Review : TRIUMPH TIGER 800 XRx กับการเดินทางที่ต้องกล่าวถึง

โดย / / 3,945 views

Tiger 800 XRx

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง บริทไบค์ ที่ยื่นกุญแจของ Triumph Tiger 800 XRx ให้เราได้ออกไปเดินทางบนถนนจริง เส้นทางการเดินทางจริง กับการจราจรจริง กับคนจริง กับรถจริง ! (ไม่ใช่หล่ะ) บน Tiger 800 XRx คันนี้ ที่จัดได้ว่าเป็นรถกึ่ง Adventure ที่เน้นไปบนการเดินทางบนทางเรียบคันนึง

หลังจากที่ Triumph ได้สร้างกระแสฮือฮา ในบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยกับการปรับโครงสร้างของภาษี ซึ่งทำให้ราคาของรถ ลดลงมาแบบ ‘ทิ้งดิ่ง’ ที่ทำเอาหลายๆคนที่อาจจะเล็งรุ่นอื่นๆไว้มีเขว และเซกันไปพอสมควรเลยทีเดียว เซขนาดที่ทำให้ น้องเล็ก Street Triple กระชากยอดขายถล่มถลายไปเมื่อไม่นานมานี้

นอกจากนั้น จะเรียกว่า ฟ้าฝนเป็นใจ ต้อนรับกันทันทีเลยก็ว่าได้ เพราะทันทีที่รับ Tiger 800 XRx ออกมาได้ไม่ไกลจากศูนย์เท่าไหร่ ก็พบกับฝนกระหน่ำซัดอย่างหนัก พร้อมลมแรงๆ กรรโชกหมวกไปมา พร้อมด่านการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพในวันฝนตกยามเย็น (กรี๊ดดดดด ….​)

แต่เดี๋ยวๆ แล้วมันจะสนุกอะไรกันกับ Tiger 800 XRx คันนี้ ถ้าเราจอดรอหน้าเซ็งจนฝนหยุด กระนั้นเลยลุยโลดครับ ฝนตกหนักเรอะ เฉยๆ(ทำปากเบะ) น้ำท่วมก็ไม่หวั่น จะรถติดก็ไหลไปเรื่อยๆ ก่อนจะกลับมาในสภาพชุ่มโชก พร้อมเอะใจ เมื่อกี้ทำอะไรลงไป !!! แล้วก็มานั่งล้างเป่าแห้ง รองเท้า ชุด พร้อมถุงมือที่เปียกปอน … แย่หล่ะ ลืมตัว T-T …

หลังจากเพ้อไปแป๊ปนึง กลับมาๆ ครั้งนี้ เราจะ ไป ไป ไป ยัง อ.สังขละบุรี ที่ขอสารภาพว่า ยังไม่เคยมีโอกาสได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเลย ล่าสุดก็หลายปีที่ผ่านมาบนรถยนต์ โดยเส้นทางที่เลือกไว้ ก็เพื่อจะได้พา Tiger 800 XRx พร้อม Cruise Control ไปวิ่งออกกำลังเหยาะๆยาวๆ บนเส้นทางหลัก และพาไปขึ้นลงสลับทางเขาเล็กน้อยให้ได้ออกกำลังกับ 3 สูบเรียง พร้อมวิ่งออกนอกลู่นอกทาง หลงไปลูกรังบ้างนิดหน่อย กับช่วงล่างเดิมๆ พร้อมแล้วลุยกันเลย !

เพื่อความกระชับ และครบถ้วนในรายละเอียด ขอแบ่งหัวข้อตามนี้เลยครับ

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. นิสัยรถ / เครื่องยนต์
  5. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ (ถนนหลักยืนพื้น , ทางโค้งขึ้นลงเขา , เส้นทางกึ่งออฟโรด)
  6. อัตราสิ้นเปลือง
  7. แถม!
  8. ข้อดี/ข้อเสียต่างๆ
  9. น่าจะเหมาะกับ
  10. สรุปรวมๆ

 

รูปลักษณ์ทั่วไป#1

Tiger 800 XRx appearance 1

ไล่เรียงตามรูปกันไป

  • [บน] กับมุมมองไฟท้าย ที่ดูแปลกตาสวยดี (แล้วแต่คนชอบ) เวลาขับขี่จะเป็นไฟสองขีดคู่กัน พร้อมรูกุญแจเพื่อปลดเบาะที่วางไว้ใต้ไฟท้าย (ผมนี่เดินวนหารอบรถเลย สมน้ำหน้าตอนอธิบายรถไม่ตั้งใจเรียน!) ข้อดีที่วางไว้ตรงนี้ที่คิดได้อย่างนึงคือ เวลาเราติดกระเป๋าครบๆแล้ว ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ พาลจะหน้ามืด หารูเสียบ !!
  • [ล่างซ้าย] ปั๊มเบรคหลัง / หน้าจะเป็น Nissin นะครับ พร้อม ABS แยกอิสระ สวิงอาร์มตรงๆ ง่ายๆ
  • [ล่างขวา] พักเท้าหนาม พร้อมยางรอง โดยสามารถแกะออกมาได้เลยถ้าถึงคราวลุย (จากโรงงาน) !

