Review : BMW F800 GT รถ Touring ที่ทำได้ดีเกินคาดกับการเดินทางจริง

โดย / / 3,073 views

cover

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ BKK Motorcycle ที่ให้เกียรติกับเราให้ได้ทำการขับขี่ กับ BMW F800 GT คันนี้ บนการใช้งานเดินทางจริงด้วยระยะทางรวมๆราว 700 กว่ากิโลเมตร บนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย และสภาพอากาศที่ครบครัน ไม่ว่าจะเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ลุยดิน ลุยน้ำ ไปกับทางลูกรัง ไม่ว่าจะฝนตกทั้งวันทั้งคืนเอาแบบไม่มีได้แห้งกันเลย ยันแดดร้อนเปรี้ยง อบอ้าวจนแทบเป็นลม (เพราะโดนอบอยู่ในชุดกันฝน … แล้วทำไมไม่ถอดฟร่ะ !)

คราวนี้เรามากับรถ BMW F800 GT ที่มาพร้อมรหัส F หรือก็คือเครื่องยนต์ 2 สูบคู่ของ Rotax พร้อมด้วยความจุในคลาส 800 cc และเป็นแนว GT – Grand Turismo / Grand Touring หรือ รหัสของ BMW ที่ใช้บอกว่านี่คือรถที่เกิดมาเพื่อการเดินทางนั่นเองครับ

รหัสรุ่นของ BMW มีความหมายอย่างไรมาดูที่นี่เลยครับ … ครบ …

เช่นเคยขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้นะครับ

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  7. น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  8. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

F800GT_Pics

[ซ้าย] ปะกับไฟทางซ้ายไม่มีอะไรมากครับปุ่มง่ายๆดังนี้

  • บนเป็นสวิทช์ไฟ pass
  • ลงมาเป็นปุ่ม info กดเลือกข้อมูลการขับขี่
  • ตามมาด้วยสวิทช์ไฟ hazard (หรือไฟผ่าหมาก)
  • สวิทช์สัญญาณไฟเลี้ยว
  • แตร

[ขวา] ปะกับทางขวาเรียบง่ายคือมีเพียงปุ่ม off-run และ Start ในปุ่มเดียวกันครับ

 

F800GT_Pics2

[บนขวา] กับตำแหน่งถังน้ำมันที่ใช้ตำแหน่งเดียวกันหมดสำหรับรถในคลาส 800 cc ของทาง BMW ไม่ว่าจะเป็น BMW F800 GT/ F800 R/ F800 GS โดยการวางตำแหน่งไว้ตรงนี้จะทำให้ถังน้ำมันอยู่ใต้ผู้ขับขี่ และช่วยให้น้ำหนักของรถต่ำลงไปอีก

[ล่างขวา] เน้นๆ กับระบบส่งกำลังด้วย “สายพาน” ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยทีเดียวครับสำหรับ F800 GT คันนี้ แล้วจะเป็นยังไงแตกต่างยังไง เดี๋ยวเรามา “ขี่” กัน

 

F800GT_Pics1

[บนซ้าย] หน้าจอแสดงผลการขับขี่ที่มาทรงเดียวกันหมดสำหรับ F800 GT/ F800 R/ และ F800 GS

[ล่างซ้าย] ท่อไอเสียบ้องโตที่เดินมาทางซ้ายของรถ คู่กับสวิงอาร์มแบบแขนเดียว และขาตั้งคู่ที่ให้มาเลย

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

20151004_120958

ที่คอรถด้านหน้ามีตัวเลขระบุระดับเสียงไว้อย่างชัดเจนพร้อม มอก. !! โดยระบุไว้ที่ 94 dB ที่รอบ 4,000 rpm

 

2015-11-26_13h17_34

 

สัดส่วนคน และรถ

rider163
กับสัดส่วนเดิมที่พกความสูงมา 163 cm และน้ำหนักโหลด 65 kg วางเท้าลงได้ครึ่งเท้าสบายๆครับ เบาะรถค่อนข้างต่ำเลยทีเดียว ท่านั่งกระชับ เข้ากับสรีระผู้ขับขี่ได้ง่าย คือนั่งแล้วรู้สึกรวมร่างไปกับรถได้เลย นอกจากนั้นการวางถังน้ำมันไว้ใต้ผู้ขับขี่ซึ่งช่วยดึงให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำทำให้การยกรถตั้งตรงทำได้ง่าย และเบาแรงได้มาก

