Review : BMW F800 R อีกครั้งกับ Naked bike ที่พาไปทุกทางที่หาได้

โดย / / 1,898 views

cover

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ BKK Motorcycle ที่ให้เกียรติกับเราให้ได้ทำการขับขี่ กับ BMW F 800 R คันนี้ บนการใช้งานเดินทางจริงด้วยระยะทางรวมๆราว 700 กว่ากิโลเมตร บนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย และสภาพอากาศที่ครบครัน ไม่ว่าจะเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ลุยดิน ลุยน้ำ ไปกับทางลูกรัง ไม่ว่าจะฝนตกทั้งวันทั้งคืนเอาแบบไม่มีได้แห้งกันเลย ยันแดดร้อนเปรี้ยง อบอ้าวจนแทบเป็นลม (เพราะโดนอบอยู่ในชุดกันฝน … แล้วทำไมไม่ถอดฟร่ะ !)

คราวนี้เรามากับรถ BMW F 800 R ที่มาพร้อมรหัส F หรือก็คือเครื่องยนต์ 2 สูบคู่ของ Rotax พร้อมด้วยความจุในคลาส 800 cc และเป็นแนว R หรือ Roadster คือรถที่ปรับแต่งให้มีความคล่องตัวในการขับขี่สูงนั่นเองครับ โดยเป็นพื้นฐานของรถในซีรียส์ F 800 ทั้ง R / GT และ GS

รหัสรุ่นของ BMW มีความหมายอย่างไรมาดูที่นี่เลยครับ … ครบ …

Review เก่ากับ F 800 R ปี 2014 ความแตกต่างที่ถูกปรับเปลี่ยนให้โฉบเฉี่ยวขึ้น

Review F 800 GT รถ Touring ที่ทำได้ดีเกินคาด

เช่นเคยขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้นะครับ

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  7. น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  8. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

F800R_2015_pics

[ซ้าย] ปะกับไฟทางซ้ายไม่มีอะไรมากครับปุ่มง่ายๆดังนี้

  • บนเป็นสวิทช์ไฟ pass
  • ลงมาเป็นปุ่ม info กดเลือกข้อมูลการขับขี่
  • ตามมาด้วยสวิทช์ไฟ hazard (หรือไฟผ่าหมาก)
  • สวิทช์สัญญาณไฟเลี้ยว
  • แตร

[ขวา] ปะกับทางขวาเรียบง่ายคือมีเพียงปุ่ม off-run และ Start ในปุ่มเดียวกันครับ

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

2015-12-28_12h32_21

 

สัดส่วนคน และรถ

rider163

กับสัดส่วนเดิมที่พกความสูงมา 163 cm และน้ำหนักโหลด 65 kg วางเท้าลงได้ครึ่งเท้าสบายๆครับ เบาะรถค่อนข้างต่ำท่านั่งกระชับดี ตำแหน่งพักเท้าวางไว้ค่อนข้างพอดีกับสรีระผม ท่านั่งจะหลังตรงนิดๆ ก้มๆหน่อย มากับแฮนด์บาร์ที่ให้ความรู้สึกแน่นๆ

rider173

ส่วนสัดส่วน 173 cm พร้อมน้ำหนักโหลด 100 kg ชิวๆ ย่อๆ หย่อนๆ เท้าวางเต็มๆ สบายๆ เลยครับสำหรับ F800 R โดยไม่มีส่วนของแฟริ่งที่อาจจะกระแทกเข่าได้แบบ F800 GT

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การขับขี่ในเมือง

OAK_5784

สำหรับ BMW F 800 R การเดินทางในเมืองทำได้คล่องตัวเลยทีเดียว กับน้ำหนักรถเพียง 202 kg มาพร้อมการวางถังน้ำมันไว้ใต้ตัวผู้ขับขี่ทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง การตั้งรถ การพลิกรถหรือกดให้ผ่านตามช่องต่างๆ ของการจราจรทำได้โดยง่ายเลยหล่ะครับ อาจจะมีติดขัดบ้างตรงตำแหน่งของกระจกที่ยืดยาวออกมาสักนิด

