หลังจากที่ ทาง Ducati ได้ปล่อย ทีเซอร์ เกี่ยวกับการแนะนำรถโมเดลใหม่ของตน ที่จะขายอย่างเป็นทางการทั่วโลกในปี 2016 แบบค่อย ๆ แย้ม แบไต๋ มาทีละนิดละหน่อย ไม่ว่า จะเป็นภาพแคมเปญ X DUCATI ที่ได้เห็นออกมากันบ้าง ในที่สุด ก็ถึงวันนัดพบที่ดูคาติ ได้ประกาศให้คนทั้งโลก เฝ้ารอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการผ่านช่องทาง Online ทางอินเตอร์เนต กับงาน Ducati 2016 World Premiere MotoNaked.com ไม่รอช้าจัดมาให้ชมกันทันทีครับ
ผมเชื่อครับ ว่าชาวไบเกอร์ จากทั่วทุกมุมโลก เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสดพร้อมกันทั่วโลกในครั้งนี้ เพราะในครั้งนี้ ดูคาติประกาศไว้ ว่าจะมีการเปิดตัวถึง 9 รุ่นด้วยกัน เรียกได้ว่า เยอะ จนไม่น่าเชื่อ ว่าจะขนโมเดลใหม่อะไรมาเปิดกันขนาดนี้ มาครับ เรามาฟัง Claudio Domenicali, CEO Ducati กันว่าวันนี้ เค้ามีอะไรมานำเสนอ และอลังการขนาดไหนกันบ้าง
ตัวแรกครับ กับ Ducati Scrambler ไมเนอร์เชน ตัวใหม่ นอกเหนือจาก 5 รุ่น ก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ Ducati Scrambler Flat Track Pro ซึ่งขี่เข้าเวทีมา โดย TROY BAYLISS
สำหรับ Ducati Scrambler Flat Track คันนี้นั้น จริง ๆ แล้ว เราจะได้เห็น ลุงทรอย ขี่ในสนามฝุ่นต่าง ๆ ในต่างประเทศมาก่อนหน้านี้สักพักแล้วนะครับ โดยตัวรถจะแปะสติ๊กเกอร์ เบอร์ 21 ซึ่งเป็นเลขประจำตัวของลุงทรอยเอาไว้ ซึ่งการนำรถคันนี้ออกมา ก็เพื่อตอกย้ำให้เห็นกันชัด ๆ อีกครั้งว่า รถ Ducati Scrambler เป็นรถที่ขี่สนุก ให้ความคล่องตัวสูง และไปได้ในทุกเส้นทางครับ
ต่อไปมาถึง หมัดเด็ด ที่หลายคนรอคอย กับรถรุ่นนี้ครับ Ducati Scrambler Sixty 2
โดยก่อนหน้านี้ หลายคนรู้ครับ ว่ารถคันนี้ พิกัดซีซี ของเค้าคือ 400 cc. แต่จริง ๆแล้ว ชื่อที่ทางดูคาติตั้งให้ ที่ถูกต้องคือ รุ่น Sixty 2 นะครับ หรือเขียนเลขย่อ ๆ ว่า 62 ซึ่งน่าจะมาจากปีที่เริ่มผลิต Ducati Scrambler ในอดีต นั่นก็คือ เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 1962 นั่นเองครับ
เปิดวิดีโอแนะนำ มาด้วยความสนุกสนาน ของการเดินทาง การขับขี่ และ ความเป็นตัวของตัวเอง สมกับสโลแกน Scrambler you are คือ อยากเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น และปรับสไตล์รถให้เข้ากับตัวคุณ
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เจ้า Sixty 2 นั้น ก็จัดเป็น โมเดลหนึ่งในรุ่นของ Ducati Scrambler นะครับ โดยจะออกมาทั้งหมด 3 แบบ สำหรับ Sixty 2 ดังนั้น สรุปแล้ว Ducati Scrambler ในปี 2016 จะมีขายทั้งหมด 9 รุ่น ดังนี้เลยครับ
- Sixty 2 Atomic Tangerine
- Sixty 2 Ocean Gray
- Sixty 2 Shining Black
- Icon ’62 Yellow
- Icon Red
- Urban Enduro
- Full Throttle
- Classic
- Flat Track Pro

ทีนี้ เรามาส่อง เจาะลึกกันเฉพาะ เจ้า Ducati Scrambler Sixty 2 กันบ้างครับ
โดยรวมแล้ว คอนเซ็ปของรถ ยังคงเหมือนรุ่นพี่ครับ คือ เน้นความเรียบง่าย น้ำหนักเบา คล่องตัว ปรับเปลี่ยนได้ตามใจต้องการนั่นเอง
สเปคคร่าว ๆ เรามาดูกัน
- ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ
- ความจุเครื่อง 399 CC ให้แรงม้าที่ 41 Hp
- ถังน้ำมัน 14 ลิตร
- น้ำหนักรถ 167 Kg (ไม่มีของเหลว)
- โช๊คหน้า โชวะ 41 mm.
