PREVIEW : BMW G 310 R “Compact Roadster” คันแรก ที่พร้อมออกมาโฉบเฉี่ยวในเมืองทุกการขับขี่

โดย / / 7,716 views

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ BMW Motorrad ต่างน่าจะจดกระแสข่าวต่างๆ ที่มีช่วงก่อนที่มีข่าวลือว่า BMW Motorrad จะเปิดไลน์การผลิตจักรยานยนต์ใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์ต่ำกว่า 500 ซีซี กันได้อย่างแม่นยำ หลายๆ คนต่างลุ้นว่าจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ซึ่งการรุกตลาดรถจักรยายนต์เครื่องยนต์ต่ำกว่า 500 ซีซี ในครั้งนี้ BMW Motorrad มองถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่ต้องการรถจักรยายนต์ขนาดเล็ก ขับขี่ง่าย วางตัวเองเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม

และในที่สุดในงาน EICMA ที่จัดขึ้นที่กรุงมิลาน อิตาลี ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2015 ก็ได้เผยโฉมคันจริงออกมาให้เห็นกัน และเพิ่งได้วางจำหน่ายในไทย อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกรกฎาคม 2017 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากมีการเลื่อนการขายออกมาอย่างน้อยเกือบปี ด้วยการพบปัญหาเล็กน้อยทำให้เกิดความล่าช้า แต่ก็แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ถึงพร้อมส่งมอบให้คนไทยได้ใช้งานกัน

จริงๆ แล้ว รถในคลาสเดียวกันที่ใช้เครื่องยนต์ไม่เกิน 500 ซีซี ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด จะมียักษ์ใหญ่สีส้มอย่าง KTM Duke 390 ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ ซึ่ง KTM ออกแบบในบ้านเกิดอย่างออสเตรีย แต่มอบหมายให้พาร์ทเนอร์อย่าง Baja Auto ประเทศอินเดียเป็นผู้ผลิต ซึ่งหากพิจารณาด้วย แบรนด์คอนเซ็ปต์ และองค์ประกอบอื่นๆ โดยรวมแล้ว BWM G 310 R วางตำแหน่ง และแบรนด์ต่างๆ ให้แตกต่างจาก KTM กล่าวคือ G 310 R ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ระดับล่าง แต่เป็นรถ Roadster ขนาดเล็ก ระดับพรีเมี่ยม ที่ขับขี่สนุกในเมือง

การก้าวมารุกตลาดต่ำกว่า 500 ซีซี ของ BMW Motorrad ครั้งแรกถือว่าเป็นที่น่าจับตามองมาก เมื่อได้วางตำแหน่งของรถตัวเองเป็น พรีเมี่ยม ขนาดนี้ และค่าตัวเริ่มต้นที่ 199,000 บาทจะเป็นอย่างไร BMW G 310 R คันที่เราได้รับการทดสอบ ต้องขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์ BMW Thailand รวมถึงทีมงาน BMW Motorrad Thailand ที่ได้สนับสนุนรถทดสอบคันใหม่กริบ ที่เพิ่งออกจากโรงงานให้ทีมงาน MotoNaked ได้ทดสอบกันอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลา 5 วัน 4 คืน

ซึ่งการทดลองการขับขี่นี้ ทีมงาน MotoNaked เล็งเห็นว่า เป็นรถที่ใช้งานขับขี่ในเมืองเป็นหลัก เลยทำการทดลองขับขี่ เน้นเส้นทางในกรุงเทพฯ ทั้งหมด ฝ่าการจราจรที่ติดขัดในเมือง รวมถึงซัดทางยาวๆ เส้นเลียบทางด่วนเพื่อดูพละกำลังว่าจะรีดออกมาได้มากน้อยแค่ไหน มีหัวข้อที่จะพูดถึง ดังต่อไปนี้

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่บนถนนที่จราจรคับคั่ง / ถนนโล่งๆ / เน้นทางโค้ง
  • ข้อดี / ข้อสังเกต
  • สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

