Review : Triumph Bonneville T120 Black ความสุขุมแบบร่วมสมัย แฝงไว้ด้วยแรงบิดที่พร้อมทะยานไปกับเส้นทาง

โดย / / 7,765 views

T120cover

อีกครั้งนึงที่ต้องขอขอบคุณทาง Triumph Motorcycles Thailand ที่ได้ให้เกียรติผมร่วมขับขี่ไปบนเส้นทางใหม่เอี่ยมของตัวเมืองเชียงใหม่สู่อำเภอปาย ที่เพื่อนๆหลายคนชื่นชอบกับเส้นทาง “โค้งให้ยับ” ไปบนรถ Triumph T120 Black ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถในคลาส Bonneville หรือ Classic ของทาง Triumph ซึ่งตอนแรกผมเองก็แบบ “พารถแบบ Classic ไปในเส้นทางโค้งงี้อ่ะนะ” … เอาอีกหล่ะ ผิดคาดอีกหล่ะ

โดยในคลาส Bonneville นั้นเปิดตัวในบ้านเราไปแล้วอย่างเป็นทางการทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกันตามนี้เลยครับ

  • Triumph Bonneville T120 / T120 Black ที่คงเอกลักษณ์ที่ข้ามผ่านกาลเวลาไว้อย่างครบครัน
  • Triumph Thruxton / Thruxton R กับการจุติมากำเนิดใหม่ของตำนานแห่งเจ้าถนน
  • Triumph Street Twin ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยคงเอกลักษณ์ความเรียบง่าย และคงความร่วมสมัยไว้ ภายใต้ 3 คอนเซปต์หลักคือ สร้างขึ้นเพื่อให้สนุก, เพื่อให้ขับขี่, เพื่อให้ตกแต่งเป็นของตัวเอง

REVIEW : TRIUMPH STREET TWIN อย่าให้รูปลักษณ์ และสเปค มาตัดสินความสนุกในการขับขี่

Screen Shot 2016-05-12 at 11.10.03 PM

แม้ในคราวนี้ผมจะได้มีโอกาสขับขี่ T120 Black ในระยะทางรวมไม่มากนักคือประมาณ 240 กม. แต่ก็เรียกได้ว่า .. จัดเต็ม เช่นเคยกับเส้นทางคร่าวๆประมาณนี้เลยครับ (มีออกนอกเส้นทางไปบ้าง … หรือจะเรียกว่าหลงบ้างอ้อมบ้าง ก็คงไม่ผิด ^^’)

เช่นเคยเพื่อความกระชับขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้เลยนะครับ

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  • อัตราสิ้นเปลือง
  • ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อสังเกต
  • น่าจะเหมาะกับ
  • สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

mtn10
[บนซ้าย] กับมุมมองของโช็คหน้าที่มาพร้อมกับยางหุ้มโช็ค พร้อมกับบังโคลนหน้ายาวๆ ที่บ่งบอกว่าแม้จะเป็นรถในแนว Classic แต่ก็พร้อมที่จะพาผู้ขับขี่ทะยานไปในเส้นทางที่หลากหลายได้เช่นกัน

[ล่างซ้าย] หม้อน้ำที่บางเฉียบวางในแนวตั้งที่ออกแบบให้รับกับสรีระเพรียวๆของตัวรถอย่างลงตัว กับคอท่อไอเสียทั้งเส้นที่รมดำมาให้สมกับคำว่า ‘Black’ ของ T120 Black คันนี้

นอกจากนั้นยังมากับ “ขาตั้งคู่” ที่บอกเลยว่านี่เป็นรถ Touring แบบชิวๆ ชิคๆ คูลๆ จะขี่ไปถึงไหนก็เซอร์วิสได้ง่ายๆ ทันที

 

mtn8

มุมมองของผู้ขับขี่โล่งๆ สบายๆ “รับลม” กันไปเต็มๆ ในส่วนของหน้าปัทม์เล็กนั้น เห็นแนว Classic แต่เดี๋ยวก่อน เพราะหน้าปัทม์เล็กๆนั้นแหล่ะ แสดงข้อมูลอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น

