Review : BMW R1200 GS บนเส้นทางการเดินทาง ที่ธรรมชาติจะรังสรรค์ให้

โดย / / 6,180 views

cover

หากกล่าวถึงรถที่หลายๆคนยกให้เป็นปลายทางสุดท้ายของมอเตอร์ไซค์ หรือเรียกว่าอิ่มกับการเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปในบ้านเราแล้ว และต้องการจะยกระดับไปอีกขั้นนึงของการเดินทาง ไม่ว่าจะในสภาพการณ์แบบไหน ในท้องที่ที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันสุดขั้ว ท้องถนนเป็นเช่นไร ฝนฝ้าอากาศจะไม่เป็นใจ บุกเบิกหาเส้นทางการเดินทางใหม่ๆ บนมอเตอร์ไซค์คู่ใจสักคันนึง และเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนั้นคงต้องมี BMW R1200 GS อยู่ในรายการรถหลายๆคันด้วยเป็นแน่แท้ กับระยะเวลาร่วม 30 กว่าปีที่ BMW มีการผลิต GS Series ขึ้นมานี่คือซีรี่ยส์ของรถคันนึงที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างกลุ่มของ Adventure Touring ขึ้นมา …

… ป๊าดดด เดี๋ยวๆๆๆ เราไม่ได้มาเขียนประวัติ GS นี่หน่า ก่อนจะเวิ้นไปไกล กลับมาเดี๋ยวนี้ ! …

3523738.LINE

กับการเดินทางในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทาง BKK Motorcycle ที่สนับสนุนและให้เกียรติผมได้ทำการขับขี่ แบบไปได้ถึงไหนก็ไป และยังให้ได้ขีดๆเขียนๆ ออกมาเป็นรีวิว บน BMW R1200 GS CKD (Complete Knock Down – ประกอบไทย) ด้วยนะครับ กับเส้นทางการขับขี่ที่ครบในทุกสภาพการใช้งานที่เค้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้พาผู้ขับขี่ไปยังจุดหมาย (หรือแม้กระทั่งไม่มีจุดหมายแต่แค่อยากจะไป) ในสภาพการเดินทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • การจราจรติดขัด ฝ่าการจราจรวันศุกร์ ฝนตก น้ำท่วม
  • เดินทางยาวๆยืนพื้น ตรงๆ นิ่งๆ แบบที่เราเจอในการเดินทางบนถนนหลัก
  • ทางโค้งขึ้นลงเขาชันๆ แคบๆ ให้ได้ออกกำลังกายหัว ! แบบว่าหันหัวมองโค้งไปมา เอาให้มึนเล่น
  • ทางลูกรังอัด ดินเลน โคลน ร่องน้ำ ให้ได้ไสลด์ล้อหลัง (แบบไม่ตั้งใจด้วยเอ้า เอาให้เหวอ เอาให้เพลิน)
  • สภาพอากาศที่ทั้ง แดดออก แดดร่ม ลมตก ฝนตก ฟ้าคะนอง น้ำท่วมทาง น้ำป่าไหลเซาะทางดินเป็นร่องน้ำ
  • หลงทาง !!! (อันนี้ไม่มุกนะ คือหลงจริงๆครับ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี ป้ายบอกทางไม่เห็น ชาวบ้านหายเงียบ มีแต่ป่าเขากับทางตรง ทางแยกไปเรื่อยๆ)

สำหรับการเดินทางบน BMW R1200 GS เราได้เดินทาง 2 ครั้งด้วยกัน กับระยะทางรวม 1,000 กว่ากิโลเมตร เอาให้เต็มเอาให้ครบ คือ:-

  • กทม. – อุทัยธานี กับสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และการใช้งานที่เราใช้เดินทางกันทั่วไป
  • กทม. – กาญจนบุรี กับสภาพอากาศที่เรียกว่า จัดเต็ม! กับทางลูกรัง ดินโคลน กรวดทราย แอ่งน้ำ ในวันพายุถาโถม ฝนตกทั้งวัน ทั้งคืน เห็นพระอาทิตย์ตอนเช้านี่ยังกับวันหวยออก ก่อนจะรู้ตัวว่าโดนเรียบ …​ เพราะเป็นแสงสุดท้ายที่ได้เห็น ก่อนที่ฝนจะตกทั้งวัน … (การพนันเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ หมดตัวได้ง่ายๆเลย ไม่เชื่อเหรอพนันกันมั้ย ^^)

map

!! คำเตือน !! คราวนี้ยาวมาก ด้วยการที่รถเค้ามีรายละเอียดเยอะ และเดินทางในสภาพการใช้งานจริงหลากหลาย