 

รูปลักษณ์ทั่วไป#2

Tiger 800 XRx appearance 2

มาดูมุมมองของผู้ขับขี่กันบ้าง

  • [ซ้าย] ประกับไฟทางซ้ายมาครบครัน ทั้งสวิทช์ไฟ pass / สวิทช์ปรับไฟสูง-ต่ำ / ปุ่มเลือกเมนู / ปุ่มเข้าเมนู / ไฟเลี้ยว / แตร
  • [ขวา] มากับสวิทช์ off-run พร้อม cruise control
  • โดยมีการ์ดแฮนด์ ติดพร้อมมาให้ด้วยเลย (แต่ดูบางๆ ชอบกล)

หน้าปัทม์ของ Tiger 800 XRx มาแบบเรียบเนียนๆ ดูเป็นเข็มวัดรอบธรรมดาๆ …​ช้าก่อน เห็นแบบนี้ Menu เพียบครับ กดเล่นสักพักเลยทีเดียวกว่าเริ่มคุ้นเคย บอกแทบทุกอย่าง ทั้ง ไฟสัญญาณต่างๆ (TC / ABS / Cruise Control) ไฟบอกเกียร์ว่าง ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ยังๆ ยังไม่หมด กดเลือกเข้าไปดูข้อมูลการขับขี่ของ Trip 1-2 ได้อีก โดยจะบอกทั้ง ความเร็วเฉลี่ยตลอดการเดินทาง ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง ระยะทางที่เดินทางไปแล้ว ระยะทางที่วิ่งได้อีก นอกจากนั้นยังตั้งให้ไฟเลี้ยวสามารถดับได้เองอัตโนมัติ … สรุป …​ เยอะครับ

การปรับชิวบังลมของรถ ทำได้โดยลงไปหมุนแกนดำๆ ทั้งสองข้าง แล้วยกขึ้นลง พร้อมๆกัน เพื่อปรับระดับ แต่สำหรับการใช้งานผมว่าคงไม่ค่อยได้ปรับบ่อยนัก

ส่วนข้างๆรูกุญแจจะมีปลั๊กไฟที่สามารถเสียบกับอุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมอื่นๆได้ โดย Triumph Tiger 800 XRx จะให้ปลั๊กเสริม (ขนาดหัวเล็ก) มา 2 จุดด้วยกันนะครับ คือตรงข้างรูกุญแจ และบริเวณใต้เบาะผู้ขับขี่

 

รูปลักษณ์ทั่วไป #3

Tiger 800 XRx appearance 3

ว่าแล้วก็จับถอด !! จับเปลือย !! ชำแหละ !! ใต้เบาะมาดูกัน เพียงคว้ากุญแจมาเสียบ และบิดเบาๆ เบาะคนซ้อนก็ถอดออกได้ง่ายๆ ส่วนเบาะผู้ขับขี่ก็สไลด์ออกมาได้เลยทีเดียว เรียกว่า ถอดอย่างไว ใส่อย่างเร็ว !

  • [บน] เป็นใต้เบาะคนซ้อน พร้อมอุปกรณ์เซอร์วิสเบื้องต้น
  • [กลาง] ที่พำนักของพลังงานที่ซ่อนอยู่  (เว่อร์ ไปหล่ะ แบตเตอรี่นั่นแหล่ะครับ) และชุดฟิวส์​พร้อมกำกับว่าตัวไหนทำอะไรครบครัน
  • [ล่าง] วันนี้เราจะสบายกันหล่ะ กับสัดส่วน 163 cm – 180 cm ปรับเบาะกันตามใจชอบเลยว่าอยากได้ระดับไหน เพียงดึงตัวสลักออกก็เลือกได้ตามต้องการ (ปกติก็คงไม่ได้ปรับกันบ่อยมั้งครับ แต่เวลาปรับสูงก็ขี่สบายดี)

สำหรับตัว Tiger 800 XRx เบาะที่ติดรถจะเป็น Comfort Seat (หรือเบาะเจล) เรียกว่าสบาย… (ละไว้) …​กันไป แต่บน Tiger 800 XCx จะเป็นเบาะธรรมดานะครับ

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

Tiger 800 XRx specs

เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงในตำนาน ที่พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ กับ DOHC 4 วาล์ว ต่อ สูบ ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ
ความจุกระบอกสูบ 800cc
ช่วงชัก 74.05 x 61.94 mm
เฟรม ท่อเหล็กกลม มาพร้อมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมอัลลอยด์แบบคู่
ระบายไอเสีย ท่อเสตนเลส 3-1 พร้อม ปลายเสตนเลส
แรงม้าสูงสุด 95 PS @9250 rpm
แรงบิดสูงสุด 79 Nm @7850 rpm
ระบบส่งกำลัง (คลัทช์) แบบหลายแผ่นประกบ แช่อิ่ม เรียกว่าเปียกสนิทในน้ำมัน
ระบบเกียร์ 6 เกียร์​ ส่งกำลังด้วยโซ่

 

(มีไฟบอกเกียร์แล้ว เพราะฉนั้นเกียร์ 7 เราไม่นับนะครัช)

โช็ค หน้าเป็น Showa ขนาด 43mm แบบ USD พร้อมระยะยุบที่ 180mm

หลังเป็น Showa เดี่ยวปรับ preload ได้ มาพร้อมระยะยุบที่ 170mm

ระบบเบรค เบรคหน้า

มากับจานคู่ขนาด 308mm แบบ Floating disc พร้อมปั๊มล่าง nissin 2 ลูกสูบ
เบรคหลัง

มากับจานเดี่ยวขนาด 255mm พร้อมปั๊มล่าง nissin 1 ลูกสูบ
จับคู่กันมากับ ABS อิสระหน้า-หลัง

ABS มี ABS 3 ระดับ คือ

  • Road – ทำงานเต็มที่ทั้งหน้าหลัง
  • Off-Road – ล้อหลังจะไม่ทำงาน ส่วนล้อหน้าจะยอมให้ไถลได้นิดหน่อย
  • Off – ปิดทั้งหน้า-หลังครับ
Traction Control มี Traction Control โดยสามารถปรับตั้งได้ 3 ระดับคือ

