Review : รีวิว Harley-Davidson 883 Iron บนเส้นทางเดิม ที่เติมเต็มด้วย “อารมณ์”

โดย / / 458 views

Harley-Davidson นับได้ว่าเป็นแบรนด์รถที่คงอยู่มาอย่างยาวนานร่วม 114 ปี (1903-2017) กับการจารึกหน้าประวัติศาสตร์ที่ฝังรากลึกอยู่ในใจของใครต่อใครหลายๆคน เพราะ Harley-Davidson ไม่ได้เป็นเพียงแค่มอเตอร์ไซค์ แต่ยังสื่อไปถึงวิถีชีวิตของเหล่าผู้ขับขี่ที่คงอยู่กับสองล้อคู่ใจสักคันนึง ผ่านการส่งมอบความเป็น Harley-Davidson ที่สืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนปัจจุบัน

Harley-Davidson 883 Iron เป็นรถในกลุ่มของ Sportster ที่พัฒนาให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ให้สมรรถนะที่ดี และการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ซึ่งรถในกลุ่มนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ในช่วงปี 1957 ด้วยเครื่องยนต์ Ironhead ที่จัดได้ว่าเป็นตำนาน ก่อนจะพัฒนามาเป็นรหัส Evolution ที่เริ่มต้นมาใช้ตั้งแต่ปี 1984 ผ่านการขัดเกลาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยยังคงไว้ซึ่งพื้นฐานของเครื่องยนต์ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

รถในกลุ่ม Sportster จาก Harley-Davidson แบ่งออกได้เป็นหลากหลายรุ่นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Fourty-eight, Roadster, Superlow, 1200 Custom และ Iron 883 ที่เราจะมาเดินทางกันในคราวนี้ ซึ่งคราวนี้ต้องขอขอบคุณ Harley-Davidson Thailand ที่ให้เกียรติกับผม ได้ก้าวเดินทาง พร้อมกับการเข้าถึงความสนุกสนาน และอารมณ์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของ 883 Iron กับเครื่องยนต์แบบ Evolution V-Twin ให้ได้เข้าถึงกับนิยาม และคำจำกัดความของ Harley-Davidson อย่างแท้จริง

เพื่อความกระชับในการเข้าถึง 883 Iron คันนี้ ผมขอแบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆตามนี้เลย

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  • อัตราสิ้นเปลือง
  • ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  • น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  • สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

883 Iron จาก Harley-Davidson คันนี้ ถ้าพูดง่ายก็คือ “แต่งมาแล้ว” พร้อมรายการของเพียบ มาดูที่น่าสนใจกันก่อนเลยดีกว่า
[บนขวา] เครื่องยนต์แบบ Evolution V-Twin ที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 1984 โดยยังคงพื้นฐานของเครื่องยนต์ในแบบเดิมไว้จวบจนปัจจุบัน พัฒนาที่ระบบขับเคลื่อน และการทำงานโดยรอบให้เติบโตผ่านกาลเวลามาถึงทุกวันนี้ ผสานกับกรองอากาศแบบเปลือยจาก Scremin’ Eagle
[ล่างขวา] กุญแจแบบ Keyless ที่มีขนาดประมาณครึ่งฝ่ามือ ทำให้เราพกติดตัวไว้สับสวิทช์ที่ประกับไฟ และทะยานออกไปด้วยกันได้เลย

 

ถังน้ำมันทรงหยดน้ำที่ให้ความรู้สึกที่อ่อนช้อย และดุดันแน่นหนา ไปในเวลาเดียวกัน [บนขวา] เรือนไมล์แต่งที่ผสานการทำงานของเข็มอนาล็อค เข้ากับการแสดงผลแบบดิจิตอล ซึ่งยังสามารถอ่านได้ค่อนข้างชัดเจนในสภาพแสงแดดจ้าๆ แต่ทั้งนี้ถ้าใส่แว่นที่มีคุณสมบัติ Polarized อาจจะมีสีเหลือบ หรือมองไม่ชัดเจนได้นะครับ

 