ควรใช้จักรยานในการรับชม !! (ตึ่งโป๊ะ)

เช่นเคย เพื่อความกระชับ ครบถ้วน ขอแบ่งหัวข้อในการรีวิวครั้งนี้ไว้ตามนี้

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคตัวรถที่น่าสนใจ
  • รายละเอียดทางเทคนิค – มาย่อยเรื่องโหมดการขับขี่กัน
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  • ข้อดี/ข้อสังเกตต่างๆ
  • อัตราสิ้นเปลือง
  • น่าจะเหมาะกับ
  • สรุป

R1200 GS รหัสรุ่น BMW มีความหมายอย่างไร? R คืออะไร 1200 นี่ซีซีใช่มั้ย แล้ว GS หล่ะ??

20151003_153008

 

รูปลักษณ์ทั่วไป

R1200GS MTN

รูปบนขวา กับตำแหน่งของชิวที่สามารถหมุนปรับได้โดยง่าย และตำแหน่งหน้าจอเรือนไมล์ ที่บอกข้อมูลครบครัน (ครบมาก) เห็นชิวเล็กๆแบบนี้ แต่สามารถกรีดลมออกจากตัวผู้ขับขี่ได้เกือบหมดเลยทีเดียว และยังมีตำแหน่งสำหรับติดตั้ง BMW GPS ไว้ด้านบน ที่สามารถคุมได้จากปะกับทางด้านซ้าย

รูปล่างซ้าย กับปะกับไฟทางด้านซ้ายมา เรียกว่า …. “เพียบ”

  • สวิทช์ไฟ pass (ดึงเข้า) หรือเปิดไฟสูง (ผลักออก)
  • สวิทช์ควบคุม Cruise Control ที่ใช้งานง่ายมาก
  • สวิทช์ปิด เปิด ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟ hazard หรือไฟผ่าหมากที่เราเรียกติดปาก
  • สวิทช์คุมการทำงานของ ABS / ASC
  • สวิทช์ปรับระบบ ESA (หรือโช็คไฟฟ้านั่นเอง)
  • สัญญาณไฟเลี้ยว
  • แตร
  • และปะกับควบคุม GPS !!! (ต้องใช้ของ BMW เท่านั้นนะครับ – Garmin ทำให้นะนั่น) โดยปะกับตัวนี้สามารถ หมุนขึ้น-ลง โยกซ้าย-ขวา และกดได้อีกนั่น

รูปล่างขวา กับปะกับไฟทางด้านขวา

  • สวิทช์ควบคุม Heat grip 2 ระดับ
  • สวิทช์เลือก Mode การขับขี่
  • Off-Run / Start

R1200GS MTN1

รูปล่างซ้าย การปรับตำแหน่งสูงต่ำของเบาะ

  • เบาะต่ำ ใช้สลักให้หันด้าน L ออก
  • เบาะสูง ใช้สลักให้หันด้าน H ออก

รูปกลาง การปรับตำแหน่งสูงต่ำของเบาะ

  • เบาะต่ำ กดเดือยลงด้านล่าง
  • เบาะสูง กดเดือยขึ้นด้านบน

รูปล่างขวา ชัดๆ กับ ESA (Eletronics Suspension Adjustment) จาก Sachs เดี๋ยวมาพูดถึงกัน

 

R1200GS MTN2

รูปบนขวา-ล่างขวา กับล้อซี่แบบไม่มียางในชัดๆ พร้อมปั๊มเบรคล่าง Brembo ผสานกับ ABS ให้การหยุดที่มั่นใจแม้ในสภาพดินโคลน

รูปล่างซ้าย ตำแหน่งมองเสยจากด้านหน้า

  • ที่อยู่ของ BMW Motorrad Telelever หรือที่เราคุ้นกันดีว่าคือโช็คต้นที่ 3 นั่นเอง
  • หม้อน้ำถูกวางแยกออกทั้งสองด้านทั้งนี้โคลนเลนต่างๆ จากการที่ล้อหน้าปั่นไป แทบไม่โดนเลยครับ

รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคตัวรถที่น่าสนใจ

20151004_120524

2015-10-09_11h53_54

นอกจากนั้นรายละเอียดทางเทคนิคของระบบไฟฟ้ายังมี
2015-10-09_11h54_06
DSC00351

ตำแหน่งเมาท์ BMW GPS และชิวหน้าที่ปรับระดับได้อย่างง่ายดาย

รายละเอียดทางเทคนิค – มาย่อยเรื่องโหมดการขับขี่กัน
ถึงกับต้องแยกออกมาเป็นหัวข้อนึงกันเลยทีเดียวในเรื่องโหมดการขับขี่สำหรับ R1200 GS ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถคันนึงที่มีการตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้มากมายเลยทีเดียว ยังไงหน่ะเหรอครับ มาๆ มาแยกกันง่ายๆเลย