  • Road – ทำงานแบบเต็มๆเปิดคันเร่งได้แบบสบายใจ
  • Off-Road – ยอมให้ปั่นได้นิดหน่อยสำหรับการขับขี่แบบปั่นออกโคลน หรือหินลอย
  • Off – ก็ปิด .. สำหรับสายลุยลงลำธารทั้งหลาย
Mode 3 Mode โดยต้องจอดรถแล้วค่อยเลือกนะครับ

  • Road จะปรับ ABS / TC เป็น Road / Road
  • Off-Raod จะปรับ ABS / TC เป็น Off-Road / Off-Road
  • Rider ก็แล้วแต่จะเลือกเลยครับอยากได้อะไรระดับไหน โดยสามารถเลือก map ได้ 4 ระดับคือ Rain / Road / Off-Road / Sport พร้อม ABS / TC อีกอย่างละ 3 ระดับ
ขนาดล้อ / ยาง ล้ออลูมิเนียมหน้าขนาด 19” เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5”

พร้อมยางหน้าขนาด 100/90-19
ล้ออลูมิเนียมหลังขนาด 17” เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5”

พร้อมยางหลังขนาด 150/70R17

ความสูงเบาะ !!! 810 – 830mm
น้ำหนักรถรวมน้ำมัน และของเหลว 216 kg
(น้ำหนักไม่รวมของเหลวอยู่ที่ 191 kg)
ความจุถังน้ำมัน 19 ลิตร

 

สัดส่วนคน และรถ

Tiger 800 XRx rider 163

กับความสูงคงที่ที่ 163 cm (แหงหล่ะ) น้ำหนักนี่แล้วแต่ช่วงจังหวะ ตอนนี้มาบวมอยู่ที่ 67 kg จากการที่เบาะของผู้ขับขี่บน Triumph Tiger 800 XRx สามารถปรับได้ ก็จัดไปครับไล่เลียงมาเลย

  • [รูปเล็กทางซ้าย] เบาะปรับระดับสูงที่ 830 mm แตะปลายเท้าได้
  • [รูปเล็กกลาง] เบาะปรับระดับสูงที่ 810 mm ลงได้เกือบๆครึ่งเท้า
  • [รูปเล็กทางขวา] กับเบาะปรับระดับที่ 810 mm เพียงสไลด์ก้นลงนิดนึงลงได้เต็มเท้าสบายๆ

Tiger 800 XRx rider 180

ส่วนตานี่ คันไหนก็เต็มสินะ กับสัดส่วน 180 cm / 87 kg เบาะสูง-ต่ำ เต็มเท้าตลอด หย่อนๆ สบายๆครับ

 

นิสัยรถ / เครื่องยนต์

Tiger 800 XRx engine

แม้วันเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่ที่ยังคงไว้คือการสืบทอดพื้นฐานของเครื่องยนต์แบบ 3 สูบที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนาน และเอกลักษณ์อย่างนึงของ Triumph ถ่ายทอดลงมาเรื่อยๆ จนมาเป็น เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 800cc ที่บรรจุลงไปเป็นมัดกล้ามให้กับ Tiger 800 XRx คันนี้

คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากเลยครับ กับนิสัยของรถที่สุภาพ นุ่มนวล ลุ่มลึก แต่แฝงไว้ด้วยแรงบิดที่พร้อมจะทะยานออกได้ “ตลอดช่วง” ตั้งแต่รอบต่ำ กลาง สูง คือขี่ได้ทุกเกียร์ ทุกรอบ ทุกความเร็ว แบบที่ไม่ต้องพะวงว่าเรากำลังเข้าโค้งด้วยเกียร์สูงไป หรือต่ำไปรึเปล่า สามารถเปิดออกได้แบบสบายๆ แม้จะขี่ช้าๆด้วยความเร็วประมาณ 40-50 km/hr บนเกียร์ 4 ก็ยังคงแรงบิดให้สามารถส่งขึ้นทางเนินได้แบบนุ่มๆ

หรือการลดเกียร์จากความเร็วเดินทางยืนพื้นที่ 100-120 km/hr บนเกียร์ 6 ก็สามารถไล่เกียร์แบบพรวดเดียว !! จากเกียร์ 6 มา เกียร์ 3 หรือจะลงไปเกียร์ 2 ก็ได้แบบไม่รู้ตัว และไม่ออกอาการดีดดิ้น ขัดขืน งอแง ดุดัน อะไร (แม้จะปิด Traction Control แล้วก็ตาม) ว่านอนสอนง่ายดีแท้ !!

แรงบิดที่มาแบบราบเรียบเนียนๆ ช่วยดึงรถให้ชะลอลงได้แบบสม่ำเสมอ แทบไม่มีอาการหน้าทิ่มพรวด แบบที่เราเจอได้บนรถทางเรียบทั่วไปเวลาที่เราลดเกียร์บนรอบสูงๆ หรือลดเกียร์ต่อเนื่อง 2-3 เกียร์ลงมา

แต่เดี๋ยวๆ ช้าก่อน! แม้ว่า Tiger 800 XRx ที่มาพร้อมกับความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Triumph แต่การออกตัวการเปิดคันเร่งต่อเนื่องสับเกียร์ขึ้น ไล่รอบไปที่ย่าน 6,000-9,000rpm ก็ “ดึง” ได้พอสมควรเลยทีเดียว และเพียงพอกับการใช้งานบนการเดินทางเลย (เลยยย จนเกินเลยหล่ะ)