ลองนึกว่าเราขี่รถเที่ยวระยะทางรวม 700-800-1000 km นะครับ การตั้งรถตรงธรรมดาๆ แต่หล่ะทีนี้ ใช้แรงพอสมควรเลยทีเดียว ^^

 

rider173

ส่วนสัดส่วน 173 cm พร้อมน้ำหนักโหลด 100 kg ชิวๆ ย่อๆ หย่อนๆ เท้าวางเต็มๆ สบายๆ “แต่” สำหรับเพื่อนๆที่สัดส่วน 170 cm ขึ้นไป ในการขับขี่เข่าอาจจะกระแทกกับแฟริ่งรถได้ ต้องปรับท่านั่งให้ถอยหลังนิดนึง ซึ่งถ้าร่างกายใหญ่ก็จะติดกับเบาะคนซ้อนอีก อาจจะต้องลองเบาะ High seat เข้ามาช่วยในการปรับท่านั่งให้เหมาะสมขึ้นนะครับ (เห็นข้อดีของ 163 cm รึยัง !!!! ขอนิดส์นึงส์ นานๆจะได้ทับถมที ^^)

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การขับขี่ในเมือง

OAK_5163

ทันทีที่เราได้รับ BMW F800 GT คันนี้ออกมาจากทาง BKK Motorcycle กับตัวรถที่ดูบวมๆ เหมือนจะเทอะทะ แต่เมื่อตั้งรถตรงความรู้สึกแรกเลยคือ “เบา” ยกรถตั้งได้อย่างง่ายดาย ตำแหน่งเบาะ “ต่ำ” เลยทีเดียว สัดส่วน 163 cm ของผมลงได้ครึ่งเท้าแบบสบายๆเลยทีเดียวครับ

เมื่อเริ่มขับขี่ออกมาก็ต้อง “แปลกใจ” กับการควบคุมที่ทำได้ดีมาก ท่านั่งที่สบาย ผสานกับแฮนด์บาร์ที่ดูเทอะทะ แต่กลับทำให้การควบคุมรถที่ความเร็วต่ำทำได้คล่องตัว ฐานล้อที่ยาวช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถได้เป็นอย่างดี รอบการทำงานเดินเบาของเครื่องยนต์ทำได้ค่อนข้างนิ่งเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้มีอาการสั่นๆ สะเทือนให้รู้สึกรำคาญได้เล็กน้อย

ระบบขับเคลื่อนด้วย​ “สายพาน”​ให้ความเนียนนุ่มในการขับขี่ แบบที่ทำเอาผู้ขับขี่แทบไม่รู้สึกจังหวะรอยต่อของการเปลี่ยนเกียร์เลยทีเดียว คือสับเกียร์ขึ้น-ลง ไวๆได้สบายๆ เนียนๆ และยังรักษาแรงฉุดจากเครื่องยนต์ให้ได้อย่างนิ่มนวล (engine brake)

สำหรับการขับขี่ในเมือง ที่มีการจราจรติดขัด แม้ BMW F800 GT จะมากับตัวรถที่ดูหนา เทอะทะ พร้อมกับ กระจกที่ดูกว้าง ซึ่งขัดกับน้ำหนักรถที่เบา และการคอนโทรลรถที่ทำได้อย่างง่ายดาย การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดจึงสามารถไหลผ่านตามการจราจรได้เป็นอย่างดี “อย่างน่าแปลกใจ” แรงบิดที่ให้มาของเครื่องสองสูบตั้งแต่ช่วงต้น ส่งมาได้อย่างต่อเนื่องดีมากกว่าที่คาดไว้จากเครื่อง 2 สูบ ไม่มีอาการสะอึก กระชาก ของการเดินเบา ซึ่งส่วนนึงน่าจะมาจากระบบขับเคลื่อนด้วย “สายพาน” ด้วยครับ

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางระยะยาวบนเส้นทางหลักยืนพื้น

OAK_5835
ดั่งที่ BMW F800 GT ได้ถูกสร้างมาให้ทำคือการเดินทางไกล ตรงนี้ต้องบอกเลยครับว่า BMW ทำออกมาได้ดีตามที่เค้าถูกสร้างมาเลยทีเดียว ถึงแม้จะมีอาการสั่นๆที่ช่วงเดินเบา และ อาการสะท้านที่แฮนด์ในช่วงย่านรอบ 4,000-5,000 rpm ซึ่งเป็นย่านที่กำลังจะไต่รอบเพื่อเร่งแซง (รู้หล่ะว่าทำไมตุ้มปลายแฮนด์ใหญ่ขนาดนี้)