  • 4 โหมด การขับขี่ + 1 โหมดลับ สายป่า
  • ช่วงล่างปรับตั้งได้ 3 ระดับ Soft / Normal / Hard
  • ปรับตั้งให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก อีก 3 ระดับ (ผู้ขับขี่ / ผู้ขับขี่ และสัมภาระ / ผู้ขับขี่ และคนซ้อน -รวมสัมภาระแล้ว)

เอาแค่นี้ คูณเลขขำๆ ก็เท่ากับว่าปรับโหมดได้ 4 โหมด ปรับการคืนตัวของช่วงล่างอีก 3 ปรับน้ำหนักบรรทุกอีก 3 = 36 ส่วนผสมของการปรับตั้งที่ทำได้เลยทีเดียว …. แต่แท้จริงแล้ว อธิบายง่ายๆกันด้วยตารางเลยดีกว่า คือมันเยอะกว่านั้นอีก

ที่สำคัญ โหมดทั้ง 4+1 โหมดนั้น จะทำการปรับ แรงบิดของเครื่องยนต์ การตอบสนองของคันเร่ง ความละเอียดในการทำงานของ ABS ASC และ ESA ที่เหมาะสมตามโหมดต่างๆให้เองอีกด้วย

2015-10-09_11h54_26

!!! ตารางข้างบนนี่แบบว่า เบสิคๆ …​ ห่ะ … !!!

เพราะนอกจากการปรับตั้งที่เข้าถึงได้ขณะขับขี่แล้ว R1200 GS ยังมี เมนู Setup ให้เข้าไปปรับแต่งได้อีกขั้นนึง คือ แบบว่าผมนี่แทบจะเอาโซฟามาตั้งข้างรถ พร้อมเครื่องดื่มจิบไป สตาร์ทรถไป นั่งจิ้มรถไปเรื่อยๆ เพราะตัวรถสามารถปรับแต่งได้ละเอียด และลงลึกมากครับ ง่ายๆคือ …​ขึ้นขึ้น ลงลง ซ้ายขวา ซ้ายขวา … (ไม่ใช่แระ) เอาเป็นว่านอกจากในตาราง ยังสามารถปรับเลือกใช้เวลาจาก GPS, ตั้งเวลา และวันที่ให้กับรถ, แสดงไฟสัญญาณเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสม, ปรับตั้งความสว่างของหน้าจอ และอีกพอสมควร เรียกว่า พอก่อนๆ ถ้าลงรายละเอียดหมดคาดว่าไม่จบแน่นอนครับ

 

สัดส่วนคน และรถ

rider163

เช่นเคยกับสัดส่วนคงเดิม ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงซักที ด้วยการเซทเบาะต่ำ พกความสูงที่ 163 cm น้ำหนัก 65 kg แตะปลายเท้าได้ทั้งสองข้างครับ แต่ในการขับขี่ปกติ ขยับก้นให้ลงเท้าได้ซักด้านนึงสบายกว่าเยอะ

 

rider173
เซทเบาะต่ำ กับสัดส่วนที่ 173 cm น้ำหนัก 100 kg ลงได้กลางๆเท้ามากขี้น

 

rider185

ส่วนสัดส่วนที่ 185 cm กับน้ำหนัก 95 kg จะเบาะต่ำหรือสูง ก็เต็มเท้า หย่อนๆเลยสินะตานี่ !

 

การใช้งานในสภาพการจราจร และถนนในเมือง

OAK_5222
ถึงแม้ว่า R1200 GS จะมากับรูปร่างที่ดูอลังการ โอ่อ่า ดูเทอะทะ แต่ต้องบอกว่าผิดคาดไปพอสมควรกับการใช้งานในสภาพการจราจร ทั้งนี้มาจากการวางเครื่องยนต์ตระกูล R หรือคือ boxer ที่วางนอนราบไปขนานกับพื้นถนน ผสานกับการจัดวางน้ำหนักของรถต่างๆให้มีจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกว่านี่เรากำลังขับขี่รถที่มีน้ำหนักร่วม 238 kg เลยนะเนี่ย กับแฮนด์บาร์กว้างๆ ที่ดูเหมือนจะเกะกะ แต่ด้วยระดับของแฮนด์ที่ลอยผ่านกระจกรถส่วนใหญ่ได้โดยง่าย ทำให้ไม่รู้สึกขัดขืนมากนัก ที่สำคัญวงเลี้ยวของรถเรียกว่าแคบมาก รถคันขนาดนี้การกลับรถกลับทำได้โดยง่ายคือใช้ช่องทางเดียวก็กลับได้สบายๆเลยทีเดียว !!