ตัวรถ F800 R ปี 2015 ใกล้เคียงกับตัวปี 2014 แต่รูปทรงของไฟหน้าทำให้รู้สึกว่ารถเพรียวลงเล็กน้อย ไม่หนา บึกบึน แบบที่เคยเป็น และในปี 2015 ได้ทำการเปลี่ยนมาใช้กันสะเทือนหน้าแบบ USD แทน Telescopic ที่ให้ความคมในการพลิกรถไวๆตามการใช้งานในเมืองได้ดีขึ้น แต่ก็จะมีอาการสะท้านในการเดินทางยาวทำความเร็วมากกว่านิดหน่อย แต่สำหรับ Naked ถือว่านุ่มสบายมากแล้วหล่ะครับ

กำลังเครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 798 cc ให้แรงบิดที่ประทับใจตั้งแต่รอบต่ำ การเดินคันเร่งทำได้ดี เปิดคันเร่งออกตามการจราจรได้อย่างคล่องตัวเลยหล่ะครับ รอบการเปลี่ยนเกียร์ของ F 800 R ทำได้นุ่มนวล และง่าย ตามสไตล์ของ BMW เลยทีเดียว

ความร้อนหล่ะ …​ชิวๆเลยทีเดียวกับ F 800 R คือขี่ในเมืองรถติดๆ การจราจรติดขัด ได้อย่างสบายๆเลยหล่ะครับ ไม่ต้องถึงขนาดดับเครื่องทุกไฟแดงแล้ว

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางระยะยาวบนเส้นทางหลักยืนพื้น

OAK_5830

การเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้นที่ 100-120 km/hr สลับเร่งแซง และเบรคตามการจราจรบนเส้นทางหลักในบ้านเราทำได้ดี แรงบิดมาตั้งแต่รอบต่ำทำให้ขับขี่ได้ง่ายไม่ต้องรักษารอบเวลาเร่งแซง คือคิดจะเร่งเปิดออกไปได้เลยครับกับ F 800 R คันนี้

ช่วงล่างใช้ในการเดินทางบนเส้นทางหลักให้การตามติดที่ดี แต่ถ้าเจอคอสะพาน หรือหลุมอาจจะมีอาการสะท้านได้นิดหน่อย (เทียบกับ F 800 GT ให้ความสบายมากกว่าครับบนโช็คแบบ Telescopic ธรรมดา)

บังลมหน้าชิ้นเล็กๆที่ติดกับตรงเรือนไมล์ช่วยกรีดลมออกจากช่วงตัวได้ระดับนึง สำหรับเพื่อนๆที่สรีระพอๆกับผมคือ 160cm นิดหน่อย แต่ถ้าสัดส่วน 170cm ขึ้นไปก็ไม่ค่อยช่วยอะไรหล่ะครับ ก็แหม่ รถ Naked จะมากรีดลมอะไรนักหนา !!!

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางรอง ทางเขา ทางโค้ง และทางลูกรัง

5847
สำหรับ F800 R การเดินทางในทางเขาต่างๆ ทำได้ง่าย และคล่องตัวมากเลยทีเดียว ตัวรถตอบสนองได้ฉับไว และให้การขับขี่ในโค้งชันๆ หรือโค้งแคบๆ ต่างๆได้อย่างมั่นใจ การตามติดของช่วงล่างทำได้ดีมาก คือขอแค่บอกว่าจะเข้าไลน์ไหนเค้าก็พร้อมจะเข้าไปกับเราได้เลยครับ

บนความเร็วที่เหมาะสมกับการจราจร การปรับแต่งการแก้อาการของรถในโค้งทำได้ง่าย การเบรคฉุกเฉินในโค้ง (เมื่อตั้งรถก่อน) ทำได้คล่องแคล่วดี สามารถยกคันเร่ง เบรค และพับรถเข้าต่อได้ โดยไม่เสียอาการมากนัก

กันสะเทือนหน้าที่ปรับมาเป็น USD จากที่เคยเป็น Telescopic เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถพลิกรถได้ไวและมั่นคงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ แต่ทั้งนี้ก็แลกด้วยอาการสะท้านนิดๆ เวลาเดินทางด้วยความเร็วยาวๆแล้วเจออุปสรรคนะครับ

 

20151003_162121
อันนี้ทางยังชิว หลังจากนี้นี่ฝนตกตลอดทางถึงกับเก็บกล้องเลิกถ่าย หาที่พักให้เจออย่างเดียวเลยหล่ะครับ – -”

