Review : Kawasaki ZX-10R กับการพา รถสปอร์ต ออกจากสนามสู่การใช้งานบนท้องถนน

โดย / / 4,064 views

zx-10r-cover

ต้องเรียกว่าเป็นรถสปอร์ตคันนึงที่เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาผู้ชื่นชอบใน “สายหมอบ” กันได้อย่างมากเลยทีเดียวกับ ZX-10R ที่ทาง Kawasaki ประกาศราคาออกมาแบบเร้าใจที่ 670,000 ถึงแม้ว่าจะมากับเสปคที่โดนทอนแรงลงไปเล็กน้อยก็ตาม (แต่แหม่ ถ้าไม่ได้ถึงขนาดเอาไปขี่เพื่อการแข่งขันหล่ะก็ ผมเองก็ไม่รู้จะใช้ยังไงให้หมดหล่ะคร้าบ)

คราวนี้ต้องขอขอบคุณ “น้องชายคนนึง” ที่ช่างกล้า ยื่นกุญแจมาให้พร้อมกับบอกว่า “พี่รีวิวให้ผมหน่อยนะ ช่วงนี้ยังไม่ได้ขี่ ไปรันอินเสร็จแล้วมาสอนผมใช้ด้วย”

… อ้าว ชิบ lost หล่ะ … เอาจริงอ่ะ ??!!

ไหนๆก็ไหนๆ ได้มีโอกาสขับขี่แล้วก็ขอรวบรวมอารมณ์ที่ได้มา เก็บมาเป็นรีวิวให้เพื่อนๆ เผื่อจะได้เห็นภาพ และคาแรคเตอร์ของเค้ามากขึ้นไปด้วยกันกับผมบน ZX-10R คันนี้ โดยคราวนี้เราจะเอามาขี่ใช้งานกันในชีวิตประจำวันกันเนี่ยแหล่ะ รวมถึงใช้วิ่งข้ามจังหวัดกันเบาๆสักนิด ลงไปเล่นสมรรถนะ และความคล่องตัวในสนามอีกสักหน่อย ก่อนจะเรียบเรียงออกมา พร้อมแล้วก็มากันเลย !

เพื่อความกระชับ ขอแบ่งหัวข้อในการรีวิวไว้ตามนี้นะครับ

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • มาย่อยระบบไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยผู้ขับขี่กันสักนิด
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ ในสภาพถนนต่างๆ
  • การขับขี่ ในสนาม แบบหยอดๆ (คือเสียว)
  • อัตราสิ้นเปลือง
  • ข้อดี/ข้อสังเกตุ/ข้อเสีย
  • น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

 

รูปลักษณ์ทั่วไป

zx-10r-00
กับ ZX-10R ปี 2016 นี้จัดได้ว่าได้รับการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการพัฒนาขึ้นมาเพื่อ “การทำเวลาต่อรอบ มากกว่ารูปลักษณ์ที่มองเห็นได้” ทำให้ภายนอกนั้นหากมองกันผ่านๆแล้วหล่ะก็แทบไม่มีความแตกต่างกับ ZX-10R โฉมก่อนหน้าเลยหล่ะครับ นอกจากนั้นยังลดแรงต้านของเครื่องยนต์ (แรงเฉื่อย) ลงไปอีก 20% พร้อมด้วยการปรับให้ท่านั่งสบาย และเป็นมิตรมากขึ้น เอาแค่การขี่ระยะสั้นๆก็พอจะบอกได้ว่า ZX-10R ปี 2016 ต่างไปจาก ปี 2014 ประมาณนี้เลยครับ

  • ปี 2016 มีช่วงแฮนด์ที่ใกล้ขึ้นมาอีกนิดนึงเมื่อเทียบกับตัวปี 2014
  • ปี 2016 ให้ความรู้สึกว่ายกรถขึ้นมาตั้งตรงได้ง่ายกว่า
  • ปี 2016 ให้ช่วงของแรงบิดตอนต้นที่นุ่มลงเล็กน้อย แต่ตอบสนองได้ดั่งใจมากขึ้น
  • ปี 2016 ให้ความรู้สึกที่ขับขี่ได้คล่องตัว และมั่นใจกับการกลับรถแคบๆมากขึ้น
  • ปี 2016 ท่านั่งเป็นมิตรมากขึ้น สรีระของรถทำให้ไม่รู้สึกว่าโดนบังคับให้ต้องใช้ท่าการขับขี่แบบในสนามตลอดเวลา คือสามารถนั่งยกตัวได้ง่ายขึ้นสบายขึ้น
  • ปี 2016 มีมิติรถที่ใกล้เคียงกับปี 2014 แต่เวลาขับขี่จะรู้สึกเหมือนเล็กกว่านิดหน่อย ช่วงตัวถังแคบลงนิดหน่อย

