Review : Ducati Supersport S ความลงตัวของสปอร์ต กับการขับขี่ที่พร้อมให้โลดแล่นบนท้องถนน

โดย / / 2,310 views

รถสปอร์ตจาก Ducati เองก็นับได้ว่าเป็นแบรนด์นึงที่ผมเชื่อว่า หลายๆคน แม้กระทั่งผมเองที่ได้ผมเห็นก็ยังคงมองว่าเป็นแบรนด์ที่คงการออกแบบที่โดดเด่น เส้นสายลงตัว เย้ายวน และเชื้อเชิญให้ต้องมองตามทุกครั้งที่ได้พบเห็น

กับการพัฒนารถสปอร์ต ที่มักจะสืบทอดมาจากตัวแข่ง ผสานด้วยแฟริ่งที่ช่วยจัดการแอร์โรว์ไดนามิกส์อย่างเต็มเปี่ยม อัดแน่นแบบล้นเหลือด้วยขุมพลังที่พร้อมให้ทะยาน ผสานด้วยการขับขี่ที่สนุกสนาน ทำความเร็วได้ในแบบที่ผมเองเรียกว่า “ทะลุมิติ” จนมากเกินความจำเป็นบนท้องถนนไป(มาก)เลยทีเดียว

“แต่” ในการใช้งานจริงนั้น รถสปอร์ตจากแทบทุกค่ายต่างทำให้เพื่อนๆ หลายๆคน “บ่น” กันได้ง่ายๆ ด้วยท่านั่งที่ต้องเรียกว่า “หมอบกอดถัง” แทบจะตลอดเวลา พาลให้เมื่อยล้า ปวดหลังกันได้บ้าง ครั้นจะพักด้วยการยกตัวขึ้นก็ทำให้ปวดข้อมือกันได้เรื่อยๆ แถมด้วยเบาะนั่งที่สูงปรี๊ด ที่ทำสรีระแบบผมกับความสูงที่ 163 cm กับการต้องฝ่าการจราจรติดขัดบนรถสปอร์ตแล้วหล่ะก็ … มีเหนื่อยได้เหมือนกัน

ซึ่งในจุดที่หลายๆคนบ่นนี่แหล่ะครับ ทำให้ Ducati Supersport เข้ามาตอบโจทย์กับความต้องการที่จะพารถสปอร์ต ออกไปทะยานบนท้องถนนอย่างลงตัว และในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ Ducati Thailand ที่ให้เกียรติกับผมได้พา Ducati Supersport S คันงามคันนี้ได้ออกมาทะยานสัมผัสกับท้องถนน ออกไปเดินทาง แถมด้วยการลงไปหวดในสนามกันสักรอบ เอาให้รู้กันเลยว่า Ducati Supersport S คันนี้ …​ มีดีมากกว่าที่คิดไว้เยอะ !

เพื่อความกระชับของเนื้อหา ผมจะขอแบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆที่จะพูดถึงตามนี้เลย

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  7. น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  8. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

ทรวดทรงของถังน้ำมันที่ให้สรีระเพรียวบางที่ช่วงขา ที่ทำให้โหนกนูนขึ้นมาในช่วงบนเพื่อให้ยังคงความจุที่เพียงพอกับการใช้งานอย่างเหมาะสม กับการวางตำแหน่งแฮนด์ที่จับบริเวณหัว- และยกสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ได้ท่านั่งที่ “ควบคุมได้ง่าย”

[ประกับไฟทางด้านซ้าย] กับการควบคุมครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟpass, สัญญาณไฟสูง, ปุ่มเลือกการแสดงผลที่เรือนไมล์, สัญญาณไฟเลี้ยว (พร้อมเข้าเมนูปรับตั้งต่างๆ), สัญญาณแตร

[ประกับไฟทางด้านขวา] กับสวิทช์ off-run / สตาร์ท การทำงานของเครื่องยนต์ในปุ่มเดียว ตามมาด้วยไฟ Daytime Running light เท่ห์ๆ และสัญญาณไฟผ่าหมาก (hazard)

