[Mini-Preview] Ducati Scrambler 1100 การเติบโตขึ้นอีกขั้นของขุมพลัง และการขับขี่ ผ่านกาลเวลาร่วม 60 ปี

โดย / / 289 views

Ducati Scrambler นับได้ว่าเป็นรถอีกรุ่นที่ส่งต่อผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานร่วม 60 ปี เพราะตั้งแต่เริ่มต้นการผลิตรุ่น “Scrambler” ขึ้นในช่วงปี 1962 นั้นก็เรียกเสียงฮือฮาให้กับเหล่าบรรดา แฟนๆ ของ Ducati ได้อย่างมากมาย ด้วยเอกลักษณ์ของตัวรถที่ “เรียบง่าย” แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรู้สึกที่เป็นอิสระ และให้ผู้ขับขี่ได้ทะยานออกไปบนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ตามแต่ที่ต้องการ บ่งบอกไปถึงไลฟ์สไตล์ ของเหล่าบรรดาผู้ขับขี่ในยุค 60-70s ได้เป็นอย่างดี

การประสานของกลิ่นอายแห่งยุคของปี 60-70s เข้ากับขุมพลังใหม่ขนาด 1079 cc ที่เสริมเติมแต่งด้วยระบบต่างๆ จนออกมาเป็น “Ducati Scrambler 1100” คันนี้ โดยมี “คอนเซปต์” ของการพัฒนาขึ้นมา 4 ข้อด้วยกันคือ

  • Mature เสริมภาพของการเติบโตขึ้นอีกขั้นด้วยขนาดความจุที่ใหญ่ขึ้น พร้อมด้วยขนาดของโช้คหน้าที่ใหญ่ และดูบึกบึนในทุกสัดส่วน
  • Advance เติมเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ผู้ขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น
  • Enjoyable “สนุก” – คำสั้นๆ ที่บ่งบอกถึงแทบทุกสิ่งของ Scrambler 1100 คันนี้
  • Refined กับการใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่ทำให้รถคันนี้มีพลาสติกเพียง 3 ชิ้นเท่านั้น (บริเวณเบาะ และกล่องไฟ) ที่เหลือจะเป็นการใช้พาร์ทที่เป็นโลหะล้วนๆ

ซึ่งคราวนี้ต้องขอขอบคุณ Ducati Thailand ที่ได้ให้เกียรติกับผมได้มาร่วมขับขี่กันในรูปแบบของ “Night Ride” ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของทาง Ducati ที่ได้จัดกิจกรรมในรูปแบบนี้ขึ้นมาบนเส้นทางรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ที่แสนสวยงามในยามค่ำคืนในครั้งนี้ ที่แม้จะเป็นเส้นทางสั้นๆ แต่บอกได้เลยว่า “กระตุ้นอารมณ์” และทิ้งความรู้สึกที่ “อยากจะไปต่อ” กับ Scrambler 1100 คันนี้ขึ้นมาในใจของพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนอย่างแน่นอน

รุ่น / สีต่างๆของ Scrambler 1100

Ducati Scrambler 1100 จะมีการแบ่งออกเป็น 3 รุ่นหลัก เพื่อตอบสนองตามความต้องการที่หลากหลายของแต่ละคน ไล่เรียงกันมาเลยกับ

  • [บนซ้าย] Scrambler 1100 Special ที่โดดเด่นด้วยล้อแบบ ซี่ลวด และสวิงอาร์มขัดเงาที่มีลวดลายเฉพาะตัวให้อารมณ์ของรถที่ได้รับการ Custom มาแล้วอย่างชัดเจน
  • [บนขวา] Scrambler 1100 Sport กับกลิ่นอายของ “Muscle Bike” ในแบบอเมริกัน ด้วยโทนสีแบบ “Viper Black” ที่คาดด้วยสีส้มโดดเด่น เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ด้วยกันสะเทือนหน้าหลังจาก Ohlins
  • [ล่างซ้าย] & [ล่างขวา] Scrambler 1100 ที่มาด้วยกัน 2 สี

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

ซึ่งสำหรับ Scrambler 1100 นั้นทาง Ducati ก็ได้ทำการปรับปรุง และเพิ่มเติมขุมพลังให้กับ Scrambler ขึ้นไปอีกขั้น พร้อมอัดเทคโนโลยีเข้าไปช่วยเหลือผู้ขับขี่ให้ออกไป “สนุก” ได้อย่าง “ปลอดภัย” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • Ducati Traction Control ที่ช่วยรักษาอาการปั่นทิ้งของล้อหลังจากแรงบิดที่จัดจ้าน
  • Cornering ABS ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เบรคในโค้งเมื่อต้องพบเจอกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างเต็มที่
  • โหมดการขับขี่อีก 3 โหมด คือ city, journey, และ active ที่ให้การตอบสนองกับการใช้งานที่หลากหลายได้ดั่งใจ

การขับขี่ที่มากับ “อารมณ์”

แม้ว่าจะมีฝนโปรยปรายลงมาบ้าง แต่เพื่อนๆทุกคนก็ “ไปต่อ” ไม่มีใครถอนตัวกันทั้งนั้น

แม้ว่าจะได้ขับขี่ในระยะทางสั้นๆ แต่สิ่งที่สัมผัสได้เลยตั้งแต่ที่ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถคันนี้คือ “สบาย” เบาะนั่งที่รองรับกับสรีระได้เป็นอย่างดี ขนาดถังน้ำมันที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป พร้อมกับแฮนด์บาร์ขนาดกว้าง เต็มมือ ที่ให้ท่านั่งหลังเกือบตรง ก้มนิดๆ ขากางหน่อยๆ แต่ดูโดยรวมแล้ว “กวน” ดีแท้