แม้ว่า Tiger 800 XRx จะไม่ใช่รถที่มีแรงบิด / แรงม้า / ความเร็ว สูงที่สุดในรุ่น แต่สิ่งที่ทำออกมาได้ดีอย่างนึงคือ ย่านของกำลังที่ทำให้ผู้ขับขี่แทบจะทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่ชั่วโมงบินยังน้อย หรือมือเก่า เก๋าเกมส์การเดินทาง สามารถเข้าถึง แรงบิด / แรงม้า ได้ตลอดเวลา ตลอดช่วงการขับขี่ ตอบสนองกับการใช้งานของผู้ขับขี่ที่มีทักษะ และประสบการณ์ที่แตกต่างกันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การขับขี่บนถนนหลักเดินทางยืนพื้น

Tiger 800 XRx highway

หลังจากลองแตะนู่นนี่ หัดใช้เมนูต่างๆจนเริ่มจะคล่องหล่ะ (แม้จะเคยมีโอกาสได้ขับขี่ Speed Triple มาก็งงไปแป๊ป) จัดท่าทาง ปรับตัวเรียบร้อยเราก็จะไปควบทะยาน Tiger 800 XRx กัน (แล้วจะจอดเฉยๆ รึนาย – -)

การเดินทางบน Triumph Tiger 800 XRx กับความเร็วเดินทางที่ 100-120 km/hr บนเกียร์ 6 สลับเร่งแซงบ้างทำได้นุ่มนวลไหลลื่น ขึ้นแซงได้แบบสบายๆ หรือจะลดเกียร์ลงช่วยก็ได้ ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องหน้าทิ่มเวลาลดเกียร์พลาด และไม่ต้องกังวลว่าจะเปิดคันเร่งสดุด แล้วรถเสียอาการ คือเนียนนุ่มไปหมด (แต่เปิดกระชากแรงๆ ก็ดึงหงายได้เหมือนกันนะ เอ้ออ)

การจัดการลมบนชิวบังลมหน้าเล็กๆ ที่ปรับระดับไว้สูงสุด และการ์ดแฮนด์ที่มี ทำได้ดีเลยทีเดียว คือไม่ถึงขนาดผู้ขับขี่จะไม่โดนลมเลยนะครับ แต่โดนนิดๆ แบบที่เย็นสบายๆ แม้จะไล่ขึ้นไปบนความเร็วสูงก็รู้สึกเฉยๆ ตรงจุดนี้ทำได้ดีเลยครับ คือขี่ช้าก็ไม่ร้อน ขี่เร็วก็ไม่ส่าย ลมไม่เข้ามาอัดตัวเกินไป

และแล้วก็มาสู่ความฟินของ Cruise Control ที่ติดมา ที่ใช้งานได้ง่ายบนการเดินทางไกล และคล่องตัวมากรุ่นนึงเลยทีเดียว เพียงแค่กดปุ่ม set ด้านขวา ก็เรียบร้อย โดยต้องอยู่บนเกียร์ 4 ขึ้นไป และความเร็ว >80 km/hr ที่เหลือประคองไว้เฉยๆได้เลยจ้า แต่ระยะเอื้อมมือไปกดปุ่ม จะค่อนข้างไกลไปนิดนึง ต้องบิดๆมือเล็กน้อย และปุ่ม Set / Resume อยู่ใกล้กันไปนิดนึง ถ้าแบบแยกไปเลยน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกน้า แต่ถ้ามือใหญ่ๆ ประมาณใส่ถุงมือไซส์ XL ได้ก็น่าจะเอื้อมไปกดได้คล่องขึ้นครับ

บนการเดินทางที่เราวิ่งยาวๆ บนถนนหลัก 2-3 ชม.​ก่อนหยุดพัก การมี Cruise Control เข้ามาช่วย ทำให้เราออมแรงข้อมือได้พอสมควรเลยทีเดียว ไม่ต้องคอยออกแรงบิดไว้ตลอดเวลา พักมือได้สบายๆ ทั้งนี้การตัดระบบของ Cruise Control ทำได้โดย

  • คืนคันเร่งไปข้างหน้านิดนึง (จะมีระยะฟรีให้เราบิดไปข้างหน้าได้เพื่อตัดระบบออก)
  • แตะเบรค
  • กำคลัช / เปลี่ยนเกียร์

เบรคที่ให้มาดีพอเลยครับ หยุดรถได้แม่นยำ และกะระยะเบรคได้ดี ABS บน Tiger 800 XRx ทำงานได้ละเอียดเนียนดี เรียกได้ว่า เพียงท่านสัมผัสเบรคเบาๆ เบาๆนะ แบบที่ให้ ABS ทำงานหน้า-หลัง  !!!! อาการตีเท้ากระเทือนถึงใบหู หรือนิ้วดีดดิ้น ที่อาจพบได้บน ABS ของรุ่นเล็กอื่นๆทั่วไป จะหมดไป เป็นความรู้สึกที่มั่นคง ที่ยังคอนโทรลรถได้ และให้ระยะหยุดที่มั่นใจได้ ส่วนนึงน่าจะมาจากการเซตช่วงล่าง และการวางจุดศุนย์ถ่วงของรถ หน้า-หลัง ซ้าย-ขวา ที่รู้สึกเหมือนแทบจะตรงกลางของรถเลยทีเดียว