อ้าวแครชบาร์ยื่นออกมาไม่เกะกะเหรอ ? แหม่ ถึงจะเกะกะแต่ผมว่าใส่เถอะครับ ถ้าไม่อยากใช้ “เครื่องเป็นกันล้ม” เอิกๆ แถมราคาแพงด้วยนะนั่น … แล้วจะเผื่อระยะยังไงดีหล่ะเนี่ย !? แหม่ กะเอาเลยครับ ง่ายๆเลย ถ้าแฮนด์บาร์ผ่านไปได้เครื่องยนต์ และแครชบาร์ก็ผ่านไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็มีจุดที่ต้องระวังคือ กันชนรถที่โป่งๆ ด้านล่างเล็กน้อย หากชำนาญแล้วก็พริ้วไหวได้พอสมควรเลยครับ และถ้าถึงขั้นจุติเรียกว่า พริ้วไหวได้แบบไม่อายรถเล็กเลยทีเดียว

ABS / ASC ที่ให้มาช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงกับการเกลี่ยน้ำหนักเบรค และการเปิดคันเร่งมากเกินไป สนใจที่การจราจร และเพื่อนร่วมทางแล้วขี่ไปได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นลูกระนาด ฝาท่อ แผ่นเหล็ก กรวดทราย ต่างๆ ที่เราอาจจะพบเจอได้ บน R1200 GS คันนี้ ช่วยให้เราสามารถผ่านอุปสรรคเหล่านี้ได้แบบไม่ต้องเหวอมากนัก

โหมดที่แนะนำ Road ทางแห้ง / Rain ทางเปียก
ระบบกันสะเทือนระดับ Soft – Normal

 

การเดินทางระยะยาว

20151003_174350

คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณของ R1200 GS มากนัก กับรถที่ได้ชื่อว่าเป็นตำนานคันนึงของทาง BMW จบ ..​

(เอ้าและจะมาเขียนทำไมหล่ะนั่น !!! เดี๋ยวๆใจเย็นๆ)

บน R1200 GS กับการเดินทางระยะยาวมาพร้อมขุมพลังขนาด 1170 cc ที่พร้อมจะทะยาน และพาผู้ขับขี่ไปได้ทุกที่ ตั้งแต่เริ่มปล่อยคลัชไหล สำหรับโหมด ROAD การเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้น ที่ 100-120 กม./ชม. ทำได้ดีมาก แรงบิดมาต่อเนื่องสม่ำเสมอดีทุกย่านรอบ เร่งแซงได้สบายๆ แบบไม่ต้องพะวงว่าต้องรอรอบ ต้องตบเกียร์เรียกแรงบิดอะไรมากมาย นอกจากนั้นยังมี Cruise Control ซึ่งใช้งานได้ง่ายมาก ให้ได้พักมือได้ตลอดทาง แบบว่า ผลักเปิดระบบ กดปุ่ม set จบ … ฟินนนน

หรือหากต้องการความสนุกในการขับขี่ในการจราจรที่ไหลๆเรื่อยๆ และต้องเร่งแซงอย่างต่อเนื่อง หากคุ้นกับรถแล้ว ต้องการเปิดคันเร่งออก และปิดคันเร่งเพื่อให้รถชะลอบ่อยๆ ก็สับไปโหมด Dynamic เลยครับ (สนุก มาก ! ทำเอาทุกคนถึงกับติดใจในการตอบสนองของรถไปเลย)

สำหรับเพื่อนๆที่ขับรถคันอื่นมาที่ไม่มี Telelever หรือโช็คต้นที่ 3 ต้องปรับตัวใหม่นิดนึงนะครับ เพราะการเบรคแบบปกติที่เรากดเบรคหน้าให้โช็คหน้ายุบเพื่อถ่ายน้ำหนักลงไป หรือบางครั้งตกใจกดเบรคหน้าจนหน้าทิ่ม … อาการเหล่านั้นจะแทบหมดไปบน R1200 GS คันนี้ … Telelever ที่ติดอยู่ช่วยซับแรงกดที่เกิดขึ้นที่ล้อหน้าขณะทำการเบรคหนักๆได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ขับขี่สามารถจัดเบรคได้แบบ “เต็มๆ” ทั้งหน้า-หลัง โดยตัวรถแทบไม่มีเสียอาการเลยทีเดียว

