REVIEW : Ducati Monster 821 เติมเต็มกับการเดินทาง ในทุกเส้นทางที่พบเจอ

โดย / / 7,292 views

cover

ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณ Ducati พระราม 3 ที่ให้เกียรติเราได้ทำการขับขี่เดินทางบน Ducati Monster 821 กับระยะทางการใช้งานจริงร่วม 1300 กม. บนเส้นทางการเดินทางในทุกสภาพที่พบเจอได้บนการเดินทางบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น การใช้งานในเมืองที่สภาพการจราจรติดขัดสาหัส เส้นทางหลักยืนพื้น เส้นทางรอง ทางเขาสลับโค้งแคบๆ หรือทางเขาที่มาพร้อมกับโค้งที่ต้องใช้ความเร็ว

โดยการเดินทางในครั้งนี้เราจะมุ่งหน้ายาวๆ จาก กรุงเทพสู่เขาค้อ ก่อนจะออกเดินทางต่อยัง อ.เชียงคาน จังหวัดเลย และเดินทางกลับยาวๆ รวดเดียวถึงกรุงเทพ กับรถ Naked คันนึง จาก Ducati ที่หลายๆคนชื่นชอบ

สำหรับ Monster 821 ก็ถือว่าออกมาได้สักระยะเวลานึงแล้ว การรีวิวครั้งนี้จึงจะขอเน้นไปที่การใช้งานจริงในสภาพที่หลากหลายแทนนะครับ

เช่นเคยกับหัวข้อในการรีวิวเพื่อความกระชับตามนี้เลยครับ

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. มาย่อยเรื่องโหมดการขับขี่กัน
  4. สัดส่วนคน และรถ
  5. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  6. อัตราสิ้นเปลือง
  7. ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  8. น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  9. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

20151023_163804

Monster 821 มากับมิติและเส้นสายของตัวรถที่ดู “ดุดัน”​ ขึ้นมากกว่ารุ่นพี่อย่าง Monster 795 796 ออกไปทางละม้ายคล้ายคลึงกับ Monster 1200 ซะอีก โดยเฟรมของ 821 จะมีการ “ใช้เครื่องยนต์มาช่วยรับแรง” คือ เฟรมท้าย และเฟรมหน้า จะยึดกับเครื่องยนต์ไปด้วยกัน โดยลักษณะการยึดแบบนี้เริ่มใช้มากับ Ducati Panigale

นอกจากนั้นสิ่งนึงที่ใส่เข้ามาใน Monster 821 คันนี้คือ หม้อน้ำครับ ซึ่งช่วยรักษาความร้อนของเครื่องยนต์ในการขับขี่ผ่านการจราจรติดขัดได้ดีขึ้นมากเลยทีเดียว

 

mtn

ปีกถังน้ำมันทรงกว้าง แต่ช่วงขากระชับใช้ได้ทีเดียว ช่วงแฮนด์ และพักเท้าที่มีการปรับระยะใหม่ ทำให้ท่านั่งเป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากขึ้น และใช้เดินทางได้สบายขึ้น ให้การควบคุมรถที่ง่าย และคล่องตัวมากกว่า Monster 795, 796

[ด้านบนซ้าย] ประกับไฟทางซ้าย ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงด้วยการใช้งาน ไล่เรียงลงมาเลยครับ

  • สวิทช์ไฟ pass ที่ปลายนิ้วชี้ โดยใช้เป็นตัวจับเวลาใน Lap Function ได้ด้วย
  • ปุ่มโยกด้านบนเป็น switch up สำหรับเลือกเมนู
  • ปุ่มโยกด้านล่างเป็น switch down สำหรับเลือกเมนู
  • สวิทช์ไฟเลี้ยวที่มาพร้อมปุ่มพิเศษตรงกลาง โดย
    • กดแตะ 1 ครั้ง จะเป็นการยกเลิกไฟเลี้ยว
    • กดแตะเรื่อยๆ จะเป็นการเลือกโหมดการขับขี่
    • กดค้าง 4 วินาที จะเป็นการยืนยันโหมดที่ต้องการใช้
    • กดค้าง 3 วินาที และสไลด์ไปทางซ้ายจะเป็นการเปิดไฟ hazard หรือไฟผ่าหมากนั่นเอง