[บนซ้าย] กับฝาปิดกระปุกน้ำมันเบรคที่ตกแต่งมาแล้ว รองรับกับ [บนขวา] อกล่างที่เสริมให้ดูเต็มอิ่มมากขึ้น [ล่างซ้าย] กันสะเทือนหน้า Screamin’ Eagle ที่ปรับระดับได้ง่ายดายให้การตอบสนองที่คมกับทุกเส้นทาง ทำงานคู่กับกันสะเทือนหลัง [ล่างขวา] Screamin’ Eagle เช่นเดียวกัน

 

ประกับไฟที่โหญ่โต ปุ่มสัมผัสที่ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นเต็มไม้เต็มมือ ใช้งานง่าย ที่ต้องเน้นเลยสำหรับใครก็ตามที่ก้าวมาสัมผัส 883 Iron คันนี้คงต้องเป็น สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย / ขวา เนี่ยแหล่ะครับ ทำเอาผมต้องตั้งสติสักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว แต่พอชินแล้วสบาย และใช้งานง่ายเลยทีเดียว

[บนซ้าย] ประกับไฟทางด้านซ้ายที่มากับ 1)สวิทช์เลือกการแสดงผล และสัญญาณแตร 2)สวิทช์ไฟ pass พร้อมปรับไฟสูงในตัว 3) สัญญาณไฟ “เลี้ยวซ้าย”
[บนขวา] ประกับไฟทางด้านขวามากับ 1)สวิทช์สัญญาณไฟผ่าหมาก 2)สวิทช์สตาร์ทการทำงานของเครื่องยนต์ 3) สัญญาณไฟ “เลี้ยวขวา”
[ล่างซ้าย] ปั๊มเบรคล่างแบบลูกสูบคู่ที่ให้กำลังหยุดที่พอดีกับการใช้งาน
[ล่างขวา] บั้นท้ายที่แปลกตา โดดเด่นด้วยไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

สำหรับ Harley-Davidson 883 Iron คันนี้ “ไม่เดิม” นะครับ เรียกได้ว่า “เต็ม” เลยดีกว่า เพราะของแต่งที่เสริมเข้ามาให้กับ 883 Iron คันนี้นั้น เพียบ ไม่ว่าจะเป็น สปอยเลอร์หน้า (อกล่าง), ชิวบังลมหน้า, เบาะแต่งแบบ Cafe Solo, แฮนด์บาร์ทรง drag ที่ให้ท่านั่งที่ดุดันมากขึ้น, แผ่นกันถังด้านข้าง, พักเท้าคนซ้อน และ ผู้ขับขี่, คันเกียร์, การ์ดสายพานข้างเครื่อง, บังโคลนสั้น, มือจับจาก Get-A-Grip, กระจกมองข้างแบบ Edge Cut, เรือนไมล์แบบอนาล็อค / ดิจิตอล, ครอบฝาสูบ Edge Cut, ฝาปิดถังน้ำมัน, ครอบกล่องไฟ, ครอบคันเกียร์, กันสะเทือนหน้า-หลังจาก Screamin’ Eagle, กรองอากาศจาก Screamin’ Eagle, ชุดสายหัวเทียนจาก Screamin’ Eagle, เฮดเดอร์สีดำ, ปลายท่อพักไอเสียจาก Screamin’ Eagle Street Cannon แบบ Slip-on

“กว่าจะไล่หมด ทำเอามึนมากบอกเลย !”

 

Tip: แนวทางในการตกแต่งของรถอย่างเป็นทางการจาก Harley-Davidson นั้นได้มีการแบ่งลำดับขั้นในการเสริมสมรรถนะของตัวรถไว้อย่างเป็นขั้นตอนโดยจะเรียกว่าเป็น Stage 1 – 4 โดยแต่ละขั้นจะมีเซทของอุปกรณ์ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใส่ตามที่ต้องการ … ซึ่งเรียกได้ว่ามากันเป็นแคตตาล็อกเลยทีเดียว!!!

