Review – Yamaha FJR 1300 ยักษ์ใหญ่ใจดี ที่พร้อมจะดุดัน กับทุกระยะของการเดินทาง

โดย / / 4,241 views

cover

Yamaha FJR 1300 … Go On … ไป เรื่อยๆ …

และคราวนี้มากับ Touring ยักษ์ใหญ่หน้าตาใจดี จาก Yamaha กับ Yamaha FJR 1300

กระนั้นเลย เราจึง จัดไปกับการเดินทางระยะทางรวมประมาณ 1,300 km บนทุกสภาพเส้นทางที่เค้าถูกสร้างมาให้วิ่งไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางบนทางหลักทำความเร็วเดินทางยาวๆ ต่อเนื่อง 2-3 ชม. ระยะทางร่วม 200-250 km ก่อนหยุดพัก หรือจะเป็นทางเขาสลับซับซ้อนกับโค้งที่ใช้ความเร็วต่อเนื่อง ไปจนถึงทางโค้งเขาแคบๆ ที่ใช้ความเร็วต่ำก็ตาม (มีแอบไปเล่นกับลูกรังมานิดๆ) FJR 1300 ก็จะยังคงวิ่ง และวิ่ง ไปต่อได้เรื่อยๆ

กลับมาๆ ก่อนจะเริ่มเวิ้นอีกแล้ว …​ คราวนี้ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆมากมาย รวมถึง Yamaha Riders Club เกษตร-นวมินทร์ ที่มีส่วนให้เกิดรีวิวครั้งนี้ขึ้นมาด้วยนะครับการเดินทางครั้งนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเพื่อนๆที่เดินทางไปด้วยกัน (ขี่คนเดียวมันเหงาหน่ะ) โดยในครั้งนี้เรามี FJR 1300 ร่วมเดินทางกันไป 2 คัน ถ้ารูปรถไม่ตรงกันนั่นแหล่ะครับ เรามี 2 คันในทริปนี้ (ฮาาาา) !!! ไหนๆช่วงนี้อากาศเริ่มจะดีขึ้นแล้ว พร้อมเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูกาลออกทริปกันเต็มตัว ก็จัดไปกับเส้นทางการเดินทางตามนี้เลยครับ

map

จากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่ เขาค้อ ไปสัมผัสอากาศเย็นสบาย ก่อนจะตามด้วยเชียงคาน บนทางสวยๆ โค้งสลับไปมาไปพักผ่อนกันริมน้ำโขงให้ชื่นใจ โดย

  • วันแรก เราจะมุ่งหน้าสู่เขาค้อกัน ใช้ทั้งทางหลักยาวๆ ก่อนจะตามด้วยทางแคบ สลับโค้งไปมาบนเขาค้อ
  • วันที่สอง เราจะออกเดินทางต่อ ผ่านเส้นทางสาย 21 เข้าเส้น 12 ที่ราบเรียบบนโค้งที่ใช้ความเร็วได้ระดับนึง ตรงต่อไปยังเชียงคาน ผ่านทางโค้ง และวิวสวยๆมากมาย
  • วันที่สาม ยาวๆเลยครับมุ่งตรงสู่ กรุงเทพ กลับบ้านกันรวดเดียว ให้รู้กันไปเลยว่ารถหน่ะไหว คนหล่ะอาการจะเป็นยังไง

เช่นเคยขอแบ่งหัวข้อในการรีวิวไว้ตามนี้นะครับ

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  7. น่าจะเหมาะกับ
  8. สรุป

IMG_0140

พร้อมแล้วมาลุยกันเลยระยะทางแค่ไหนเราไม่มีหวั่นอยู่แล้วคิดถึงการเดินทางขึ้นมาทันที ทริปหน้าไปไหนกันดีน้าาาา

รูปลักษณ์ทั่วไป

FJR
[ล่างซ้าย] ปะกับไฟทางซ้ายแบบเรียบง่าย (เหรอ) ปุ่มเพียบ !! แต่เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวเรามาดูกัน

  • ไล่เรียงมา ด้านบนตรงตำแหน่งไฟ pass จะเป็นปุ่ม Menu !! ใครใช้นิ้วชี้กดไฟ pass มา งงนิดนะครับ ปรับตัวนิดนึง
  • ต่อมาเป็นปุ่มเลือกปรับ ขึ้นลง ในเมนูต่างๆ
  • จากนั้นเป็นสวิทช์ไฟสูง พร้อมไฟ pass ในตัว
  • ตามด้วยสวิทช์ควบคุมระบบ Cruise Control
  • สวิทช์ไฟเลี้ยว
  • สวิทช์แตร