 

สวิทช์ไฟ Daytime Running Light ที่ประกับไฟทางด้านขวา เมื่อทำการกดเปิดจะมีไฟสถานบอกการทำงานที่เรือนไมล์

[บนขวา] เปิด Daytime Running Light อย่างเดียว (สัญญาณไฟเลี้ยวไม่เกี่ยวนะคร้าบ)

[ล่างซ้าย] ปิด Daytime Running Light ตัวรถจะเปิดไฟหน้าสีเหลือง (ต่ำ) แทน

[ล่างขวา] เปิดสัญญาณไฟสูง

 

สำหรับ Daytime Running Light จะทำการเปิดโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ ปิด-เปิด กุญแจใหม่ ซึ่งส่วนตัวผมเองมองว่าตัวไฟนี้ทำให้คนอื่นเห็นเราได้ชัดมากทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน แต่วิสัยทัศน์ และองศาของไฟในเวลากลางคืนสำหรับผู้ขับขี่ค่อนข้างจะจำกัดไปสักนิดนึง เลือกใช้งานตามสภาพเส้นทางที่เหมาะสมด้วยนะครับ

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

[ล่างซ้าย] ตำแหน่งของแฟริ่งที่ค่อนข้างจะยื่นออกมาชิดกับคันเกียร์ ที่ทำให้หลายๆคน รวมไปถึงผมเองมีอาการติดขัดได้ในช่วงแรก ปรับตัวกับตำแหน่งคันเกียร์ และแฟริ่งให้คุ้นเคยก่อนซักนิดนะครับ เหยียบพลาดกดเกียร์ไม่ลงได้ง่ายๆเลยทีเดียว

Ducati Supersport “S” มาพร้อมกับอุปกรณ์ที่ “เหนือ” ขึ้นไปกว่าตัวมาตรฐานที่ทำให้ได้มาซึ่งคาแรคเตอร์ของรถสปอร์ตที่เต็มขั้นมากขึ้นโดยที่เพิ่มเข้ามานั้นตามนี้เลย

  • ครอบเบาะท้ายคนซ้อน
  • โช็คหน้าขนาดใหญ่ 48 mm จาก Ohlins ที่ปรับตั้งได้เต็มระบบ พร้อมโช็คหลังจาก Ohlins เช่นเดียวกัน

นอกจากนั้น Ducati Supersport ยังมาพร้อมกับ DSP (Ducati Safety Pack) ที่ประกอบด้วย ABS จาก Bosch 9MP และ DTC (Ducati Traction Control) ที่ช่วยกันการลื่นไถล (หรือที่เรียกกันว่า ปั่นล้อหลังทิ้ง) โดยไม่ตั้งใจ

พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่เลือกได้อีก 3 โหมดการขับขี่ ซึ่งตัวรถจะปรับตั้งการตอบสนองของคันเร่ง และระบบ DSP (ABS/ DTC) ให้ตามความเหมาะสมอีกขั้นนึง 3 โหมดการขับขี่นั้นได้แก่

  • Sport – ส่งกำลังแบบเต็มเปี่ยม ให้การตอบสนองที่ฉับไว
  • Touring – ทอนการตอบสนองของคันเร่งให้นุ่มมือมากขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น ลดอาการที่ผมชอบเรียกว่า “เด้งหน้า-หลัง” ในช่วงการเปิด-ปิด คันเร่งที่รอบต่ำ
  • Urban – หน่วงการตอบสนองของคันเร่งลงอีก เพื่อให้รองรับกับการเลี้ยว หรือเปิดคันเร่งบนสภาพถนนที่ลื่นแบบสุดๆ 

ABS จาก Bosch 9MP ที่ติดตั้งมาบน Ducati Supersport นอกจากจะช่วยลดอาการล้อล็อคแล้ว ยังช่วยรักษาเสถียรภาพของรถโดย ลดอาการการลอยของล้อหลัง และให้แรงเบรคที่เต็มที่เพื่อย่นระยะเบรคให้สั้นที่สุดอีกด้วย และทั้ง ABS / DTC จะทำการปรับระดับให้เหมาะสมตามโหมดการขับขี่อีกขั้นนึง