บนการขับขี่ยืนพื้นที่ความเร็ว 100-120 km/hr ทำได้ดี การเร่งแซงขึ้นทำได้ง่ายดายจากพื้นฐานของเครื่องยนต์ 2 สูบที่ได้รับการปรับมาให้ได้แรงบิดที่ “ดีตลอดช่วง” ตั้งแต่ “รอบต่ำ-กลาง”

เบรคติดรถเดิมๆที่มี มาพร้อมกับ ABS ที่ทำงานได้ละเอียดพอสมควร คือไม่ถึงขนาดละเอียดแบบตัวใหญ่ๆอย่าง S1000 RR หรือ R1200 GS นะครับ แต่ถือว่าเพียงพอ และให้ระยะหยุดที่ดีมากบนสภาพถนนที่หลากหลายที่เราพบเจอได้ ไม่ว่าจะเป็นทางแห้ง ทางเปียก หรือแม้กระทั่งทางลูกรัง

การส่งต่อกำลังด้วยสายพานกับ BMW F800 GT คันนี้ทำออกมาได้ดี และนิ่มนวลมากกับการขับขี่เดินทาง การเพิ่มเกียร์​ การลดเกียร์ ต่างๆ ทำได้แบบสบายๆ รอยต่อของการเพิ่มเกียร์มีน้อยมาก ส่วนการลงเกียร์ให้แรงฉุดจากเครื่องยนต์ที่ส่งออกมาได้อย่างนิ่มนวลเช่นกัน

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางรอง ทางเขา ทางโค้ง และทางลูกรัง

OAK_5852
จนเราเดินทางมาถึงเส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดของการเดินทางไปยังน้ำตกห้วยแม้ขมิ้น บน BMW F800 GT คันนี้ เท่านั้นแหล่ะครับ ก็ถึงเวลาแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างที่เราคิดไว้ (เป็นไงหล่ะ) !!! บาล๊านซ์ การจัดการน้ำหนัก การควบคุม การส่งต่อกำลัง คือทั้งหมดทั้งมวลของรถคันนี้ ทำให้เราสามารถเดินทางไปบนเส้นทางโค้งคดเคี้ยว ได้อย่างสบายๆ

การพลิกรถเข้าโค้ง ‘S’ ต่อเนื่อง ขึ้นลงทางชัน ทำได้อย่างคล่องตัว และว่องไวมาก การควบคุมรถทำได้เป็นอย่างดี ผสานกับการส่งกำลังจาก “สายพาน”​ ของ F800 GT ทำให้การเปิดคันเร่งออกในโค้งแคบๆ หรือขึ้นทางชัน ทำได้ง่าย การเดินคันเร่งรถขึ้น-ลง ต่างๆ ทำได้อย่างคล่องตัว เปิดคันเร่งในรอบต่ำไต่ทางชันได้โดยไม่มีอาการกระชากของรถ หรือกระตุก แบบที่เรารู้สึกได้บนการขับขี่บนรถที่ใช้โซ่ในการขับเคลื่อน (เช่น BMW F800 R)

 

20151004_090858

กระนั้นเลยบนการเดินทางไกลๆ บางครั้งเราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบกับเส้นทางลูกรัง ทางดินบ้าง บอกตรงๆว่า เสียวมากครับ กับการพารถ Touring แบบนี้มาเจอเส้นทางแบบนี้ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจอีกครั้งนึง เมื่อ F800 GT กลับทำได้ดีเลยทีเดียว

น้ำหนักของรถที่ค่อนข้างเบา การเดินคันเร่งที่ทำได้ง่าย และนุ่มนวล ระบบกันสะเทือนที่ดูเหมือนจะยวบไปนิดหน่อย กลับกลายเป็นข้อดีขึ้นมาเลยทีเดียว

แม้ว่าจะลื่นจากสภาพของยางที่เหมาะกับทางเรียบก็ตาม แต่การที่ตัวรถมีน้ำหนักค่อนข้างเบา และจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้เราสามารถประคองรถผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ค่อนข้างง่ายพอสมควรเลยครับ คือถ้าได้ยางเข้ากับสภาพถนนนะ “ชิวเลย” ทั้งนี้ช่วงล่างของรถเป็นช่วงล่างถนนนะครับ แถมด้วยโช็คแบบธรรมดาที่ระยะยุบจะกดสุดได้ง่ายๆ ถ้าเจอหลุมบ่ออะไร ก็ต้องหยอดเบาๆหน่อย ไม่งั้นมีจุก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนนะเอ้อ …

