Review : Triumph Street Triple R กับการตอบสนองได้ในทุกอารมณ์ บนการใช้งานจริง

โดย / / 2,344 views

cover

ภายหลังจากที่ทาง Triumph ได้เข้ามาทำการตลาดอย่างเต็มตัวในบ้านเรา และการปรับอัตราภาษีที่มีอยู่ทำให้ Street Triple R สร้างกระแสฮือฮาขึ้นมาในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ Naked bike คลาส Middle Weight (ความจุในช่วง 600-1000cc) ได้อย่างมากเลยทีเดียว

Triumph Street Triple R ได้รับการพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2013 และเรียกว่าต้องขึ้นชกกับรถ Naked จากค่ายอื่น ที่ต่างพากับขยายความจุ อัพ cc เพิ่มกล้ามเนื้อ และชั้นเชิงจากระบบไฟฟ้า เสริมกำลังกันอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น 700-750-779-800-821 cc แต่ Street Triple R ก็ยังคงความจุตัวเองไว้ที่ 675 cc เช่นเดิม

จากการที่ Street Triple R มีความจุที่ 675 cc ซึ่งอาจจะเปรียบได้ว่าเป็นนักชกตัวเล็กๆ น้ำหนักเบาๆ จะไปเทียบกับเพื่อนๆในคลาส Middle Weight ที่มีทั้งความจุ แรงม้า แรงบิด รวมไปถึงระบบไฟฟ้าต่างๆมากมาย ได้ยังไงกัน

… ผมเองก็ต้องสารภาพว่าเคยคิดแบบนั้นเช่นกันแหล่ะครับ …

ทำให้ในคราวนี้เราจะมา “ขี่” ให้หายสงสัยกันไปเลยว่าทำไม Triumph Street Triple R ถึงเป็นรถคันนึงที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในคลาสของตัวเอง ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทาง Triumph Motorcycles Thailand และ Britbike ที่ได้ให้เกียรติกับผมในการขับขี่ Triumph Street Triple R คันงามคันนี้ กับการเดินทางบนเส้นทางการเดินทางจริงที่เราพบเจอได้ในการใช้งานจริงของบ้านเรา กับระยะทางในการใช้งานรวมประมาณ 700 กม. เรียกว่าเอาให้ “คุ้นมือ” ไปเลย โดยใช้เส้นทางการเดินทางตามนี้เลยครับ

Screen Shot 2016-02-23 at 3.19.06 PM

[วันแรก] มุ่งหน้าจาก กทม. สู่นครนายก ก่อนจะหลงทางไปเข้าตัวเมือง (จริงๆแล้วแวะทานข้าวเช้ากัน) ก่อนจะวนขึ้นทางหลวงหมายเลข 304 และตัดเข้าทางอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 1 ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นสู่เขาแผงม้า

[วันที่สอง] เดินทางบนเส้นทางหลักสาย 1 ยาวๆ ก่อนจะหลงไปถึงบางเลน (ไม่ใช่หล่ะ จริงๆแล้วแวะทานมื้อเย็นแสนอร่อยเช่นกัน) ก่อนจะเดินทางกลับกทม.

[วันที่สาม] ฝ่าการจราจรในเมืองกับการจราจรที่แสนจะติดขัดให้ได้ “โยก” ได้ “หักสุด” กันไปมา

สำหรับ Triumph Street Triple R เพื่อความกระชับขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้เลยครับ

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อสังเกตุ/ข้อเสีย
  7. น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  8. แถมๆ เทียบสัดส่วนกันสักนิด

ในแบบคลิปที่นี่เลย

รูปลักษณ์ทั่วไป

detail1

จากมุมมองของผู้ขับขี่ ก็เป็นไปตามแนวทางของ Naked bike คือการตัดแฟริ่งบังลมต่างๆออกไป เหลือไว้แค่สิ่งที่จำเป็นกับการขับขี่ และเพิ่มเติมเข้ามาคือการปรับให้ท่านั่งของรถมีความคล่องตัวสูงขึ้นเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันที่คล่องตัวมากขึ้น

