Review : รีวิว Yamaha XSR 900 กับความบังเอิญที่ทำให้เราได้ออกไปสัมผัสกับเส้นทางแห่งใหม่

โดย / / 146 views

Yamaha XSR 900 – “The Faster Sons”  – กับการผสานอย่างลงตัวของรูปลักษณ์ที่บ่งบอกถึงตัวตน ซ่อนเร้นไว้ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น

Yamaha XSR 900 นับได้ว่าเป็นรถคันนึงที่เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว กับการเปิดตัวภายในงาน EICMA ในช่วงปี 2015 ด้วยการใช้พื้นฐานของรถที่มีสมรรถนะสูงอย่าง Yamaha MT-09 แต่ซ่อนมาภายใต้รูปโฉมร่วมสมัยที่ทำให้ได้เข้ามาร่วมอยู่ในทัพของ Yamaha Heritage Series ด้วยการคงไว้ซึ่งกลิ่นอายที่สืบทอดมาของ XS 650 ที่มีจุดเริ่มต้นในปี 1968 หรือกว่า 50 ปีมาแล้ว

ซึ่งในครั้งนี้ผมได้มีโอกาสเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ และด้วยความบังเอิญที่ทำให้ได้โอกาสมาร่วมขับขี่ Yamaha XSR 900 กับทาง Yamaha Riders Club เชียงใหม่ ซึ่งแม้ว่าผมเองจะเคยได้มีโอกาสขับขี่แบบเบาๆมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ แต่นี่นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสขับขี่ XSR 900 บนสภาพเส้นทางการเดินทางจริงไปในพื้นที่สูงของจังหวัดเชียงใหม่ ที่รายล้อมไปด้วยเส้นทางที่สวยงามของการขับขี่ขึ้นไปยังอำเภอสะเมิง

ในครั้งนี้จึงต้องขอขอบคุณทาง Yamaha Riders Club เชียงใหม่ และกรุงเทพ ที่ให้เกียรติกับผมได้มีโอกาสขับขี่ Yamaha XSR 900 ในแบบ “1 วัน เต็มๆ” กับเส้นทางที่ครบครันไม่ว่าจะเป็นการฝ่าการจราจรของตัวเมืองเชียงใหม่ ออกไปยังเส้นทางหลักก่อนจะมุ่งขึ้นไปชมโค้งเบาๆ ของเส้นทางขึ้นสู่อำเภอสะเมิง จนออกมาเป็นรีวิวในครั้งนี้

เพื่อความกระชับของเนื้อหา ผมจะขอแบ่งออกเป็นหัวข้อต่างๆที่จะพูดถึงตามนี้เลย

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  7. น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  8. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

[บนซ้าย] ตำแหน่งรูกุญแจเปิดเบาะที่ซ่อนอยู่ด้านล่างของตัวรถ พร้อมด้วยฝาปิดแบบสปริงที่คอยปกป้องน้ำ และฝุ่น ซึ่งทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี
[ล่างซ้าย] ใต้เบาะของ XSR 900 ไม่มีอะไรมากครับ มีพื้นที่พอใส่เอกสารได้นิดหน่อย กับอุปกรณ์เซอร์วิสเบื้องต้นที่เหน็บติดไว้ใต้เบาะ

[บนซ้าย] ปั๊มเบรคหน้ามาตรฐานที่หลายๆคนเรียกกันติดปากว่า ปั๊มตราดาว ซึ่งให้แรงเบรคที่ดี สั่งได้เช่นเคย ผสานกับปั๊มเบรคบนจาก Brembo แบบ oem (เทียบเท่าเบอร์ 17)

[บนขวา] แนวคอท่อไอเสียแบบ “3 สูบ” กับการใช้เครื่องยนต์จาก MT-09 ที่ทำให้มั่นใจได้เลยว่า สมรรถนะที่ XSR 900 คันนี้ซ่อนอยู่นั้น “เต็มเปี่ยม” อย่างแน่นอน

[ล่างซ้าย] กันสะเทือนหลังแบบแกนเดี่ยวที่ทำงานบนสภาพถนน และการใช้งานทั่วไปได้ค่อนข้างดี