สัดส่วนคน และรถ

สำหรับผมเองที่สัดส่วน 163 cm น้ำหนัก 64 kg การนั่งลงกึ่งกลางบน Ducati Supersport S ลงเท้าได้ปลายเท้าสองข้างสบายๆ เป็นที่ให้ท่านั่งอารมณ์สปอร์ต ที่มีเบาะค่อนข้างต่ำ กว้าง รองรับกับสรีระของบั้นท้ายในการนั่งได้อย่างลงตัว การยกรถขึ้นตั้งตรงทำได้ง่าย เบาแรง ที่ทำให้ผมก็รู้สึกแปลกใจได้เหมือนกันว่า น้ำหนักตัวรถขนาด 210 kg น่าจะหนักกว่านี้น้า

ส่วนสัดส่วน 175 cm น้ำหนัก 75 kg ลงได้เต็มเท้าสบายๆสองข้าง แล้วหล่ะครับ แต่บอกเลยว่า รถจะดูเล็กลงเล็กน้อย … หึหึหึ …

หมายเหตุ สำหรับ Ducati Supersport S ในบ้านเราจะติดตั้งเบาะแบบ Low Seat มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งน่าจะรองรับกับสรีระส่วนใหญ่ของผู้ขับขี่ในบ้านเราได้อย่างดีเลยหล่ะครับ

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ (ในเมือง / การจราจรหนาแน่น)

ความรู้สึกแรกทันทีเลยที่ขึ้นไปคร่อม พร้อมกับยก Supersport S คันนี้ขึ้นตั้งตรง แบบน้ำมันเต็มถัง ต้องบอกเลยว่า “เบา ง่าย” จนน่าแปลกใจ และเมื่อต้องขับขี่ฝ่าการจราจรบนถนนในย่านที่ต้องเรียกว่า “รถติดขัดเกินเยียวยา” ก็ทำให้ประหลาดใจได้ เพราะ Supersport S ทำได้อย่างคล่องตัว ขัดกับรูปลักษณ์แบบสปอร์ตไปมากเลยทีเดียว

สรีระของตัวรถที่เพรียวบางที่ได้รับมาจาก Hypermotard ประสานกับแรงบิดที่พร้อมให้ส่งทะยานออกตัวตั้งแต่รอบต่ำ หรือทุกครั้งที่ออกตัวจากหยุดนิ่งทำให้ Supersport S สามารถพาตัวเอง และผู้ขับขี่ ผ่านการจราจรที่แสนจะติดขัดของเราไปได้อย่างดี

องศาของกระจกข้างให้มุมมองที่กว้าง ชัดเจนดี แต่ทั้งนี้ด้วยสภาพการจราจรของบ้านเรา บางจังหวะอาจจะต้องมีหุบกระจกช่วยบ้างนิดหน่อยหล่ะครับ แต่โดยรวมแล้วนับได้ว่า แทรกตัวผ่านการจราจรได้ แทบไม่ต่างจากรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กทั่วไปเลยทีเดียว

มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กคันหน้าไปได้ Ducati Supersport S คันนี้ก็ไปได้เช่นกัน “บอกเลย”

สำหรับ Ducati Supersport S นับได้ว่ามีวงเลี้ยวของตัวรถให้ระยะวงเลี้ยวที่ค่อนข้างแคบเลยหล่ะครับ ยิ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้า Panigale อย่าง 1098 หรือ 848 ที่ผมเคยขับขี่มานี่หล่ะก็ … Supersport S ให้วงเลี้ยวที่เรียกได้เลยว่า “แคบมาก” รวมกับการวางน้ำหนักที่ดี ยิ่งทำให้การเลี้ยวหักรถไปมา ในช่วงการจราจรติดขัด ทำได้อย่างมั่นใจมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว

“ส่วนประเด็นร้อน” ถามว่าร้อนมั้ย ก็ไม่ได้มากมายอะไรครับ ด้วยแฟริ่งที่โปร่งกว้างในส่วนล่างของตัวรถ ซึ่งช่วยระบายความร้อนของตัวรถได้เป็นอย่างดี แต่ก็จะส่งให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นได้ช่วงต้นขาด้านหลังทั้งสองข้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรครับ สบายๆแล้วหล่ะเนี่ย

โดยรวมแล้ว Ducati Supersport S กับการจราจรที่ติดขัดของบ้านเรา … สบายมาก !