[หน้าปัด] แผงหน้าปัดแบบ LCD เล็กๆ แต่เรียกได้ว่า “อัดเพียบ” พร้อมแสดงข้อมูลครบๆตามนี้เลยครับ

  • เวลา
  • ไฟเตือนเข้า service
  • มาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล (ตัวเลข)
  • สัญญาณนาฬิกาจับเวลา (Lap time)
  • มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ไฟเตือนระดับน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ไฟเตือนความผิดปกติ (engine light)
  • สัญญาณไฟเลี้ยว
  • ไฟแสดงสถานะ ABS
  • ไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (shift light)
  • มาตรวัดรอบ
  • ไฟสัญญาณเกียร์ว่าง
  • สถานะไฟสูง
  • ไฟแสดงสถานะกุญแจ immobilizer
  • มาตรวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น
  • ไฟเตือนอุณหภูมิน้ำหล่อเย็น
  • ไฟเตือนระดับน้ำมันเครื่อง
  • ไฟบอกเกียร์
  • [อุปกรณ์เสริม] มาตรวัดลมยาง (TPMS – Tire pressure monitoring system)

และบนหน้าปัดยังมีปุ่มควบคุมการตั้งค่าต่างๆของตัวรถสองปุ่ม คือ

  • ปุ่มบน A
  • ปุ่มล่าง B

[รูปซ้าย] ปะกับไฟทางซ้ายที่มากับปุ่มการใช้งานที่ไม่ซับซ้อนคือ

  • สวิทช์ไฟ pass
  • สวิทช์ปรับระดับไปสูง-ต่ำ
  • สัญญาณไฟเลี้ยว
  • แตร

[รูปขวา] ปะกับไปทางด้านขวาเพียง 2 ปุ่มจบ

  • ปุ่ม Off-run
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์

detail2

มุมมองด้านข้างของตัวรถที่ให้มิติและลักษณะของรถในแบบ Street Fighter กับเส้นสายของเฟรมท้ายสีแดงที่รับกับแฟริ่งสองชิ้นด้านข้างที่เป็นสีแดงเช่นกัน

[รูปบน] สำหรับในบ้านเราตัว Street Triple R จะมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ
ปรับโช้คหน้า

[รูปล่าง] ล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์แบบ 5 ก้านที่มาพร้อมกับยาง Pirelli Rosso Corsa เพื่อการขับขี่ที่พร้อมรับมือในทุกเส้นทาง

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

2016-01-30 16.22.21

streettriplespec

สัดส่วนคน และรถ

rider163

ขี่แล้วก็จะมีอารมณ์ประมาณนี้แหล่ะครับ !!! … เรียกว่า “ฟิน”

กับผมที่ยังคงความสูงไว้เช่นเดิมไม่มากขึ้นสักที !!! ที่ 163 cm และน้ำหนัก 65 kg เมื่อนั่งตรงกลางเบาะจะลงได้ประมาณนิ้วโป้งทั้งสองด้าน ซึ่งถือว่าสบายๆหล่ะครับ ไม่ขนาดบัลเล่ต์ กับน้ำหนักตัวรถที่ค่อนข้างเบา การวางน้ำหนักที่ทำได้ดี ทำให้การยกรถตั้งตรงทำได้ค่อนข้างง่าย

rider173

ส่วนพี่หมีของเรา กับสัดส่วน 173 cm น้ำหนัก 100 kg เรียกได้ว่า …​”เต็มๆ” แน่นๆ สบายๆ ท่านั่งในการขับขี่กระชับดี ไม่มีส่วนของแฟริ่งมาเกะกะช่วงขา หลังโน้มเล็กน้อยแต่สบายๆเลยทีเดียว