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

Sportster ที่ถือกำเนิดในปี 1957 มากับเครื่องยนต์ที่จัดได้ว่าเป็นตำนานคือ Ironhead ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์แบบ Evolution ในปี 1984 ซึ่งก็นับอายุอานามได้ 30 กว่าปีแล้วหล่ะครับ ที่ Evolution ได้เริ่มต้นเติบโตผ่านการขัดเกลามาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นบอกได้เลยว่า “สุนทรีย์ภาพของอารมณ์ที่หลายๆคนตามหา ส่งต่อมาอย่างเต็มเปี่ยมแน่นอน”

เครื่องยนต์ “Evolution” ที่พัฒนาขึ้นมาในปี 1981 สามารถใช้พื้นฐานเดียวร่วมกันระหว่าง เครื่องยนต์ขนาด 883 cc และ 1000 cc (ก่อนจะขยายเป็น 883 cc, 1200 cc ในปี 1988) ซึ่งนับได้ว่าเป็นเครื่องยนต์บล็อคนึง ที่ช่วยกู้วิกฤตทางการเงินของ Harley-Davidson ในช่วงปี 1980 เลยทีเดียว

 

สัดส่วนคน และรถ

สำหรับผู้ขับขี่ที่สัดส่วน 170 cm น้ำหนัก 65 kg ลงเท้าได้สบายๆเต็มเท้าทั้งสองข้างตึงๆสบายๆ ใครสูงกว่านี้บอกเลยว่า ขาหย่อน !


สำหรับผมเองที่สัดส่วนความสูง 163 cm พร้อมน้ำหนัก 67 kg คร่อมกึ่งกลางของรถจะลงได้ประมาณ”ครึ่งเท้า” ซึ่งสำหรับผมเรียกได้ว่า “ต่ำ” แล้วหล่ะครับ ด้วยความสูงของเบาะเพียบ 760 mm ของ Harley-Davidson 883 Iron คันนี้

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การจราจรหนาแน่น

Harley-Davidson 883 Iron ที่ดูด้านข้างเต็มอิ่มใหญ่โต แต่เมื่อขึ้นไปคร่อม และเพียงเดินคันเร่งออกไป กลับรู้สึกตรงกันข้ามกันหมดเลย เพราะลักษณะของถังน้ำมันทรงหยดน้ำที่เพรียวบาง พร้อมด้วยแฮนด์ทรง drag ที่แคบ ทำให้ตัวรถมีมิติความกว้างที่แคบมาก

ขุมพลังขนาด 883 cc พร้อมด้วยอัตราทดเกียร์ทั้ง 5 ที่จัดจ้าน ก่อนถ่ายทอดด้วยสายพานทั้งหมดนี้ให้การส่งคันเร่งทะยานออกจากหยุดนิ่งทำได้อย่างหนักหน่วง การเดินคันเร่งการต่อเกียร์ขึ้นตามจังหวะของรอบทำได้อย่าง … เร้าใจ ด้วยแรงบิดที่มาเต็มตั้งแต่รอบต่ำ ยิ่งทำให้การเดินคันเร่งตามจังหวะของการจราจรที่ติดขัดทำได้อย่างคล่องตัวมาก

การวางน้ำหนักของตัวรถที่มีน้ำหนักร่วม 256 kg คันนี้ ทำได้อย่างลงตัว การโยกรถไปมาตามจังหวะ ประสานกับการเปิดคันเร่งทำได้อย่างคล่องแคล่ว ให้การตอบสนองที่พริ้วไหวตามความต้องการของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

ช่วงล่าง และกันสะเทือน จาก Screamin’ Eagle ที่ติดตั้งมาบน 883 Iron คันนี้ให้การตอบสนองที่ฉับไว คมกับการตอบสนองในทุกการขับขี่ และยังตามติดกับสภาพถนนที่แตกต่างกันของท้องถนนบ้านเราได้อย่างพอดี หรือจะปรับตั้งตามต้องการก็ทำได้โดยง่าย เพียงใช้ประแจปรับตั้งการตอบสนองตามที่ต้องการได้เลย

จังหวะเบรคหน้าของ 883 Iron ให้การคุมน้ำหนักที่มีระยะคลอแปลกๆ ไปสักนิด คือระยะกรอเบรคที่สั้น และจับแน่นเกือบจะทันที ทำให้ต้องปรับตัวกับน้ำหนักเบรคใหม่ ซึ่งหลังจากคุ้นเคยแล้วก็ไม่มีอะไรครับ ให้ระยะหยุดที่เชื่อถือได้ พร้อมด้วย ABS ที่ทำให้เรากดเบรคได้โดยไม่ต้องพะวงอะไรมากเกินไป