[บนขวา]

  • สวิทช์ off-run พร้อม start ในตัว
  • ด้านล่างมีสวิทช์เล็กๆ ไว้ปรับโหมด ระหว่าง Sport – Touring ที่ใช้งานได้ง่ายดายมากๆ

FJR1

[ล่างซ้าย] กับความเรียบง่ายของชุดคันเกียร์ และระบบส่งกำลังแบบเพลาที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน

[บนขวา] เป็นช่องเก็บของ พร้อมด้วยปลั๊กชาร์จไฟ (ปลั๊กจุดบุหรี่ แบบหัวใหญ่ที่ใช้กันในบ้านเรา) และปุ่มปรับความสูงของไฟหน้าทั้งสองด้วย

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

IMG_9608

หน้าปัทม์ที่เรียบง่าย แต่บอกทุกอย่างที่จำเป็น [จากซ้ายไปขวา] รอบการขับขี่ เกจ์วัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง โหมดการขับขี่ที่ใช้ ความเร็ว เวลา ไฟบอกเกียร์ เมนูที่เลือกใช้งานอยู่ และข้อมูลการขับขี่

Screen Shot 2015-10-30 at 1.39.35 AM

นอกจากนั้นเรามาดูเรื่องระบบในรถกัน

Screen Shot 2015-10-30 at 1.39.53 AM

สัดส่วนคน และรถ

rider163
เช่นเคยกับสัดส่วนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากับความสูง 163 cm และน้ำหนักตัว 65 kg แต่แหม่คราวนี้เรามากับรถที่มีน้ำหนักตัวร่วม 289 kg !! พร้อมกระเป๋า ก็ร่วมๆ 300 kg โฮะๆๆ ยกรถขึ้นตรงก็แตะปลายเท้าสองข้างได้สบายๆครับ เบาะรถไม่สูงมากและค่อนข้างแคบเข้ามาตรงช่วงขาทำให้การยกรถขึ้นทำได้สบายๆ

ไม่ใช่แค่ FJR 1300 แต่ไม่ว่าจะรถคันไหนก็ตาม การยกรถตั้งตรงสำหรับผู้ขับขี่ที่มีสัดส่วนไม่สูงนัก และกับการขับขี่เดินทางไกลๆ เราประหยัดแรงเราไว้เยอะๆนะครับ ไม่งั้นจะเพลียเอา ปกติผมจะประหยัดแรงแทบทุกครั้งที่ทำได้โดย

  • หักแฮนด์ออกทางขวา
  • ขึ้นรถโดยเหยียบพักเท้าขึ้นไปเลย
  • ถ้ามีคนซ้อนก็ให้คนซ้อนขึ้นก่อน
  • หย่อนก้นลงวางเท้าซ้ายให้เต็ม
  • ออกแรงดันรถขึ้นด้วยเท้าซ้ายที่วางเต็ม และใช้แรงจากหลังกับไหล่ผลักแฮนด์รถออกจากตัว
  • พอรถตั้งตรงก็ประคองให้แฮนด์กลับมาตั้งตรง กำเบรคหน้าไว้

ลองฝึกดูนะครับ ประหยัดแรงเราได้เยอะมากเลยทีเดียว ยิ่งเวลาเจอรถหนักๆ สูงๆ

IMG_9719

แต่เวลาจอดติดไฟแดง กับรถที่มีน้ำหนัก 289 kg เราควรวางเท้าให้เต็มข้างนึงนะครับ กันไว้ก่อน ลงเต็มๆสักข้างนึงจะได้ไม่ต้องเกร็งขามากเกินไปจะพาลให้ตะคริวกินเอานะค้าบบบ ขี่เดินทางมายาวๆ 2-3 ชั่วโมง แล้วมาเกร็งขานี่มีโอกาสตะคริวกินจะพาลล้มแปะเอาได้ง่ายๆ อาจจะไม่เจ็บอะไร แต่เจ็บใจ และหน้าแตกนะนั่น ^^’

ถ้ามีคนซ้อนหล่ะ สังเกตที่ตำแหน่งคนซ้อนจะนั่งสบายๆ ไม่อยู่ใกล้ผู้ขับขี่มากนัก เวลาจอดก็เขยิบก้นได้ง่ายๆครับไม่ลำบากอะไร