[ด้านขวา] ปะกับไฟทางด้านขวามากับ สวิทช์สตาร์ท โดยต้องเลื่อนปุ่มแดงขึ้นไป แล้วกดสตาร์ทที่ปุ่มดำๆด้านล่างนะครับ

เรือนไมล์เป็นแบบดิจิตอลล้วนๆ บอกข้อมูลในการขับขี่ที่จำเป็นอย่างครบครัน แต่ยังคงไม่มีไฟบอกเกียร์ และเกจ์วัดระดับน้ำมัน จะมีแค่ไฟเตือนเมื่อใกล้หมดแล้ว ซึ่งก็น่าจะขับขี่ต่อได้ราวๆ 40-50 กม. โดยบนหน้าปัทม์จะมีบอก

  • รอบเครื่องเป็นแถบพลัง ! ด้านบน
  • ระยะการเดินทาง เวลา
  • ความเร็วที่ใช้อยู่
  • ข้อมูลในการขับขี่ Trip ต่างๆ
  • ระดับของ ABS (ตามโหมดที่ใช้งาน หรือปรับแต่งเอง)
  • ระดับของ DTC (ตามโหมดที่ใช้งาน หรือปรับแต่งเอง)

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

mtn1
การ์ดท่อเย็นแท้ ขี่ขึ้นดอยมา เอามือจับได้เลยครับ ไม่ร้อนอะไร

2015-11-19_13h50_33

 

มาย่อยเรื่องโหมดการขับขี่กัน

20151023_164103

สำหรับ Ducati Monster 821 คันนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกในตระกูลของ Monster ที่มีการเพิ่ม ABS 3 ระดับ (และปิด) พร้อมมาด้วย DTC แบบปรับระดับได้อีก 8 ระดับ (และปิด) โดยจะมีการตั้งค่าพื้นฐานไว้ให้ 3 โหมดด้วยกัน คือ Sport Touring และ Urban ตามนี้เลยครับ

การปรับโหมดทำได้โดยกดปุ่มมหัศจรรย์ตรงกลางเลือกโหมดที่ต้องการ แล้วกดค้างไว้ 4 วินาทีนะครับ รถจะแจ้งมาให้เรา “ปิดคันเร่ง” และ “ห้ามเบรค” แล้วถึงทำการเปลี่ยนโหมดให้นะครับ หลังจากนั้นก็พร้อมสนุกไปกับโหมดที่เราเลือก หรือชิวไปในแบบที่ต้องการได้เลย

2015-11-19_13h50_41

นอกจากนั้นนะครับ แต่ละโหมดเรายังสามารถปรับระดับ ABS หรือ DTC ได้เองผ่านทางเมนู settings ในรถอีกต่างหากนะครับ คือเลือกได้เลยว่าอยากได้แบบไหน Monster 821 คันนี้พร้อมจะตอบสนองให้อย่างที่ผู้ขับขี่ต้องการ (แต่ !! ต้องจอดรถเพื่อตั้งค่าละเอียดนะคร้าบ ซึ่ง Ducati เองก็ไม่ยอมให้เข้าปรับตั้งหากกำลังขับขี่ด้วยความเร็วมากกว่า 20km/hr ตั้งค่าต่างๆจอดเถอะ อันตราย ^^)

 

สัดส่วนคน และรถ

rider163

กับผู้ขับขี่ที่มีสรีระส่วนสูง 163 cm และน้ำหนัก 65 kg นั่งตรงกลางเบาะวางปลายเท้าได้สองข้างสบายๆครับ (บนเบาะแบบ low seat) สำหรับเบาะ high seat ก็จิกเท้านิดนึง ดีที่รถค่อนข้างเบาการตั้งรถ การขับขี่ต่างๆทำได้สบายเลยทีเดียวครับ

 

20151023_165025
และเช่นเคย เขยิบก้นสักนิด แล้ววางขาข้างใดข้างนึงเต็มๆดีกว่าครับ ยิ่งถ้าเราเดินทางระยะไกลๆ มาเขย่งตลอดเวลา ..​มันเมื่อยหน่ะ ดีไม่ดีตะคริวกินขาหล่ะเพลินเลย

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การใช้งานในเมืองหรือการจราจรหนาแน่น

