Triumph พลิกโฉมใหม่ กับ Speed Triple 1200 RR

โดย /

Triumph ปล่อยของกับการปรับแต่งจนได้นิยามของการขับขี่ในรูปแบบใหม่ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการออกแบบที่โดดเด่นจนออกมาเป็น Triumph Speed Triple 1200 RR เน้นการขับขี่ดุดันในแบบสปอร์ตมากขึ้น พร้อมสะกดทุกสายตา ที่ให้รายละเอียด และความโดดเด่นที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซ่อนรายละเอียด และเก็บความเนียนอย่างเรียบร้อย ซึ่งจัดว่าเป็นหัวใจในการสร้างสรรค์ให้รถคันนี้กำเนิดขึ้น

กับขุมพลัง 3 สูบ (ขนาด 1160 cc) น้ำหนักเบา ที่ปั่นแรงม้าขึ้นได้ถึง 180 bhp (ที่ 10750 rpm) และแรงบิดสูงสุดถึง 125 Nm (ที่ 9000 rpm) ที่ส่งแรงบิดออกได้อย่างนุ่มนวบพร้อมให้เรียกใช้ได้ในทุกย่านรอบของการขับขี่

ออกแบบหน้าปัทม์ใหม่เป็น TFT แบบสีขนาด 5 นิ้ว มาพร้อมการเชื่อมต่อกับ My Triumph Connectivity System และแฟริ่งช่วงหน้าด้วยไฟกลมร่วมสมัยกับ LED และรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Triumph เสริมด้วย Carbon Fiber ระดับพรีเมียมที่ตกแต่งเข้ามาอย่างประณีต

โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดที่บรรจุมาใน Speed Triple 1200 RR คันนี้

กับระบบเบรค ABS ที่ทำงานร่วมกับระบบตรวจจับแรงเฉื่อย IMU ที่คอยควบคุมให้ในขณะเอียงรถเข้าโค้ง และคุมอาการลอยของล้อหน้าเพื่อความปลอดภัย พร้อมโหมดการขับขี่ 5 โหมด (Road, Rain, Sport, Track, Rider-Configurable) ส่งต่อการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลโดยไม่ต้องใช้คลัตช์กับ Triumph Shift Assist Up-and-Down Quickshifter 

นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับกุญแจแบบ Keyless สวิตช์ควบคุมเรืองแสง และ Cruise Control ที่ปรับตั้งได้ตามต้องการ

ออกแบบท่านั่งตามหลักสรีรศาสตร์ ยิ่งช่วยให้มีท่าทางการขับขี่ที่สบายยิ่งขึ้น พร้อมแฮนด์แบบ Clip-on ที่ต่ำกว่า Speed Triple 1200 RS 135 mm และขยับไปข้างหน้า 50 mm พร้อมยกพักเท้าขึ้น เพื่อให้ได้ท่าทางการขับขี่ที่ดุดันขึ้น ผสานกับความสูงเบาะที่ 830 mm และถังน้ำมันที่แคบลง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ Triumph Speed Triple 1200 RR เป็นรถที่ขับขี่ และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น

พร้อมด้วยกันสะเทือนแบบ Semi-Active จาก Öhlins กับ Öhlins Smart EC 2.0 ที่ปรับตั้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้เกิดความสมดุลสูงสุดทั้งในด้านสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และการควบคุมอันเหนือชั้น สามารถปรับได้ผ่านหน้าจอ TFT แม้ขณะขับขี่และใช้ชุดควบคุมระบบกันสะเทือนขั้นสูงเพื่อตรวจสอบรูปแบบการขับขี่ ความเร็ว อัตราเร่ง และปรับการตอบสนองของระยะยุบตัว 

พลังการหยุดรถจาก Brembo Stylema® คู่กับจานเบรคขนาด 320 mm ซึ่งมีสมรรถนะสูงในระดับการแข่งขัน ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่แม่นยำ พร้อมคันควบคุมแบบปรับได้หลายระดับ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและการควบคุมให้แก่ผู้ขับขี่ ในขณะที่ล้อหลัง มาพร้อมคาลิปเปอร์เบรกหลัง Brembo สูบคู่ และดิสก์เดี่ยวขนาด 220 มิลลิเมตร

สองสีพร้อมจำหน่าย 

  • Red Hopper/ Storm Grey
  • Crystal White/ Storm Grey ที่โดดเด่นตกแต่งระดับพรีเมียมด้วยสีทอง

มาพร้อมกับแผงกันท้องรถสีเดียวกับตัวรถ ฝาครอบเบาะท้ายที่สามารถเปลี่ยนเป็นเบาะนั่งได้

ด้านการบำรุงรักษานั้นมีรอบการเช็คระยะที่ สูงถึง 16,000 กิโลเมตร หรือ 12 เดือน พร้อมรับประกันคุณภาพแบบไม่จำกัดระยะทางเป็นเวลา 2 ปี (ขยายได้)

ส่วนราคาเปิดตัวจะเท่าไหร่นั้น เร็วๆนี้เดี๋ยวเจอกัน

Comments