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #บนทางหลักด้วยความเร็วยืนพื้น

IMG_9880
บนการเดินทางกับ FJR 1300 บนเส้นทางหลัก กับความเร็วยืนพื้น 100-120 km/hr ใช้รอบเครื่องอยู่ที่ราวๆ 3,500-4,000 rpm แบบชิวๆ จากพื้นฐานของเครื่องยนต์ขนาด 1,298 cc แบบ 4 สูบ ที่ให้แรงบิดอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปล่อยคลัชท์ การเปิดคันเร่งอย่างต่อเนื่องทำได้เรื่อยๆ ทำความเร็วขึ้นได้อย่างนิ่มนวล ผสานกับการส่งกำลังแบบเพลายิ่งทำให้แรงบิดที่ส่งออกมานั้นทำได้ดีมาก ไม่มีการสะดุดของกำลังให้รู้สึกติดขัด และจากแรงบิดที่ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดช่วง ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้นิ่มนวลมาก มากขนาดที่คนซ้อนรู้ว่าเปลี่ยนเกียร์จากเสียงของเกียร์ แต่อาการกระชากหน้าหงายที่พบเจอบนรถสปอร์ตแทบไม่มีให้รู้สึกได้เลย

แม้จะต้องขับขี่ผ่านการจราจรติดขัด FJR 1300 คันนี้ ที่มีน้ำหนักตัวร่วม 289 kg ทำได้ดีพอสมควรเลยครับ ความกว้างของรถไม่ได้ใหญ่โตจนเกินไป ยังพอไปตามช่องทางต่างๆได้เป็นอย่างดี แต่การหักรถแคบๆกับสัดส่วนผมค่อนข้างลำบากนิดนึง ถึงรถจะมีวงเลี้ยวค่อนข้างแคบ แต่น้ำหนักที่มาก ทำให้ไม่สามารถเอียงรถได้เยอะ แต่ถ้าสัดส่วนสูงหน่อยซัก 170 cm ขึ้นไป และกำลังดีๆเอียงรถตามช่องแคบได้ง่ายๆเลยครับ (แต่เผื่อแฟริ่งไว้นิดน้า)

โหมดการขับขี่ 2 โหมดที่ให้มาคือ Touring และ Sport สามารถปรับได้ง่ายมาก เพียงปิดคันเร่งและผลักสวิทช์ทีเดียวจบ ในโหมด Touring ให้แรงบิดที่นุ่มนวลต่อเนื่องเหมาะกับการขับขี่แบบสบายๆไปเรื่อยๆ เปิดคันเร่งต่อเนื่อง ทำความเร็วขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับในโหมด Sport การตอบสนองจะปรับเปลี่ยนไปทันที คือจาก “ยักษ์ใหญ่ที่ดูใจดีนุ่มนวล” จะเปลี่ยนเป็น “ดุดัน และพร้อมจะพุ่งทะยานไต่ความเร็วได้อย่างทันที” เปิดคันเร่งแล้วทะยานออกไปได้แบบมั่นใจ จังหวะกระชากคันเร่งแรงๆจะมีช่วงที่เพื่อนๆที่ขี่ FJR กันเรียกว่า “ชาร์จ” นิดนึงนะครับ ก่อนจะทะยานหายลับไปทันที โดยมาจากช่วงของแรงบิดที่ทำให้สามารถเร่งไต่ความเร็วแบบนุ่มนวล มากกว่าที่จะกระชากให้ผู้ขับขี่หน้าหงายเงิบ

IMG_9838

น้ำหนักของรถที่มาร่วมๆ 289 kg ผสานกับช่วงล่างเดิมๆติดรถที่ให้มา เพียงพอมากกับการเดินทางแบบนี้ การใช้ความเร็วเดินทาง 80-120 km/hr หรือช่วงเร่งแซงขึ้นไปทำได้สบายๆ ไม่ว่าสภาพเส้นทางจะราบเรียบ หรือจะมีอุปสรรคบนทางหลักบ้าง Yamaha FJR 1300 คันนี้ก็พร้อมจะลอยข้ามผ่านเส้นทางไปได้แบบนุ่มนวล