โหมดที่แนะนำ Touring – Urban

ABS/DTC ค่ามาตรฐานตอบสนองได้อย่างดีแล้วหล่ะครับ

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ (สนามทางเรียบ)

“Supersport S” ก็ต้องพามาลอง เลี้ยวเบาๆ กันสักนิดหล่ะน้า

คราวนี้ผมเองมีโอกาสได้พา Ducati Supersport S ที่พลิ้วไหวในการจราจรของบ้านเราได้เป็นอย่างดีมา “ลองเลี้ยว” กันบนสนามทางเรียบดูบ้างซึ่งก็ทำได้อย่างน่าประหลาดใจเลยทีเดียว

ด้วยแรงบิดของเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบ L-Twin จาก Ducati ที่ส่งแรงบิดให้อย่างเต็มที่ตั้งแต่ย่านรอบต่ำ ทำให้การขับขี่ในสนามแคบๆอย่างสนามไทยแลนด์ เซอร์กิต แห่งนี้ Supersport S “สนุก” เลยทีเดียว

ท่านั่งที่ค่อนข้างสบาย ตำแหน่งของแฮนด์ที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ร่างกายช่วงบนได้แบบไม่ต้องออกแรงมากนัก การจัดท่าทาง การเลี้ยวต่างๆ สามารถใช้การบังคับแฮนด์ช่วยได้ง่ายกว่า ท่านั่งที่ต้องหมอบติดถังพอสมควรเลยหล่ะเนี่ย

แต่ทั้งนี้ด้วยตำแหน่งของเบาะมาตรฐานแบบ Low-seat จะทำให้ผู้ขับขี่ต้องนั่งแบบที่ผมเรียกว่า “จม” ไปกับตัวรถสักเล็กน้อย การจัดท่าทางการขับขี่ในช่วงล่างของร่างกายสำหรับเพื่อนๆที่ขับขี่ในสนามอยู่แล้ว อาจจะรู้สึกแปลกๆได้นิดหน่อย แต่ไม่มีอะไรมากครับ ปรับตัวแป๊ปเดียว สบายๆแล้ว

ยางมาตรฐานติดรถเป็น Pirelli Diablo Rosso III ให้การยึดเกาะ และยังค่อนข้างทนเลยทีเดียว ด้วยการขับขี่แบบต่อเนื่องระยะรวมกว่า 90 km บนสนามทางเรียบ ตัวยางยังคงให้สมรรถนะที่เชื่อถือได้ การเร่ง เลี้ยว เบรค ประสานกับระบบไฟฟ้าที่มีมาให้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากเลยทีเดียว

สีทองmujโดดเด่นของโช็คหน้า และโช็คหลัง จาก Ohlins ให้การตอบสนองต่อคลื่นบนพื้นผิวได้เป็นอย่างดี ให้การซับแรง และการตามติดที่ดีมาก เลยหล่ะเนี่ย

หมายเหตุซักนิดว่า น้ำหนักตัวของผมที่ 64 kg และจากการที่ผมชอบช่วงล่างที่ออกไปทาง แน่นๆนิดๆ ยิ่งทำให้ช่วงล่างของ Supersport S ตอบสนองกับการขับขี่ของผมเองได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ถ้าเพื่อนๆชอบรถที่นุ่ม ซับแรงให้ดีขึ้น …​ปรับตั้งได้เลย !! หรือถ้าปรับไม่ถูกหล่ะก็ เข้าไปที่ศูนย์บริการ Ducati ได้เลยครับ พร้อมช่วยเพื่อนๆทุกคนให้ปรับตั้งได้ค่าที่เหมาะสมกับน้ำหนัก และการใช้งานของตัวเองได้ทันที