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #ฝ่าการจราจรคับคั่ง

street-triple-r-41
“คล่องแคล่ว” “นุ่มนวล”​ และ “พร้อมทะยาน”​ คือคำจัดความง่ายๆที่มีให้กับ Street Triple R คันนี้ ด้วยการใช้งานที่เราต้องฝ่าการจราจรที่คับคั่งในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งเค้ามากับวงเลี้ยวที่แคบ สรีระของรถที่เพรียวบาง และการวางน้ำหนักของรถที่ทำได้ดีมาก ความละเอียดในการเปิดคันเร่ง เบรค ความนุ่มนวลของการเปลี่ยนเกียร์ รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆของตัวรถที่ลงตัว ทำให้สามารถเคลื่อนที่ผ่านการจราจรได้โดยง่าย

พื้นฐานของเครื่องยนต์แบบ 3 สูบกับความจุขนาด 675 cc จาก Triumph ที่บรรจุลงมาบน Street Triple R คันนี้ ไม่ใช่เพียงความ “นุ่มนวล”​ เท่านั้น เพราะเมื่อรวมร่างเข้ากับคันเร่งที่ทำงานได้อย่างนิ่มนวล และแรงบิดที่มาแบบต่อเนื่องสม่ำเสมอตามการเปิดคันเร่ง ทำให้สามารถเดินคันเร่งออกได้อย่างที่ต้องการหรือที่เรียกว่าพร้อมจะทะยานออกไปได้ทันที

แรงฉุดจากเครื่องยนต์ (engine brake) ให้ความต่อเนื่องที่ผสานทั้งความนิ่มนวล และหนักแน่นไปในเวลาเดียวกัน การลงเกียร์ 3-4 เกียร์ แบบรวดเดียวให้ความรู้สึกที่ “ดีมาก” ตัวรถแทบไม่มีการเสียอาการ และยังคงดึงให้ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเปิดคันเร่งขึ้นไปใหม่ก็ “พร้อมที่จะทะยาน” ออกไปอย่างนิ่มนวลได้ทันที การส่งถ่ายกำลังต่างๆของเครื่องยนต์ และชุดเกียร์ ทำได้อย่างต่อเนื่องในแทบทุกย่านรอบของการใช้งาน

ประเด็นเรื่องร้อนๆหล่ะ … ไม่สิ …​ ต้องเรียกว่าเรื่องเย็นๆ เพราะ Street Triple R คันนี้แทบไม่มีความร้อนที่แผ่ออกมาจนทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกรำคาญ หรืออบอ้าวจากตัวรถ มีอุ่นๆบ้างที่หน้าขา แต่ถือว่าเย็นมากแล้วหล่ะครับ

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางหลัก

street-triple-r-43
แม้ว่าจะมีรูปองค์ทรงเครื่องที่เพรียวบาง ปราศจากแฟริ่งชิ้นหนาๆ ใหญ่ๆ ที่คอยช่วยแหวกลม แต่กับ Street Triple R คันนี้ ก็เรียกว่า “รื่นลม” ได้เช่นเคย นั่นคือ รับลมเต็มๆ กันไปเลย ปล่อยให้หมวกทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ไปเลยครับ แต่เดี๋ยวก่อน แฟริ่งสีแดงชิ้นเล็กๆ ด้านซ้ายขวาช่วยทำให้ลมไม่เข้าปะทะที่ช่วงล่างมากเกินไป ถือว่าเป็นรถที่มีการจัดการลมที่ช่วงขาที่ดีมากเลยทีเดียว

ทั้งนี้สำหรับสัดส่วนของผมที่ 163 cm เขยิบถอยหลังนิด ก้มลงหน่อยก็สบายๆแล้วครับลมจะเข้าที่ช่วงหมวกพอดี แต่กับเพื่อนๆที่สรีระเกิน 170 cm ขึ้นไป จะมีลมเข้ามาที่ช่วงอกได้พอสมควร ถ้าให้ดีเสริมชิวบังลมหน้าสักนิด จะเพิ่มความชิวของผู้ขับขี่ได้อีกพอสมควรเลยทีเดียว