นอกจากนั้นด้วยลูกเล่นที่หลากหลายของระบบ ESA (Electronics Suspension Adjustment) หรือที่เราเรียกว่าโช็คไฟฟ้านั่นเอง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกการตอบสนองของช่วงล่างของรถได้ตามสภาพที่ต้องการเพียงปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ อ่ะถนนพัง ปรับ Soft กะได้ อะถนนปกติ Normal หล่ะกัน อะทางโค้งสลับซ้ายขวาไปมา เล่น Hard ก็ได้

ชิวบังลมหน้ายังสามารถปรับตั้งได้โดยง่าย และละเอียดมากทีเดียว เพียงมือหมุนบิดเบาๆซ้ายขวา ก็พร้อมจะปรับระดับให้เหมาะสมกับการเดินทางได้ทันที (แต่ทำไมไม่ทำปรับไฟฟ้ามาเลยหล่ะเนี่ย) โดยยังคงมีลมส่วนนึงวนเข้ามาโดนผู้ขับขี่บ้างซึ่งก็ดีแล้วหล่ะครับจะได้ไม่ร้อนเกินไปกับอากาศบ้านเรา

โหมดที่แนะนำ Road / Dynamic
ระบบกันสะเทือนระดับ Normal – Hard

 

การเดินทางในสภาพโค้ง ขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา ทางชัน

20151004_112033
ขนาดรถที่แทบจะสูงกว่าตัวผม ยิ่งบวกกับน้ำหนักตัวของ R1200 GS ที่ประมาณ 238 kg ผสานกับฐานล้อที่มีระยะยาวถึง 1507 mm อาจจะทำให้รู้สึกว่าต้องเป็นรถที่พลิกเข้าออกโค้งต่างๆ ได้ยากแน่ๆเลย

… แต่เปล่าเลย ผิดคาดไปแล้ว …

ในการใช้งานจริง R1200 GS สามารถตอบสนองการพลิกเข้าโค้งสลับซ้ายขวาต่อเนื่อง วนขึ้นเขาได้อย่างคล่องตัวมากเลยทีเดียว แรงบิดที่ให้มาสม่ำเสมอตั้งแต่รอบต่ำช่วยให้สามารถเดินคันเร่งพับรถขึ้นทางชันได้อย่างสบายๆ แบบไม่ต้องมาใช้คลัชช่วยให้เสียจังหวะในการเปิดคันเร่ง ช่วงล่าง โช็คต้นที่ 3 (Telelever) ยังมีส่วนช่วยให้รถไม่ออกอาการดิ้น หรือเสียอาการ เวลาต้องใช้เบรคลึกไหลลงเขา อาการของรถยังให้เสถียรภาพที่มั่นคงได้ดีมากเลยทีเดียว

โหมดที่แนะนำ Dynamic / Road
ระบบกันสะเทือนระดับ Hard – Normal

 

การเดินทางบนทางลูกรัง ดินโคลน ข้ามลำน้ำ แอ่งน้ำ

OAK_5915
และแล้วในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาสนุกกับการเสพย์เส้นทาง ลูกรัง ในวันที่พายุเข้าฝนตกทั้งวัน ถึงขนาดมีจังหวะที่หันมามองหน้ากัน เราจะไปกันต่อดีมั้ยว้า หรือเราจะกลับตัวกันตรงนี้ดี?

… “ไป” … แล้วก็สตาร์ทเครื่อง ออกเดินทางไปต่อแบบไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร

สำหรับการเดินทางบนทางลูกรังแบบนี้ สับเลยครับ สับไปเลย ไปยังโหมด Enduro !!! ไม่เช่นนั้นมีโอกาสที่จะพลิกผันได้พอสมควรเลยทีเดียว ยังไงหน่ะเหรอ ? ลองเอาโหมด Road ไปใช้ดูสิ แล้วเปิดคันเร่งแรงหน่อยนะ โอวววหฤหรรษ์ หรรษา ทำเอาแทบจะกลิ้งกันเลยทีเดียวเชียว