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #สัมผัสแห่งอารมณ์

เมื่อหลุดพ้นจากการจราจร เข้าสู่เส้นทางหลักกับการเดินทางยืนพื้นที่ความเร็วเดินทางที่ประมาณ 100-120 km/hr สลับกับช่วงเร่งแซงในบางจังหวะที่ทำให้เราต้อง “หลง” ไปกับพลัง และอารมณ์ ที่ 883 Iron คันนี้ถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

สำหรับผม 883 Iron คันนี้ เมื่อขับขี่ในช่วงย่านความเร็ว 80-100 km/hr เป็นช่วงที่สุ้มเสียง และจังหวะการทำงานต่างๆของเครื่องยนต์ สอดประสานรับกันได้อย่างลงตัว ให้อารมณ์ที่ “เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง” ที่ผมเองก็ไม่อาจจะบรรยายออกมาได้ด้วยคำพูด แต่บอกเลยว่ามันเป็นความรู้สึกที่ “ลงตัว” มากกับ 883 Iron คันนี้

การส่งคันเร่งเพื่อเร่งแซงในจังหวะต่างๆ ทำได้อย่างมั่นคง การส่งกำลังในย่านเกียร์ต่างๆ มีพลังให้เรียกใช้ได้ตลอดเวลา “แม้ว่า” 883 Iron มากับช่วงเกียร์ที่กว้าง ให้แรงบิดที่สม่ำเสมอของขุมพลัง V-Twin แต่รอบการทำงานที่ “ต่ำ” พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 4500 rpm ทำให้ในช่วงแรกผมเองก็เผลอลากรอบขึ้นจน “ตัด” แรงบิดที่หายไปทันทีของ 883 Iron ทำเอาเกือบหน้าทิ่มไปเหมือนกัน แต่พอชินกับย่านรอบแล้วก็ไม่มีอะไรหล่ะครับ สบายมากบอกเลย ช่วงการทดเกียร์กว้างๆ ทำให้เราพร้อมที่จะเรียกแรงบิดออกมาใช้ได้ตลอดเวลา “ทุกย่านรอบ”

วงล้อหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่าล้อหลัง ให้การควบคุมที่ย่านความเร็วเดินทางได้เป็นอย่างดี การพลิกรถเข้าโค้งต่อเนื่องต่างๆทำได้ค่อนข้างง่าย โดดเด่นมาด้วยสเถียรภาพของตัวรถที่ “นิ่งมาก” และให้ความรู้สึกมั่นใจที่จะเลี้ยวไปตามถนนหนทางต่างๆได้อย่างมั่นคง แม้พักเท้าจะลงไปสัมผัสพื้นถนนบ้างในบางจังหวะก็ตาม ตัวรถก็ยังไม่เสียอาการให้ตกใจ ยังคงเลี้ยวต่อเนื่องไปได้ … เรื่อยๆ

องศาเอียงของรถอยู่ที่ ขวา/ซ้าย 29/30 องศาจากแนวตั้งนะครับ ลืมตัวเลี้ยวเยอะเกินไปหล่ะก็ พักเท้าเป็นรอยได้ง่ายๆเลยน้า

 

อัตราสิ้นเปลือง

โดยรวมแล้วกับระยะทางทั้งหมด 455 km 883 Iron คันนี้ใช้น้ำมันไปทั้งหมดประมาณ 21.2 litre ซึ่งทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยกับทุกการใช้งานของการเดินทางที่ประมาณ 21.46 km/litre ซึ่งนับได้ว่าประหยัดมากเลยหล่ะครับกับเครื่องยนต์ Evolution V-Twin ความจุขนาด 883 cc ที่ระบายความร้อนด้วยอากาศคันนี้

Harley-Davidson 883 Iron มากับเกียร์แบบ 5 เกียร์ ซึ่งเรียกได้ว่าถ้ามีการทดเกียร์ overdrive ไว้อีกสักเกียร์หล่ะก็น่าจะประหยัดน้ำมันได้แบบมากมายกว่านี้มากเลยทีเดียว

 