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ # ทางโค้งขึ้นลงเขา

Tiger 800 XRx montain

ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางคดเคี้ยวเลี้ยวลด จะเรียบเนียน หรือมีหลุมบ่อ จะแดดร้อน ฝนตก พายุเข้า ลูกเห็บลง (เยอะไปๆ) บน Tiger 800 XRx ไปเลยครับ จะไปไหนก็ไป !! ความคล่องตัวการวางตำแหน่งแฮนด์ที่เหมาะกับการขับขี่บนนถนน น้ำหนักของรถ การทำงานของคลัทช์​ เกียร์ต่างๆ ผสานกับการเซตช่วงล่างที่นุ่มนวล สบาย และตามติดทางเรียบดี จะโยนโค้งแรงๆ จะพลิกโค้งไปมา หรือโค้งแล้วเจอหลุมดัก ! ก็ผ่านไปได้แบบ เอ่ะ … เมื่อกี้คืออัลไล …

แต่สำหรับใครที่ขี่รถทางเรียบคันอื่น ที่มี engine brake หนักหน่วง ปรับตัวนิดนึงนะครับ บน Tiger 800 XRx เวลาเราลดเกียร์ลงไม่มีอาการฉุดแบบนั้น engine brake บน Tiger 800 XRx ออกจะราบเนียนไปหน่อย ปกติเราลด 1 เกียร์ อาจจะต้องมาลด 2-3 เกียร์แทน แต่พอคุ้นแล้วก็ชิวๆครับ

รอบการทำงานที่ขี่แล้วให้ความรู้สึกว่า บิดมา ยกชะลอ หรือที่เรียกว่าย่าน power band ของรถ น่าจะอยู่ที่ราวๆ 6,000-8,000 rpm แต่การขับขี่ในรอบอื่นก็ทำได้สบายๆดี ทำเอาแรกๆถึงกับเหวอไปแป๊ปนึง เพราะจากที่เคยขี่แต่งความเร็ว แต่งเกียร์ พารถเข้าโค้ง คลอคันเร่งเปิดออก เรียกว่าครบสูตร !! พอมาขับขี่ Tiger 800 XRx ทำเอาขี้เกียจไปเลยทีเดียว คือไม่ใช่ไม่ต้องแต่งนะครับ แต่แค่รู้สึกสบายๆ แบบ จะแต่งไงก็ได้ เข้าโค้งสลับซ้ายขวาไปมา ก็ไม่ต้องอะไรมาก เปิดคันเร่งสะดุดในโค้ง ก็ไม่ค่อยเสียอาการ กระแทกออก ยกคันเร่งในโค้งก็ยังไปได้

เช่น ขี่ที่เกียร์ 3-4 รอบต่ำๆ ประมาณ 2-4,000 rpm กับความเร็ว 50 km/hr พร้อมคนซ้อน ยังสามารถ ไต่ขึ้นลงทางชันได้สบายๆ แทบไม่มีอาการสะอึกของเครื่อง แบบเวลาที่เราใช้เกียร์สูงเกินไป คือ ขี่เพลินๆ ไหลๆเรื่อยๆ เพลินไปเลย

… นี่มันสบายจนทำให้เราขี้เกียจไปรึเปล่าน้า …

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #ทางลูกรัง ดิน หญ้า

Tiger 800 XRx in a park

แหม่ เราออกทริปขี่เที่ยว ก็ใช่ว่าจะขี่กันแต่ทางเรียบเนาะ บนการเดินทางทั่วไปเราอาจจะคาดเดาไม่ได้ว่าทางจะเป็นยังไง จะมีซ่อมปะผุถนนมั้ย จะมีหลุมบ่อรึเปล่า หรือทางเข้าที่พัก หรือไปยังจุดหมาย จะเป็นทางลูกรัง ดิน หญ้ายังไง กับ Tiger 800 XRx ไปเล๊ยยยย ไปเลย ไปได้ทุกที่ครับ (จะพร้อมคนซ้อนสุดเลิฟ หรือสุดหวีด หรือสัมภาระอื่นๆก็พร้อม แต่เซตพรีโหลดซักนิดน่าจะดีกว่านะครับ)

สำหรับ Tiger 800 XRx มาพร้อมกับยางติดรถเป็น Metzeler Tourance Next ที่เรียกว่าเหมาะกับการเดินทางแบบกึ่ง Adventure บนทางเรียบ และยังคงตะกุยทางลูกรังได้นิดหน่อย (แต่กองหญ้า หรือดิน นี่ลื่นนะครับ ใจเย็นนนน)

 

แม้ว่าจะขับขี่ได้ดีบนทางเรียบ พอเจอทางลูกรังเท่านั้นแหล่ะ

…​ก็ยังดีอยู่ … (อ้าว ไอ้นี่ !)

 

แม้ว่าช่วงล่างที่ให้มาจะเซตมาสำหรับทางเรียบเป็นหลัก แต่ด้วยระยะยุบโช็คที่ 180mm / 170mm หน้า / หลัง พร้อมล้อหน้าขนาด 19” ทำให้ Tiger 800 XRx ยังสามารถตะกุย และปีนป่ายไปตามทางลูกรังได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว หรือใครอยากจะออกทริปลุย เปลี่นใส่ยางสำหรับตะกุยซักหน่อย … ​หึหึหึ … พริ้วครัชชช

ความสูงของรถไม่มาก เกินไป เอื้อให้ผู้ขับขี่ยังสามารถยันรถได้ระดับนึง (แต่ถ้าจะลงแน่ๆ โดดหลบนะคร้าบบบ) แต่ก็แลกมากับความสูงของใต้ฐานเครื่อง ที่อาจจะกระแทกกับหินลอย หรือเนินสูงได้ ถึงมีการ์ดเครื่องมาให้ แต่เป็นการ์ดพลาสติกนะครับ หากกระแทกแรงๆ  ก็เสียวว่ามีแตกได้เหมือนกัน จะต่างกับการ์ดที่เป็น อลูมีเนียมแข็งๆ ที่เราสามารถพักรถบนคันเนินได้แบบสบายๆ