  • ความเร็วเดินทาง แบบเข็ม
  • รอบการทำงานของเครื่องยนต์ แบบเข็ม
  • ไฟบอกเกียร์
  • เกจ์วัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ระยะทางที่วิ่งต่อได้กับน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ (range)
  • ไฟเตือนระยะ service
  • นาฬิกา
  • Trip 1 / 2
  • Mode การขับขี่ 2 mode Rain /Road
  • ไฟแสดงสถานะของ Heated grip
  • แสดงอัตราสิ้นเปลืองขณะการขับขี่
  • แสดงสถานะของ Traction Control

[ปะกับไฟทางซ้าย] ไล่เรียงมากับ

  • ด้านบนเป็นไฟสัญญาณ pass
  • สัญญาณสลับไฟ Daytime running light (DRL) และสัญญาณไฟต่ำปกติ
    • เมื่อใช้ DRL ปุ่ม pass จะทำหน้าที่ดิฟไฟสูง
    • เมื่อไม่ใช้ DRL ปุ่ม pass จะเป็นการเปิด/ปิด ไฟสูงแทน
  • ปุ่ม “i” หรือที่ผมชอบเรียกว่าปุ่มมหัศจรรย์ !!! เพราะเจ้าปุ่มเล็กๆปุ่มเดียวนี้หล่ะครับที่จะใช้ในการควบคุมทุกอย่างของรถ โดยใช้ได้สองแบบคือ
    • กดปล่อย เพื่อเลือกการแสดงผลต่างๆ
    • กดค้าง เพื่อทำการตั้งค่า … จบ …
  • สัญญาณไฟเลี้ยว
  • สัญญาณแตร
  • Heat Grip !! เพื่อความอุ่นสบายของอุ้งมือในยามอากาศหนาวเย็นที่อาจจะพบเจอได้บ้างในบ้านเรา
  • [ปะกับไฟทางขวา] มากับความเรียบง่ายด้วยปุ่ม 3 ปุ่ม
  • ปุ่ม off-run / start การทำงานของเครื่องยนต์
  • ปุ่มเลือก Mode การขับขี่ของรถทั้งสองโหมด คือ Road / Rain
  • ปุ่มสัญญาณไฟ hazard (หรือไฟผ่าหมาก)

 

mtn9[บนขวา] กับเหล็กกันตก หรือมือจับคนซ้อน แล้วแต่จะคุ้นเคยกัน

[ล่างขวา] ช่องชาร์จอุปกรณ์ USB !!!

รวมๆแล้วกับ Triumph T120 Black คันนี้แม้ว่าจะเป็นรถในแนว Classic แต่ก็จัดได้ว่าแอบซ่อนรายละเอียดและการใช้งานต่างๆเอาไว้อย่างเหมาะสม และลงตัวมากเลยทีเดียว

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

IMG_4576

สำหรับเครื่องยนต์ของ Triumph T120 / T120 Black นั้นจะมีการใช้ร่วมกันกับ Triumph Thruxton R แต่เดี๋ยวก่อนแม้จะเป็นเครื่องเดียวกันแต่การปรับแต่งนั้นช่างแตกต่างโดยเครื่องยนต์ขนาด 1200cc ในบล็อคนี้นั้นจะแบ่งเป็น 2 นิสัยด้วยกันคือ

  • HT 1200 หรือ High-Torque เพื่อให้แรงบิดที่จัดจ้านตั้งแต่เปิดคันเร่งที่รอบต่ำ และบรรจุลงมาใน T120 / T120 Black คันนี้นี่เอง
  • HP 1200 หรือ High-Power ที่ปรับแต่งให้มีแรงม้าสูงขึ้น และมีรอบการทำงานที่สูงขึ้น เพื่อให้อารมณ์ของความเป็น Sport ในรถ Classic ซึ่งบรรจุใน Triumph Thruxton R เร็วๆนี้เราจะมารีวิวกัน

ทั้งนี้ในส่วนของเฟรมของตัวรถนั้นเป็นการพัฒนาเฟรมร่วมกันกับ Triumph Street Twin หรือจะเรียกได้ว่านี่คือโครงสร้างเดียวกัน แต่ขุมกำลังนั้นคือที่เหนือยิ่งกว่า (มาก)

 

spec

สัดส่วนคน และรถ

IMG_4264
กับผู้ขับขี่เดิมที่ยังมีความสูงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 163 cm และน้ำหนัก 65 kg ลงได้ “เกือบครึ่งเท้า” แบบสบายๆ หรือแค่ขยับนิดเดียวก็วางได้เต็มๆเท้าหล่ะครับ (เยสส !) เบาะนั่งนุ่มนิ่มสบายมากทั้งผู้ขับขี่ และคนซ้อน การวางน้ำหนักของรถดี บนสรีระที่ดูเพรียวๆ บางๆ ยกรถขึ้นตั้งตรงได้สบายๆ จนแปลกใจว่าที่คือ Bonneville ในพิกัด 1200 cc นะเนี่ย