20151023_164622

ความร้อนหล่ะ !! ประเด็นร้อนๆ !! บนการขับขี่ในการจราจรติดขัด ระดับความร้อนที่แผ่ออกมาจากรถใกล้เคียงกันกับ Monster 795, 796 คือร้อนในระดับที่สบายๆ ไม่ได้ถึงขนาดร้อนมากมายจนรับไม่ได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “หม้อน้ำ” ทำให้อาการที่ร้อนที่เพื่อนๆบางคนอาจจะเคยเจอในการจราจรติดขัด จนต้องจอดพักบน Monster 795,796 จะไม่มีบน Monster 821 คันนี้ครับ หม้อน้ำที่ใส่เข้ามาช่วยรักษาการทำงานของเครื่องยนต์ให้ได้ระดับความร้อนที่เหมาะสมดีขึ้นมากเลยทีเดียว

ทั้งนี้ระยะแฮนด์ และระยะกระจกที่กว้าง ทำให้การขับขี่ผ่านช่องของรถติดๆ อาจจะทำได้ติดขัดเล็กน้อย แต่ยังดีครับที่ตัวรถเค้ามีน้ำหนักเบา และความสูงทีค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ในบ้านเรา เลยยังช่วยให้สามารถโยกรถหลบได้เรื่อยๆ

กับการขับขี่ในเมืองที่เราไม่ได้ต้องการแรงบิดมากมาย และส่วนใหญ่คือการเดินคันเร่งเบาๆ เลี้ยงรถไปตามการจราจรสับมา Touring เลยครับ การตอบสนองคันเร่งที่หน่วงลงนิดนึงช่วยให้เราปิดเปิดคันเร่งได้ง่ายขึ้น หรือจะมา Urban เลยก็ได้ครับ ขี่สบายขึ้นเยอะ

ส่วนโหมด Sport จะมีอาการหน้าทิ่มเวลาปิด และหน้าสั่นเวลาเปิดคันเร่งได้เล็กน้อยนะครับ จากการปรับการตอบสนองให้ไว เดินคันเร่งช้าๆจะทำได้ไม่ค่อยนิ่มนวลเท่าไหร่ ก็ตามที่ออกแบบให้ใช้กับการขับขี่ที่รอบสูง สภาพถนนดี หรือสนามแหล่ะครับ

โหมดที่แนะนำ Touring สำหรับการขับขี่ทั่วไป
Urban เวลารถติดหนักๆก็สบายดีครับ

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางหลัก

IMG_0083

บน Ducati Monster 821 การเดินทางบนเส้นทางหลักยืนพื้นทำความเร็ว 100-120 km/hr ทำได้ค่อนข้างดี กับการใช้งานเดินทางบนรอบเครื่องยนต์ยืนพื้นประมาณ 5,500-6,500 rpm ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังจะเริ่มมีแรงบิดขึ้นมา ทำให้การเร่งแซงทำได้ง่าย แต่ถ้ารอบเครื่องขึ้นไปแตะๆที่ประมาณ 7,000-8,000 rpm ซึ่งเป็นช่วงที่แรงบิดไต่มาเต็มๆ หรือคือย่านที่เราใช้ในช่วงเร่งแซง จะมีอาการ “สั่น” สะท้านขึ้นมาพอสมควร ตามนิสัยของเครื่อง L-Twin แต่บนการขับขี่ทั่วไป สบายๆดีครับ ถือว่าทำได้นิ่มนวลขึ้นกว่า Monster 795, 796 พอสมควรเลยทีเดียว

และเป็นปกติสำหรับ Naked ที่ลมจะเข้ามาปะทะผู้ขับขี่มากพอสมควร หัวสั่นหัวคลอนได้นิดหน่อย ถ้าใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องนานๆอาจมีอาการล้าที่ต้นคอได้นะครับ มาขี่ชิวๆ เดินทางหล่อๆ ให้คนเห็นกันชัดๆ ดีกว่า

บนโหมด Sport การตอบสนองคันเร่งทำได้ดี เร่งแซงตามจังหวะของการจราจรได้อย่างคล่องตัว โดยโหมดนี้จะปรับให้ ABS อยู่ที่ระดับ 1 คือจะตอบสนองช้า และมีอาการล๊อคได้นิดหน่อยนะครับ อาจจะมีอาการเอี๊ยดอ๊าดบ้างแต่ก็ทำงานได้ละเอียดพอสมควร และฉับไวดี