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

ข้อดี

  • แรงบิดที่จัดจ้าน ถ่ายทอดด้วยสายพาน ให้การส่งกำลังที่ต่อเนื่องพร้อมให้เรียกหาได้ตลอดเวลา
  • สเถียรภาพของตัวรถที่มั่นคงมาก การวางตำแหน่งเครื่อง และการวางน้ำหนักของตัวรถที่จัดการมาเป็นอย่างดี ให้ทุกการขับขี่สามารถทะยานออกไปได้อย่างมั่นใจ
  • รายละเอียดของชิ้นงานต่างๆ ที่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ของความแน่นหนา ทนทาน
  • อาการสั่นสะท้านต่างๆ ที่คาดว่าจะต้องเจอจากเครื่องยนต์แบบ V-Twin ที่ทำให้ต้อง “แปลกใจ” เพราะแทบไม่มีอาการเหล่านั้นเลย
  • แม้ว่าจะระบายความร้อนด้วยอากาศ แต่ความร้อนของตัวรถที่ส่งต่อมาถึงผู้ขับขี่มีน้อยมากเลยหล่ะครับ ยิ่งถ้าขับขี่ไปเรื่อยๆแทบไม่รู้สึกเลยทีเดียว สรีระของเบาะที่ให้ความฝืดที่ดี พร้อมกับบังคับให้ท่านั่งออกไปทางกางขานิดๆ ยิ่งทำให้ไม่รู้สึกถึงความร้อนของเครื่องยนต์
  • สุ้มเสียง และจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ ที่พร้อมจะปลุกให้ตื่นเต้น ได้ทุกครั้งที่ออกตัว ส่งอารมณ์ของการทะยาน ที่สอดคล้องไปกับความต้องการของผมได้อย่างลงตัว
  • พลุ้งพล่านด้วยอารมณ์แห่ง Harley-Davidson ที่สำคัญคือ “หล่อ” แน่นอน

ข้อสังเกต/ ข้อเสีย

  • เบรคหน้าที่มีระยะการจับแปลกๆ ซักนิด คือให้ระยะคลอของเบรคที่น้อย และจับแน่นไวไปสักนิดนึง แต่ตรงนี้ปรับตัวสักพัก พอเริ่มชินก็จะเกลี่ยน้ำหนักเบรค หลัง-หน้า ได้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นหล่ะครับ
  • เบรคหน้าแบบจานเดียว คือถ้าถามว่าเบรคอยู่มั้ย อยู่ครับ อยู่แบบสบายๆเลย แต่แบบแหม่ ขอสองข้างให้เต็มๆก็ไม่ได้ … เสียจัย!
  • “ขาตั้งข้าง” ที่ผมไม่ชินซักที เพราะเหมือนพร้อมจะพับเก็บได้ตลอดเวลาทำเอาใจหายแว่บไปหลายรอบเลยทีเดียว ทั้งๆที่รู้นะว่าอยู่ แต่แบบมันเสียวจริงๆนะบอกเลย
  • เกียร์ 5 เกียร์ ที่ต้องปรับตัวสักระยะ แต่พอชินแล้วก็ไม่มีอะไรครับ อัตราทดเกียร์ และจังหวะการทำงานของย่านรอบ พร้อมให้เรียกแรงบิดมาใช้งานได้ทันที
  • ราคาอุปกรณ์ต่างๆ ค่อนข้างสูง ตั้งสติเยอะๆนะครับบอกเลย

ทั้งนี้ Harley-Davidson 883 Iron คันนี้ได้รับการ “เติมเต็ม” ด้วยอุปกรณ์เสริมเพียบพร้อมมาแล้ว ทำให้ผมอาจจะไม่สามารถรู้สึกได้ถึงความรู้สึกแบบ เดิมๆ ของรถคันนี้ ข้อสังเกต/ข้อเสีย อาจจะตกหล่นไปได้บ้าง ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ยืนดีมากๆเลยหล่ะครับ แบ่งปันกันสนุกกว่าเยอะเลยน้า

 

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆ ที่ต้องการเริ่มต้นเข้าถึงกับ Harley-Davidson ที่ยังคงต้องการความสนุก และตื่นเต้นในการขับขี่ไปกับ Sportster
  • เน้น “หล่อ” ที่บอกได้ว่า “แน่นอน” กับ 883 Iron คันนี้
  • เพื่อนๆที่ ไม่เน้นทำความเร็ว แต่เน้นเข้าถึงบรรยากาศของการสัมผัสอารมณ์ของ Harley-Davidson
  • ใช้งานในระยะใกล้-กลาง สัมภาระน้อย ก้าวขึ้นไปที่รถ แล้วออกไปด้วยกันเลย

