานเซอร์ช่วยระดับนึง แต่ในการเดินใช้งานทีย่านรอบสูงๆ จะมีอาการสั่นเบาๆ ขึ้นมาที่แฮนด์ ถ้าขี่นานๆ บนรอบสูงๆ อาจจะล้ามือ หรือชาได้นิดหน่อยนะครับ อย่าขี่เร็วเกินจำเป็นกันเลย มาชมบรรยากาศกันดีกว่า

หมายเหตุ สำหรับสัดส่วนที่ 180 cm ขึ้นไป ยกแฮนด์เสริมให้สูงขึ้นสักนิดจะช่วยให้ท่ายืนขี่กระชับขึ้นนะครับ น่าจะโยกตัวหน้าหลัง ซ้ายขวา ได้ดีขึ้น

อัตราสิ้นเปลือง

วัดโดยคำนวณเองนะครับ จากน้ำมันที่เติมเข้าไป กับระยะทางที่วิ่งได้ โดยทำการวัดเฉลี่ย 3 ครั้ง แบบไม่สนใจเส้นทาง และสำหรับรถปี 2015 มีการปรับแต่งให้แรงบิดที่มากขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นไปอีก

ครั้งที่ ระยะทางที่วิ่งไป(km) น้ำมันที่เติมเข้า(litre) อัตราสิ้นเปลือง (km/litre)
1 129.6 km 7.24 litres 17.9 km/litre
2 258.5 km 16.17 litres 15.98 km/litre
3 292 km 17.22 litres 16.95 km/litrec

เฉลี่ยทั้ง 3 ถัง อยู่ที่ 16.9 km/litre ถ้าคิดว่า 1 ถังจุ 24 ลิตร ถังนึงก็วิ่งได้ 300 km แบบสบายๆ เลยทีเดียว เชื้อเพลิงที่ใช้ผสมกันมั่วครับทั้ง แก๊สโซฮอลล์ 91 / 95 เบนซิน 91 เอาให้ครบ

น่าจะเหมาะกับ

IMG_7164

เอาสิ ไม่มีทางก็จะไปอ่ะ ใครจะทำไม !!!

น่าจะเหมาะกับ

  • เดินทางระยะ กลาง ไกล ข้ามภูมิภาค ข้ามประเทศ อยากไปไหนหล่ะครับ โดดขึ้นแล้วไปได้เลย
  • ผู้ขับขี่ที่มีพื้นฐานในการขับขี่แบบ Enduro หรือ Motocross หรือ Motard อยู่แล้ว
  • สำหรับผู้ขับขี่ที่มีพื้นฐานทางเรียบ ปรับตัวใหม่พอสมควร เพราะบนการเดินทางเส้นทางใหม่แบบนี้ ถนนไม่มั่นคงแบบทางเรียบปกติ แรกๆอาจจะเหวอได้ เรียนเลยครับ เริ่มมีเป็นทางการขึ้นมามากแล้วสำหรับการขับขี่แบบ Enduro

 

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • มือใหม่ .. ไม่แนะนำครับ ถึงจะแค่ล้มแปะเบาๆ แต่ถ้าสติกระเจิง หรือโดดหนีไม่ทัน ด้วยน้ำหนักของรถถ้าทับขาตรงๆ อาจจะต้องพักนานเลยทีเดียว
  • ชอบความเร็ว … ต้องบอกว่าถึง Super Tenere จะทำได้ดี ยิ่งใน Mode sport ยิ่งสนุกเลยทีเดียว แต่โดยพื้นฐานของรถ ไม่ใช่รถทำความเร็ว การเบรครุนแรง บนทางเรียบ ทำได้ไม่เท่ารถทางเรียบนะครับ ขี่แบบใจเย็นๆ ดีกว่า
  • ขาลุย เข้าป่า ปีนหิน ตะกุยลำธาร ข้ามห้วย ไม่ใช่ว่ารถทำไม่ได้ ทำได้ครับ ทำได้ดีมากเลย แต่ส่วนตัวผมมองว่า Super Tenere หนัก และใหญ่เกินไป ถ้าจะเอาไปลุยขนาดนั้น คนจะเหนื่อยเกินความจำเป็นไป เราไปเที่ยวสนุกๆ ถ้าไปแล้วเหนื่อยจัดๆ จะล้าเอาสำหรับวันรุ่งขึ้น