หรือถ้าถนนโล่งๆ ขี่ชมวิวทิวทัศน์ก็ปรับลงมาโหมด Touring เลยครับ การตอบสนองของคันเร่งจะถูกทอนลงเล็กน้อยให้เราขับขี่ได้สบายขึ้น ไม่ต้องละเอียดกับการเดินคันเร่งมากเกินไป อีกทั้งเวลาเราเจอกับสภาพถนนแย่ๆ เป็นคลื่น การทอนการตอบสนองของคันเร่งช่วยให้เราไม่ต้องประคองคันเร่งมากเกินไป สะเทือนๆนิดหน่อยก็ยังคงรักษาอาการของรถไว้ได้ดีครับ

 

โหมดที่แนะนำ Sport สำหรับถนนแห้ง

Touring สำหรับฝนตกหรือถนนไม่สม่ำเสมอ

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางเขาทางโค้งต่อเนื่อง

IMG_9984

แม้ว่า Ducati 821 มากับระยะฐานล้อที่ยืดขึ้นมาอยู่ที่ 1480 mm ซึ่งมีผลให้จุดศูนย์ถ่วงของรถมาแถวกลางๆมากขึ้น และเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่มากขึ้น แต่ด้วยการปรับท่านั่งใหม่ ผสานกับน้ำหนักรถที่เบาเพียง 205.5 kg ทำให้การพลิกรถเข้าโค้งต่อเนื่องบนถนนแคบๆ ทำได้โดยง่าย และแรงบิดที่มาตั้งแต่ช่วงต้นทำให้ Ducati Monster 821 สามารถส่งออกโค้งได้สนุกพอสมควรเลยทีเดียว

กับการเดินคันเร่งออกให้สบายๆ สับมาโหมด Touring เลยครับ Monster 821 จะตอบสนองช้าลงนิดหน่อย ซึ่งก็ช่วยให้เราไม่ต้องพะวงกับการเปิดคันเร่งแล้วมีอาการสะดุด หรือหน้าหงายเงิบกันในโค้ง ขี่ช้าลงสักนิด ชิวๆ ชมวิวทิวทัศน์ บนม้าสีแดงเพลิงก็ชิวดีนะเอ้อ

บนการเดินทางในทางเขาที่เราอาจจะไม่สามารถบอกได้ว่าขึ้นเนินไปแล้วจะเจออะไร อาจจะเป็นทางโค้งลงเนินชัน “หักศอก” ต่อเนื่องก็ได้ ซึ่งนี่หล่ะครับที่ Slipper Clutch เข้ามาช่วยได้ระดับนึงเลยทีเดียว กับ “คลัชที่ยอมให้ลื่น” ได้เล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการล้อหลังล็อคจากการลดเกียร์ไวเกินไป เช่นจากเกียร์ 5 ลงมาเหลือ 2 เป็นต้น กับ Monster 821 คันนี้ ทำได้ดีครับ ไม่มีอาการดีดดิ้นให้เสียวเล่นมากเกินไปแบบคลัทช์ปกติ แต่ก็ไม่ได้ต้องใช้มันตลอดนะครับ เดี๋ยวไปเจอรถคันอื่นที่ไม่มีแล้วจะเหวอเอา ^^’

 

โหมดที่แนะนำ Touring สำหรับทางแห้ง

Urban ถ้าฝนตก

 

อัตราสิ้นเปลือง

20151023_163849

2015-11-19_13h50_53

กับการเดินทางที่มีระยะรวมที่ประมาณ 1309 km ใช้น้ำมันไปประมาณ 62 litre หรือคิดได้ที่ราวๆ 21 km/litre เลยทีเดียวครับ สำหรับเครื่องยนต์ที่มีความจุขนาดนี้ เดินทางกับเค้าไปทุกสภาพเส้นทางแบบนี้ ใช้ได้เลยครับสบายๆเลย

 

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

20151023_164537

เบาะนุ่มนิ่ม นั่งสบายๆ ถึงจะเป็นเบาะตอนเดียว แต่วางตำแหน่งผู้ขับขี่ และคนซ้อนได้ดีทีเดียวครับ