ABS ที่ติดมา ทำงานได้ดี และละเอียดมาก การเบรคลดความเร็วอย่างรุนแรงทำได้ง่าย โดยที่รถไม่เสียอาการดิ้น สะบัด หรือดีดอะไร เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถทำการเบรคได้อย่างมั่นใจ และให้ระยะหยุดที่ดีมากเลยทีเดียวกับรถน้ำหนักขนาดนี้

Traction Control ที่ให้มามี 2 ระดับที่สามารถเลือกได้ ทำงานผสานกับระบบ YCC-T หรือคันเร่งแบบไฟฟ้าโดยใช้สายเป็นตัวบังคับ และการตัดกำลังของรถที่ทำงานได้ละเอียดมาก ช่วยให้การเปิดคันเร่งทำได้ง่าย แม้จะวิ่งบนทางหิน หรือลูกรัง หรือช่วงทำถนนที่มีกรวดทรายบ้าง ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงว่าจะต้องเลี้ยงน้ำหนักคันเร่งให้ต่อเนื่อง คือเปิดออกไปได้เรื่อยๆเลยครับ FJR 1300 จะคอยดูแลเอง (บนรถตั้งตรงน้า)

Cruise Control ที่ให้มาทำงานได้ไม่เกินความเร็ว 130 km/hr นะครับ แต่ก็นะปกติขี่ยืนพื้นกันนิ่งๆ 100-120 km/hr ก็เร็วมากหล่ะ การใช้งาน Cruise Control บน FJR 1300 ทำได้ง่ายดาย คือแค่เปิดสวิทช์ระบบ แล้วก็กด Set จบ ปุ่มควบคุมต่างๆไม่ซับซ้อน มีขนาดใหญ่ และเข้าถึงได้ง่าย

นอกจากนั้นยังมีชิวบังลมหน้าปรับไฟฟ้าที่ใช้งานได้ง่าย คือแค่กด Menu ปุ่มเดียวไปหาชิวบังลม แล้วกดปรับระดับได้เลยครับ จบ ! ปรับต่ำเวลาขี่ในเมือง หรือขี่เที่ยวทั่วไป ปรับให้สูงเวลาเดินทางยาวๆ โดยชิวไฟฟ้าปรับได้ละเอียดมาก ตามสรีระของผู้ขับขี่เลยครับ

ส่วนเรื่องการทำความเร็ว ขับขี่เดินทางสบายๆกันเถอะครับ เร็วเกินอันตราย (แต่ถ้าต้องเร็วเมื่อไหร่ สปอร์ตก็ตามให้ทันหล่ะกัน !!!)

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #ทางโค้งขึ้นลงเขา

IMG_9972

“FJR 1300 เนี่ยนะ โห ใหญ่ก็ใหญ่ หนักก็หนัก ขี่ทางโค้งเยอะๆ โค้งแคบ ถนนชันงี้ไม่เหนื่อยแย่เหรอ รถหนักขนาดนี้”

คือความคิดที่เคยคิดก่อนหน้านี้ของผมเลยเวลาเห็นเพื่อนๆบน FJR 1300 … “แต่” … “คิดผิด” … เพราะแม้ว่า FJR 1300 ที่มีน้ำหนักตัวขนาดร่วมๆ 300 kg อาจจะดูเทอะทะ หนักเวลาเข็น แต่ในการขับขี่จริง “พริ้ว” มาก … การวางน้ำหนักของรถ และเฟรมอลูมิเนียม ประกอบกับองค์ประกอบทั้งหมดทั้งมวลของ FJR 1300 ทำให้สามารถพลิกรถเข้าโค้ง S ต่อเนื่องตามสันเขาได้อย่างง่ายดาย แรงบิดที่ส่งมาตั้งแต่รอบต่ำอย่างต่อเนื่องทำให้เปิดคันเร่งพาออกจากโค้งได้อย่างนิ่มนวล น้ำหนักรถที่เหมือนจะหนักเวลาเข็นหรือตั้งตรง กลายเป็นข้อดีที่เราสามารถแบนรถได้อย่างมั่นใจ และมั่นคงมาก

IMG_0001

ทางโค้ง ทางเขาต่างๆ สปอร์ตก็ตามให้ทันหล่ะกันครับ คอยแต่ลงเกียร์คลอรอบส่งออกโค้ง มาเจอ FJR 1300 ที่จะขี่ยังไงก็เปิดออกได้เลย แรงบิดที่ให้มาตลอดช่วงอย่างต่อเนื่อง ทำให้จะขี่เกียร์ 3-4 ก็ออกโค้งชันๆทางเขาได้สบายๆ แบบหันไปโบกมือทักทายเพื่อนข้างหลังได้ชิวๆ