การ์ดแฮนด์ที่ให้มาเป็นพลาสติกที่ดูแล้วรู้สึกบอบบางไปนิด เสียวๆเหมือนกัน แหม่ปั๊ดจับเทส ! เดี๋ยวๆๆ ใจเย็น ถ้าใครได้เทสแล้วมาบอกกันได้นะครับว่าเป็นยังไงบ้าง บอกตรงๆ ผมมิกล้า ^^

การขับขี่ท่ายืนบน Tiger 800 XRx ออกจะขัดๆขืนๆ แปลกๆนิดหน่อย จากการที่ปีกของเบาะที่นั่งสบาย ยื่นออกมานิดนึง กลับทำให้เวลายืนแล้วหนีบรถจะรู้สึกไม่ค่อยกระชับกับตัวรถ จะหลวมๆนิดนึง แต่จากที่ศูนย์ถ่วง และการบาลานซ์ของรถทำได้ดี ทำให้การถ่ายน้ำหนักไปมา หน้า-หลัง ซ้าย-ขวา ทำได้ง่ายดายพอสมควรเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าค่อนไปทางหนักนิดนึงสำหรับการลุยหนักๆ ถ้าใครจะเอาไปลุยแบบจริงๆ จังๆ ปีนหินใหญ่ๆ ลงลุยน้ำลึกท่วมล้อ ถามว่า รถไหวมั้ย สบายครับ แต่คนจะเหนื่อยเกินไปหน่ะสิ

 

อัตราสิ้นเปลือง

Tiger 800 XRx fuel tank

วัดโดยคำนวณเองนะครับ จากน้ำมันที่เติมเข้าไป กับระยะทางที่วิ่งได้ เทียบกับรถแตกต่างกันนิดหน่อยครับถือว่ารับได้ระดับนึง และคันนี้พ้นรันอินไปแล้ว น่าจะใกล้เคียงๆ

ครั้งที่

ระยะทางที่วิ่งไป

(km)

น้ำมันที่เติมเข้า

(litre)

อัตราสิ้นเปลือง

(km/litre)

1

124.7 km

6.45 litres 19.33 km/litre
2

133 km

7.54 litres

17.63 km/litre

3

198.1 km

7.54 litres

26.27 km/litre

(ขี่ช้าๆเที่ยวไปเรื่อยๆ 40-60 km/hr)

4 189.3 km

11.59 litres

16.3 km/litre

(ขี่ยาวๆยืนพื้น 100-120 km/hr เร่ง สลับเบรค)

รวม 645 km 33.12 litres

19.47 km/litre

เฉลี่ยทั้ง 4 ถัง อยู่ที่ 19.47 km/litre บนเชื้อเพลิง octane 95 ใช้ได้เลยทีเดียว ยิ่งถ้าจะอินเทรนด์ ขี่แบบ Slow Life แบบชิคๆ หน่อย ประหยัดมากเลยทีเดียว

… นี่มันโหมดลับ โหมด eco ชัดๆ …

กระนั้นทาง Triumph เองก็มีอัตราสิ้นเปลืองที่เคลมไว้ตามนี้เลยนะครับ

ลักษณะการขับขี่ อัตราสิ้นเปลือง
ในเมือง 24.87 km/litre
ความเร็ว 90 km/hr 32.9 km/litre
ความเร็ว 120 km/hr 22.7 km/litre

 

แถม เปรียบเทียบเสปคกันสักนิดระหว่าง Tiger 800 XRx <> Tiger 800 XCx

Tiger 800 XRx Tiger 800 XCx
ล้อหน้า

(เส้นผ่าศูนย์กลาง x ความกว้าง)

19×2.5”

ล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์ (แมกซ์)

21×2.5”

ล้อซี่ลวด

ล้อหลัง 17×4.25” 17×4.25”
ยางหน้า 100/90-19 90/90-21
ยางหลัง 150/70 R17 150/70 R17
กันสะเทือนหน้า Showa 43mm USD

ระยะยุบ 180mm

WP 43mm USD ปรับ rebound, compression

ระยะยุบที่ 220mm

กันสะเทือนหลัง Showa แบบเดี่ยว ปรับ preload ได้

ระยะยุบ 170mm

WP แบบเดี่ยวพร้อมซับแทงค์แยก ปรับ preload, rebound

ระยะยุบ 215mm

เบาะ Comfort seat (เจล) เบาะธรรมดา
การ์ดท้องเครื่อง พลาสติก อลูมิเนียม
ความยาวรถ 2215mm 2215mm
ความกว้างแฮนด์บาร์ 829mm 851mm
ความสูงเบาะ 810-830mm (standard seat)

790-810mm (low seat)

840-860mm (standard seat)

820-840mm (low seat)

ระยะฐานล้อ 1530mm 1545mm
Rake* 23.9 องศา 24.3 องศา
Trail* 92.4mm 95.3mm
น้ำหนักรวมของเหลว 216kg 221kg

*Rake หรือมุม Rake คือมุมองศาที่ลากผ่านแผงคอถึงกึ่งกลางแกนล้อหน้า ที่ทำมุมกับเส้นตั้งฉากจากพื้น

*Trail หรือระยะ Trail คือระยะวัดจากสุดสัมผัสของหน้ายาง และเส้นที่ลากจากมุม Rake จนถึงพื้น

โดยมากมุม Rake และระยะ Trail จะสัมพันธ์กับอาการไว ของล้อหน้า เช่นถ้ามีค่าน้อยจะมีอาการไวมากกว่า รถที่มีค่าสูงกว่า (Sport ค่าน้อย รถประเภท Touring หรือ Cruiser จะมีค่ามากกว่าเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในทางตรง)