BMW G 310 R คันที่เราได้รับ เป็นสี Strato Blue สีฟ้า-น้ำเงิน ซึ่งเป็น 1 ในทั้งหมด 3 สี ซึ่งมีสีอื่นๆ ได้แก่ Cosmic Black (สีดำ) และ Pearl White Metallic (เป็นสีพิเศษ Special Color)

มาดูด้านหน้าเลย ไฟหน้าทรงสามเหลี่ยมแบบคว่ำ ไม่มีชิลด์หน้า แต่มีพลาสติกส่วนของเรือนไมล์ที่ทำสัญลักษณ์ R เป็นลายเส้น ข้างๆ ส่วนของด้านหน้า เป็นไฟเลี้ยวซ้าย – ขวา ยื่นออกมาค่อนข้างยาว ส่วนที่ดูโดดเด่นมากๆ คือ โช้คหน้าสีทอง ตัดกับสีน้ำเงิน มีแผงทับทิมไว้สะท้อนในยามค่ำคืน แผงหม้อน้ำสีดำติดอยู่ด้านใน (ควรติดการ์ดเพื่อป้องกันเศษหินกระแทก) มีอกไก่ไว้กันกระแทกสิ้นส่วนเครื่องยนต์ด้านล่าง

ด้านข้าง แฟริ่งสีน้ำเงินตัดกับ ชิ้นส่วนแฟริ่งที่ซ้อนกันสีเทา ดูตัดกันอย่างแบบกลมกลืน มีโลโก้ BMW พร้อมสกรีน G 310 R

เฟรมโลหะที่ประกอบรถนั้น ใช้เป็นแบบทรงกลมกลวงสีดำเป็นโครงรถ (Tubular space frame)

ด้านท้าย ส่วนของเบรกหลัง จะคล้ายๆ ของรถตระกูล Adventure แต่สลับกับไฟเลี้ยว โดยจะติดไฟเลี้ยวแบบก้านยาวๆ เหมือนไฟเลี้ยวด้านหน้า มีที่จับสำหรับคนซ้อนท้ายด้วย

ส่วนแผงด้านหน้า มีจอแสดงผล ที่แสดงผลทั้งความเร็ว รอบเครื่อง นาฬิกา อุณหภูมิเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ ระดับน้ำมัน พร้อมไฟสัญลักษณ์เครื่องยนต์ ไฟแสดง ABS ไฟ Shift light เป็นต้น

แฮนด์บังคับ ทางซ้าย ปรับ ไฟสูง ไฟเลี้ยว ซ้าย – ขวา และสัญญาณแตร

แฮนด์ขวา ปุ่ม off-run/ start การทำงานของเครื่องยนต์ และปุ่มสตาร์เครื่องยนต์ ระบบกุญแจขอรถ เป็นแบบธรรมดา ไม่มีระบบ immobilizer

– เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ขนาด 313 ซีซี ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ ความจุใหม่ และเล็กที่สุดของ BMW Motorrad ใช้เครื่องยนต์ 1 สูบ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยของเหลว แคมชาร์ฟคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 34 แรงม้า ที่ 9,500 rpm พร้อมแรงบิดที่ 28 Nm ที่ 7,500 rpm ให้ความเร็วสูงสุดตามสเปคที่ 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกียร์ 6 จังหวะ

– ระบบเบรค

ชื่อ Bybre (http://www.brembo.com/en/company/about/the-group-brands) หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นหูมากนัก แต่หากบอกว่าเป็นแบรนด์ลูกของ Brambo ซึ่งเป็น 1 ในผู้ผลิตระบบเบรคที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะพบเห็นแบรนด์ Bybre ได้ในรถตระกูล scooter และจักรยานยนต์พรีเมี่ยมขนาดเล็ก – กลาง

ระบบเบรกหน้า จานดิสก์เบรคเดี่ยว ขนาด 300 มิลลิเมตร พร้อมด้วยปั้มเบรค Bybre แบบ 4 สูบ และระบบเบรคหลังจานเดียว ขนาด 240 มิลลิเมตร (เล็กลงมาจากด้านหน้านิดนึง) พร้อมด้วยปั้มเบรค Bybre ขนาด 1 สูบ ทั้งหมดนี้ ควบคุมด้วยระบบเบรค ABS ของ BMW Motorrad