วงเลี้ยวในการโค้ง หรือกลับรถทำได้แคบดี บาล๊านซ์ของรถวางได้ดีเมื่อขับขี่แล้วไม่รู้สึกว่านี่เรากำลังขี่รถที่มีน้ำหนักร่วมๆ 300 kg พร้อมคนซ้อน อยู่เลย สนุกไปกับเส้นทางโค้งตามเขาได้แบบสบายๆ นิ่งๆ เลยครับ

 

อัตราสิ้นเปลือง

IMG_9616

แม้ว่าตามเสปคที่ทาง Yamaha แจงไว้คือ ทำได้ที่ประมาณ 12-13 km/litre แต่ในการขับขี่จริงต้องบอกว่า “ประหยัด” กว่าที่คาดไว้เยอะมากครับ ..​. ขนาดไหนหน่ะเหรอตามตารางนี้เลย

Screen Shot 2015-10-30 at 1.40.06 AM

กับสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย ทั้งทางหลักยืนพื้น ทางขึ้นลงเขาต่างๆ เราใช้ระยะทางที่จับอัตราสิ้นเปลืองไปทั้งสิ้น 1253 km และใช้น้ำมันไป 80.42 litre ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.58 km/litre สูงกว่าสเปคที่ให้มาไปอีกครับ

 

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

IMG_9649

ข้อดี

  • ระบบต่างๆที่ให้มาใช้งาน และเข้าถึงได้ง่ายมาก กดเล่นไม่กี่ครั้งก็ชินแล้ว
  • น้ำหนักรถแบกมาร่วม 300 kg แต่การยกรถขึ้นตั้งตรง และการขับขี่กับทำได้อย่างง่ายดาย
  • เดินทางระยะยาว 500-600 km ได้แบบสบายๆ เบาะ ท่านั่งต่างๆกระชับกับผู้ขับขี่ที่มีสัดส่วนแตกต่างกันได้เป็นอย่างดี
  • คนซ้อนไม่มีบ่น นั่งสบายๆ ฟังเพลง คุยเล่นได้เรื่อยๆ ไม่มีบ่นอิดออดว่าเมื่อยแบบที่ผ่านๆมา !!!
  • ชิวหน้าปรับไฟฟ้า ไม่ต้องละมือออกจากแฮนด์เลยครับ พอเจอการจราจรกดปื๊ดลดชิวหน้าลงรับลมสบายๆ พอเข้าเส้นทางหลักวิ่งยาวๆ กดปื๊ด อีกทีปรับขึ้นบังลมตามต้องการ … ชอบ !
  • โหมดการขับขี่ 2 โหมด ที่ตอบสนองได้ทันที ปรับใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากเกินไป
  • เบรคสั่งได้มั่นใจ เสถียรภาพของรถทำได้ดี
  • ส่งกำลังด้วยเพลาที่ซ่อนไว้ภายใน ให้ความรู้สึกที่ดี และเนียนไปกับการขับขี่มาก การลดเกียร์ทำได้แบบนุ่มนวล แต่หนักแน่น

ข้อสังเกต/ข้อเสีย

  • ถึงโช็คหลังจะปรับได้แต่ preload แต่ในการใช้งานแทบไม่ต้องทำอะไรเลยครับ เดิมๆที่ตั้งมาให้การตอบสนองต่อการใช้งานบนทางหลัก และทางรองได้เป็นอย่างดี อาการดีด ดิ้น ย้วย แทบไม่มีให้รู้สึกได้
  • ถ้าติดกล่องท้ายใบใหญ่เพิ่ม ไม่ควรใส่ของน้ำหนักเยอะนะครับ เพราะถึงจะปรับตั้ง preload แล้วก็ยังมีอาการหน้าลอยได้นิดๆ เวลาเร่งทำความเร็วสูง
  • ตัวที่ขายในบ้านเราเป็นตัวธรรมดานะครับ ไม่มีคลัชท์ไฟฟ้า ไม่มีโช็คปรับไฟฟ้า แบบตัวนอก แหม่ ทำไมไม่เอาเป็นโช็คไฟฟ้ามาเลยน้า น่าจะฟินกว่านี้ได้อีกเยอะเลยทีเดียว