[ล่างขวา] ตำแหน่งไฟท้ายแบบทรงกลมที่สอดรับกับช่วงหน้า และสไตล์ของตัวรถ พร้อมไฟท้าย LED สมัยใหม่ที่สว่าง และเห็นได้อย่างชัดเจน (มาก)

เรือนไมล์ทรงกลมร่วมสมัย ในแบบ Neo-Retro ที่แฝงไว้ด้วยหน้าจอแบบ LCD ที่แสดงข้อมูลอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว, วัดรอบในแบบคล้ายเข็มอนาล็อค, ไฟบอกตำแหน่งเกียร์, ไฟแสดงสถานะ Eco, การทำงานของ Traction Control, D-Mode (โหมดการขับขี่), อุณหภูมิอากาศ, อุณหภูมิเครื่องยนต์, เกจ์วัดระดับเชื้อเพลิง, นาฬิกา, มาตรวัดอัตราสิ้นเปลือง, และ การจับระยะทาง (Trip A/B)

[ล่างซ้าย] ประกับไฟทางด้านซ้ายเล็กๆ ที่ยกมาจาก Yamaha MT-09 ไล่เรียงกันลงมากับสวิทช์สัญญาณไฟ pass, ปุ่มปรับระดับ Traction Control, ปุ่มปรับตำแหน่งไฟ(สูง-ต่ำ), สัญญาณแตร, สัญญาณไฟเลี้ยว

[ล่างขวา] ประกับไฟทางด้านขวามากับปุ่ม engine off run/ start ในปุ่มเดียว, ปุ่มปรับโหมดการขับขี่, สัญญาณไฟ hazard (ไฟผ่าหมาก)

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

ภายใต้รูปลักษณ์ในแบบ Heritage ของ Yamaha XSR 900 ยังมีการ “ซุก” ระบบสมัยใหม่คงความร่วมสมัยในแบบ Neo-Retro อย่างลงตัวด้วย Traction Control 2 ระดับ (หรือปิดการทำงาน) พร้อมด้วยโหมดขับขี่ 3 โหมด ที่ยกมาจาก Yamaha MT-09 ซึ่งประกอบด้วย

  • B – โหมดชิว หน่วงการทำงานของคันเร่ง และปรับตั้งองศาของลิ้นปีกผีเสื้อ ให้ได้แรงม้า/แรงบิด ที่ควบคุมได้ง่ายขึ้นเหมาะสมกับสภาพผิวทางลื่นๆ จะนับว่าเป็น Rain Mode หรืออย่างทีผมเรียกว่า Beginner Mode ก็ว่าได้
  • Std – ให้การตอบสนองของคันเร่งที่ไวขึ้น การทำงานของเครื่องยนต์ที่รอบต่ำดีขึ้น และตอบสนองได้ดีขึ้น
  • A – มีเท่าไหร่ใส่เต็ม !!! แต่ทั้งนี้บน XSR 900 ได้รับการปรับลดแรงม้า และเพิ่มย่านรอบของแรงบิดขึ้นทำให้ยังคงสามารถเดินคันเร่งได้ง่าย และแทบจะไม่มีอาการกระชากของคันเร่งมาให้เหวอเล่น เรียกง่ายๆว่า Advance Mode

หรือจะบอกง่ายๆเป็นลำดับความแรงของ XSR 900 คันนี้ได้ว่า A > Std > B ซึ่งส่วนใหญ่รถของ Yamaha จะใช้โหมดลำดับนี้ (ยกเว้น MT-10 ที่สลับกับรุ่นอื่นน้า) ส่วนรายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจของ XSR 900 คันนี้ตามนี้เลย

สัดส่วนคน และรถ

สำหรับสัดส่วนของผมที่ 163 cm น้ำหนัก 64 kg [ซ้าย] กับการคร่อมลงตรงกึ่งกลางของ XSR 900 ที่มีความสูงเบาะที่ 830 mm ลงได้ปลายเท้าทั้งสองข้าง ถามว่าลำบากมั้ย “ไม่ครับ” ด้วยการที่ตัวรถมีน้ำหนักเบา การยกรถขึ้นตั้งตรงทำได้อย่างง่าย สบายๆเลยทีเดียว

ส่วนผู้ขับขี่ที่ความสูง 180 cm น้ำหนัก 75 kg ลงเท้าได้แบบ “เต็มเท้า” หย่อนๆ สบายๆเลยทีเดียว สำหรับใครที่สูงประมาณ 175 cm น่าจะลงได้เต็มเท้ากันหมดแล้วหล่ะครับ … ชิส์!