“สุ้มเสียง” ในช่วงของการเปลี่ยนเกียร์ หรือบลิปคันเร่งในช่วงย่านรอบ 2-3000 rpm คือสิ่งที่ “ชอบ” เลยหล่ะครับ จังหวะของสุ้มเสียงของตัวรถ ให้ความรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของ “ตัวโน้ต” ที่ Scrambler 1100 คันนี้ส่งออกมา เร้าอารมณ์ได้เอาเรื่องเลยทีเดียว แรงบิดที่หนักๆ ตั้งแต่รอบต่ำ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง ทำได้นุ่ม ง่าย และต่อเนื่องไปอีก

ความคล่องตัวที่น่าแปลกใจ

ในช่วงแรกของการขับขี่กับโหมด city จะมีการทอนกำลังของตัวรถลงให้เหลือแรงม้าที่ 74 hp และการตอบสนองของคันเร่งจะ “เชื่องมือ” พอรวมเข้ากับคลัทช์แบบน้ำมันที่นุ่มมือเข้าไปอีก ทำให้การขับขี่ Scrambler 1100 ในเมืองครั้งนี้ สบายมาก การคุมคันเร่งทำได้ง่าย การใช้คลัทช์ที่นุ่มนิ่มผ่อนแรงของมือเล็กๆ ของผมไปได้เยอะเลยทีเดียวหล่ะครับ

แต่ถ้าต้องการการตอบสนองที่ฉับไว้ขึ้น Active เลย ส่งออกมาให้หมดทุกอย่างที่ตัวรถมี แต่บนสภาพถนนเปียกๆ ในครั้งนี้ก็เบามือกันสักนิดนึง … แต่ถ้าพลาดเปิดคันเร่งหนักไปสักนิด Traction Control ก็จะคอยช่วยทอนกำลังลงให้ ซึ่งก็ทำงานได้ค่อนข้างละเอียด มีจังหวะการตัดกำลังหน่วงๆ ให้แปลกใจได้นิดๆ แต่สำคัญคือ รถไม่เสียอาการเนี่ยแหล่ะครับ

สิ่งสำคัญอย่างนึงที่ทำให้ผมแปลกใจได้กับ Scrambler 1100 คงต้องบอกว่านั่นคือ “เลี้ยวง่าย” เพราะด้วยสรีระตัวรถ ด้วยวัสดุแบบโลหะล้วนๆ กับน้ำหนักตัวที่ 206-211 kg บนเครื่องยนต์ขนาดนี้ สิ่งแรกที่ผมคิดไว้เลยคือ หนักแน่นอน … แต่เปล่าเลย … เพียงเริ่มออกตัวไปช้าๆ ก็รู้สึกได้เลยว่า เบา และคล่องมือมาก การเลี้ยวรถไปมา ซ้าย ขวา ทำได้อย่างคล่องแคล่ว ผิดกับรูปลักษณ์ การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ต่อเนื่อง และนิ่มนวล ยิ่งทำให้คุมคันเร่งได้ง่ายขึ้น และปรับตัวเข้าหารถได้ง่ายมาก

“ประเด็นร้อน” กับรถที่ “ไม่มีหม้อน้ำ” สำหรับการขับขี่ในครั้งนี้ “ก็ร้อนนะ” แต่ไม่ได้มากมายอะไร คือความจุขนาด 1079 cc ร้อนอยู่แล้วหล่ะครับ ไอร้อนของตัวรถขึ้นมาช่วงใต้น่องขวา ที่เป็นที่อยู่ของ “ขดท่อ” ถ้าจอดติดไฟแดงนานๆหล่ะก็ ดับเครื่องสักนิดก็สบายดีน้า แต่ในการขับขี่ทั่วไป แม้จะเป็นความเร็วต่ำๆ ก็ไม่ได้มากมายอะไรครับ สบายๆ … “แฮ่!”

 

ภาพของ Ducati Scrambler 1100 ที่ส่งอารมณ์ของคำว่า “Garage” รอให้เพื่อนๆทุกคน ได้มาทดลองขับขี่กันสักครั้ง … เตรียมเจอกันตามศูนย์บริการของ Ducati กันได้เลย

ราคาของ Ducati Scrambler 1100 จำแนกตามรุ่น 3 รุ่น แบ่งตามความชอบของเพื่อนๆแต่ละคน

  • Scrambler 1100 ราคาอยู่ที่ 559,900 บาท
  • Scrambler 1100 Sport ราคาอยู่ที่ 609,900 บาท
  • Scrambler 1100 Special ราคาอยู่ที่ 599,900 บาท

ส่วนผมนั่นเหรอครับ “ล้อซี่” ของ Scrambler 1100 Special ช่างดูโดดเด่น น่าพาออกไปทะยานบนเส้นทางต่างๆยิ่งนัก

หมวกกันน็อคน้ำหนักเบา คุณภาพสูง ราคาย่อมเยา จาก Vemar Thailand 

https://www.facebook.com/Vemarthailand/

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ
facebook : https://www.facebook.com/40garage

Comments