 

อัตราสิ้นเปลือง

OAK_5174

2015-11-26_13h17_48

สำหรับเส้นทางที่เราเดินทางไปร่วม 702.1 km ใช้น้ำมันไปทั้งสิ้น 34.403 ลิตร และได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้งหมดที่ 20.40 km/litre โดยในสภาพทางที่ลำบากใช้ไปประมาณ 18.90 km/litre ส่วนการเดินทางยาวๆทำได้สูงสุดถึง 23.69 km/litre ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวครับกับพิกัดขนาดนี้

 

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

20151004_090820

ครบแน่นอนกับการเดินทางในทุกสภาพหล่ะครับ

ข้อดี

  • “สายพาน” กับเกียร์ ที่ทำงานกันได้อย่างลงตัว ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ได้มากเลยทีเดียว การเปิดคันเร่งทำได้ง่าย และนุ่มนวล
  • เป็นมิตรกับผู้ขับขี่ดี ขับขี่ได้คล่องตัว และพลิกรถเข้าออกโค้งได้ไวเกินคาด
  • น้ำหนักรถดี แฮนด์ลิ่งดี บาล๊านซ์ของรถทำได้ดีมาก
  • แฟริ่งที่ให้มา ช่วยจัดการกับลมที่เข้ามาได้ดีเลยครับ แต่ถ้าสัดส่วนที่ 170cm ขึ้นไป ก้มนิดหน่อยจะพอดีขึ้น
  • แม้จะมีแฟริ่งมา แต่ก็ยังจัดการกับความร้อนได้ดีเลยทีเดียว มีอุ่นๆช่วงก้น และหน้าขาเล็กน้อย การขับขี่ในเมืองกับสภาพจราจรติดขัดทำได้สบายๆ
  • สำหรับสัดส่วน 163 – 170 cm BMW F800 GT เข้าถึงได้ง่ายมากครับ
  • ABS ทำงานได้น้ำหนักค่อนข้างดี

ข้อสังเกต /ข้อเสีย

  • สั่นสะเทือนเบาๆตั้งแต่ตอนสตาร์ท แม้จะมีตุ้มปลายแฮนด์ขนาดใหญ่มาก็ยังมีอาการสะเทือน ไม่ต้องเปลี่ยนตุ้มแต่งเบาๆเลยครับ ของเดิมนี่แหล่ะดีสุดแล้ว
  • ย่านการขับขี่ทำได้นุ่มนวลดี ที่รอบ 3500-4000 rpm
  • ช่วงเร่งผ่านรอบ 4000-5000 rpm มีอาการสะท้านพอสมควรจนอาจจะมองกระจกมองหลังไม่ชัดเจน แต่ถ้ารอบผ่าน 6000 rpm ไปแล้วก็ดีขึ้นครับ
  • ท่านั่งสำหรับผู้ที่มีสรีระสูงใหญ่อาจจะมีเข่าติด และถ้าถอยหลังก็อาจจะติดกับเบาะผู้ขับขี่ต้องจัดท่าใหม่นิดหน่อย แต่ตรงนี้ต้องลองกับเบาะ High seat ดูอีกรอบนะครับ ว่าจะเหมาะกว่ามั้ย
  • ไม่มี Mode ไม่มี ASC/DDC/DTC หรือลูกเล่นอย่างอื่น คือสนใจที่การขับขี่อย่างเดียวเลยครับ

 

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

OAK_5165

น่าจะเหมาะกับ

  • มีทักษะในการขี่รถใหญ่อยู่บ้างแล้ว และอยากใช้รถในการเดินทางระยะทางยาว (มากกว่า 400km ต่อวัน) ที่ขับขี่ได้ง่าย ทำความเร็วเดินทางได้ดี และยังลงมาเดินเล่นได้สบายๆ
  • สรีระไม่สูงมากนักแต่อยากขี่รถเที่ยว BMW F800 GT เอื้อให้ผู้ขับขี่สัดส่วนแบบผม (163cm) ขับขี่ได้อย่างสบายๆ และคล่องตัวมากเลยครับ
  • มือใหม่ ระวังนิดนะครับแม้ว่า F800 GT จะขับขี่ได้ค่อนข้างง่าย แต่ด้วยพิกัดขนาดนี้ความเร็วฉีกออกมาจากรถเล็กพอสมควร คือทำได้มากกว่า 200 km/hr ลงเรียนให้ถูกต้องประกอบไปด้วยนะครับ