พื้นฐานกำลังของเครื่องยนต์ขนาด 675 cc ที่พกมาแบบ “พอเพียง” นั้น “เพียงพอ” และ “เหลือ” กับการใช้งานเดินทางทั่วไปในบ้านเราได้เป็นอย่างดี แรงบิดที่ส่งมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงย่านรอบการใช้งานตามการเปิดคันเร่ง ทำให้สามารถพาให้ผู้ขับขี่ทะยานออกไปได้ดั่งใจ แม้จะไม่ปรู๊ดปร๊าด แต่ก็เร่งแซงได้สบายๆทันทีเหมือนกันนะนั่น

เป็นที่น่าแปลกใจอย่างนึงกับ Street Triple R ที่ตัวรถน้ำหนักเบาๆประมาณ 200 kg กลับให้เสถียรภาพของรถที่ดี และ “นิ่ง” มากในการเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้นที่ 100-120 km/hr ช่วงล่างของรถตอบสนองกับพื้นผิวของถนนได้เป็นอย่างดี อาการดีดดิ้น สะบัด แทบไม่มีให้เสียวเล่นกันเลย

“แต่” หลังจากที่เราได้เดินทางยืนพื้นกันยาวๆ 2 ชม. ต่อเนื่องแล้ว … จอดรถปุ๊ป กลับมีอาการมือชานิดๆ ทั้งนี้มาจากตัวแฮนด์เองที่เหมือนจะนิ่ง แต่กลับมีอาการ “สั่นเบาๆ”​ (เบามากๆ) อยู่ตลอดเวลา แรกๆก็ไม่รู้สึกเหมือนกันครับว่าสั่น แต่พอมือชา แล้วลองอีกรอบ อ๊ะ จริงด้วยนี่สั่นเบามากๆ ตลอดเลยนี่หน่า อาจจะลองเพิ่มน้ำหนักตุ้มปลายแฮนด์เสริมช่วยน่าจะช่วยลดอาการนี้ได้ อันนี้ต้องลองปรับเพิ่มดูหล่ะครับ

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางรอง เขา แอบมีลูกรังนิดๆ

street-triple-r-49
จากความ “คล่องตัว” ในสภาพการจราจรติดขัด และการตอบสนองของเค้าที่จัดได้ว่า “ดีมาก” บนการเดินทาง ผสานกับ “กำลัง” ที่มาอย่างต่อเนื่อง และนิ่มนวลไปกับคันเร่งที่ตอบสนองได้ไว และคาดเดาได้ตามน้ำหนักการเปิดคันเร่งของผู้ขับขี่ จนทำให้แปลกใจในการตอบสนองที่คาดเดาได้ง่ายทั้งที่เป็นคันเร่งสายธรรมดา

ท่านั่งที่โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ผสานกับช่วงล่างเดิมๆจากโรงงานที่รู้สึกปรับตั้งมาแปลกๆ คือขย่มแล้วช่วงหลังยุบเยอะกว่าช่วงหน้าพอสมควร แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับทำให้ผู้ขับขี่สามารถเบรคหน้าได้ลึก และมั่นคงมากเลยทีเดียว

การเบรคทั้ง เบรคหลัง เบรคหน้า ผสานกับกันสะเทือนหน้าที่ยุบลงอย่างมั่นคง และตอบสนองได้อย่างดี ทำให้เมื่อเราเบรคหน้าลึกๆ แล้วพับรถเข้าโค้งต่อทันที แทบไม่มีอาการเด้งคืนไวเกินไปของช่วงหน้า คือตัวรถยังรักษาเสถียรภาพ และพร้อมที่จะให้ผู้ขับขี่ส่งเค้าออกจากโค้งได้อย่างมั่นคงนอกจากนั้นยางติดรถที่ให้มามีลักษณะที่ค่อนข้างกลมมน และให้หน้าสัมผัสที่ดีในทุกๆองศาของการเอียงรถ ซึ่งนี่ยิ่งเอื้อให้การพลิกรถต่อเนื่องทำได้ว่องไวมากขึ้นไปอีก