แต่เมื่อปรับมาเป็นโหมด Enduro ความสนุกในการขับขี่จะเริ่มกลับมาใหม่ อาการปลิ้นๆ สไลด์ๆ จะพับไม่พับ งงๆกับการขับขี่ หายไปหมด กลายเป็นความสนุกในการเดินคันเร่งปั่นล้อทิ้งออกจากโคลน กรวดต่างๆ กลับเข้ามาเหมือนเดิมแล้ว เพียงเลือกโหมด Enduro ระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ABS / ASC /ESA จะปรับตั้งให้รถมีความเหมาะสมสำหรับการเดินทางในแบบนี้เองทันที โดยผู้ขับขี่เองสามารถเลือกเซทช่วงล่างได้อีก 2 ระดับคือ Soft / hard (รวมไปถึง จำนวนผู้ขับขี่ และสัมภาระ)

และในการขับขี่ของเราในคราวนี้เรียกว่า “ควบกระโจน ฝ่า พายุฝน” กันเลยทีเดียว (คือจริงๆก็ขี่ย่องๆอ่ะครับ) ชุดกันฝนที่เตรียมไปใช้งานกัน 90% ของเวลาขับขี่กันเลย ถุงมือที่เคยบ่นร้อนๆกันตอนนี้หนาวสั่นยะเยือกกันไป …. รึเปล่า ! … ลืมอะไรไปมั้ยว่าเรามี Heat Grip ทันทีที่ฝนลงเม็ดอากาศเริ่มเย็น กดเลยครับเพื่อความฟินสบายของอุ้งมือเนียนๆของเรา โดย Heat Grip สามารถปรับได้ 2 ระดับคือ ความร้อน 100% และ 50% โดยจะแสดงเป็นสัญลักษณ์ก้อนกลมๆ 2 ก้อน และ 1 ก้อน ตามลำดับ

… ช่วงแห่งความฟินของอุ้งมือ ทำเอาแย่งกันขับขี่เลยทีเดียว ก็แหม่ มันอุ่นดีแท้ …

Screen Shot 2015-10-07 at 11.53.12 PM

รูปนี้น้ำประมาณครึ่งล้อนะครับ แต่ลองไปถึงประมาณแครชบาร์ ก็ยังผ่านได้สบายๆ

(ระดับน้ำสูงสุดที่ลุยกันได้ก็ประมาณเบาะผู้ขับขี่เลยครับ)

หรือจะบังเอิญเจอน้ำท่วมไหลหลาก ก็มาทดลองลุยแอ่งน้ำตื้นๆ แค่ประมาณ “แครชบาร์” ก็ยังผ่านไปได้สบายๆเนียนๆ โดยในโหมด Enduro นี้ การปั่นล้อหลังฟรีทำได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สามารถตะกุยออกจาก แอ่งน้ำ หินลอยต่างๆ ได้ โดยไม่มีอาการสะดุดของการถ่ายกำลังให้รู้สึกเหวอเล่นว่าจะพับลงไปนอนแอ้งแม้งกลางน้ำมั้ยน้า

แต่ทั้งนี้หากจะเอาไปลุยมากกว่านี้จริงๆ อาจจะเหนื่อยไปซักหน่อยนะครับ ไม่ใช่รถนะที่เหนื่อย คนเนี่ยแหล่ะ !! คือ R1200 GS เค้าถูกสร้างมาให้ไปในทุกสภาพ เพราะฉนั้น ยางติดรถที่ให้มาจะเหมาะกับการลุยแบบเบาๆมากกว่า นอกจากนั้นน้ำหนักของรถเอง ค่อนข้างมาก การขี่ๆ จอดๆ (แบบว่าจอดวิ่งๆๆ อ่ะ ถ่ายรูป อ่ะวิ่งๆๆ ขึ้นรถขี่ต่อ) ค่อนข้างใช้แรงพอสมควรเลยทีเดียวครับ แต่ถ้าทักษะทาง motocross ดีๆหล่ะก็ รับรองว่าสนุก และฟินไปกับการเดินทางได้ในทุกรูปแบบเลยทีเดียว

 

โหมดที่แนะนำ Enduro เท่านั้นครับ

ระบบกันสะเทือนระดับ Soft สำหรับทางหินคลุก / Hard สำหรับทางดินเลน

 