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ (ในเมือง / การจราจรหนาแน่น)


ด้วยพื้นฐานเครื่องยนต์แบบ 3 สูบ ที่ยกมาจาก MT-09 ทำให้ Yamaha XSR 900 คันนี้มาพร้อมกับแรงบิดที่ “จัดจ้าน” ตั้งแต่รอบต่ำที่ย่านรอบประมาณ​ 2,000 – 4,000 rpm ซึ่งทำให้การ ปิด-เปิด คันเร่ง ตามจังหวะของการจราจรในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำได้อย่างง่ายดาย และคล่องแคล่ว ให้แรงบิดที่ติดมือ พร้อมที่จะส่งทะยาน และยังคงไว้ซึ่งแรงฉุดของเครื่องยนต์ที่หนักแน่นในเวลาเดียวกัน

รูปลักษณ์ที่สอดประสานกันให้ดูบึกบึน แต่แท้จริงแล้วนั้น …​”เพรียว บาง”​ ตำแหน่ง ถังน้ำมันที่เว้าหลบช่วงขาเล็กน้อย ช่วยให้ท่านั่งในการขับขี่กระชับ และเอื้อให้ใช้ร่างกายช่วงล่างในการควบคุมรถได้มากขึ้น ประสานกันตำแหน่งแฮนด์ที่ยกสูง ยิ่งทำให้ XSR 900 คันนี้ ให้การขับขี่ที่ควบคุมได้อย่าง “คล่องตัว”​ รวมไปถึงน้ำหนักรถเบาๆ ยิ่งทำให้การหักรถไปมาตามมุมแคบๆต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้นไปอีกขั้นนึง

ช่วงล่างกับค่ามาตรฐานจากโรงงาน บนการใช้งานบนท้องถนน ให้การตอบสนองที่ค่อนข้างนิ่ม และรับการสภาพผิวถนนที่มีหลุมบ่อ หรือลูกระนาดได้ค่อนข้างดี ให้การตามติดกับผิวถนนได้ค่อนข้างดีสำหรับน้ำหนักตัวผมที่ 64 kg ส่วนผู้ขับขี่ที่มีน้ำหนักตัว 85 kg ค่อนข้างยวบพอสมควร ปรับตั้งสักนิดนึงตามน้ำหนักตัว ช่วยให้มั่นใจกับการขับขี่ได้มากขึ้นเลยทีเดียวหล่ะครับ

เบรคเดิมๆของ XSR 900 “พอ” กับการใช้งานทั่วไปแล้ว … บอกเลย … เบรคมาตรฐานที่ให้มามีระยะเบรคที่ดี และสั่งได้ดั่งใจ ซึ่งส่วนนึงมาจากช่วงล่างที่ค่อนข้างนิ่ม ซึ่งทำให้การประคองน้ำหนักเบรคหลัง-หน้า สามารถถ่ายน้ำหนักลงได้อย่างเต็มที่ และให้ระยะหยุดที่เชื่อถือได้

โดยรวมแล้วนับได้ว่า XSR 900 เป็นรถที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของการใช้งานในเมือง ที่ให้การขับขี่ได้อย่างง่ายดาย และคล่องตัว พร้อมให้ขับขี่ใช้งานในสภาพการจราจรที่หลากหลายได้โดยที่ไม่เป็นภาระกับผู้ขับขี่อะไรมากเกินไป

โหมดที่แนะนำ Std

Traction Control ระดับ 2 เลยครับสบายใจดี

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ (การเดินทาง)

กับ 1 วันของการขับขี่บน Yamaha XSR 900 ที่ผมได้มีโอกาสขับขี่จากตัวเมือง ขึ้นไปยังอำเภอสะเมิง ที่มากับสภาพถนนเนียนๆ และโค้งต่อเนื่องให้ได้ลองเลี้ยวกันแบบ “เพลิน” ก่อนที่สายฝนจะโปรยลงมาอย่างต่อเนื่องระหว่างการเดินทาง เรียกได้ว่า “ครบทุกรสชาติของการเดินทางเลยสินะ …​แหม่” !