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • เดินทางระยะไกล (มากกว่า 400 km ต่อวัน) ถามว่าทำได้มั้ย ทำได้ครับสบายๆเลย แต่ผู้ขับขี่เองเนี่ยแหล่ะที่จะล้าซะมากกว่า แล้วจะพาลให้ไม่สนุกไปกับ 883 Iron คันนี้ซะได้
  • ออฟชั่นเยอะ สัมภาระเพียบ … ด้วยตัวรถที่ค่อนข้างจะเน้นมาสำหรับการขับขี่แบบคนเดียว มากกว่าที่จะบรรทุกสัมภาระต่างๆ ค่อนข้างวุ่นวายพอสมควรเลยหล่ะครับ ถ้าต้องแบกอุปกรณ์ต่างๆไปด้วย

สรุป

Harley เหรอ “เครื่องสั่น”​ “รถสะท้านจนมือชา” “ขี่ยาก” “หนัก” “เบรคไม่ค่อยดี”… คือคำจำกัดความที่หลายๆคนบอกกับผมมานาน ซึ่งบางอย่างก็ฝังติดอยู่ในหัวของผมเองมาตลอด แต่แล้วเมื่อได้สัมผัสจริงกับ 883 Iron นั้นมันช่างแตกต่างกับที่เคยได้ยินมาทั้งหมดเลยจริงๆ

วินาทีแรกที่ผมได้ก้าวขึ้นไปบน 883 Iron พร้อมกับสับสวิทช์เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ก็สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นของสวิทช์ และประกับไฟต่างๆ ที่ลงตัวสอดรับกับ แฮนด์บาร์ขนาดใหญ่อ้วนให้สัมผัสที่เต็มไม้เต็มมือ พร้อมด้วยท่านั่งที่รู้สึกได้ว่า มันเท่ห์มาก!

สุ้มเสียง และจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ Evolution V-Twin ให้อารมณ์ที่ “แตกต่าง” ไปจากรถแทบทุกคันที่ผมเคยได้ขับขี่มา ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นพุ่งเข้ามาให้สัมผัสได้ทันที “ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน” และเพียงส่งคันเร่งออกตัวไปก็ทำให้ “ยิ้ม” ได้ทันทีกับขุมพลังที่พร้อมทะยานออกไปได้ดั่งใจ

มิติของตัวรถที่เหมือนจะใหญ่โต แต่ด้วยความกว้างของตัวรถ (และแฮนด์บาร์) ที่ค่อนข้างแคบ ทำให้การขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่นทำได้โดยง่าย วงเลี้ยวของรถเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพการจราจรที่คับคั่ง ให้วงเลี้ยวที่แคบ และควบคุมได้ง่าย ซึ่งขัดกับลักษณะตัวรถที่ดูน่าจะเชื่องช้าเลยทีเดียว

หรือจะเป็นการทำความเร็วบนการเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้นที่ 100-120 km/hr ก็ทำได้โดยไม่ลำบากอะไร ขุมพลังของ Iron 883 “เหลือเฟือ” เลยหล่ะครับ กับการใช้งานในย่านความเร็วขนาดนี้ แรงบิดยังคงส่งมาอย่างต่อเนื่องพร้อมที่จะให้เราทะยานออกไปได้ทุกครั้งที่ต้องการ

นับได้ว่า Harley-Davidson 883 Iron ทำให้การตามหา “ปลายทาง” กลับกลายมาเป็น “จุดเริ่มต้น” ที่เชื้อเชิญให้ก้าวไปข้างหน้า ได้สัมผัส และเข้าถึงอารมณ์ของการขับขี่ไปบน Harley-Davidson อย่างเต็มอิ่ม แล้วให้เราได้ออกไปสัมผัสกับสุนทรีย์ภาพของการขับขี่อย่างแท้จริง ในแบบที่ไม่ต้องวิ่งตามใคร และไม่มีใครที่วิ่งตามมาได้กับ Harley-Davidson

 

ขอขอบคุณ

หมวกกันน็อคน้ำหนักเบา คุณภาพสูง ราคาย่อมเยา จาก Vemar Thailand 

https://www.facebook.com/Vemarthailand/

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ
facebook : https://www.facebook.com/40garage

Comments