และบอกตามตรงว่าตอนแรกผมกะน้ำหนักรถไว้น่าจะราวๆ 200-210 kg คือไม่น่าจะเกินนี้ การยกรถขึ้นตั้งตรง และการขับขี่ในวงเลี้ยวแคบๆ ทำได้คล่องตัว … แต่เปล่าเลย เพราะเมื่อมานั่งกางเสปคเขียนรีวิวนั้น ผมนี่ถึงกับอึ้ง! เพราะน้ำหนักของรถคันนี้นั้นร่วม 224 kg หรือถ้ารวมของเหลวก็น่าจะมีแตะๆ 240 kg เลยนะนั่น ซึ่งนับได้ว่าการวางน้ำหนักของตัวรถทำได้ดีมากเลยทีเดียวเชียว

ส่วนใครที่สัดส่วนประมาณ 170 cm น่าจะลงได้เต็มเท้าสองข้างสบายๆเลยหล่ะครับ นับว่าเป็นรถคันนึงที่มีเบาะต่ำ..มาก

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางหลัก

AU4I1069

กับ Triumph Bonneville “Bonny” T120 คันนี้ ที่มากับขุมพลังขนาด 1200 cc แบบ High Torque ที่ให้แรงบิดตั้งแต่รอบต่ำ และสูงสุดที่ 3100 rpm ทำให้ T120 พร้อมที่จะทะยานออกไปได้ทันทีดั่งใจที่ต้องการ การเร่งแซงต่างๆทำได้ทันทีแบบไม่ต้องลุ้น คือเพียงแค่บิดขึ้นไปเลย พุ่งไปหล่ะน้าา

ท่านั่งในการขับขี่จัดได้ว่า “สบายมาก”​ ขี่ระยะทางยาวๆใช้เวลาร่วม 1:30 ชม. ก็ยังสบายๆ ไม่ออกอาการล้าอะไร เบาะนุ่มๆ ช่วงล่างที่ทำงานนุ่มนวล ยิ่งทำให้สบายขึ้นไปอีกขั้นนึง

เบรคติดรถที่ให้มานับว่าค่อนข้างดี และให้การหยุดรถที่มั่นใจ โดยมาพร้อมกับ ABS ที่ทำงานอิสระหน้า-หลัง ยิ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถ “เหยียบ และกด” เบรคได้อย่างเต็มที่ การทำงานของ ABS ติดรถค่อนข้างละเอียด และยังคงให้ระยะหยุดที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ช่วงล่างที่ให้มาหน้า-หลังจาก Kayaba ตอบสนองได้กับทุกสภาพเส้นทางการเดินทางในบ้านเราค่อนข้างดี นุ่มสบาย และยังคงการตามติดกับพื้นถนนได้ค่อนข้างดีพอสมควร โช็คหลังสามารถปรับ Preload ให้เหมาะสมกับการใช้งานได้

IMG_4684

ในส่วนของคนซ้อนนั้นนับว่า “ฟิน” ฮะ ..​เบาะนั่งตอนเดียวยาวๆ นุ่มสบาย แถมด้วยเหล็กกันตกที่ด้านหลังเรียกว่านั่งชิวๆ ออกไปเดินทางกันมีง่วงได้เลยหล่ะนั่น (คือผมลองซ้อนแล้ว และง่วงไปแล้ว ^^’) ความร้อนของตัวรถน้อยมาก คือเพียงแค่อุ่นๆ สบายๆ ไม่รำคาญอะไร ซึ่งนับว่าทำได้ดีมากเลยทีเดียวกับความจุขนาด 1200 cc ขนาดนี้

โดยรวมแล้ว Triumph Bonneville T120 คันนี้พร้อมที่จะพาผู้ขับขี่ รวมไปถึงคนซ้อน คนรู้ใจ และสัมภาระพร้อมๆ แล้วออกเดินทางไปด้วยกัน ทะยานไปกับแรงบิดที่เหลือเฟือ ไปบนเส้นทางการเดินทางที่ต้องการได้ทันที