ทีนี้มาดูกันในแบบคลิปกันเลยดีกว่าครับเมื่อเรามาลองเดินเล่นวนๆดู พร้อมจิ้มเล่นกับระบบต่างๆในรถกัน

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

zx-10r-54

2016-03-21_13h27_18

มาย่อยระบบไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยผู้ขับขี่กันสักนิด

Screen Shot 2016-03-18 at 12.00.40 AM

กับ ZX-10R คันนี้จัดได้ว่าเป็นรถคันนึงที่มีการนำเอาระบบอิเล็คทรอนิกส์มากมายเข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้งเพื่อให้สามารถทำเวลาในสนามได้ดีขึ้น และเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้น จะมีอะไรบ้างเดี๋ยวมาทะยอยดูกันเลยดีกว่า

2016-03-21_13h28_19

สัดส่วนคน และรถ

rider163

กับผมสัดส่วนคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 163 cm และน้ำหนักตัว 65 kg กับรองเท้าแบบ racing ข้อยาวที่ล็อคข้อเท้าไว้ทำให้พอจะลงได้ปลายเท้าทั้งสองข้างครับ แต่ถ้าใส่รองเท้าแบบ touring ที่ยืดได้ยาวๆหน่อยก็ลงได้เยอะขึ้นอีกนิดนึงครับ

zx-10r-26
แต่สำหรับการใช้งานปกติใช้วิธีเลื่อนก้นลงมาสักนิดนึงก็ลงได้เต็มเท้าสบายๆหล่ะ ยืนเขย่งๆนานๆ เวลาขับขี่ทางไกลต่อเนื่องอาจจะตะคริวขึ้นกันได้นะคร้าบ ลงให้เต็มสักข้างนึงสบายกว่าเยอะ

rider180

ส่วนตานี่ มากับสัดส่วนที่ 180 cm 85 kg เต็มเท้าสองข้างเลยจ้า แหม่ ! สำหรับส่วนใหญ่ที่สัดส่วนประมาณ 170 cm ก็โอเคแล้วครับ ลงเท้าได้เกือบๆเต็มเลยหล่ะ

การขับขี่ในสนามแบบหยอดๆ

thailand-circuit-6327
ต้องขอบคุณ GSL Team ที่ให้คำแนะนำเพิ่มเติม และช่วยผมเคาะสนิมกับการขับขี่ในสนามเลยหล่ะครับ ต้องบอกว่าปกติผมเองก็ไม่ได้ใช้ความเร็วมากมายอะไรแต่ก็จะพยายามหาโอกาสมาซ้อมให้เราคุ้นกับรถที่เราขับขี่อยู่เรื่อยๆ และครั้งนี้ก็เป็นครั้งนึงที่ผมได้มีโอกาสพา ZX-10R คันนี้มาลองเลี้ยวในสนามดูบ้าง

การทะยาน ZX-10R ออกไปทำได้อย่างสนุกด้วย KLCM หรือระบบที่ช่วยล็อครอบในการออกตัวที่ทำงานจนถึงเกียร์ 3 พร้อมด้วย Quick Shifter ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวจาก Grid Start ได้ง่ายด้วยการเปิดคันเร่งได้ยาวๆ และงัดเกียร์โลด การทำงานของ Quick Shifter บน ZX-10R ค่อนข้างไว และให้เกียร์ที่แม่นยำแต่ทั้งนี้ “น่าจะ” ระบบ S-KTRC ของตัวรถเองที่ทำให้รู้สึกได้ว่าเหมือน “วืด” เบาๆ คือพอสับเกียร์ขึ้นด้วย Quick Shifter แล้วเหมือนจะมีการหน่วงนิดนึงก่อนจะทะยานออกไป