สรุป

IMG_7082

บนรถทางเรียบสำหรับท่องเที่ยวดีๆสักคันนึง เราอาจจะรู้สึกฟินไปกับการเดินทางยังจุดหมายที่เราวางแพลนไว้ล่วงหน้า สนุกไปกับการเดินทางยังที่ต่างๆ

แต่กับ Super Tenere จะเป็นอีกโลกนึงนั่นคือ โลกที่เราไม่ต้องแพลน ไม่ต้องคาดเดาว่าสถานการณ์ สภาพเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องมาคิดว่ารถเราจะไปได้มั้ย ขอแค่โยนสัมภาระเข้าไป โดดขึ้นรถแล้วไปเลย ฟินไปกับเส้นทางต่างๆ ที่เราจะได้เจอได้ทันที

พื้นฐานไม่ใช่รถที่เกิดมาเพื่อทำความเร็ว ขี่เดินทางสบายๆ 100-120 km/hr กำลังดีเลยครับ(แต่เร่งแซงได้ทันทีเลยเหมือนกันนะ หึหึ) จะลุยก็ลุยได้ แต่ออกจะหนักไปสักนิด ทำให้รู้สึกว่า ไม่เลิศในทางใดทางนึงซักอย่าง

… แต่จัดได้ว่าเป็นรถเอนกประสงค์ ที่ตอบสนองได้ ในทุกสถานการณ์เป็นอย่างดี…

ระบบเบรค ที่ให้มากับจานเบรคหน้าขนาดใหญ่ที่ 310 mm ช่วยให้สั่งรถที่น้ำหนักขนาดนี้ได้ผสานกับ ABS อิสระ และUBS ที่ช่วยกระจายแรงเบรคเวลาเราเบรคหน้า ทำให้เราไม่ต้องพะวงกับสภาพถนนมากเกินไป สนใจในการขับขี่เป็นหลักได้เลย

พื้นฐานช่วงล่างมาเป็นอเนกประสงค์อีกแล้ว คือ ทางเรียบก็ดี ทางลูกรังก็ดี ทางโคลน กรวด ทราย ก็ดี คือไปได้หมดทุกทาง ถ้าจะให้ดีกว่านี้อีก ปรับตั้งโช็คสักนิดตามสภาพทางจะฟินเข้าไปอีก แต่ในการทดสอบนี้เราขอให้ปรับตั้งแบบแสตนดาร์ด จากศูนย์มาเลยครับ

จากที่ผู้ขับขี่ทั้งสองเอง มาจากทางเรียบก็จริง อาจจะยังไม่มีทักษะทางฝุ่นมากเท่าเพื่อนๆหลายๆคน (แต่ก็ผ่านการเรียน และฝึกฝนอย่างเป็นขั้นตอนมาก่อนนะครับ ก่อนที่จะมามีโอกาสได้ควบพี่ใหญ่คันนี้) ก็ยังสามารถพาไปได้ทุกที่ที่ต้องการ ขอแค่ใจอยากจะไป ไม่ต้องวางแผนล่วงหน้าอะไรมากมาย ไปได้เลยเป็นอีกโลกนึงของการเดินทางที่ทำให้เราสนุกไปบนเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างมากเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง Yamaha Riders Club งามๆ อีกครั้งนะครับที่ให้เกียรติกับทางพวกเราได้ขับขี่Super Tenere คันนี้ออกเดินทางจริงๆ แบบที่บอกว่า พี่อยากไปไหน พี่ขี่ไปเลย … ขอบคุณครับ

หนทางยาวไกล พอเจอธรรมชาติงามๆ มันก็ฟินแท้ ….
(ทางดีๆมีไม่มา แหม่ ขี่อ้อมซะ)

IMG_7168 IMG_7271

Comments