 

อัตราสิ้นเปลือง

สติกเกอร์บอกราคาค่าบำรุงรักษาอย่างชัดเจนโดยมีราคาตามระยะที่

  • 1,000 km = 1,990 บาท
  • 15,000 km = 5,990 บาท
  • 30,000 km = 17,900 บาท

*ต่อไปก็ทุกๆ 15,000 km ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 5,990 บาท และ 17,900 บาทสลับไปเรื่อยๆ

สำหรับ Ducati Supersport S กับการขับขี่ที่หลากหลายรูปแบบ ที่ระยะทางรวมประมาณ 240 km ใช้น้ำมันไปทั้งสิ้น 17.24 litre ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 14 km/litre ซึ่งรถคันนี้ “ยังไม่พ้นระยะรันอิน” นะครับ ถ้าพ้นแล้วน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกนิดหน่อย

 

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

ข้อดี

  • Ducati Supersport S มาพร้อมกับหน้าตาที่โดดเด่น ในแบบที่เรียกว่าถอดมาจาก Panigale พร้อมไฟหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน แถมด้วยการออกแบบแฟริ่งรอบคันที่ “ไร้รอยต่อ” ซึ่งมีการซ่อนจุดยึด และน็อตต่างไว้ด้านในอย่างลงตัว
  • ท่านั่งที่ได้รับการปรับให้ก้มไม่มากเกินไป ทำให้การใช้ร่างกายช่วงบนในการหักรถไปมาในสภาพการจราจรติดขัดทำได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่ารถเล็กไปได้ Supersport S ก็พอจะตามๆได้เช่นกัน ที่สำคัญเบาะนั่งนับได้ว่าต่ำ กว้าง นิ่ม และ นั่งสบาย ทั้งผู้ขับขี่ และคนซ้อน เรียกได้ว่าลืมเบาะแข็งๆ เล็กๆ ของรถสปอร์ตอย่าง Panigale ไปได้เลย
  • แรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำทันทีที่เปิดคันเร่งทำให้การเดินคันเร่ง สลับจอด ทำได้อย่างคล่องตัว และ “สนุก” ทุกครั้งที่ออกตัว ซึ่งทำให้ผมเองก็สัมผัสได้กับแรงบิดที่ล้นเหลือ ซึ่งได้รับการควบคุมด้วย DTC (Ducati Traction Control) เป็นอย่างดี
  • DQS (Ducati Quick Shift) ที่ต้องบอกเลยว่า แหล่ม! จนทำให้ลืมใช้คลัทช์กันไปได้เลยทีเดียว การงัดเกียร์ ตบเกียร์​ ทำได้อย่างรวดเร็ว ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ต่อเนื่อง
  • การลดเกียร์มาพร้อม Auto Blipper ที่ช่วยรักษารอบเครื่องให้อยู่ในย่านที่เหมาะสมในจังหวะลดเกียร์ ซึ่งตรงนี้ทำให้ลดอาการดึงที่ล้อหลัง (หรือที่เราเรียกว่า เชนเกียร์จนล้อล็อค) และทำให้การลงเกียร์ต่อเนื่องทำได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น
  • ถ้าลงเกียร์หนักเกินไปหล่ะ … Slipper Clutch เลยครับ ช่วยลดการกระชากกลับอย่างดี ในช่วงที่ Slipper Clutch ทำงานจะรู้สึกได้เลยว่า กำลังจะล็อคหล่ะแต่ไม่ล็อคแฮะ ปล่อยให้ลื่นไถลไปได้แบบสบายๆ ซึ่งตรงนี้ทำให้ “รถไม่เสียอาการ” แม้ว่าจะจงใจลดเกียร์อย่างหนัก ต่อเนื่อง ก็ตาม
  • Ducati Supersport S สร้างกลุ่มของรถให้กับตัวเอง ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่การขับขี่ที่ง่าย และคล่องตัว ทำให้เป็นรถสปอร์ตที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ข้อสังเกต / ข้อเสีย

