
Ducati Multistrada 950 ใหม่เอี่ยมที่เปิดตัวในปี 2017
Ducati Multistrada นับได้ว่าเป็นรถในอีกซีรี่ย์นึงจากทาง Ducati ที่มีประวัติการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2003 ซึ่งคำว่า Multistrada เป็นภาษาอิตาเลียนที่แปลได้ว่า Many Roads หรือหลากหลายถนน Ducati Multistrada พัฒนาขึ้นโดยใช้พื้นฐานของเครื่องยนต์แบบ L-Twin ที่มากับการผสมผสานกันระหว่างรถในแบบ Supermoto (เช่น HyperMotard) มาผสมให้ออกมาได้รถที่สามารถใช้เดินทางได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดที่จะลงไปขับขี่ในแบบ Off-Road อย่างเต็มรูปแบบเช่น GS Series จากทาง BMW หรือ Super Tenere จากทาง Yamaha
มาดูกันเลยถึง Timeline ง่ายๆกับเราว่า Multistrada มีการผลิตออกมาทั้งหมดแล้วกี่รุ่นอะไรบ้างตาม Timeline ง่ายๆนี้เลย

Ducati Multistrada 1000 DS ปี 2005 ที่หลายๆคนในบ้านเราเรียกกันว่า “โฉมปลาทอง”
ปี 2003
Ducati Multistrada เวอร์ชันแรกได้รับการเปิดตัวขึ้นด้วยความจุขนาด 1,000 cc ซึ่งต่างก็ได้รับคำวิพากย์วิจารย์หลักๆในเรื่องของเบาะนั่งที่แข็งกระด้างจนเทียบได้กับแผ่นไม้ที่ห่อด้วยผ้าไวนิล เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีอาการกระพือของชิวบังลมหน้าที่มาจากการจัดการลมที่ยังไม่ค่อยดีนัก พร้อมด้วยขาตั้งที่มีขนาดสั้นเกินไป ที่ทำให้ผู้ขับขี่พลาดท่าเสียที หน้าแตก ล้มแปะกันหลายราย

ปี 2005
คราวนี้ Ducati ไม่นิ่งเฉยโดยการพัฒนาขาตั้งข้าง พร้อมด้วยเบาะที่พัฒนาใหม่ และยังตามมาด้วยการพัฒนากระจกมองข้างให้ใช้งานได้จริงมากขึ้น พร้อมด้วยชิวบังลมที่เหมาะสมมากขึ้น ด้วยการเปิดตัว Ducati Multistrada 1000D และ 1000DS โดยในรุ่น S-Version มากับช่วงล่างจาก Ohlins ล้อสีดำ และบังโคลนหน้าแบบคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมด้วยแฮนด์บาร์ขนาดใหญ่ขึ้น (แฮนด์อ้วน) ที่ช่วยลดอาการสะท้านที่แฮนด์ และเพิ่มความสามารถในการควบคุมรถให้ดีขึ้น
ตามมาด้วยการเปิดตัวรุ่นเล็กอย่าง Ducati Multistrada 620 ที่ใช้พื้นฐานรถจาก Ducati Multistrada 1000D แต่ปรับในส่วนของสวิงอาร์มเป็นแบบแขนคู่ แทนแขนเดี่ยว และปรับอุปกรณ์ไฟฟ้าในตัวรถอีกเล็กน้อย แต่คงอยู่ได้ถึงปี 2007 เท่านั้นก่อนที่จะถูกถอนออกจากสายพานการผลิตลงไป

ปี 2007
เครื่องยนต์ขนาด 1000 cc ถูกทดแทนด้วยขุมพลังใหม่ขนาด 1100 cc ที่ช่วยเพิ่มแรงบิดขึ้นอีก 6.8 Nm โดยทั้งในรุ่น D และ DS มาด้วยล้อสีดำ แต่แตกต่างกันที่ช่วงล่างโดยใช้ช่วงล่างจาก Marzocchi สำหรับโช๊คหน้า และ Sachs สำหรับโช๊คหลังในรุ่น D ส่วนในรุ่น DS นั้นมากับ Ohlins ทั้งหน้า และหลัง พร้อมด้วยการพัฒนาเซนเซอร์ถังน้ำมัน ลดอาการสะท้านที่แฮนด์บาร์ลง พร้อมด้วยการเปลี่ยนจากครัชแห้ง เป็น ครัชเปียก สุดท้ายคือการลดค่าบำรุงรักษาลง โดยเพิ่มระยะการปรับตั้งวาล์วจาก 6000 ไปเป็น 7000 ไมล์ (จาก 9700 กม. เป็น 11,300 กม.)
ปี 2008
ได้รับการปรับปรุงอีกเล็กน้อยในส่วนของกราฟฟิคโดยใช้ต้นแบบจาก Ducati 1098 พร้อมด้วยการปรับระบบฉีดน้ำมัน และสวิทช์ดีเลย์ไฟหน้าที่จะดับไฟหน้าลงหลังจากปิดสวิทช์ 60 วินาที ถ้าเครื่องยนต์ไม่เดินต่อ และกุญแจแบบ Immobiliser