ข้อดี

  • ท่านั่งที่ปรับมาทำให้การขับขี่เดินทางทำได้ดีขึ้น ท่านั่งกระชับขึ้น ช่วงแขนเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • โหมดให้มา 3 โหมด และใช้งานได้จริง การตอบสนองของรถเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในแต่ละโหมด
    • Sport ว่องไว ตอบสนองทันที ดุดัน
    • Touring เชื่องมือลงนิดหน่อย แต่ยังพร้อมจะพยศได้เต็มที่
    • Urban ชิวๆ ขี่กินลมสบายๆ
  • นับเป็นครั้งแรกของ Monster ที่มีการใส่ ABS และ DTC ที่สามารถปรับระดับได้ละเอียดมากเลยทีเดียวครับ โดย ABS ตั้งได้ถึง 3 ระดับ และ DTC ตั้งได้มากถึง 8 ระดับ (หรือจะปิดเลยก็ได้ สำหรับการขับขี่ในสนามที่ต้องการความคม และการออกโค้งที่ไว)
  • “ความร้อน” Monster 821 มาพร้อมกับหม้อน้ำ ซึ่งช่วยรักษาความร้อนของรถได้ดีเลยครับ อาการร้อนจนอาจจะน๊อค จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากกับ Monster 821 คันนี้
  • เบาะที่ปรับระดับความสูงได้ง่าย ช่วยให้ผู้ขับขี่ในบ้านเราที่มีสรีระไม่สูงมากนัก สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และขับขี่ได้มั่นใจมากขึ้นครับ

 

ข้อสังเกต

  • ปะกับไฟซ้ายที่มาแบบเรียบง่าย พร้อมปุ่มมหัศจรรย์ที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง ต้องปรับตัวนิดหน่อยนะครับ บางครั้งก็มีงงๆ บ้าง แต่สักพัก 10-15 นาทีก็เริ่มชินครับ แล้วก็ไม่ต้องสนใจหล่ะ
  • ความร้อนแผ่พุ่งได้พอสมควรในการขับขี่บนการจราจรติดขัด ระอุๆ อ้าว ออกมาพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดรับไม่ได้
  • กับนิสัยของเครื่องยนต์ L-Twin ที่ให้แรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำ แต่เมื่อไล่รอบขึ้นไป 5-6,000 rpm จะเริ่มมีอาการสั่นๆพอสมควร และช่วงเร่งแซงที่ 7-8,000 rpm จะเป็นย่านที่มีอาการสะท้านขึ้นมาจนแฮนด์สะเทือนได้ให้รำคาญได้
  • เบาะที่ตำแหน่งต่ำช่วยให้คนสรีระไม่สูงมากเข้าถึงได้ง่าย แต่ตัวถังก็จะบางลงนิดหน่อย อาจจะหนีบได้ไม่สะดวกเท่าเบาะที่ตำแหน่งปกตินะครับ
  • คลัทช์ ! ต้องปรับตัวพอสมควร คลัทช์นิ่มๆของ Ducati ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมากมาย แต่ก็มีระยะการทำงานที่ค่อนข้าง “สั้น”​ คือแตะนิดจาก ปล่อยนิดเดียวจับ ช่วงออกตัวนี่ต้องฝึกอยู่หลายครั้งเหมือนกันครับกว่าจะจับจังหวะแม่นๆของเค้าได้

 

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

IMG_0125

ขับขี่บนเส้นทางโล่ง ไม่มีการจราจรนะครับ การขับขี่ปกติหนีบถังสบายๆ lean-in ช่วยนิดหน่อยก็พอ ^^

น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่ต้องการเดินทางระยะสั้น – กลาง ประมาณไม่เกิน 400 km ต่อวันกำลังดีเลยครับ
  • ตอบสนองต่อการใช้งานได้หลากหลาย
  • มือใหม่ ไม่ค่อยแนะนำครับ แม้ว่า Monster 821 จะขับขี่ได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับ Monster 795 /796 แต่ cc ขนาดนี้ กำลังขนาดนี้ ความเร็วที่ฉีกออกมา อันตรายครับ ค่อยๆไล่ cc หรือเก็บทักษะจากการฝึกฝนตามคอร์สต่างๆมาเรื่อยๆดีกว่าครับ