โดยรวมแล้ว Triumph Street Triple R คือรถที่สามารถพลิกรถเล่นสนุกกับเส้นทางโค้งต่อเนื่องได้อย่างคล่องแคล่วมากที่สุดคันนึง จะเรียกว่านี่คือ Sport ที่พริ้วไหวกับโค้ง แต่มากับการแปลงกายมาในรูปลักษณ์ของ Naked ที่มากับความสบายของท่านั่ง และการขับขี่ที่ทำได้อย่างง่ายดายที่สุดคันนึงเลยทีเดียว

 

เรียกว่านี่เป็นรถถนนคันนึงที่มีการตอบสนองที่ดีมาก ความพริ้วไหวในการพลิกโค้งไปมาอย่างคล่องตัว

ผสานกับแรงบิดที่ต่อเนื่อง ทำให้รู้สึก “คัน” และอยากจะพาเค้าไปลงสนามซะจริงๆ 

street-triple-r-03

หรือจะบังเอิญต้องไปพานพบกับเส้นทางแบบลูกรังเบาๆ ก็พร้อมที่จะลุยไปได้แบบชิวๆเช่นกัน ด้วยน้ำหนักของตัวรถที่ค่อนข้างเบา และคล่องตัว การควบคุมรถที่ทำได้ง่ายจากคันเร่งที่นุ่มนวล ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถผ่านเส้นทางแบบนี้ไปได้ง่ายๆ

การปรับท่าจากท่านั่ง มาเป็นท่ายืน ทำได้ค่อนข้างง่าย แต่ทั้งนี้ก็ต้องโยกก้นไปทางด้านหลังช่วยบาล๊านซ์เค้าไว้ซักนิดด้วยนะครับ ส่วนการโยกตำแหน่งตัวผู้ขับขี่ซ้ายขวา เพื่อจัดท่า Lean-Out บนท่ายืน ทำได้คล่องตัวดี และค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว

ระบบเบรคที่มาพร้อมกับ ABS ที่ติดมาใน Street Triple R คันนี้ทำงานได้อย่างละเอียด และนิ่มนวล อาการดีดเท้า และมือมีน้อยมาก ยิ่งช่วยเสริมให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เบรคหน้าหลัง ได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเส้นทางลูกรังที่หลายๆคนเบือนหน้าหนีก็ตาม

แต่ทั้งนี้ พื้นฐานของตัวรถไม่ได้ทำมาเพื่อการใช้งานในลักษณะนี้ต่อเนื่องนานๆนะครับ ไม่ใช่ว่าเค้าทำไม่ได้ แต่แค่จะทำให้ผู้ขับขี่เองล้าจากการกระแทกอย่างต่อเนื่องซะมากกว่า แต่ถ้าถามว่าไปได้มั้ย … สบายๆ ฮะ !

อัตราสิ้นเปลือง

2016-01-30 16.24.24

วัดคร่าวๆโดยการเติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วจับระยะทางที่วิ่งได้ กับน้ำมันที่เติมเข้าไปใหม่นะครับ ผลออกมาเป็นดังนี้เลย

Screen Shot 2016-02-25 at 12.38.25 AM

กับน้ำมัน 3 ถังในสภาพการใช้งานที่แตกต่างกันผสมผสานกันไปได้ระยะทางรวมที่จับไว้ที่ 494.8 km และใช้น้ำมันทั้งสิ้น 27.79 litre ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในทุกการใช้งานที่ 17.80 km/litre สำหรับรถที่มีความจุ 675 cc ถือได้ว่าค่อนข้างประหยัดในบ้านเราเลยทีเดียวครับ