– ระบบโช้ค

BMW G 310 R เลือกใช้ระบบโช้คของ KYB ด้านหน้าเป็นโช้คแบบหัวกลับ เส้นผ่าศูนย์กลาง 41 มิลลิเมตร มีระยะยุบ 140 มิลลิเมตร และ ด้านหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ ซึ่งสามารถทำระยะยุบได้ 131 มิลลิเมตร

– จอแสดงผล

จอแสดงผลของ G 310 R จะแสดงความเร็ว รอบเครื่องยนต์ สถานะเกียร์ ปริมาณน้ำมันในถัง นาฬิกา สามารถเซ็ท TRIP1 และ TRIP2 ได้ และแสดงอุณหภูมิเครื่องยนต์ ส่วนไฟแสดงสถานะข้างๆ จอแสดงผล จะมี Shift light อยู่มุมขวาล่าง ไฟเกียร์ว่าง N สีเขียวมุมซ้ายล่าง จอแสดงผลในตอนกลางวัน แสดงผลคมชัด

– ล้อรถ

ล้ออลูมิเนียมสีดำเงา แบบ 5 ก้าน ดูดีเลยทีเดียว ล้อหน้าขนาด 17 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว ล้อหลังขนาด 17 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว ล้อทั้งสองใช้ยาง Michelin Pilot Street Radial ล้อหน้า 110/70R-17 และล้อหลัง 140/70R-17

สัดส่วนรถ และคน

ตัว BMW G 310 R ที่มีความสูงจากพื้นถนนถึงเบาะประมาณ 785 มิลลิเมตร ตัวคนขับขี่เองสูง 163 เซนติเมตร คร่อมได้เกือบครึ่งฝ่าเท้า แต่ด้วยน้ำหนักรถที่ “เบา” เพียงประมาณ 158 กิโลกรัม (รวมของเหลว และเชื้อเพลิงเต็มถัง) ซึ่งแทบไม่แตกต่างจากรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องบนต์ขนาด 150 ซีซี หรือ Big Scooter ท่านั่งในการขับขี่สบาย การกวาดขาเพื่อค่อมรถ การตั้งรถ การขับขี่ทั่วไปสบายเลยครับ

การขับขี่ บนถนนทั่วไป เส้นทางที่มีการจราจรคับคั่ง

จริงๆ แล้วรถในกลุ่มที่เป็น Roadster Naked ที่มีขนาดรถ และขนาดเครื่องยนต์ประมาณนี้ ก็มีอยู่ในตลาดบ้างแล้ว แต่ด้วยความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมอย่าง BMW นั้น ทำให้ G 310 R เป็นที่สะดุดตาอยู่ไม่น้อย เวลาที่ขับขี่รถอยู่บนถนน หลายๆ คนต่างก็มาถามว่า แพงไหม ก็ตอบไปประมาณ 200,000 บาท ซึ่งหลายๆ คนก็ตอบกลับมาว่า เป็นราคาที่พอจะจับต้องได้ ในแบรนด์ขนาดนี้

เครื่องยนต์ขนาดย่อมๆ 313 ซีซี 1 สูบ ควบคุมหัวฉีดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถือว่าให้ฟีเจอร์มาอย่างครบครัน ดูล้ำๆ หน่อย (555) เริ่มจากการขับขี่ บนถนนที่เป็นทางโล่งๆ ก็บิดคันเร่งออก รถก็พุ่งทยานออกไปตามใจคิด ขณะที่ช่วงความเร็วจาก 0 – 60 ถือว่าตอบโจทย์ และด้วยคาแรคเตอร์ความเป็นเครื่องสูบเดียว ทำให้อัตราเร่งมาตามความต้องการได้ และที่ต้องชมมากๆ เลยคือ ความยาวของฐานรถ ที่ยาวมาก ประมาณ 2 เมตร ทำให้การควบคุม หรือ บาลานซ์การขับขี่ ได้ดีมาก ยิ่งผสานด้วยน้ำหนักของรถประมาณ 158 กิโลกรัม ยิ่งทำให้เป็นรถที่ใช้ขับขี่ในเมืองทั้งทางโล่ง และทางรถติดได้อย่างสบายๆ