พารถถนน Naked มาลุยดิน โคลน น้ำ กรวด ทราย หินลอยกันบ้าง แม้ว่าจะเป็นรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่บนทางเรียบแต่กับ F800 R กลายเป็นว่าขี่ได้สบายแม้กระทั้งทางดินแบบน่าแปลกใจ น่าจะด้วยเพราะน้ำหนักของตัวรถ กำลังของรถที่มาตั้งแต่รอบต่ำๆ ทำให้สามารถปล่อยคลัชให้ไหลผ่านทางดินลื่นๆได้โดยง่าย โดยไม่ต้องเติมคันเร่งเยอะเกินไป (คือเติมเยอะหล่ะจะปัด แล้วจะเงิบกันเอา 555)

จากที่น้ำหนักของรถที่ค่อนข้างเบา ศูนย์ถ่วงค่อนข้างต่ำ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้แรงขาในการพยุงรถผ่านดินโคลนมากเกินไป คือประคองไปด้วยกันเรื่อยๆ สบายๆ ได้เลยครับ

ช่วงล่างแบบ USD ที่ติดมากับรถตอบสนองกับเส้นทางแบบนี้ได้ดีพอสมควรแต่ถ้าเจอหลุมลึก หรือหินใหญ่กระแทกจุกได้นะเอ้อ เซทติ้งทางเรียบจะกระด้านไปพอสมควรถ้าเอามาขี่ทางแบบนี้ แต่ยังไงดีหล่ะ ก็ยังถือว่าสบายมากสำหรับรถทางเรียบทั่วไปหล่ะครับ

 

อัตราสิ้นเปลือง

20151004_090447

2015-12-28_12h50_02

บนการใช้งานเดินทางความเร็วยืนพื้น 100-120 km/hr ทั่วไป BMW F800 Rทำได้ราวๆ 20-21 กม./ลิตร กับเครื่องยนต์ขนาด 798 cc นี้ ถือว่าค่อนข้างประหยัดพอสมควรเลยหล่ะครับ ส่วนการใช้งานเส้นทางลำบากลำบน (นิดส์) ก็ได้ที่ราวๆ 14-15 กม. /ลิตร สบายๆเลยครับ

 

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

20151004_090309

ข้อดี

  • ถือว่าพัฒนาขึ้นมาจาก F800 R ตัวก่อนหน้านี้พอสมควร คือนอกจากไฟหน้าที่ปรับรูปลักษณ์ใหม่แล้วยังมีเรื่องของช่วงล่างที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง หรือเดินทางระยะใกล้ได้ดีขึ้น ให้การตอบสนองที่เฉียบคมดี
  • เป็นมิตรกับผู้ขับขี่ดี ช่วงล่างตอบสนองได้ไว และคม พลิกรถเข้าออกโค้ง S ได้อย่างคล่องตัวโดยแทบไม่มีอาการดีดของล้อหลัง หรือเสียอาการของรถ
  • โช็คหน้าแบบ USD ให้ความคมในการเข้าออกโค้ง แต่จะมีอาการกระด้างกว่าโช็คแบบ Telescopic ธรรมดาเล็กน้อย (เทียบกับ F800 GT และ F800 R 2014)
  • เป็นรถที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบา และแฮนด์ลิ่งที่ดี บาล๊านซ์ของรถทำได้ดีมาก
  • เป็นรถ Naked ที่มีเสถียรภาพของรถดี ด้วยการยืดฐานล้อที่ยาวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงความคล่องตัวสูง
  • เพิ่มเกียร์ ลดเกียร์ทำได้นิ่มนวลดี

ข้อสังเกต /ข้อเสีย

  • สั่นสะเทือนเบาๆตั้งแต่ตอนสตาร์ท แม้จะมีตุ้มปลายแฮนด์ขนาดใหญ่มาก็ยังมีอาการสะเทือน ไม่ต้องเปลี่ยนตุ้มแต่งเบาๆเลยครับ ของเดิมนี่แหล่ะดีสุดแล้ว
  • ย่านการขับขี่ทำได้นุ่มนวลดี ที่รอบ 3500-4000 rpm
  • บนการขับขี่ที่รอบ 5,000 rpm มีอาการสะท้านมากพอสมควร ถ้าเดินทางระยะยาวๆมีอาการสะท้านมากกว่า F800 GT พอสมควรเลยครับ
  • กระจกสั่นสะเทือนที่รอบ 5,000 rpm ออกจะมองไม่ชัด มุมมองกระจกค่อนข้างดีแต่ใกล้ตัวไปสักหน่อยจากตำแหน่งของแฮนด์เอง ทำให้ต้องละสายตาเยอะไปนิดนึง