  • รถคันนี้ยังไม่ได้เข้าเซอร์วิสระยะรันอิน ซึ่งอาจจะมีอาการหาเกียร์ว่างค่อนข้างยากได้นิดนึง จากการที่แผ่นสัมผัสของหน้าคลัทช์ที่ยังไม่ลงตัวดี
  • แอบกินน้ำมันเหมือนกันนะเนี่ย ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่มือของแต่ละคนด้วยหล่ะครับ สำหรับผมเอง Supersport S ให้แรงบิดที่ “สนุก” ทำให้เพลินกับการเปิดคันเร่งออกตัวอยู่ตลอด ซึ่งตรงนี้แหล่ะน้าที่ทำให้กินน้ำมัน
  • แฟร่ิงด้านข้างยื่นออกมาสอดรับกับการออกแบบที่ลงตัว แต่กลับอยู่ใกล้คันเกียร์ พร้อมด้วยระยะคันเกียร์ที่ค่อนข้างใกล้กับพักเท้า ทำให้ต้องปรับตัวซักพักเลยทีเดียว เขยิบเท้ามากไป หรือตำแหน่งเท้าไม่ลงตัวหล่ะก็ “กดเท้าโดนแฟริ่งซะอย่างนั้น”​ บอกเลยว่า “ผมนี่เหวอไป 2-3 รอบ” !
  • ชุดไฟ DRL (Daytime Running Light) ที่เปิดอัตโนมัติทุกครั้งที่ ปิด-เปิด กุญแจ ในบางสถานการณ์เช่นการขับขี่ในเวลากลางคืน อาจจะต้องคอยระวังสักนิดนึง เพราะตัว DRL เอง แม้จะสว่าง ชัดเจน แต่ก็ให้ทัศนวิสัยที่ค่อนข้างแคบกว่า ไฟต่ำธรรมดานะคร้าบ ถ้าสภาพเส้นทางมืดๆ ใช้ไฟต่ำธรรมดา (สีเหลือง) จะให้ทัศนวิสัยที่ดีกว่าเล็กน้อย
  • กระจกข้างมาตรฐานที่ให้ทัศนวิสัยที่กว้างชัดเจน แต่ในช่วงจังหวะการเร่งความเร็วในช่วงย่านรอบ 4,000-6,000 rpm ทำให้กระจก “สั่น” ได้ตลอด จนมองไม่เห็นเลยทีเดียว แต่ผ่อนคันเร่งนิดนึงก็เห็นได้ชัดเหมือนเดิมแล้ว

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่ชอบรถสปอร์ต แต่การใช้งานหลักคือการขับขี่ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • เพื่อนๆที่ชอบรถสปอร์ต แต่ยังคงชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว Ducati Supersport S คันนี้ มากับท่านั่งที่ลงตัว ให้ความสบายในการขับขี่ และการเดินทางได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
  • มือใหม่อยากขี่รถสปอร์ต Ducati Supersport S คันนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยหล่ะครับเนี่ย ด้วยท่านั่งที่สบาย เบาะนั่งตำแหน่งต่ำ ควบคุมวงเลี้ยวแคบของรถได้ง่าย หรือจะเรียกว่า เชื่องมือก็ว่าได้ แต่ทั้งนี้อัตราเร่งจากขุมพลัง L-Twin ขนาด 937 cc ส่งพลังออกมาได้แบบ “ทะลุมิติ” เข้าอบรม ฝึกฝนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ปลอดภัยกว่าเยอะเลยน้า

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • ชอบความเร็ว คือไม่ใช่ว่า Supersport คันนี้ไม่เร็วนะครับ เร็วเลยหล่ะ เร็วเกินพอเลยทีเดียว แต่ด้วยการมุ่งเน้นให้แรงบิด เข้าถึงได้ง่าย และใช้งานได้จริง มากกว่าทำความเร็วสูงสุดเพื่อไปแข่งขันกับใคร