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่นำรถมาเพื่อการเดินทางระยะไกล คือด้วยตัวรถถามว่าทำได้มั้ย ทำได้ครับ แต่ผู้ขับขี่ออกจะเหนื่อย และพาลเอาการท่องเที่ยวไม่สนุกซะมากกว่า
  • ขับขี่ในเมืองการจราจรติดขัดตลอดเวลา จากการที่คลัทช์เค้าจะมีระยะที่ค่อนข้างสั้น การจับจังหวะคลัทช์ในรอบต่ำๆ ต่อเนื่อง อาจจะเผลอทำดับเอาได้ง่ายๆ ถ้าเลียคลัทช์มากไปก็ออกจะเปลืองไปนิด แต่ถ้าชินมือแล้วก็น่าจะคล่องขึ้นมากกว่านี้ครับ

สรุป

20151023_164042

พารถ Naked มาขึ้นดอยลุยทางดิน ทางลูกรังหลุมบ่อกันสักนิด Monster 821 ก็ยังพาไปถึงที่หมายได้นะครับ

รีวิวครั้งนี้ออกมาช้าไปสักนิดกับ Monster 821 ซึ่งก็มีเพื่อนๆ ได้ขับขี่กันเยอะแล้ว แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกหล่ะกันครับของผมบน Monster 821 คันนี้ จากการที่เคยมีโอกาสได้ขับขี่ Ducati Monster 795 และ 796 มาก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับ Monster 821 …​แต่ …​ ไม่ใช่เลย

Monster 821 คันนี้มาพร้อมกับระบบอิเล็กทรอนิคส์ที่เข้ามาเพิ่มคาแรคเตอร์ให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในสายสนุก สายสบาย หรือสายชมวิว ก็ตาม นอกจากนั้น ท่านั่ง ตำแหน่งท่าทางของผู้ขับขี่ได้รับการปรับมาให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และขับขี่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

การปรับแต่งเครื่องยนต์ การปรับแต่งการใช้คันเร่งไฟฟ้า (หรือ RbW) ของ Monster 821 ทำออกมาได้ดีเลยครับ ตอบสนองได้ชัดเจน และใช้งานได้ค่อนข้างดี แรงบิด เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งการเพิ่มไอเท็มลับ “หม้อน้ำ” เข้ามายิ่งทำให้ Monster 821 คันนี้ใช้งานในบ้านเราได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนไปอีก ความร้อนที่ออกมาจากตัวรถในสภาพการจราจรติดขัด แผ่พุ่งออกมาพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดร้อนจนรับไม่ได้

การปรับโหมดการใช้งานออกไปทาง งงๆ นิดหน่อยตอนแรกๆ คือใช้ปุ่มมหัศจรรย์ปุ่มเดียวกับไฟเลี้ยว แต่พอปรับตัวได้ก็โอเคครับ จะไม่ง่ายแบบรถบางคันที่ปิดคันเร่ง กดจบ กับ Monster 821 ต้องกดแช่ไว้สักนิดนึง

การเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้น 100-120 km/hr เป็นย่านความเร็วที่กำลังเหมาะสมกับ Naked เลยครับ และ Monster 821 ก็ทำย่านแรงบิดออกมาได้ดีในช่วงนั้นเลยทีเดียว คือผู้ขับขี่สามารถเปิดคันเร่งออกเพิ่มเร่งได้ทันทีโดยไม่ต้องลดเกียร์ลงช่วยเพิ่มแรงบิดมากเกินไป

บนการเดินทางจริงที่เราเดินทางไปในแทบทุกสภาพถนนที่สรรหาได้ Monster 821 ก็พร้อมจะพาไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันนะนั่น !

 

20151023_163937

บางครั้งความสุขก็อยู่ไม่ไกลมาก แต่อยู่บนเส้นทางที่เรากำลังเดินทางนี่แหล่ะครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Ducati พระราม 3 ด้วยนะครับ ที่ให้ความอนุเคราะห์เรา MotoNaked.com ได้มาทำการขับขี่ Monster 821 คันนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รับรถมาเพื่อทำการรีวิว บนการเดินทางจริงของเรา ขอบคุณนะครับ

 

299445_416679825046910_212165516_n

https://www.facebook.com/ducatirama3

โทร: 02 6828082-7 ต่อ 300 เปิดบริการทุกวันไม่มีวันหยุด

 

Comments