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #ช่วงเวลาเพลินกับทางเขา ทางโค้ง

AU4I1012

คือ … เส้นทางในวันนี้กับ เชียงใหม่มุ่งหน้าสู่ปาย เรียกได้ว่า “โค้งยับ” เอ้าจัดไป เราก็พา Bonneville T120 Black หรือรถคลาสสิกมา ตอนแรกอาจจะรู้สึกไม่เข้ากันไปสักหน่อย “แต่…” บอกเลยว่ากับการขับขี่ T120 คันนี้ไปบนเส้นทางแบบนี้นั้น “พร้ิว คล่อง สนุก และยังชิว”

กับการที่ทาง Triumph พัฒนาการขับขี่ Bonneville T120 คันนี้ออกมาได้อย่างลงตัวทำให้ T120 คันนี้พร้อมที่จะพาผู้ขับขี่เดินทางไปในเส้นทางเขาชันๆ โค้งหักศอก โค้งแคบ โค้งกว้าง ต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วมาก

รวมไปถึงเสถียรภาพของรถที่ดีมาก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถพาเค้าเลี้ยวเข้าโค้งต่างๆได้สบายๆ T120 ยิ่งผสานกับแรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำๆ ทำให้การเดินคันเร่งขึ้นโค้งพับๆ ทั้งหลายของเส้นทางปายนั้น “ง่าย” มาก การเดินคันเร่งส่งขึ้นเขาทำได้สบายๆ คือเพียงแค่ แต่งความเร็วนิดนึง เลี้ยว แล้วก็เปิดคันเร่งขึ้นไปเล้ยยย สบายๆฮะ (รถบางคันถึงแม้มีความจุสูง แรงม้าสูง เช่น Sport 1000 cc ก็อาจจะต้องมีคลอคลัทช์ช่วยบ้างในบางจังหวะที่โค้งชันมากๆ ซึ่งถ้าไม่ชำนาญก็อาจจะมีแปะได้ง่ายๆเหมือนกันน้า)

IMG_4500
และด้วยการตอบสนองที่ดีในเส้นทางโค้งของ T120 คันนี้บางครั้งอาจจะทำเอาพักเท้าขูดพื้นแบบไม่ตั้งใจได้ง่ายๆเช่นกัน (เรียกว่าขูดกันซ้าย-ขวา แทบทุกคัน ขูดกันอย่างต่อเนื่อง .. แกร่กๆ .. ติดๆกัน) แต่กับ T120 คันนี้แม้จะเข้าโค้งลึกจนพักเท้าขูด ก็ยังคงให้ความรู้สึกที่มั่นใจ และยังให้เสถียรภาพของรถที่ดี โดยไม่เสียอาการ คือยังคงพาให้รถเข้าโค้งต่อไปได้เรื่อยๆ (แต่ก็อย่าเยอะเกินนะครับเดี๋ยวจะลงไปทัชดาวน์ข้างทางหล่ะจะเงิบเอา ^^’)

ยางติดรถที่ให้มาตอบสนองได้ค่อนข้างดี แต่อาจจะมีอาการไถล หรือดิ้นๆ ตอนเข้าโค้งลึก และออกโค้งได้นิดๆ ด้วยแรงบิดของตัวรถ และสภาพเส้นทาง ซึ่งก็ปรับได้ด้วยการเดินคันเร่งให้เบามือสักหน่อยก็ชิวๆแล้วหล่ะครับ

 

อัตราสิ้นเปลือง

IMG_4583
คราวนี้เนื้องจากเราได้ใช้เส้นทางไม่ไกลมาก ทำให้ขอยกเป็นผู้ขับขี่ 3 คน บน T120 3 คัน กับลักษณะการใช้งาน 3 รูปแบบตามนี้เลยครับ

  • คันที่ 1 ไปเรื่อย หลงบ้าง วนนอกเส้นทางบ้าง (เยอะกว่าคันอื่นร่วมๆ 60 km เห็นจะได้ ^^) ใช้ทั้งความเร็วยืนพื้น และเล่นรอบบ้าง
  • คันที่ 2 เดินทางชิวๆ
  • คันที่ 3 เล่นสนุกกับแรงบิดของรถ ไปบนเส้นทางเขาอย่างต่อเนื่อง

fuel

ซึ่งผลที่ได้นับได้ว่า “ประหยัดมาก” เลยทีเดียวกับรถในพิกัด 1200 cc ขนาดนี้ ส่วนนึงมาจากเครื่องยนต์แบบ HT (High Torque) ที่ให้แรงบิดที่รอบต่ำตั้งแต่เริ่มเปิดคันเร่ง โดยได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 21.62 km/litre ถึง 30.7 km/litre หรือรวมทั้งหมดได้ที่ 25.85 km/litre เรียกได้ว่ากินน้ำมันแค่ไหน อยู่ที่ข้อมือเรา … ล้วนๆ