กับการเดินทางบนสภาพเส้นทางโค้งต่อเนื่อง ผสมกับทางชันบ้างตามสภาพของภูมิประเทศบน XSR 900 คันนี้ นับได้ว่า “สบาย” การปิด-เปิด คันเร่งต่อเนื่องที่เกียร์ 2-3 ให้แรงบิดที่พร้อมส่งออกจากโค้งอย่างมั่นคง ซึ่งสอดรับกับแรงฉุดของเครื่องยนต์ที่เพียงพอในขณะปิดคันเร่ง หรือจะเรียกได้ว่าแทบไม่ต้องเบรคกันเลยหล่ะ 2-3 ไหลไปเลย ยาวๆ สบายๆ

การใช้ความเร็วเดินทางที่ 100-120 km/hr บนเส้นทางหลัก ไปกับ Yamaha XSR 900 ทำได้แบบสบายๆ ด้วยพละกำลังที่ล้นเหลือของเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 847 cc ที่พร้อมจะส่งทะยานแรงบิดออกมาอย่างต่อเนื่องได้ทุกครั้งที่เปิดคันเร่ง การเร่งแซงต่างๆทำได้อย่างมั่นใจในพละกำลังที่เหลือเฟือของเค้าเลยหล่ะครับ

ช่วงหน้าของ XSR 900 ให้ความรู้สึกที่ “คุมง่าย” ซึ่งใกล้เคียงกับ MT-09 (2017) ที่ตรงนี้นับได้ว่าเป็นการพัฒนาจุดด้อยของ MT-09 (2014) ที่เคยมีอาการหน้าแกว่งไกว ลอย นิดๆ

สำหรับ Yamaha XSR 900 คันนี้ได้รับการเซตค่ามาตรฐานมาจากศูนย์บริการ รวมไปถึง “ลมยาง”​ ด้วยค่ามาตรฐานที่หน้า 36 หลัง 42 ซึ่งสำหรับน้ำหนักตัวผมจะค่อนข้างแข็ง และให้หน้าสัมผัสที่น้อยไปสักนิดนึง พอฝนตกเท่านั้นแหล่ะครับ … เสียวแว่บบบบ … จอดปรับลดลมยางลงสักเล็กน้อย ให้เหมาะสมกับสรีระ และสภาพเส้นทาง ให้ความรู้สึกที่มั่นใจมากขึ้น ที่สำคัญสบายใจขึ้นเยอะเลยหล่ะเนี่ย

สิ่งนึงที่โดดเด่นของรถจาก Yamaha คือการ “เปลี่ยนโหมด” เนี่ยแหล่ะครับ เพราะทำได้ง่ายมาก คือ “ปิดคันเร่ง-กดเลือกโหมด-เปิดคันเร่ง” ไปต่อได้เลย !!

อีกสิ่งที่บรรจุมาบน XSR 900 และทำให้การกดเกียร์ลงต่อเนื่องบน XSR 900 (5 ลงมาถึง 2) ผสานกับการใช้เบรคเต็มระบบ ในทางชันลงเขาทำได้อย่างมั่นใจขึ้นคงเป็น Slipper Clutch เนี่ยแหล่ะครับ อาการล้อล็อค หรือเสียอาการของล้อหลังแทบไม่มีให้รู้สึกได้ ตัวรถยังคงให้ความรู้สึกที่มั่นคง และพร้อมจะเลี้ยวต่อได้ทันที

ช่วงล่างที่นุ่มนิดๆ สำหรับน้ำหนักตัวผม แต่ออกไปทางยวบสำหรับผู้ขับขี่ที่น้ำหนักมากกว่า 85 kg ให้การตามติดผิวถนนเนียนๆแบบนี้ได้ค่อนข้างดี แต่ก็พร้อมจะออกอาการดีดเบาๆได้เสมอ ถ้าเข้าโค้งด้วยความเร็ว และเจอรอยป่ะของผิวถนน หรือพลิกโค้งต่อเนื่องแรงๆ แล้วเจอคลื่นต่างๆในโค้ง ซึ่งตรงนี้แก้ง่ายๆเลยครับ ขับขี่ให้ช้าลงซักนิด แล้วชมธรรมชาติกันดีกว่า