ระบบเบรคที่ให้มากับ Brembo ทั้งปั้มบน และล่าง ให้แรงเบรคที่ดีมาก ผสานกันช่วงแฮนด์ของรถที่ใกล้เข้ามายิ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้น้ำหนักตัวช่วยในการกดเบรคหน้าได้มากขึ้นไปอีก แต่ทั้งนี้ Brembo ที่ติดมาเป็นเสปค OEM คือให้น้ำหนักที่ดี แต่ไม่ได้เกลี่ยแรงเบรคได้ละเอียดขนาดรุ่นท๊อปๆนะครับ แต่เดิมๆเองเลยก็ถือว่าทำได้ดีมากเลยทีเดียว

thailand-circuit-6140

พื้นฐานช่วงล่างเดิมๆของตัวรถตอบสนองได้ดีมากกับการขับขี่ในสนาม ซึ่งเป็นสิ่งนึงที่ทำให้รู้สึกประทับใจมากโดยเฉพาะส่วนของ “โช๊คหน้า” แบบ Inverted balance free fork ที่ตอบสนองได้ดี และให้ความรู้สึกที่มั่นใจในการเบรคให้ลึกขึ้นไปอีกเพื่อเข้าโค้ง การเดินคันเร่งออกทำได้มั่นใจ โดยไม่มีอาการเด้ง ดีด หรือแกว่งจากการคืนตัวของโช็คหน้าที่ เร็ว หรือ ช้า เกินไป หรือถ้าเพื่อนๆที่น้ำหนักตัวมากกว่านี้ หรือขับขี่ในสนามเป็นกิจวัตร ปรับตั้งเพิ่มเติมนิดหน่อยก็ “จบ” เลยหล่ะครับ

ผสานกับกันสะบัดไฟฟ้าจาก Ohlins ที่ติดมาจากโรงงานยิ่งทำให้มั่นใจที่จะเปิดคันเร่งออกโค้งออกไปอีก ถึงแม้ว่าการตอบสนองของกันสะบัดไฟฟ้าจะหน่วงๆไปนิดหน่อย คือยังมีอาการสะบัดได้เบาๆ แต่ก็ถือว่าทำงานได้เร็ว และต่อเนื่องมากแล้ว

IMU ที่คอยควบคุมระบบ ABS และ S-KTRC ของตัวรถ ทำงานได้ดีมาก การจงใจเปิดคันเร่งแรงๆออกโค้ง (แบบเสียวสุดๆ) รู้สึกได้นะว่าเริ่มจะสไลด์หล่ะ แต่ก็หยุดเกือบจะทันที และพร้อมที่จะไต่โค้งออกไปได้อย่างต่อเนื่อง

แต่ทั้งนี้ระยะของคันเบรค และระยะของคันเกียร์ ค่อนข้างจะใกล้พักเท้าไปนิดส์นึง ซึ่งทำให้เพื่อนๆที่ใส่รองเท้าแบบข้อยาวที่ล็อคข้อเท้าเต็มๆ อาจจะสอดเท้าลงเพื่องัดเกียร์ติดขัดได้ ปรับตัวให้คุ้นเคยสักพักก่อนจะไปสับเกียร์รัวๆน้า

โดยรวมแล้ว ZX-10R เป็นรถที่พลิกโค้งซ้ายขวาต่อเนื่องได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นรถสปอร์ตที่มีการวางบาล๊านซ์ของรถที่ดีให้ความรู้สึกที่มั่นใจเวลาที่เราเอนรถลงลึก และเดินคันเร่งออกได้ “หนัก” ขึ้นจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาช่วยต่างๆ สำหรับมือใหม่สนามแบบผม ZX-10R ทำให้รู้สึก “สนุก” ได้มากเลยทีเดียว … เรียกว่า “คัน” อีกแล้ว

 

พาออกสนามมาสู่ถนนต่างๆกันบ้าง #ฝ่าการจราจรคับคั่ง

Screen Shot 2016-03-18 at 12.01.38 AM
ก็แหม่ การขับขี่ในชีวิตประจำวันมันเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพุ่งฝ่าไปแบบนี้หล่ะ ถ้าฝ่าไม่ได้ก็ต้องหาทางไปบ้าง กับการจราจรในบ้านเราที่บางครั้งก็ติดขัดเหลือหลาย

จากการที่ ZX-10R สามารถปรับทอนแรงฉุดจากเครื่องยนต์ให้ตอบสนองได้นุ่มนวลขึ้น (KEBC) ทำให้สามารถเปิดคันเร่งยาว และปิดคันเร่งทันทีได้แบบที่รถไม่เสียอาการ หรือดิ้นจากการปิดคันเร่งทันที ผสานกับคลัทช์ที่ยอมให้ลื่นได้เล็กน้อย ยิ่งทำให้การลดเกียร์ต่อเนื่องไวๆ ทำได้ง่ายจนบางทีก็ต้องเตือนตัวเองว่าถ้าไปทำแบบนี้กับรถคันอื่นที่ไม่มีหล่ะก็อาจจะดิ้นเอาง่ายๆเลยน้า