สรุป

Ducati Supersport S นับได้ว่าเป็นการเปิดรถในกลุ่มใหม่จากทาง Ducati ที่ให้ความรู้สึกถึงการผสมผสานระหว่าง รูปร่างหน้าตาที่ถอดแบบมาจาก Panigale แต่ยังคงอารมณ์ความสนุกสนานของการขับขี่แบบ Hypermotard พร้อมด้วยความสบาย และขับขี่ได้ง่ายในแบบ Monster หรือจะเรียกว่าจับเอาจุดเด่น ของแต่ละรุ่น มาเขย่ารวมกันจนออกมาเป็น Ducati Supersport S คันนี้ก็ว่าได้

ท่านั่งของการขับขี่นับได้ว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างนึง ด้วยท่านั่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “สายหมอบ” และ “หลังตรง” พร้อมด้วยแฮนด์ที่จับด้านบนของหัวโช็คซึ่งให้ตำแหน่งท่านั่งที่เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ร่างกายส่วนบนในการควบคุม หรือหักรถเลี้ยวไปมาได้ง่ายขึ้น ผสานกับการวางน้ำหนักของตัวรถที่ทำได้อย่างลงตัว ยิ่งทำให้การบาล๊านซ์รถที่ความเร็วต่ำทำได้อย่างง่าย และเบาแรงมากเลยทีเดียว

DQS (Ducati Quick Shift) ที่ทำงานได้ทั้ง “ขึ้น-ลง”​ พร้อมด้วย Auto-blipper หรือการรักษารอบเครื่องให้อยู่ในย่านที่เหมาะสมขณะเปลี่ยนเกียร์ ให้การเปลี่ยนเกียร์แบบไม่ต้องใช้คลัทช์ที่ราบเรียบ นุ่มนวล และต่อเนื่อง ให้การตอบสนองได้อย่างมั่นใจ

แรงบิดจัดจ้านที่ส่งมาตั้งแต่รอบต่ำทำให้ Ducati Supersport S เป็นรถที่มีทำให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงแรงบิดได้ง่ายขึ้น หรือจะเรียกว่า มีให้เหลือใช้ และใช้ได้หมด ด้วยการทำงานผสานกับระบบ DTC (Ducati Traction Control) และ Slipper Clutch ซึ่งทำให้การทำความเร็ว หรือลดเกียร์ต่อเนื่อง ทำได้ปลอดภัยมากขึ้น โดยที่ตัวรถแทบไม่มีเสียอาการอะไร

การขับขี่ในเมือง ฝ่าด่านการจราจรติดขัดทำได้อย่างคล่องแคล่ว และเบาแรง พร้อมด้วยวงเลี้ยวแคบๆ ยิ่งทำให้การแทรกตัวผ่านการจราจรยิ่งทำได้ง่ายขึ้น มิติของตัวรถที่เพรียวบาง พร้อมด้วยแฟริ่งที่ตีกว้างในช่วงล่างออกเล็กน้อย มีส่วนช่วยให้ตัวรถสามารถจัดการกับความร้อนได้ดีขึ้น จะมีรู้สึกได้บ้างคืออุ่นๆที่ช่วงหลังของต้นขา ซึ่งก็ไม่ได้มากมายจนเกินรับได้อะไรแล้วหล่ะครับ

เพราะการใช้งานในชีวิตประจำวันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ Ducati Supersport S คันนี้คือรถที่มาพร้อมรูปลักษณ์ในแบบ Panigale แต่พร้อมที่จะตอบสนองได้กับการใช้งานจริงทันทีเลยเช่นกัน

หมวกกันน็อคน้ำหนักเบา คุณภาพสูง ราคาย่อมเยา จาก Vemar Thailand 

https://www.facebook.com/Vemarthailand/

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ
facebook : https://www.facebook.com/40garage

 

Comments