 

น่าจะเหมาะกับ

IMG_0112
น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่แสวงหา “ความฟิน” กับการเดินทาง จะระยะทางแค่ไหนก็ไปได้ไม่มีหวั่น 400-600-700 km ต่อเนื่องแบบสบายๆ
  • มีพื้นฐานในการขับขี่รถใหญ่มาบ้างแล้ว

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • เช่นเคยครับ มือใหม่ ไม่แนะนำ แม้ว่า FJR 1300 จะขับขี่ได้ง่ายก็ตามแต่กำลัง และความเร็วของรถที่ทำได้ ไม่แพ้สปอร์ต 1000 cc เลยครับ อีกทั้งน้ำหนักรถที่ค่อนข้างมาก ต้องเผื่อแรง และกำลังตัวเองไว้พอสมควร

 

สรุป

IMG_9720
หากการเดินทางคือระยะทางที่ไม่มีสิ้นสุด FJR 1300 คันนี้ก็พร้อมจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี บนทางหลัก ทางรอง ทางโค้งเขาต่างๆ ทำได้สบายๆเลยครับ การใช้งานโหมด เมนูควบคุม ชิวบังลม heated grip เมนูการวัดค่าต่างๆ สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องพื่งคู่มือมานั่งกางอะไรมากมาย เข้าถึงง่ายและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็เรียนรู้ได้ครบถ้วนแล้วครับ

ระบบที่มีมาให้กับรถอาจจะไม่มากมายคือมี ABS , Traction Control 2 ระดับ (และปิด) และโหมดการขับขี่ 2 โหมด อาจจะดูไม่เยอะอะไร แต่ที่ให้มาคือดี !! ABS ทำงานละเอียดและนิ่มนวล Traction Control รักษาการปั่นของล้อหลังได้ละเอียดมาก โหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้ง่าย และให้นิสัยของรถที่ชัดเจนตามที่ผู้ขับขี่ต้องการ

การเดินทางยืนพื้นยาวๆ ทำได้ดีมาก เป็นรถคันนึงที่ให้ความสบายทั้งกับผู้ขับขี่ และคนซ้อนได้มากเลยทีเดียว แม้ว่าจะแบกน้ำหนักตัวมาร่วม 300 kg แต่ในการขับขี่ทางเขา ทางโค้ง ทางชันต่างๆ กลับทำได้ง่าย การพลิกรถเข้าโค้ง S ต่อเนื่องทำได้สบายๆ FJR 1300 พร้อมจะพาผู้ขับขี่เข้าโค้งไปได้แบบที่ไม่ต้องพะวงว่าจะมีอาการดีด ดิ้น อะไร การส่งกำลังทำได้เนียน นุ่ม และต่อเนื่องดีมาก

กับ FJR คันนี้ขอแค่ปักเป้าหมายเลยครับว่าอยากไปถึงที่ไหน ระยะทางไกลแค่ไหน จะขึ้นเหนือสุดประเทศ หรือลงใต้สุดชายแดน FJR 1300 ก็พร้อมจะพาไปได้แบบนุ่มนวล ลอยไปบนเส้นทางการเดินทางได้แบบไม่ต้องพะวงกับการขับขี่มากเกินไป

สุดท้ายนี้ มองหน้าชนกันสักนิด ระหว่าง Super Tenere Touring Adventure ที่ไปได้ทุกสภาพเส้นทาง กับ FJR 1300 Touring ที่พร้อมจะทะยานไปได้ทุกระยะทางที่ต้องการจาก Yamaha 2 คันนี้ เลือกตามที่ชอบ ตามการใช้งานที่ใช่เลยครับ … ฟิน …​ ทั้งคู่

IMG_9632

ส่วนพี่แดงคันข้างๆ ติดตามได้ที่นี่เลยครับ กับ Review – YAMAHA SUPER TENERE XT1200Z กับการเดินทางจริงบน(แทบ)ทุกสภาพ

 

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Yamaha Riders Club และ 40 Garage สำหรับการตระเตรียม และเซอร์วิสด้วยดีที่ผ่านมาโดยตลอดด้วยนะครับ

yrc

https://www.facebook.com/YRCThailand

10:00 – 19:00 Mon – Sat

40garage_300_90

https://www.facebook.com/40garage
13:00-21:00 mon-sat
Tel 089-667-3346

Comments