กับสภาพถนนหนทางในบ้านเราที่ค่อนข้างจะไม่เป็นมิตรกับมอเตอร์ไซค์ซักเท่าไหร่ และกับแรงบิดของ 1000cc ที่ทำให้ยิ่งไถลเวลาเลี้ยวได้ง่ายอีก ซึ่งตรงนี้ IMU เข้ามาช่วยได้มากเลยทีเดียว และพร้อมที่จะเข้ามาแทรกการทำงานของคันเร่งที่เราเปิดส่งออกโค้งได้ทันที ซึ่งทำให้อาการล้อหลังปัดให้เหวอเล่นนั่น … แทบไม่มีให้รู้สึกได้ คือ ปัดออกแค่นิดเดียวแล้วก็หยุด และทะยานออกโค้งต่อได้ทันทีแบบสบายๆ

รู้มั้ยว่าบ้านเราอากาศมันร้อน !!! เอา Sport 1000 cc มาขี่กันรถติดๆเนี่ยนะ …​ช้าก่อน … ZX-10R คันนี้สำหรับผมจัดได้เลยว่าเป็นรถ Sport ในคลาส 1000 cc ที่ “เย็น” เลยหล่ะครับ การจัดการความร้อนของตัวรถทำได้ที จอดรถติดๆ พัดลมทำงานก็ไม่ได้รู้สึกว่าร้อนอะไร จะมีก็อุ่นๆที่บริเวณเท้าด้านขวาที่คาดว่ามาจากชุดท่อไอเสียใต้ท้องรถ นอกจากนั้น บอกเลย สบาย !

 

พาออกสนามมาสู่ถนนต่างๆกันบ้าง #การเดินทางบนเส้นทางหลัก

zx-10r-02

คราวนี้ผมเองก็มีโอกาสได้พาเค้าขับขี่ข้ามจังหวัดใกล้ๆ กับระยะทางประมาณ 200 km ดู ซึ่งก็ทำให้รู้สึก “ผิดคาด” ไปมากเลยหล่ะครับ กับ ZX-10R คันนี้

ท่านั่งที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาทำให้การใช้งานเดินทางในระยะประมาณ 200 km ไม่มีอาการเมื่อยล้าอะไร ผสานกับการทำงานตามติดของช่วงล่างที่ดีมากตอบสนองกับสภาพถนนบ้านเราได้ดีเลยทีเดียว คือถามว่าเด้งกว่ารถในแนวอื่นมั้ย เด้งกว่าอยู่แล้วหล่ะครับ แต่ก็จัดได้ว่าสบายมากแล้วสำหรับรถสปอร์ต

นอกจากนั้นจากการที่ท่านั่งค่อนข้างสบายไม่ถูกบังคับให้ต้องหมอบ ทำให้การยกตัวให้สูงขึ้นนิดหน่อยในการเดินทาง เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็นทำได้ง่ายขึ้น ช่วงเบาะที่เหมือนจะจมเข้าไปในตัวรถยิ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับท่าทางให้เหมาะสมกับการใช้งานเดินทางได้มากขึ้นอีก

ระดับของก้านเบรค และก้านคลัชที่ค่อนข้างเป็นระนาบเดียวกันกับพื้น ทำให้เวลาเราต้องใช้คลัทช์ หรือเบรค อาจจะต้องหักข้อมือขึ้นซึ่งทำให้เมื่อยแขนได้พอสมควร แต่ก็แก้ได้ง่ายๆ คือ ก้มลงมาเล้ย ! ให้ท่อนแขนเราอยู่ในระนาบเดียวกันสบายขึ้นเยอะ หรือจะปรับให้ก้านเบรค และก้านคลัทช์ได้ระดับตามสรีระ และการใช้งานในการเดินทางก็ทำได้เช่นกัน

ในส่วนของคนซ้อนกับ ZX-10R น่าจะเป็นรถ sport ที่มีเบาะค่อนข้างกว้าง และให้ท่านั่งที่ค่อนข้างสบายกว่าเพื่อนๆสปอร์ตในคลาส 1000 cc ด้วยกันพอสมควร คนซ้อนสามารถใช้การดันถัง หนีบเข่า ได้ค่อนข้างง่าย