ทั้งนี้ทาง Triumph แจ้งอัตราสิ้นเปลืองตามเสปคของตัวรถไว้ที่ 22.22 km/litre แต่บนการเดินทางยาวๆทำได้เกินเสปคซะอย่างนั้น !

 

ข้อดี / ข้อเสีย / ข้อสังเกต

IMG_4257

ข้อดี

  • ให้แรงบิดที่ดีมาก ตั้งแต่เปิดคันเร่ง
  • เสถียรภาพของรถดีมาก ไม่มีอาการดื้อ คือแค่คิดจะเลี้ยว T120 ก็พร้อมจะพาผู้ขับขี่เลี้ยวได้ทันที
  • แม้จะมากับรูปลักษณ์แบบคลาสสิค แต่ก็มีระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็น Traction Control และ ABS ที่เสริมความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่บนการใช้งานทั่วไปได้มากเลยทีเดียว
  • ตัวรถเรียบง่าย การใช้งานเรียบง่ายเข้าถึงได้ง่าย และเรียนรู้ได้ไว
  • คลัทช์แบบ Slip-Assist ที่คล้ายๆกับ slipper clutch ทำให้ผู้ขับขี่ลงเกียร์ได้เร็วๆต่อเนื่อง โดยรถแทบไม่มีการเสียอาการ (แต่จะรู้สึกได้ที่ปลายนิ้วซ้าย คือก้านคลัทช์จะมีอาการแบบ ดื้นๆนิดๆเวลาที่เราลงเกียร์เยอะๆนะครับ ซึ่งเป็นปกติ)
  • วงเลี้ยวของรถแคบ ผสานกับช่วงเบาะค่อนข้างต่ำ ทำให้แม้แต่ผมเองก็กลับรถแคบๆ ได้สบายๆ ไม่เสียวจะลงไปแปะพื้นให้หน้าแตกเล่นแบบรถใหญ่ๆ หนักๆ สูงๆ ทั้งหลาย
  • ประหยัดน้ำมันจนแปลกใจกับความจุขนาด 1200 cc

ข้อเสีย / ข้อสังเกต

  • High Torque ตั้งแต่เปิดคันเร่ง การเดินคันเร่งออกโค้งใช้สตินิดสส์นึง ถ้าเผลอก็มีสไลด์ได้เหมือนกัน
  • พอร์ต usb ที่วางหลบไว้ใต้เบาะส่วนตัวผมรู้สึกเข้าถึงยากไปนิดนึง ลากสายออกมาแล้วมีโอกาสลืมว่าเสียบชาร์จอยู่ได้เหมือนกัน
  • ปุ่ม Mode อยู่ทางปะกับไฟด้านขวา ซึ่งบังคับให้ผู้ขับขี่ต้องปิดคันเร่งเพื่อเลือกโหมด และ “กำคลัทช์” เพื่อเปลี่ยนระหว่างการขับขี่ ซึ่งอาจจะไม่ต่อเนื่องในการใช้งานบ้างเล็กน้อย คือบางครั้งแค่อยากปิดคันเร่ง เลือก แล้วไปต่อได้เลย โดยไม่ต้องกำคลัทช์นี่หน่า ^^’
  • ยางติดรถที่ให้มาเหมาะกับการใช้งานทั่วไป และเป็นตัวเดียวกับ Street Twin ซึ่งใช้งานได้กับทุกสภาพถนน แต่ถ้าใครเล่นสนุกเกินไปก็เพลาๆนิด เพราะอาจจะออกอาการดิ้นๆได้พอสมควรเหมือนกันนะครับ (ทั้งจากสภาพยาง และสภาพถนนเอง) ส่วนนึงจากแรงบิดของ T120 เยอะกว่า Street Twin พอสมควรทำให้ต้องเปิดคันเร่งให้เนียนขึ้น

 