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

2016-01-30 16.22.28

กับไฟหน้าอันเป็นเอกลัษณ์ของ Street Triple R

ข้อดี

  • นี่คือรถที่นุ่มนวล แต่หนักแน่น และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง
  • ชุดเกียร์ทำงานต่อเนื่อง ส่งถ่ายกำลังได้อย่างไม่มีการสะดุด
  • การควบคุมรถในย่านรอบต่างๆ ในสภาพเส้นทางต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย
  • ช่วงของแรงบิดที่มาอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ทำให้การเปิดคันเร่งทำได้ง่าย และมั่นใจที่จะทะยานออกจากโค้ง
  • เป็นรถคันนึงที่มีการวางน้ำหนัก และเสถียรภาพของรถที่ดีมาก พับรถเข้าโค้งได้อย่างคล่องแคล่ว ผสานกับแรงบิดที่ต่อเนื่อง ทำให้ออกจากโค้งได้อย่างคล่องตัว
  • พร้อมจะตอบสนองได้ในทุกอารมณ์ที่เราต้องการ ไม่ว่าจะขับขี่ชมวิว เล่นสนุกกับเส้นทาง หรือจะต้องฝ่าไปในการจราจร
  • ท่านั่งที่กระชับกับสรีระผู้ขับขี่ แม้จะมีท่าที่ก้มลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่สบาย
  • ระบบเบรคที่ลงตัว และเชื่อถือได้ พร้อม ABS ที่ทำงานได้ละเอียดดี
  • เป็นรถแบบ Naked ที่มีการจัดการลมที่ช่วงลำตัว และช่วงขา ที่ดีมากเลยทีเดียว

ข้อสังเกต/ข้อเสีย

  • จากการที่แฮนด์มีการสั่นเบาๆ (เบามาก) แต่มีตลอดเวลา ทำให้การเดินทางต่อเนื่องประมาณ 2 ชั่วโมง อาจจะมีอาการชานิดๆ ที่มือได้ แต่พอรู้ตัวแล้วก็สบายๆครับ อาศัยผ่อนคลายมือให้บ่อยขึ้นก็หายแล้ว
  • Menu การตั้งค่าต่างๆ เหมือนจะใช้งานง่าย แต่ก็ทำให้สับสนได้พอสมควร ค่อนข้างมีรายละเอียด และการเข้าถึงหลายขั้นตอนไปนิดนึง
  • สำหรับการจราจรในบ้านเรา กระจกที่ให้ทัศนวิสัยดีมาก แต่ก็กว้างมากเช่นกัน คือต้องกะระยะเผื่อกระจกไว้นิดนึงไม่งั้นมี ฟีเจอร์ริ่ง กับกระจกรถกระบะ หรือรถทรงสูงเป็นแน่แท้ แต่ยังดีที่ตัวรถมีน้ำหนักเบา และคอนโทรลได้ง่ายผสานกับวงเลี้ยวที่แคบทำให้โยกหลบได้สบายๆครับ
  • การเข้าเกียร์ 1 ตอนออกตัวมีติดขัดบ้าง “แต่” ทั้งนี้รถคันนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงรันอิน และยังไม่ได้ถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งแรกนะครับ อันนี้ต้องให้เพื่อนๆที่ใช้กันอยู่ช่วยกันเสริมหล่ะว่า หลังจากถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่แล้วมีอาการนี้อยู่หรือไม่

น่าจะเหมาะกับ/ไม่เหมาะกับ

2016-01-30 16.25.38

น่าจะเหมาะกับ

  • มือใหม่ ! แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ แม้ว่า Triumph Street Triple จะเป็นรถที่ขับขี่ได้ง่าย และเรียนรู้ได้ไว แต่กำลังของรถฉีกออกมาเยอะพอสมควร ใจเย็นๆ และลงเรียนขับขี่ให้ถูกต้องจะช่วยได้มากเลยทีเดียว
  • มือเก่า ! แต่ต้องการรถในแบบ Naked ไว้ใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าการจราจรในเมือง เดินทางท่องเที่ยว และเล่นสนุกไปกับเส้นทางได้ตลอดเวลา
    ที่มีทักษะการขับขี่รถ Sport มาแล้วน่าจะสนุกกับ Street Triple R คันนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ไม่เหมาะกับ