เรื่องการมุด หรือแทรกการขับขี่ ระหว่างรถทำได้ดี หักเลี้ยว พลิกรถได้ง่าย (และจะดีมากๆ หากเปลี่ยนกระจกมองข้างเป็นอันที่เล็กกว่านี้ เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น)

จังหวะการเข้าเกียร์ที่ง่าย และผ่อนความเร็วลงจากการใช้ Engine break ทำได้ดี ใช้ในเมืองที่การจราจรไม่ติดขัดมาก ก็ใช้ไม่เกียร์ 3 – 4 ก็เพียงพอแล้ว

ระบบเบรคจาก Bybre ก็ทำงานได้ดี สมราคา ให้ระยะหยุด และควบคุมความเร็วได้อย่างใจต้องการ พร้อมด้วยระบบเบรค ABS ที่ทาง BMW Motorrad พัฒนาขึ้น ก็ทำงานสอดคล้องได้เป็นอย่างดี ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เบรคแบบเต็มๆ แรงทั้งหน้าหลังได้อย่างมั่นใจ

ส่วนระยะยุบของโช้คหน้า ที่ทำได้มากถึง 140 มิลลิเมตร และโช้คหลัง 131 มิลลิเมตร รองรับรองพื้นถนน หลุมบ่อเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างสบาย และหายห่วง

ความร้อนของเครื่องยนต์ ตัวหน้าจอแสดงผลอาจจะขึ้นประมาณ 100 องศา บ้างในสภาวะที่รถติดหนักๆ หรือเคลื่อนที่ได้น้อย ระบบการรีดความร้อนออกไปด้านอื่น ที่ไม่ได้สัมผัสร่างกาย เลยทำให้ไม่รู้สึกร้อนมากมาย แต่หากขี่ทางโล่งๆ เย็นสบาย ความร้อนไม่เกิน 80 องศา ชิลๆ

การขับขี่ บนถนนทั่วไป เส้นทางถนนโล่งๆ

ก่อนอื่นเลย การขับขี่ ในเส้นทางถนนโล่งๆ นั้น เป็นช่วงระยะถนนเวลาสั้นๆ เนื่องมาจากรถแนว Roadster Naked ที่มีเครื่องยนต์ประมาณ 300 ซีซี อาจจะไม่ตอบโจทย์เรื่องคนที่ต้องการความเร็ว ความแรงแน่นอน การเร่งความเร็วในระยะ 0 – 60 กิโลเมตรแรก ทำได้ดี และจังหวะกดต่อด้วยความเร็ว ถึง 100 กิโลเมตร ก็ยังมีจังหวะไหลของตัวรถได้อยู่ การควบคุมตัวรถยังค่อนข้างนิ่ง แต่พอไหลเกินไป 120 กิโลเมตรแล้ว ความเร็วที่จะไหลต่อไปจากนี้ ค่อนข้างช้า ตัวรถจะมีสั่นเป็นธรรมดา (มันแน่นอนอยู่แล้ว ด้วยเครื่องขนาดเล็ก และ 1 สูบอีก)

ความเร็วสูงสุดที่ผมพอจะดัน และไหลได้ ในเส้นทางตรงที่จำกัด ได้ประมาณ 131 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (สเปคที่ระบุไว้ในเว็บ BMW Motorrad ทำได้ประมาณ 143 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

ส่วนเรื่อง Aerodynamic ก็ทำได้ดี การลู่ลมในการขับขี่ก็ดีในระดับที่ยอมรับได้

โดยสรุปสั้นๆ ว่าพื้นฐานของรถนับได้ว่าเป็นรถที่ให้อัตราเร่งที่ดีในแทบทุกย่านรอบ แต่การเร่งที่ความเร็วในช่วงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจจะต้องเค้นรอบช่วยสักนิดนึง ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นปกติสำหรับรถที่มีลูกสูบขนาดใหญ่แบบนี้