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • ชอบความเร็ว ความแรง F800 GT เค้าไม่ได้เกิดมาเพื่อความเร็ว ความแรงครับ แต่เพื่อให้นุ่มนวลในการขับขี่ที่ทุกย่านรอบมากกว่า
  • ลุยเข้าป่า แม้จะไม่ใช่รถที่ไว้ลุย แต่ F800 GT กลับเอาตัวรอดได้ดีเลยทีเดียวในการขับขี่ลูกรัง หรือทางดิน แต่ก็แฟริ่งที่มีค่อนข้างเกะกะเลยหล่ะครับกับการใช้งานแบบนี้

 

สรุป

20151004_120906

BMW F800 GT ก็พร้อมจะพาผู้ขับขี่ไปได้ยังเป้าหมายนะครับ ธรรมชาติงามๆบนการเดินทางยังรอเราอีกมาก

บนการเดินทางระยะกลาง-ไกล ที่ระยะ 200-300 km หรือมากกว่า 400 km ต่อวันขึ้นไป คือสิ่งที่ BMW F800 GT คันนี้เค้าถูกสร้างขึ้นมา ช่วงล่างที่ให้มาแม้จะไม่ใช่ USD (Upside down) แบบที่เราคาดว่าจะมีบนรถราคานี้ แต่กลับกลายเป็นว่าให้การตามติดที่ดีบนการเดินทางทางหลัก และยังคงความนุ่มนวลไว้ได้ดี แต่การจัมพ์แรงๆ หรือตกหลุมลึกๆ อาจจะมีอาการกระแทกได้นะครับ คือเหมาะกับทางเรียบวิ่งเดินทางยาวๆ และยังเล่นโค้งได้อย่างสนุกกับรถพอสมควรเลยทีเดียว

ในส่วนของขนาดรถ น้ำหนัก บาล๊านซ์ รวมถึงท่านั่งในการขับขี่ของรถ ช่วยทำให้ผู้ขับขี่ที่มีสรีระไม่สูงมากนักสามารถเข้าถึงรถได้ง่าย และขับขี่ได้อย่างสบาย การยกรถตั้งตรงทำได้สะดวกดี และผ่อนแรงได้มากพอสมควร

ระบบเบรคที่ให้มากับ ABS แบบธรรมดาที่ติดมากับ F800 GT ทำงานได้ดี และละเอียดพอสมควร ให้ระยะหยุดที่มั่นใจได้ ทั้งในสภาพถนนแห้ง หรือเปียก หรือแม้กระทั่งบนทางลูกรังก็ยังคงทำงานได้โดยไม่ออกอาการดีดรุนแรง ล็อค หรือจับไวเกินไป

นอกเหนือจาก ABS แล้วอย่างอื่นไม่มีหล่ะครับกับ BMW F800 GT คือผู้ขับขี่ไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากขับขี่ เติมน้ำมัน และขับขี่ต่อไป การส่งกำลังด้วย สายพาน ทำได้ดีให้ความนุ่มนวลโดยแทบไม่มีการกระชากจากการเปลี่ยนเกียร์ แบบที่รู้สึกได้จากการส่งกำลังด้วยโซ่ทั่วไป

หากการเดินทางคือเป้าหมายหลัก และไม่ได้ต้องการที่จะ “เล่น” กับระบบของรถมากมายนัก ไม่ต้องเรียนรู้ที่จะเล่นกับระบบของรถ (คือไม่มีอะไร นอกจาก ABS) และยังไม่ต้องคอยปรับเช็คระยะหย่อนของโซ่ หรือต้องคอยหล่อลื่นสำหรับการเดินทางไกล คือ “ขับขี่ เติมน้ำมัน ขับขี่” จบ แล้วหล่ะก็ BMW F800 GT คันนี้น่าจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีเลยทีเดียวครับ

 

 

BKK Logo final

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง BKK Motorcycle ที่ได้สนับสนุน BMW F800 GT คันนี้ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยนะครับ

BMW Motorrad Authorized Dealer.
89 Industrial Ring Road Chongnonsi , Yannawa, Bangkok, Thailand 10120
Tel +66(02) 683-0585-86
http://facebook.com/bkkmotorcycle

ทริปต่อไป ..​ ไปไหนดี

Comments