โหมดที่แนะนำ A-Std-B ตามสภาพพื้นผิว

Traction Control ระดับ 1-2 เลยครับเปิดเถอะสบายใจดี

 

อัตราสิ้นเปลือง

ถังน้ำมันของ Yamaha XSR 900 คันนี้ … ดูแล้วรู้สึกได้ว่ามีชีวิต !!! (เวอร์!) ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นได้เลยว่าวัสดุถังน้ำมันที่มีการไล่ลวดลายให้อารมณ์แบบถังน้ำมันงานคัสตอม ที่ดูดิบๆ ผสานกับรูปลักษณ์ของตัวรถอย่างลงตัวเลยทีเดียว

กับความจุของถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร และระยะทางขับขี่ในวันนี้ที่ผมได้ขับขี่ในสภาพต่างๆ ทั้งฝ่าการจราจรที่ติดขัด ออกไปยังเส้นทางหลัก ก่อนจะขึ้นไปชื่นชมทัศนียภาพของเส้นทางไปยังอำเภอสะเมิง รวมระยะทางทั้งหมดที่ประมาณ 120 km ซึ่งใช้น้ำมันไป 6.81 litre ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ประมาณ 17.62 km/litre ซึ่งก็นับได้ว่าค่อนข้างประหยัดหล่ะครับ สำหรับการใช้งานในลักษณะนี้

อ้างอิงจาก Yamaha MT-09 (2014) ผมเคยขับขี่ไว้ได้ที่ประมาณ 17-18 km/litre สูงสุดที่ 20 km/litre (บนเส้นทางหลัก เดินทางยืนพื้นยาวๆ) สำหรับ XSR 900 ที่ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกัน น่าจะทำได้ไม่แตกต่างกันมากแล้วหล่ะครับ

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

ข้อดี

  • “ซ่อนรูป” ด้วยรูปลักษณ์แบบย้อนยุค แต่แฝงเร้นด้วยขุมพลังที่อัดแน่นขนาด 847 cc ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ
  • ระบบไฟฟ้า และระบบความปลอดภัยที่ครบครันไล่เรียงมาตั้งแต่ ABS, Traction Control (ปรับระดับได้) และโหมดการขับขี่ที่เลือกการตอบสนองได้ตามสภาพถนนที่ปรับเปลี่ยนได้ง่ายมาก ปิดท้ายด้วย Slipper Clutch ที่ช่วยให้การลดเกียร์บนสภาพถนนลื่นๆ ฝนตก ทำได้แบบสบายใจมากขึ้น
  • ช่วงอาการที่ล้อหน้าของตัวรถได้รับการปรับปรุง และให้การตอบสนองที่ดีขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น (เมื่อเทียบกับ MT-09 2014)
  • สรีระของถังน้ำมัน ที่เว้ารับกับช่วงขา ผสานกับเบาะนั่งที่ “กว้าง นุ่ม ฝืด” ให้ท่านั่งที่สบาย และสามารถใช้เบรคได้อย่างเต็มที่โดยแทบไม่มีการไถลเลยหล่ะครับ
  • ยางติดรถเดิมๆ บนลมยางที่เหมาะสมกับการใช้งาน เพียงพอกับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไปแล้วหล่ะครับ
  • คุมคันเร่งที่รอบต่ำง่ายขึ้น (เมื่อเทียบกับ MT-09 2014) ซึ่งให้การตอบสนองที่ใกล้เคียงกับ MT-09 (2017) การเดินคันเร่งในโหมด Std / B ไม่มีอาการเด้งๆ หรือส่งกำลังไม่ต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ยังคงมีได้นิดๆในโหมด A อยู่บ้าง
  • เบรคมาตรฐานให้น้ำหนักเบรคที่เชือถือได้ และให้ระยะหยุดที่ดีเลยหล่ะครับ
  • “พร้อมให้ตกแต่ง” เใครชอบเสริมเอกลักษณ์ด้วยการคัสตอมต่างๆให้กับรถหล่ะก็น่าจะชอบ XSR 900 พอสมควรเลยทีเดียว
  • แรงบิดที่ส่งมาตั้งแต่รอบต่ำ ให้พละกำลังที่เหลือเฟือตั้งแต่เริ่มต้นเปิดคันเร่ง ผสานกับน้ำหนักรถเบาๆ ทำให้ XSR 900 เป็นรถที่คล่องตัวมาก การใช้งานในการจราจรต่างๆ ทำได้อย่างพริ้วไหว และเบาแรงของผู้ขับขี่ได้มากเลยทีเดียว (โดยเฉพาะการบัลเล่ต์ของผม !)