…สำหรับ Triumph Tiger 800 XCx รอเตรียมทริปต่อไป…

(เก็บตังค์แป๊ป รู้สึกช่วงนี้ออกทริปบ่อยเกินหล่ะผม – -)

 

ข้อดี / ข้อเสียต่างๆ

Tiger 800 XRx pros cons

ข้อดี

  • ทำได้แทบทุกอย่าง ไปได้แทบทุกทาง กับพื้นฐานของรถที่เนียนนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วงล่างที่เหมาะกับการใช้งานเดินทางบนทางเรียบ (แต่ก็ยังไปทางลูกรังได้ระดับนึง)
  • Map ของรถที่สามารถตั้งได้ตามการใช้งานแบบครบครันทุกสภาพการเดินทาง โดยแบ่งเป็น 4 map ตามนี้
    • Rain – เชื่องมือสุดๆ นุ่มนวลสุดๆ นะจ๊ะ สำหรับการขับขี่บนทางเรียบฝนตก หรือผิวทางที่เงาๆลื่นๆ
    • Road – สำหรับการเดินทางทั่วไป
    • Off-Road – ปรับให้แรงขึ้นมานิด พร้อมจะตะกุยออกหล่ะ
    • Sport – ตรงตัวเลยครับ sport เปิดเท่าไหร่มาเต็ม (แต่ก็ยังเนียนอยู่ดี)
  • ABS / Traction ครบครันมาก มีให้เลือก 3 ระดับคือ Road / Off-Road / Off
  • Mode ที่เลือกใช้ได้ง่ายๆมี 3 mode คือ
    • Road – โดยจะปรับใช้ Map / ABS / TC เป็น Road / Road / Road
    • Off-Road – ปรับใช้ Map / ABS / TC เป็น Off-Road / Off-Road / Off-Road
    • Rider – ตามแต่ต้องการครับ เลือกเองได้เลยว่าอยากได้อะไรแค่ไหน ยังไง
  • Cruise Control ที่ใช้งานได้ดี ช่วยให้พักมือที่อาจจะล้าจากการแช่คันเร่งนานๆ ได้สบายๆ
  • เบาะปรับระดับได้ 2 ระดับ เอื้อให้ผู้ขับขี่ที่มีสรีระไม่สูงมาก สามารถเข้าถึง และขับขี่ได้คล่องตัวขึ้น โดยไม่ต้องเล่นบัลเล่ต์ มากเกินไป (อย่างผม 163cm เป็นต้น ส่วนอีตา 180cm ปล่อยไป !!!)
  • นุ่มนวลตลอดทุกย่านรอบการใช้งาน จะความเร็วต่ำ ความเร็วสูง แทบไม่รู้สึกสะเทือนอะไร
  • มันคือ Triumph …

ข้อเสีย

  • Mode อุตส่าห์ให้มาตั้งได้เยอะมาก แต่การใช้งานจริงค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร คือจะปรับโหมดได้
    • จอดรถ แล้วกดเลือก โหมดที่ต้องการ ในสถานการณ์บางครั้ง สภาพเส้นทางไม่อำนวยให้เราจอดรถ
      เช่น ขี่อยู่ในทางคดเคี้ยวตามเขาต่างๆ แล้วฝนตก
    • หรือ ขณะขี่ต้องละมือซ้ายไปกดเลือกโหมด แล้วปิดคันเร่ง และกำคลัชระหว่างขับขี่
      ซึ่งค่อนข้างจะสุ้มเสี่ยงพอสมควร เนื่องจากระหว่างนั้นเราจะไม่สามารถ ควบคุมรถได้ดีเท่าการปิดคันเร่งธรรมดา
  • Menu การตั้งค่าต่างๆของ Triumph ค่อนข้างต้องปรับตัว และอาศัยความคุ้นเคยพอสมควรครับ การเข้า Setup การตั้งค่าต่างๆของ ค่อนข้างต้องกดๆ หลายขั้นตอนพอสมควร
  • ชิวหน้าของรถ ต้องจอดรถ เพื่อปรับระดับ โดยต้องหมุนแกนล็อคทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นพร้อมๆกัน ถ้าแบบสามารถหมุนปรับได้ง่ายๆ น่าจะคล่องตัวขึ้น

 

น่าจะเหมาะกับ

Tiger 800 XRx suit

ยามเช้า @สังขละ สะพานมอญอยู่ไม่ไกล อากาศเย็นๆ ชื้นๆ กำลังสบายๆดี

น่าจะเหมาะกับ

  • ผู้ที่อยากได้รถสักคันนึงที่ใช้เดินทางระยะใกล้ก็สบาย กลางก็โอเค ไกลก็ไหว คือ ไปได้หมดครับกับ Tiger 800 XRx คันนี้
  • ขยับขึ้นมาเพื่อหารถเดินทางท่องเที่ยวบนทางดำ ทางเรียบ ไปเรื่อยๆ ได้ทั่วไทย
  • หรือจะขยับรถมาจากคลาสอื่น ด้วยเรื่องของน้ำหนักของรถที่ค่อนข้างเบาสำหรับการเดินทางบนทางเรียบ