ด้วยกำลังของรถในคลาสนี้บอกเลยว่า “เกิน”​ “ล้น”​ และ “เหลือเฟือ” กับการเดินทางด้วยความเร็วเดินทางที่ 100-120 km/hr จังหวะการเร่งแซงทำได้ทันใจ และทันที การตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้าที่มีมาจัดได้ว่าค่อนข้างเป็นมิตร รวมไปถึงระบบไฟฟ้าต่างๆที่เข้ามาทำให้สามารถใช้งานได้ปลอดภัยมากขึ้น ทำให้โดยรวมแล้ว ZX-10R เป็นรถสปอร์ตคันนึงที่สามารถเอามาใช้งานเดินทางระยะใกล้-กลาง ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

 

อัตราสิ้นเปลือง

zx-10r-47
วัดคร่าวๆโดยการเติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วจับระยะทางที่วิ่งได้ กับน้ำมันที่เติมเข้าไปใหม่นะครับ ผลออกมาเป็นดังนี้เลย

2016-03-21_13h28_42
กับน้ำมัน 3 ถังในสภาพการใช้งานที่แตกต่างกันผสมผสานกันไปได้ระยะทางรวมที่จับไว้ที่ 487.7 km และใช้น้ำมันทั้งสิ้น 34.5 litre ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย รวมการใช้งานในสนามไปด้วย ที่ 14.13 km/litre

 

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

zx-10r-16-2

ข้อดี

  • พื้นฐานช่วงล่างเดิมๆของตัวรถดีมาก ซับแรงได้ต่อเนื่อง และตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี ปรับตั้งได้ละเอียด และช่วงของการปรับตั้งกว้างมากเลยทีเดียว
  • IMU ที่ช่วยคุมระบบ ABS / Traction Control ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนนได้มากทีเดียว อาการสไลด์ล้อหลังบนพื้นลื่นๆ มีน้อยลงมาก และอยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้ง่าย
  • ระบบช่วยเหลือมาเยอะเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น ABS / Traction Control / IMU (กันสไลด์) / KEBC เพื่อทอนแรงฉุดเครื่องยนต์ และ ESD หรือกันสะบัดไฟฟ้าจาก Ohlins นอกจากนั้นยังมาพร้อมด้วย Quick Shifter อีกขั้นนึง
  • ท่านั่งสบายขึ้นกว่าตัวก่อนหน้าพอสมควร วงเลี้ยวของตัวรถค่อนข้างแคบการวางน้ำหนักทำได้ดีใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
  • การใช้งานระบบต่างๆ ค่อนข้างง่าย ใช้เพียงปุ่ม “SEL” และ ขึ้น/ลง แต่แหม่มีท่าลับในการกดเปิด KLCM เนี่ยแหล่ะครับที่อาจจะงงได้นิดนึงตอนแรกๆ
  • จัดว่าเป็นรถสปอร์ตที่ “เย็น” เลยหล่ะครับ จะมีร้อนที่ช่วงเท้าขวาบ้าง แต่รวมๆแล้วเย็นหล่ะ

ข้อสังเกต/ข้อเสีย

  • “น่าจะ” ระบบ KEBC ที่ทำให้การลงเกียร์เร็วๆ แบบที่เราใช้ในสนาม อาจจะมีอาการเหมือนรอบเครื่องไม่สัมพันธ์กับเกียร์ที่ลงต่อเนื่องได้ทัน แต่ในการใช้งานทั่วไปไม่รู้สึกอะไรครับสบายๆดี
  • ถึงแม้ว่า Quick Shift จะทำงานได้ดีและเข้าเกียร์ได้แม่นยำ แต่ก็มีอาการเหมือนวืดๆ เบาๆ เหมือนรอบขาดตอนไปนิดนึงก่อนจะทะยานออกไป ซึ่ง “น่าจะ” มาจาก S-KTRC ที่ทำงานเข้ามาเพื่อลดการ “ยกหน้า” แบบไม่ตั้งใจ
  • ระยะห่างของคันเกียร์ กับพักเท้าใกล้ไปนิดนึง ถ้าใช้รองเท้าข้อยาวแบบที่หนาหน่อยอาจจะงัดเกียร์ติดขัดได้เหมือนกัน
  • โดนทอนแรงลงไปจาก 200 hp เหลือ 179 hp ซึ่งหากนำไปใช้ในการแข่งขันต้องติดต่อทางศูนย์เพื่ออัพพาร์ทต่างๆให้ได้เต็มประสิทธิภาพของรถ แต่ทั้งนี้บนการใช้งานทั่วไป “เกิน” และ “ล้น” หล่ะครับ