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

20151004_120801

น่าจะเหมาะกับ

  • มีทักษะในการขี่รถใหญ่อยู่บ้างแล้ว และอยากได้รถไว้ขับขี่สบายๆในเมือง หรือเดินทางระยะกลาง 100-200 km ระยะยาวก็ทำได้ดีพอสมควร เพียงแค่ไม่มีแฟริ่งช่วยบังลมเท่านั้นเองครับ
  • สรีระไม่สูงมากนักแต่อยากขี่รถเที่ยว BMW F800 R เอื้อให้ผู้ขับขี่สัดส่วนแบบผม (163cm) ขับขี่ได้อย่างสบายๆ และคล่องตัวมากเลยครับ
  • มือใหม่ ระวังนิดนะครับแม้ว่า F800 R จะขับขี่ได้ค่อนข้างง่าย แต่ด้วยพิกัดขนาดนี้ความเร็วฉีกออกมาจากรถเล็กพอสมควร ลงเรียนให้ถูกต้องประกอบไปด้วยนะครับ

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • ชอบความเร็ว F800 R เค้าไม่ได้เกิดมาเพื่อความเร็ว แต่เกิดเพื่อความคล่องตัวในการขับขี่มากกว่า ขี่เร็วๆจะเหนื่อย และแฮนด์สั่นพาลจะล้าเอานะครับ
  • เดินทางไกลๆ คือโดยสรีระของรถเองจะเหมาะกับการขับขี่แบบคล่องตัวมากกว่าที่จะใช้เดินทางไกล ช่วงล่างของรถแน่นๆ มากกว่าที่จะให้ความสบายกับการขับขี่ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นรถ Naked ที่นุ่มนวล และสบายมากแล้วหล่ะครับ

สรุป

20151004_120740

กับการปรับปรุงของ F800 R 2015 หลักๆที่มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของไฟหน้า และกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ USD ทำให้ย้ำคาแรคเตอร์ของรถที่มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น การขับขี่พลิกโค้ง S ต่อเนื่องแคบๆ ทำได้อย่างมั่นใจ ABS ที่ติดมาทำงานได้ดี ตอบสนองได้ในพื้นผิวถนนที่หลากหลาย และรู้สึกได้ว่าพัฒนาขึ้นมาจากตัวเก่าเล็กน้อย

น้ำหนักของรถที่ 202 kg ผสานกับการวางถังน้ำมันไว้ใต้ผู้ขับขี่ทำให้การยกรถตั้งตรงผ่อนแรงลงได้มาก เบาะนั่งตำแหน่งค่อนข้างต่ำยิ่งทำให้การขับขี่ทำได้ง่ายดายขึ้น การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดทำได้ดี สนุกกับการพลิกรถ กดรถ ให้ผ่านตามการจราจรได้อย่างง่าย ความร้อนของรถค่อนข้างต่ำ การระบายอากาศทำได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว บนการจราจรติดขัดก็ยังไม่รู้สึกว่าร้อนเกินไป

กำลังของเครื่องยนต์ขนาด 798 cc บนพื้นฐานเครื่องแบบ 2 สูบจาก Rotax ให้แรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบต่ำทำให้การเปิด-ปิด คันเร่งตามจังหวะการจราจรทำได้โดยง่าย ให้กำลังที่ดีในการเร่งแซง ได้อย่างมั่นใจดี แต่ทั้งนี้ในช่วงย่านรอบที่ 5,000 rpm จะมีอาการสั่นขึ้นมาถึงแฮนด์ และกระจก หากขับขี่เดินทางไกลตรงนี้คือจุดที่ทำให้มือชาได้นะครับ ต้องคอยผ่อนคลายมือเรื่อยๆ ถ้าเร่งจนผ่านย่าน 6000 rpm ไปแล้วก็จะกลับมาเนียนได้อีกครั้งนึง

สำหรับโจทย์ที่ต้องการรถสักคันนึงที่สามารถใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัว น้ำหนักค่อนข้างเบา ขับขี่ได้ง่าย และยังคงนั่งได้สบาย เดินทางระยะใกล้-กลาง ได้ดี F 800 R คันนี้ ถือว่าพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ

 

BKK Logo final

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง BKK Motorcycle ที่ได้สนับสนุน BMW F800 R คันนี้ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยนะครับ

BMW Motorrad Authorized Dealer.
89 Industrial Ring Road Chongnonsi , Yannawa, Bangkok, Thailand 10120
Tel +66(02) 683-0585-86
http://facebook.com/bkkmotorcycle

Comments