ปี 2010
เผยโฉม Model ใหม่กับ Ducati Multistrada 1200 พร้อมด้วยคันเร่งไฟฟ้า และเครื่องยนต์แบบ 1200 cc ที่ปรับลงมาจาก Ducati 1198 พร้อมด้วยระบบปรับตั้งโช๊คแบบไฟฟ้า โหมดการขับขี่ ระบบควบคุมการปั่นของล้ออย่าง DTC (Ducati Traction Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานให้กับรถโดยมีด้วยการ 3 รุ่นคือรุ่น มาตรฐาน (base) รุ่น S-Sport และ รุ่น S-Touring สำหรับใน S นั้นจะมากับ ABS และโช๊คแบบปรับไฟฟ้า DES (Ducati Electronic Suspension) S Sport จะเสริมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งอย่างช่องอากาศแบบ คาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนใน S-Touring จะมากับ Heated grip, กระเป๋า, ขาตั้งคู่
หลังจากเปิดตัว Ducati Multistrada 1200 ก็ได้ลงทำการคว้าชัยในศึก Pikes Peak International Hill Climb ในปี 2010,2011, และ 2012 โดยในปี 2012 นี่เองที่ทีม Spider Grips Ducati ที่ขับขี่โดย Carlin Dunne ได้ทำเวลาน้อยกว่า 10 นาทีเป็นครั้งแรกของการแข่งขันโดยทำไว้ที่ 9:52.819 นาที
ปี 2012
มีการปรับท่านั่งให้ผู้ขับขี่เขยิบไปข้างหน้ามากขึ้น พร้อมด้วย ABS เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น
ปี 2013
ในปีนี้ 2013 นี้ Multistrada 1200 ได้รับการปรับปรุงอีกหลายด้านไม่ว่าจะเป็นระบบ Active Suspension ที่คอยปรับการทำงานของช่วงล่างอัตโนมัติหรือที่เราคุ้นกันว่า “Ducati Sky-Hook Suspension System” พร้อมด้วยการปรับปรุงเครื่องยนต์ Testastretta ด้วยหัวฉีดแบบ “2 หัวต่อ 1 ลูกสูบ” เพื่อให้ได้การจุดระเบิดที่นุ่มนวล และให้การเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น ทำให้ได้แรงบิดเพิ่มขึ้น 5% และประหยัดน้ำมันลงอีก 10% ด้วยกัน นอกจากนั้นชิวบังลมหน้ายังได้รับการออกแบบให้ลดเสียงรบกวนในย่านความเร็วสูงลงอีก
ปี 2014
เสริมด้วยระบบเบรค ABS จาก Bosch รุ่น 9ME พร้อมด้วยการปรับปรุง DTC (Ducati Traction Control) และโหมดการขับขี่ 4 โหมดที่ให้การปรับแรงม้าที่เหมาะสมสำหรับแต่ละโหมดของการขับขี่ ที่เราได้ >>Review ไว้ที่นี่<<

ปี 2016
กับการเปิดตัวของ Multistrada 1200 Enduro หลังจากที่ Ducati Multistrada นั้นนับได้ว่าเป็นรถคันนึงที่สามารถใช้งานบนสภาพถนน และการเดินทางที่หลากหลาย แต่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การขับขี่ในแบบ Off-Road ทำให้เป็นที่มาของ Multistrada Enduro ที่ได้รับการปรับปรุงในหลายๆส่วนด้วยกันเพื่อเพิ่มเติมความสามารถในการ “ออกไปลุย” ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างที่เพิ่มระยะยุบขึ้นอีก 30 mm พร้อมด้วยล้อแบบซี่ลวดที่ช่วยซับแรงได้มากขึ้น ขยายขนาดล้อหน้าเป็น 19″ เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการตะกุย ปรับปรุงระบบ Ducati Sky-Hook ให้ทำงานเหมาะสมกับสภาพการเดินทางในแบบ Off-Road พร้อมด้วยรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่เพิ่มขีดความสามารถในการเดินทางให้ครบในทุกรูปแบบของการใช้งานมากขึ้น

ปี 2017
กับการเรียกกระแสของการกลับมาของ “รุ่นเล็ก” ด้วยการเปิดตัว Ducati Multistrada 950 ที่มากับความจุขนาด 937 cc ระบายความร้อนด้วยของเหลว ที่มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อ “ความคล่องตัว” ของการขับขี่ด้วยการผสานเอาลักษณะเด่นของ Multistrada 1200 และ Multistrada Enduro มารวมกัน และพัฒนาออกมาเป็น Multistrada 950 คันนี้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของ Multistrada โฉมปี 2010 ที่ทาง Ducati ได้ทำการปล่อยรถในพิกัดกลางออกมา ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นไปอีกขั้นนึง
นับได้ว่า Ducati Multistrada (many roads) เองก็เป็นรถรุ่นนึงจากค่าย Italian นามว่า Ducati ที่มีประวัติของสายการผลิตมาร่วม 15 เลยทีเดียว ซึ่งก็ครองใจของผู้ขับขี่ที่หลงใหลในอารมณ์ของการขับขี่ในแบบ Multistrada อยู่ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย คราวหน้ามาพบกันใหม่กับ Timeline ของรถที่น่าสนใจกับเรา MotoNaked.com
Comments