ข้อดี / ข้อเสีย

DSC00326
ข้อดี

  • โหมดเยอะ ระบบช่วยเยอะ จนอาจจะงง แต่ก็ใช้งานได้จริง ทุกอัน
  • ปรับความสูงรถได้ค่อนข้างง่าย ให้คนสรีระไม่สูงมากเข้าถึงรถได้ง่ายขึ้น
  • วงเลี้ยว การคอนโทรลรถในวงแคบทำได้ง่ายมากบนท่ายืน
  • เบาะสองตอน ขันซ้ายขวาปลดเบาะง่าย
  • ABS / ASC ทำงานละเอียดมาก ยอมรับให้คนขี่ผิดพลาดได้ค่อนข้างสูง
  • น้ำหนักรถค่อนข้างเบาเพียง 238 kg สำหรับรถที่มีมิติขนาดนี้ ความจุขนาดนี้
  • ทำความเร็วเดินทางได้ดี นุ่มสบาย และใช้งานความเร็วสูงได้ดี เสถียรภาพของรถดีมาก (สั่นที่แฮนด์นิดหน่อย จากคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์เอง)
  • ใช้เบรคได้เต็มที่ ไม่ต้องประคอง ไม่ต้องใช้สติเกลี่ยน้ำหนักเบรคหลังหน้ามาก โช็คต้นกลางลดอาการการหน้าทิ่ม ที่อาจจะไม่คุ้นเคย และต้อง
  • ปรับตัวพอสมควร เพราะจากที่เคยชินกับการกดโช็คหน้าตามน้ำหนักเบรค แต่บน R1200 GS จะต้องอาศัยการกะระยะ และน้ำหนักเบรคเอง
  • การขับขี่บนท่ายืน กระชับ และถ่ายน้ำหนักไปมาได้ง่าย
  • เกียร์ทำงานได้นุ่มนวล และส่งต่อแรงบิดได้ต่อเนื่องดี
  • บังโคลนหน้าหลังวางตำแหน่งได้ดี ตำแหน่งของหม้อน้ำ หลบด้านข้างทำให้ไม่โดนโคลนที่ปั่นขึ้นมาเยอะเกินไป (แต่ติดการ์ดเพิ่มก็ดีนะครับ)
  • R1200 GS คือ BMW คือตำนานร่วม 30 กว่าปีคันนึง ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ข้อสังเกต

  • ต้องใช้เวลาเรียนรู้การปรับตั้ง และศึกษาการใช้งานในแต่ละโหมดอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถตอบสนองตามสภาพต่างๆได้อย่างเหมาะสม
  • ชิวบังลมหน้าเป็นมือหมุน ถึงจะปรับตั้งได้ง่ายก็ตาม แต่แหม่ ให้ไฟฟ้ามาซะขนาดนี้แล้ว ทำปรับไฟฟ้าเลยก็ไม่ได้
  • ที่ความเร็วสูงต่อเนื่อง มีอาการสะท้านมือได้เล็กน้อย จากคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์เอง
  • ลุยฝนหนักๆต่อเนื่อง แล้วมีน้ำขังตรงเครื่อง และช่วงฝาน้ำมันนิดหน่อย อาจต้องคอยเช็ด และระวังตอนเติมน้ำมันนิดหน่อย
  • ยางที่ให้มาเหมาะกับทางเรียบทั่วไป และทางฝุ่นนิดหน่อย หากจะเอาไปใช้ในทางลูกรังให้สนุกกว่านี้ เปลี่ยนยางที่เหมาะสมเลยครับ
  • น้ำมันใช้อ๊อกเทน 95 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 เท่านั้น เลือกปั๊มน้ำมันที่จะเติมดีๆนะครับ แพลนล่วงหน้าไว้สักหน่อย แต่ด้วยระยะทำการประมาณ
  • 300+ km น่าจะเหลือๆ กับทุกการเดินทางในบ้านเราหล่ะ (สำหรับแก๊สโซฮอล์ ไม่ควรค้างแช่ถังไว้นานๆนะครับ)

อัตราสิ้นเปลือง

OAK_5217

หมายเหตุว่ารถคันนี้ยังรันอินนะครับ หลังจากพ้นรันอินแล้วน่าจะเข้าที่เข้าทางและแม่นยำมากขึ้น

2015-10-09_11h54_49
คิดเลขแบบขำๆ กับระยะทางที่เดินทางไป 951.3 km บน R1200 GS โดยใช้น้ำมันไป 55.99 litre อัตราสิ้นเปลืองรวมๆก็จะอยู่ที่ประมาณ 16.9 km/litre สำหรับรถที่มีความจุ 1170 cc นับว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ

 

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

OAK_5895

บางทีถ้ามีทางง่ายๆก็ขอทางง่ายๆบ้างละกันครับ ^^

น่าจะเหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการรถคันนึง ที่เดินทางไปได้แบบไม่ต้องกังวลในสภาพเส้นทาง
  • มีประสบการณ์ในการขับขี่แบบ enduro หรือ motocross อยู่แล้ว
  • ผู้ที่ต้องการรถที่ตอบสนองได้ในทุกรูปแบบของสภาพเส้นทาง ทั้งนี้ต้องศึกษา อย่างจริงจังนะครับ