 

น่าจะเหมาะกับ/ไม่เหมาะกับ

thailand-circuit-6144
น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆ ที่มีพื้นฐานการขับขี่แบบสนามมาแล้ว และมีประสบการณ์กับการขับขี่บิ๊กไบค์มาก่อน
  • “สายหมอบ” ที่ชอบรถสปอร์ตทั้งหลาย แต่ยังคงใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย ZX-10R คันนี้ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียวเชียว
  • เอาไปใช้เพื่อการแข่งขันในสนาม (แต่ต้องปลดแรงม้าด้วยนะครับ)

ไม่เหมาะกับ

  • “มือใหม่” ไม่แนะนำครับ แม้ว่าจะมีระบบเข้ามาช่วยความปลอดภัยมากขึ้นพอสมควร แต่ด้วยกำลังของรถ ท่าทางในการขับขี่ที่ไม่ได้คล่องตัวแบบรถประเภทอื่น การเลี้ยว การเข้าโค้ง การเบรคต่างๆ ควรผ่านการฝึกฝนมาก่อนพอสมควรเลยทีเดียว

สรุป

thailand-circuit-6479
อีกครั้งที่ต้องขอบคุณ “น้องชาย” คนนึงที่ให้โอกาสผมได้มาสัมผัสกับ ZX-10R คันนี้แบบใหม่เอี่ยมยังไม่ได้ขับขี่เลยทีเดียว

ZX-10R นับได้ว่าเป็นรถสปอร์ตคันนึงที่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาอำนวยความสะดวก และช่วยให้ผู้ขับขี่ทำการขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ABS ที่ทำให้เบรคได้ง่าย และมั่นใจกับแรงเบรคมากขึ้น Traction Control ที่ช่วยกันการยกล้อแบบไม่ตั้งใจได้ดีเลยทีเดียว รวมไปถึง IMU ที่ช่วยลดการไถลของล้อหลังเวลาที่เราเจอสภาพถนนลื่นๆต่างๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องใช้ความเร็ว และการขับขี่ที่เหมาะสมไปด้วยนะครับ

พื้นฐานช่วงล่าง “เดิมๆ” ของรถที่ได้รับการสืบทอดมาจากสนามแข่ง WSBK ตอบสนองได้ดีมาก และปรับตั้งได้กว้างสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย โช็คหน้าตอบสนองได้ดีกับการใช้งานในสนาม ไม่ออกอาการยวบ หรือดีดไว้เกินไป แม้จะขับขี่ในหลากหลายรูปแบบ โช็คหลังเองก็ไม่ออกอาการยวบยาบ หรือเด้ง จากการพลิกโค้งต่อเนื่องแรงๆก็ตาม ยิ่งทำให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้มั่นใจขึ้นมาก

โดยรวมแล้ว แม้ว่ารูปลักษณ์ของตัวรถ ZX-10R จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมซักเท่าไหร่ แต่ด้วยการออกแบบที่มุ่งเน้นเพื่อให้ผู้ขับขี่ “สบายขึ้น”​ และทำ “เวลาต่อรอบ” ได้ดีขึ้น รวมถึงราคาที่เปิดมาซะทำเอาหลายๆคนใจสั่นที่ 670,000 บาท ทั้งหมดนี้ทำให้ ZX-10R เป็นรถสปอร์ตคันนึงที่จัดได้ว่าคุ้มค่าทั้งในด้านของราคา ด้านการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเดินทางได้ดี หรือจะพาไปลงสนามก็ทำได้ทันที เป็นรถคันนึงที่ตอบสนองต่อการขับขี่ได้หลากหลายเลยทีเดียว

 

ขอขอบคุณ

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อน

สำหรับอุปกรณ์ป้องกัน และการตรวจเชคสภาพเบื้องต้น

facebook : https://www.facebook.com/40garage

11214320_491293654364376_7947596463781524525_n

GSL Team ที่ช่วยแนะนำการขับขี่ และเคาะสนิมให้ผม ^^

facebook : https://www.facebook.com/gsl.racing

Comments