การขับขี่ บนถนนทั่วไป เน้นทางโค้ง

การทดลองขี่บนถนนทั่วๆ ไป ที่เป็นทางโค้ง อาจจะยังลงมากๆ เหมือนในสนามไม่ได้ อันเนื่องมาจากเศษฝุ่น เศษหินค่อนข้างเยอะ เลยทำให้ลองได้ไม่เต็มที่หนัก แต่ได้มีโอกาสลงโค้งสั้นๆ ช่วงที่กลับรถใต้เลียบทางด่วนนั้น บังคับ และลงโค้งรถได้ดั่งใจ ทั้งบาลานซ์รถ และยางที่มากับรถทำให้รู้สึกมั่นใจได้เป็นอย่างดี (หากโค้งไม่มีเศษทราย คงได้เห็นเข่าเช็ดพื้นแน่นอน)

ข้อดี / ข้อสังเกต

ข้อดี

  • ขับสนุกมาก ยิ่งในเมืองที่ต้องการการซอกแซกทั้งสภาวะรถติด หรือแม้กระทั่งรถชะลอตัว พลิกซ้ายขวาได้ง่าย คล่องตัวมาก บิดแซงในจังหวะที่ต้องแซงสบายๆ
  • ระบบความปลอดภัยทั้งระบบเบรค ABS / เบรค Bybre / Shift light แสดงไฟเตือนขณะที่เครื่องยนต์วิ่งเกินรอบที่ตั้งไว้
  • ระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะโช้คของ KYB ที่ตอบสนองพื้นถนนที่ขรุขระได้เป็นอย่างดี ซับแรกกระแทกได้สบายๆ
  • บาลานซ์รถดีมาก
  • การประกอบตัวรถ การเชื่อมโครงรถทำได้ดี ชิ้นงานแฟริ่งดี
  • การวางระบบท่อไอเสีย ที่จัดส่วนของท่อวน พาดผ่านไปยังด้านล่างของตัวเครื่องยนต์ ส่งผลทำให้การกดน้ำหนักของตัวรถต่ำลงอีก ส่งผลทำให้การควบคุมในการขับขี่ง่ายขึ้น

 

ข้อสังเกต

  • ด้วยความที่เครื่องบยต์เป็น 1 สูบ ที่เน้นการส่งแรงบิดที่รอบต่ำมากกว่าการปั่นรอบที่รอบสูงๆ ซึ่งหากมีการเร่งรถด้วยความเร็วสูงๆ จะมีอาการสะท้านของเครื่องยนต์ ถึงแฮนด์ได้เรื่อยๆ และมีเครื่องยนต์มีเสียงดังบ้างในรอบเครื่องสูงจัด (เกิน 10,000 รอบ)
  • มีอาการเครื่องดับบางครั้ง ในจังหวะที่เผลอปล่อยคลัตช์ไวไป (ต้องปรับจูนความรู้สึกตัวเองใหม่ ให้คุ้นเคย)

บทสรุป BMW G 310 R

BMW G 310 R ถือว่าเป็นรถคันแรกในโปรเจคแรกของ BMW Motorrad ที่ผลิตเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุุต่ำกว่า 500 ซีซี ที่ผลิตร่วมกับ TVS Motor ซึ่งเป็นบริษัทที่ BMW มีหุ้นในนั้นด้วย ความน่าสนใจที่ ความเป็นแบรนด์พรีเมี่ยม ที่มีราคาต่ำกว่า 2 แสนบาท ทำให้หลายๆ คนสามารถเอื้อมมือจับจองเป็นเจ้าของได้ง่าย