ข้อสังเกต / ข้อเสีย

  • ช่วงล่างที่ “นุ่มไปหน่อย” สำหรับน้ำหนักตัวผม 64 kg และออกไปทาง “ยวบเลยหล่ะ” สำหรับน้ำหนักของผู้ขับขี่ที่มากกว่า 85 kg ซึ่งกันสะเทือนหลังจากโรงงานของ XSR 900 ก็ปรับตั้งได้ระดับนึงซึ่งผมว่าเพียงพอกับการใช้งานบนท้องถนนแล้วหล่ะครับ
  • แม้ช่วงล่างจะให้การตามติดที่ดี แต่ยังคงมีอาการดีดที่ช่วงท้ายของตัวรถมีได้บ้างเล็กน้อย ถ้าใช้ความเร็ว และเจอรอยต่อ หรือบัมพ์ต่างๆในโค้ง ลดความเร็วลง แล้วขี่ชมวิวกันดีกว่า
  • ปุ่มควบคุมต่างๆ อยู่ใกล้ชิด แนบสนิทกันไปซักหน่อย โดยเฉพาะปุ่มสัญญาณไฟเลี้ยว และสัญญาณแตรเนี่ยแหล่ะครับ พอใส่ถุงมือขับขี่แล้วจิ้มผิดๆถูกๆ อยู่สักพักเลยทีเดียวกว่าจะคุ้นเคย
  • เรือนไมล์ทรงกลมในสไตล์ Neo-Retro ที่ดูสวยงาม แต่บนการใช้งานของสภาพแสงแดดจ้าๆ ที่รวมกับแว่นกันแดดในหมวก Vemar Zephir ที่ผมใช้อยู่ … เกือบมองไม่เห็นเลยทีเดียว … หรือเค้าทำมาให้เราไม่ต้องมอง แล้วสนใจกับเส้นทางมากกว่ากันแน่น้า?
  • การตอบสนองของคันเร่งแม้จะทำได้ต่อเนื่องขึ้นในรอบต่ำ แต่ยังมีอาการที่ผมเรียกว่า “เด้ง” เบาๆได้ในโหมด A นะครับ เรียกว่ายังคงพร้อมทะยานอยู่เสมอเลยก็ว่าได้

 

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

น่าจะเหมาะกับ

  • ชื่นชอบในรูปลักษณ์ร่วมสมัย แต่ก็ยังคงชอบรถที่ให้สมรรถนะที่ดี ให้แรงบิดที่จัดจ้าน และยังคงสนุกกับเส้นทางได้ตลอดเวลา
  • ชื่นชอบในกลิ่นอายของรถในตำนานอย่าง XS650 ที่เคยโลดแล่นบนท้องถนนเมื่อกว่า 50 ปีก่อน สืบทอดมาอย่างครบถ้วนบรรจุลงมาใน XSR 900 คันนี้ ให้อารมณ์ที่ร่วมสมัย พร้อมให้ใช้ขับขี่ และตกแต่งเสริมเอกลักษณ์ให้เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • “มือใหม่” แม้ว่า XSR 900 จะมีน้ำหนักเบา คุมได้ง่าย แต่พละกำลังที่ล้นเหลือของเค้าค่อนข้างจะอันตรายไปสักนิดนึง เริ่มต้นขับขี่จากรถในพิกัด 150-300 cc เรียน และเก็บทักษะอย่างเหมาะสมก่อนนะครับ
  • ชอบเดินทางไกล (400 km+ ต่อวัน) ด้วยสรีระของรถในแบบ “รื่นลม” ก็รับลมเต็มๆ แม้ว่าจะเสริมชิวหน้าได้ แต่โดยรวมแล้วตัวของผู้ขับขี่เนี่ยแหล่ะครับ จะล้าง่ายกว่ารถที่มีแฟริ่งช่วยพอสมควร แต่ถามว่าทำได้มั้ย? ทำได้ครับ รถหน่ะพร้อม คนหล่ะไหวมั้ย!