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • มือใหม่ …​อยากขี่บิ๊กไบค์ รู้สึกค่อนข้าง 50/50 คือ ถึงแม้ว่า Tiger 800 XRx จะขับขี่ได้ง่าย เบา และคล่องตัว รู้สึกมาเรื่อยๆ ไม่กระชากอะไร ทำความคุ้นเคยได้ง่าย ขี่แบบไหนก็ได้ ยกคันเร่ง บิดส่ง ในโค้ง เบรค ได้ระดับนึง โดยรถไม่เสียอาการ หรือดื้อดึงมากเกินไป พอไปขี่รถทางเรียบคันอื่นที่มีแรงบิดสูง รอบสูง อาจจะอันตรายได้นะครับ เรียน และฝึกให้เป็นขั้นตอนประกอบไปด้วยดีกว่า
  • ขาโหด … ขี่เร็วๆ แรงๆ คือไม่ใช่ว่าไม่แรง ไม่เร็ว แต่แค่ไม่ออกแรงกระชากแบบรถทางเรียบปกติซักเท่าไหร่ คือไต่ขึ้น-ลง ความเร็วได้แบบเนียนๆ
  • ป่ะเข้าป่ากัน … น้ำหนักรถ 216 kg และวางถังน้ำมันไว้ด้านบน ทำให้จะรู้สึกว่ารถมีน้ำหนักพอสมควรนะครับ ถ้าเทียบกับการวางถังน้ำมันไว้ใต้เบาะผู้ขับขี่ ขี่ลุยๆหนักๆ อาจจะไม่เหมาะนัก คือรถอะไปได้แบบสบายๆเลย แต่คนจะเหนื่อยไปกับน้ำหนักของรถเอง

 

สรุป

Tiger 800 XRx summary

เขียวขจีหน้าฝน พร้อมฝนก็ตกเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เปียกเดี๋ยวก็แห้ง ซักพักแดดแรงเปรี้ยง (แต่น้ำน้อยจัง T-T)

 

บอกตรงๆว่าเป็นรถคันนึงที่เขียนยากพอสมควร ด้วยระบบต่างๆ ลูกเล่นที่มี ไม่ว่าจะเป็น Mode 3 โหมด ABS 3 ระดับ Traction Control 3 ระดับ และ Fuel Map อีก 4 map และมีรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆ เช่นการปรับชิวหน้าที่ต้องจอดรถ ปลั๊กชาร์จ 2 ตำแหน่ง การปรับความสูงของเบาะ

… เรียกว่าเพียบครับ กับ Triumph Tiger 800 XRx คันนี้ …

สำหรับการเดินทางไม่ว่าจะเจอสภาพอากาศแบบไหน เส้นทางอย่างไร Tiger 800 XRx ก็พร้อมจะพาผู้ขับขี่ไปได้เรื่อยๆ รายละเอียดอย่างละเล็กอย่างละน้อย ที่ประกอบร่างสร้างตัวเค้าขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการเซตช่วงล่าง การวางน้ำหนักของรถ การปรับแต่งต่างๆบนพื้นฐานของเครื่องยนต์ 3 สูบในตำนาน อันเป็นเอกลักษณ์ของ Triumph ทำให้ Tiger 800 XRx เป็นรถที่เพียบพร้อม และใช้งานได้ในแทบจะทุกสภาพของการเดินทาง

การขับขี่ในสภาพต่างๆ ทำได้อย่างนุ่มนวล การเร่ง การเบรค การไล่เกียร์ ขึ้นลง ทำได้สบายๆ น้ำหนักรถค่อนข้างเบา สำหรับการเดินทางบนทางเรียบ คือเพียง 216 kg รวมของเหลวแล้ว ผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้กำลังมากในการยกรถ เข็นรถต่างๆ

ความเร็วที่ทำได้ก็เพียงพอกับการเดินทางทั่วไปเลยทีเดียว บาลานซ์ และการคอนโทรลรถทำได้ง่าย เปิดคันเร่งไล่รอบไปสูงๆ แทบไม่มีอาการสะท้านที่มือ หรือสั่นที่พักเท้าให้ต้องกังวลใจ หรือจะเผลอยกคันเร่งในโค้ง เผลอกระแทกคันเร่งออกไป หรือลืมลดเกียร์ให้รอบเหมาะสมกับเส้นทาง Tiger 800 XRx ก็ยังพาผู้ขับขี่ผ่านไปได้ จะบอกว่า Tiger 800 XRx ยอมรับความผิดพลาดของผู้ขับขี่ได้ดีมากคันนึงเลยทีเดียว

หรือจะไปเจอทางลูกรัง ทางดิน แม้จะเป็นรถที่มีพื้นฐานบนทางเรียบ แต่ก็ยังผ่านไปได้ง่ายๆ แต่ไม่ถึงขนาดลอยข้ามไปแบบรถที่เกิดมาเพื่อ Adventure นะครับ ตั้งสติๆ

… เรียกได้ว่าเป็นรถทางเรียบ ที่นำพาให้เข้าใกล้สู่ทางฝุ่นได้มากเลยทีเดียว …

จะติดขัดอยู่เล็กน้อยคือตรงการเลือก Mode ที่ปรับยากไปนิด แต่ถ้าคิดในการใช้งานจริง ผมก็คงปรับแค่ Rider Mode ครั้งเดียว เที่ยวทั่วไทย (แต่ยกเว้นลุยโคลน หรือลำธารนะครับ อันนั้นต้องจอดปรับจริงๆ จังๆ หล่ะ)

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง บริทไบค์​ อีกครั้ง พร้อมทั้งเพื่อนๆหลายๆคน ที่มีส่วนช่วยให้เกิดทริปเล็กๆบน Tiger 800 XRx ครั้งนี้ ขอบคุณนะคร้าบบบ ทริปหน้าไปไหนกันดี

IMG_7498

สังขละบุรี ..​. กับเส้นทางที่หลากหลาย ยามหน้าฝน (แต่น้ำยังน้อยอยู่มากเลย)

Comments