จุดหลักของรถ Roadster-Naked เลยคือ การขับขี่ที่ง่าย มีความคล่องตัวสูง โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง ถึงแม้ว่าตัวเลือกรถจักรยานยนต์ที่มีขนาด 300 ซีซี จะมีให้เลือกเป็นจำนวนมากในตลาดบ้านเรา แต่ความที่เป็นแบรนด์อย่าง BMW การออกแบบที่สวย เครื่องยนต์ที่มีการพัฒนามาเป็นอย่างดี ระบบช่วงล่างที่ตอบสนองได้ดี จึงเป็นตัวเลือกของคนที่อยากได้แบรนด์กังหันสีฟ้าไปครอบครองได้ไม่ยาก

การขับขี่ ในเมืองทำได้ดี แรงบิดต่างๆ ออกมาอย่างรื่นไหลต่อเนื่อง (อาจจะไม่ดึงหรือกระชากในช่วงออกตัว) คันเล็ก กระทัดรัด ทำให้ฝ่าการจราจรในบ้านเราเป็นอย่างดี (อาจจะต้องเปลี่ยนกระจกข้าง เพื่อความคล่องตัวมากขึ้น)

จังหวะแซง อัตราเร่ง ในที่คับขันทำได้ดี เร่ง – ชะลอตามจังหวะการจราจรทำได้ง่ายจนแทบไม่ต้องใช้เบรคเลยทีเดียว คือแค่ยกคันเร่ง ตบเกียร์หน่อยนึงก็ดึงให้ชะลอลงอย่างรวดเร็ว แต่อาจจะระวังบ้างในบางครั้งที่ปล่อยคลัตช์เร็วเกินไป อาจจะทำให้เครื่องยนต์ดับ

หากขับไปที่ทางไกลโล่งๆ หากต้องการสมรรถนะที่เต็มที่ ให้ขับขี่ด้วยประมาณ 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทำให้การขับขี่สนุก ไม่เร่งเครื่องมากจนเกินไป แต่หากเร่งขับขี่หนักๆ เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการเร่งจะเริ่มอืด ตัวเครื่องเริ่มสะท้าน ซึ่งเป็นข้อจำกัดของเครื่องยนต์ 300 ซีซีที่ใช้ 1 สูบ

อัตราการสิ้นเปลืองถือว่าทำได้ดี ใช้งานในเมืองทั่วๆ ไป ประมาณ 26-30 กิโลเมตรต่อลิตร (เติม Gasohol 95)

โดยรวมแล้ว BMW G 310 R เป็นรถแนว Roadster Naked ที่ขับขี่สนุก คล่องตัวมากๆ ด้วยความ BMW ยิ่งทำให้รถดูดีขึ้นมากๆ แต่ต้องแลกกับราคาที่สูงไปสักนิด เมื่อเทียบกับรถอีกค่ายแบรนด์ยุโรปด้วยกัน แต่หากวัดกันเรื่องตัวแทนจำหน่าย ศูนย์ที่ให้บริการที่มีอยู่ทั่วประเทศ ราคาซื้อขายต่อ ถือว่าเป็นจุดที่ได้เปรียบมากกว่า

และยิ่งหากเอารถไปแต่งสวยๆ จากสำนักแต่งรถดังๆ ละก็… จะเป็นรถที่ทุกคนบนท้องถนนต้องเหลียวตามองตามอย่างแน่นอน

BMW G 310 R มีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ Cosmic Black (ดำคอสมิค), Strato Blue (น้ำเงินสตราโต้) ราคา 199,000 บาท และ Pearl White metallic (ขาวเพิร์ลเมทัลลิค) ราคา 204,000 บาท สามารถทดลองขับขี่ได้แล้ว ที่ BMW Motorrad สาขาต่างๆ ทั่วประเทศ

ขอขอบคุณฝ่ายประชาสัมพันธ์ BMW Thailand และ BMW Motorrad Thailand ที่เอื้อเฟื้อ BMW G 310 R ในการทดลองขับในครั้งนี้

หมวกกันน็อคน้ำหนักเบา คุณภาพสูง ราคาย่อมเยา จาก Vemar Thailand 

https://www.facebook.com/Vemarthailand/

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ
facebook : https://www.facebook.com/40garage

 

Comments