น่าจะเหมาะกับ

AU4I1962
น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่ชอบรถในแบบ คลาสสิกอยู่แล้ว (แหงหล่ะ)
  • มีพื้นฐานในการขับขี่รถขนาดใหญ่อยู่แล้วระดับนึง
  • มือใหม่ ! ค่อนข้างก้ำกึ่ง คือแม้ว่า T120 จะขับขี่ได้ง่าย เสถียรภาพที่ดี แต่ด้วยแรงบิดที่ “มาเต็ม” ตั้งแต่เปิดคันเร่ง ถ้าไม่ระวังก็มีเหวอได้ง่ายๆเหมือนกัน ค่อยๆไปนะครับใจเย็นๆ

 

สรุป

IMG_4267
กับการพัฒนารถในคลาส Bonneville ที่มีการใช้ส่วนประกอบหลายๆอย่างร่วมกัน เช่นบน T120 คันนี้ที่ใช้พื้นฐานของตัวรถเดียวกับ Street Twin และยกเครื่องยนต์ขนาด 1200 cc เช่นเดียวกับ Thruxton R มาบรรจุไว้ ซึ่งทำให้ Triumph สามารถแตกรุ่นย่อยของ Bonneville ออกมาได้ง่ายถึง 5 รุ่นด้วยกัน

บน Bonneville T120 Black คันนี้นับได้ว่าเป็นรถที่เป็นขั้นกว่าขึ้นมาอีกขั้นนึงจาก Street Twin ด้วยขุมพลังขนาด 1200 cc ที่ให้แรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบต่ำที่ 3100 rpm ทำให้เป็นรถที่สามารถใช้ในการเดินทางยาวๆได้สบายกว่าพอสมควร การสั่นสะท้านของเครื่องยนต์มีค่อนข้างน้อย และยังคงความนุ่มนวลกับการเดินทางไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าจะมากับรูปลักษณ์ในแบบ Classic แต่ Triumph เองก็มีการใส่อุปกรณ์เข้ามาช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ง่าย และปลอดภัยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Traction Control และ ABS ซึ่งสำหรับการใช้งานทั่วไปแล้ว เปิดไว้เถอะครับ สบายใจดีแท้ และยังมาพร้อมกับคันเร่งไฟฟ้า และ Mode ในการขับขี่อีก 2 mode คือ Rain / Road เพื่อให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมของสภาพถนนได้อีกขั้นนึง

มาตรวัดง่ายๆที่ดูไม่มีอะไร แต่ภายในแฝงด้วยความสามารถที่ครบครัน ที่สำคัญคือ Triumph Bonneville จัดว่าเป็นรถในยุคใหม่ที่ให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการตั้งค่าต่างๆได้โดยง่ายมาก และใช้เวลาในการเรียนรู้เพียงไม่นาน (ก็แหม่ มีแค่ปุ่ม “i” มหัศจรรย์ปุ่มเดียวนี่ !)

พื้นฐานของเบรค และช่วงล่างที่ใช้ร่วมกับ Street Twin ยังคงตอบสนองบน T120 ได้เป็นอย่างดี ให้ความสบาย และนุ่มนวลกับการเดินทาง หรือใช้งานทั่วไป เบรคหน้า-หลัง มาพร้อม ABS ที่ทำงานได้ค่อนข้างละเอียด และยังคงตอบสนองได้ดี ไม่ทำงานเร็วเกินไป ทำให้ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้เบรคได้เต็มประสิทธิภาพ และให้ระยะหยุดที่ดีเลยทีเดียว

 

AU4I1670

จะสภาพเส้นทางแบบไหน … Triumph Bonneville “Bonny” T120 Black คันนี้ก็พร้อมจะพาผู้ขับขี่ และสัมภาระเดินทางไปได้สบายๆ หล่ะครับ ถึงจะเป็นทาง “โค้งให้ยับ” เช่นในวันนี้ที่เราเดินทางกันก็ตาม

triumphThailandOfficialPage

ขอบคุณ Triumph Motorcycles Thailand ที่ให้เกียรติกับเราได้เป็นส่วนนึงในการเดินทาง

https://www.facebook.com/TriumphMotorcycleThailand

dirtshop

ขอขอบคุณ Dirtshop ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ขับขี่ให้เราใช้ในการเดินทางจริง !

SpidiLogo

ติดตามกับผลิตภัณท์คุณภาพจาก Spidi Official Thailand ได้ที่นี่เลย

Comments