  • สายแรง … คือ Street Triple R เป็นรถที่ไม่ได้เร่งหน้าหงายได้ขนาดนั้นนะครับ แต่กลับกันคือเป็นรถที่นุ่มนวลพาผู้ขับขี่ไล่ความเร็วขึ้นไปได้แบบสบายๆมากกว่า
  • ชอบเดินทางไกลต่อเนื่อง คือถามว่าทำได้มั้ย ทำได้เช่นกันครับ แต่เพียงแค่อาจจะไม่สบายเท่ารถ Touring แค่นั้นเอง
  • ชอบแรงม้าสูง แรงบิดเยอะ คือ Street Triple R เป็นรถที่เรียกว่า “ลงตัวที่การขับขี่”​ มากกว่าสเปคในกระดาษนะครับ

สรุป

2016-01-30 16.22.41
กับการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะเป็นการเดินทางในช่วงวันหยุดสบายๆ หรือจะพาไปเล่นสนุกกับเส้นทางต่างๆ แม้กระทั่งจะพาไปลงสนามสนุกๆ Street Triple R คันนี้ก็พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี

พกมากับเครื่องยนต์ความจุ 675cc แบบ 3 สูบที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แบบที่รู้เลยว่านี่คือ Triumph ความนิ่มนวลที่ส่งผ่านมาจากเครื่องยนต์ ถ่ายทอดสู่ชุดคลัทช์ เกียร์ โซ่ ก่อนจะลงบดกับพื้นถนนด้วยยาง ให้ความรู้สึกที่เหมือน รถ และผู้ขับขี่ เป็นเพื่อนที่พร้อมจะพาเดินทางไปในเส้นทางต่างๆได้อย่างลงตัว

พื้นฐานช่วงล่างที่ลองขย่มรถแล้วจะรู้สึกถึงระยะยุบแปลกๆ แต่เมื่อขับขี่แล้วกลับตอบสนองต่อการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ให้ความคล่องตัวที่สูง และฉับไวกับทุกโค้งที่เราต้องการจะพาไป รวมไปถึงเสถียรภาพของตัวรถที่ทำให้รู้สึกมั่นใจที่จะแก้สถานการณ์ หรือพลิกรถหลบหลีบในโค้งได้อย่างคล่องตัว

ถ้าดูถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ติดรถมาจะเห็นว่าเป็นอุปกรณ์กลางๆ ที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นออกมามากมาย แต่เมื่อรวมองค์ประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว Triumph Street Triple R คือรถคันนึงที่ทำให้รู้สึกว่านี่คือรถที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง และลงตัวมากคันนึง ที่เชื้อเชิญให้ออกไปขับขี่กันได้ตลอดเวลาตามคอนเซปต์ของทาง Triumph ที่ใช้ว่า “For the Ride” เลยทีเดียว

 

2016-01-30 13.04.30

พี่หมีกำลังเพ้อ … ส่วนผมตอนนี้กำลังคัน ไปไหนต่อดี

 

เทียบสัดส่วนกันสักนิดระหว่างคู่ชกในพิกัดไล่เลี่ยกัน (ไม่นับราคานะครับ)

2016-01-29 16.43.30
ซ้าย Triumph Street Triple R ขวา Yamaha MT-07

 

2016-01-29 16.50.51
ซ้ายพี่หมีสัดส่วน 173 cm น้ำหนัก 100 kg บน MT-07เต็มเท้าสบายๆ
ขวามากับสัดส่วน 163 cm น้ำหนัก 65 kg บน Street Triple R ลงได้ประมาณนิ้วโป้งสบายๆ

 

2016-01-29 16.51.35
ซ้ายกับสัดส่วน 163 cm น้ำหนัก 65 kg บน MT-07 ลงเท้าได้เกือบๆครึ่งเท้าหล่ะครับ
ขวากับพี่หมีสัดส่วน 173 cm น้ำหนัก 100 kg บน Street Triple R

 

Comments