 

สรุป…

Yamaha XSR 900 “The Faster Sons” เปิดตัวพร้อมเรียกความสนใจจากเหล่าแฟนๆได้เป็นอย่างดีในช่วงปี 2015 ที่ผ่านมา ก่อนจะได้วางขายในบ้านเราตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 และในครั้งนี้ก็นับได้ว่าเป็นการขับขี่อย่างเป็นทางการบนสภาพเส้นทางจริง ของการเดินทางของผม

พื้นฐานของตัวรถได้รับการยกมาจาก MT-09 (2014) แต่ปรับให้คุมคันเร่ง และพละกำลังที่มีอย่างล้นเหลือได้ง่ายขึ้น เพิ่มเติมด้วยระบบไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น ABS / Traction Control / D-Mode (โหมดการขับขี่) รวมไปถึง Slipper Clutch ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ XSR 900 “ซ่อนเร้น” ​ขุมพลังที่พร้อมให้ผู้ขับขี่เรียกออกมาใช้ได้ทันที อย่างปลอดภัย

รูปลักษณ์ สรีระ เส้นสาย และมิติต่างๆของตัวรถ ได้รับการออกแบบอย่างลงตัว และอาจจะเรียกได้ว่าคัสตอมมาแล้วจากโรงงาน สิ่งที่เหลือคือให้ผู้ขับขี่ได้เติมแต่งดั่งที่ใจต้องการให้โดดเด่นด้วยเอกลัษณ์ของตัวเองต่อไป

Yamaha XSR 900 ให้แรงบิดที่จัดจ้านซึ่งมาพร้อมกับแรงฉุดจากเครื่องยนต์ที่ทรงพลังเช่นกัน ซึ่งทำให้มีความคล่องตัวที่สูงมาก การเปิด-ปิด คันเร่งตามจังหวะจราจรต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย หรือจะเป็นช่วงจังหวะเร่งแซงต่างๆ ก็ทำได้ …​ดั่งใจ

ช่วงล่างของตัวรถที่นุ่มๆ สำหรับน้ำหนักตัวของผมที่ 64 kg และออกไปทางยวบสำหรับน้ำหนักผู้ขับขี่ที่มากกว่า 85 kg ซึ่งกับการใช้งานทั่วไปบนสภาพถนนที่เต็มไปด้วย ฝาท่อ หลุม บ่อ คลื่น ลูกระนาด ก็ถือว่าตอบสนองได้ค่อนข้างดี แต่ทั้งนี้จะออกอาการดีดเบาๆ ได้ที่ช่วงท้ายในจังหวะเข้าโค้งซึ่งส่งมายังช่วงหน้าให้มีอาการสั่นได้เบาๆ อยู่บ้าง

โดยรวมแล้ว หากใครที่ชื่นชอบในรถที่มีกลิ่นอายแบบ Retro ที่แฝงไว้ด้วยสมรรถนะ และระบบความปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยมแล้วหล่ะก็ Yamaha XSR 900 คันนี้น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีแน่นอน

“หากไม่ผ่านเส้นทางที่ผ่านมา คงไปไม่ถึงเส้นทางที่รออยู่เบื้องหน้า” XSR 900 กับการผสานการขับขี่ของยุคใหม่ (Neo) เข้ากับรูปลักษณ์ และกลิ่นอายของอดีตที่หวนกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง (Retro)

ขอขอบคุณ

12391106_1162951333733379_3785731199211270015_n

facebook : https://www.facebook.com/YRCThailand/

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

หมวกกันน็อคน้ำหนักเบา คุณภาพสูง ราคาย่อมเยา จาก Vemar Thailand 

https://www.facebook.com/Vemarthailand/

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ

facebook : https://www.facebook.com/40garage

Comments