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • มือใหม่ ไม่แนะนำครับ กับรถที่มีกำลังขนาดนี้ ถึงจะขับขี่ได้ง่ายก็ตาม แต่การคอนโทรลรถต้องอาศัยประสบการณ์ในการขับขี่พอสมควร ล้มแปะเบาๆ ถ้าหลบไม่ทันก็อาจบาดเจ็บหนักได้นะครับ
  • ขาลุย สายป่า วิบาก ปั่นโคลน จมน้ำ ลงห้วย คือ R1200 GS ทำได้ครับ เปลี่ยนยางนิดนึง ไปได้เลย เพียงแต่อาจจะลำบากนิดหน่อยกับขนาดของตัวรถเอง

 

สรุปรวมๆ

DSC00283
หลังจากที่ได้ขับขี่ R1200 GS คันนี้ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือ “ความหนักใจ” ไม่ใช่เพราะรถเค้าหนัก หรือไม่ดีอะไรนะครับ แต่ “หนักใจ” ว่าจะถ่ายทอดออกมาได้ครบทุกด้านรึมั้ย เพราะ กับ R1200 GS น่าจะเปรียบได้ดั่ง “มีดพับสวิส” ดีๆนี่เอง ที่มีเครื่องมือมากมายเต็มไปหมด และใช้งานได้จริงทุกอย่าง เพียงแต่ “ผู้ขับขี่ ต้องศึกษา และเรียนรู้เค้าอย่างจริงจังนะครับ” เพราะหากพลั้งพลาดเลือกโหมดผิด อาจทำให้การขับขี่เปลี่ยนไปจนไม่สนุก และพาลจะกลิ้งเอาได้ง่ายๆเลยทีเดียว

การเดินทางไม่ว่าจะในสภาพการเดินทางไหนก็ตาม (ยกเว้น สายป่า ไปเปลี่ยนยางก่อนเลย !) R1200 GS ก็พร้อมที่จะให้ผู้ขับขี่ที่เรียนรู้กับการใช้งานอย่างจริงจังแล้ว สามารถปรับแต่งให้เป็นได้ดั่งใจ ตอบสนองได้ตามที่ต้องการเสมอ จะเดินทางยืนพื้นตรงยาวๆ จะเจอสภาพทางลูกรัง ทางดิน ร่องน้ำ แองน้ำใหญ่ ทางโค้งขึ้นลงเขาต่างๆก็ตาม เพียงแค่ “ปรับโหมด” ให้เหมาะสม ก็ไปลุยกันได้เลย

ระบบเบรคต่างๆ สั่งได้มั่นใจ และยังมาพร้อมกับ BMW Telelever (หรือ โช็คต้นที่ 3) ที่มีส่วนช่วยให้รถไม่เกิดอาการหน้าทิ่ม แบบปกติ ซึ่งแรกๆอาจจะมีอาการเหวอบ้างเล็กน้อยจากความเคยชินในการเบรคแบบกดให้โช็คหน้ายุบตัวลงตามปกติ แต่กับ R1200 GS แทบจะไม่มีเลย (แต่เบรคอยู่นะครับ แบบสั่งได้ตามต้องการ)

นอกจากนั้นยังมีระบบต่างๆมากมายเข้ามาช่วยสนองความสบายให้ผู้ขับขี่ พากันฟินกันไป ไม่ว่าจะเป็น Cruise Control, Telelever, Heat Grip, … ที่เข้ามาทำให้การเดินทางสะดวก และสบายยิ่งขึ้นเข้าไปอีก

 

20151004_115937

… คราวหน้าเราจะไป Adventure กันต่อที่ไหนดี ! เริ่มเสพย์ติดเข้าไปเรื่อยๆแล้วสินะ …
(บอกตรงๆว่า มาโผล่ตรงนี้ได้ยังไง ยัง งงๆ อยู่จนถึงตอนนี้เลยครับ)

BKK Logo final
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ BKK Motorcycle พระราม 3 งามๆ อีกครั้งนะครับที่ให้เราได้ขับขี่บน BMW R1200 GS คันงามคันนี้แบบครบถ้วน เต็มทุกการใช้งานมากๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

BMW Motorrad Authorized Dealer.
89 Industrial Ring Road Chongnonsi , Yannawa, Bangkok, Thailand 10120
Tel +66(02) 683-0585-86
http://facebook.com/bkkmotorcycle

Comments