- ดิสหน้าเดี่ยว 320 mm. พร้อมปั๊มเบรมโบ้
- ติด ABS มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
มาถึงคันถัดไปครับ กับ Ducati Multistrada Pikes peak ซึ่งก็เป็นที่คาดการณ์กันมาสักพักแล้วนะครับ สำหรับสาวกชาว Ducatista ว่าหลังจากดูคาติ ปล่อยตัว New Multistrada 2015 มาได้สักพัก ก็น่าจะมีตัว Pikes peak ตามออกมาด้วย หลัก ๆ ที่มีมาเพิ่มเติมก็คือ ท่อ Terminoni พาร์ทคาร์บอน โช๊ค Ohlin และลายสติ๊กเกอร์ที่เปลี่ยนไปนะครับ ลองมาดูบนเวทีกันครับ
เปิดตัวด้วยคลิปมันส์ ๆ
ตัวจริงเสียงจริง ขี่ออกมาแล้วครับ
ของแต่งสำหรับรุ่น Pikes peak ที่หลาย ๆ คนถวิลหา
รุ่นถัดมาที่ได้เปิดตัวในวันนี้ด้วยครับ สำหรับ Hypermotard 939 ,HyperStrada939 และ Hypermotard 939 sp
โดยรุ่นนี้ ทางดูคาติเซ็ท cc มาจริง ๆ ที่ 937 cc พร้อมม้าอิตาเลี่ยนลั่นมาที 113 Hp และให้แรงบิดที่ 97.9 Nm ครับ รวมถึงการเพิ่มไฟที่กระจกข้าง และปรับแผงหน้าปัทม์อีกนิดหน่อยครับ
โดยการเปิดตัวรุ่นนี้ ได้ ดูโอ้ Andrea กับนักแข่ง Moto GP สังกัด Ducati Team นั่นคือ Andrea Dovizioso และ Andrea Iannone
ยังไม่หมดครับ วันนี้มาเยอะมาก ^^ อย่าพึ่งเบื่อติดตามกันซะก่อนนะครับ มาครับ รุ่นถัดไปที่ทำการเปิดตัว ได้แก่ …
Ducati 959 Panigale
โดยในการเปิดตัว ได้นักแข่ง จาก WSBK นั่นคือ DAVIDE JULIANO ขี่เข้ามานะครับ
สำหรับเครื่องตัวนี้นั้นอยู่ที่ 955 cc ครับ ให้ม้ามาให้เรากุมที่ 157 Hp และแรงบิดที่ 107.4 Nm มีท่อมาให้สองแบบ สำหรับเวอร์ชั่น มาตรฐานเสียงและไอเสียที่ต่างกันของแต่ละประเทศ นะครับ แต่ท่อไอเสียดูดีกว่าเดิมที่เคยให้มาใน 899 เยอะเลยครับ
มาถึงรุ่นถัดมาครับ กับ Ducati Multistrada 1200 Enduro กับการยืนยันว่านี่คือ ที่สุดของรถที่ไปได้ทุกที่ที่ Ducati เคยสร้างขึ้นมา
สำหรับเจ้า Multistada Enduro นั้น ทางดูคาติ ตั้งใจพัฒนา ให้รถเน้นลุยไปในทางฝุ่น ทางโคลน พร้อมกระโดดกันเลยครับ
สเปคคร่าว ๆ ที่เจ๋งๆคือ มีการออกแบบกระเป๋าใหม่ครับ ให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม แข็งแรง ระบบช่วงล่างเซ็ทค่าใหม่ และใส่ซอฟแวร์ใหม่ครับ อาร์มหลังเป็นสวิงอาร์ม เพิ่มความแข็งแรงในการกระแทก ตัวท่อ ยกสูงขึ้นเพื่อให้พ้นน้ำและหินต่าง ๆ พักเท้าออกแบบให้เป็นแบบออฟโรด และที่สำคัญ ถังน้ำมันใหญ่ จุได้ 30 ลิตร สามารถวิ่งได้ไกลมากกว่า 450 กิโลเมตร เลยครับ
และแล้ว ก็มาถึงไฮไลท์สำคัญในค่ำคืนนี้ครับ กับการเปิดตัว X DUCATI ซึ่งนั่นก็คือ Ducati X Diavel นั่นเองครับ
ผู้ขี่เปิดตัวออกมานั่นคือ Alessandro Valia : Ducati Test Rider ครับ
โดยหลัก ๆ แล้ว สำหรับ เจ้า X Diavel คันนี้ ทางดูคาติ ต้องการให้เป็น รถ Cruiser ที่ดีที่สุด แรงขึ้น นั่งสบายขึ้น แต่สามารถเข้าโค้งได้เนียนด้วยครับ
สำหรับ XDIAVEL นั้น ทางดูคาติ ขอสรุป เป็นตัวเลข ดังนี้ครับ คือ 5000 / 60 / 40
5000 นั้น หมายถึง รอบที่ให้แรงบิดสูงสุดนั้น เร็วขึ้น อยู่ที่ 5000 รอบ เท่านั้นครับ ต่างจาก Diavel ตัวเดิม ที่ให้แรงบิดสูงสุด ที่ 8000 รอบ และแรงบิดเริ่มเร็วกว่าด้วยครับ ที่ 2100 รอบ จากตัวเดิมที่ 3000 รอบ
60 Ergonomic Combinations คือ สามารถปรับเปลี่ยนท่านั่งในการขับขี่ได้ถึง 60 แบบ ครับ คือ ปรับพักเท้า 4 ระดับ ปรับเบาะ 5 แบบ และปรับแฮนด์ 3 ตำแหน่ง เมื่อ 4x5x3 = 60 ท่านั่งที่ปรับได้นั่นเอง
ส่วน 40 นั้นคือ มุมองศา การเอียงรถครับ ซึ่งสามารถเอียงได้ 40 องศา ทำให้เข้าโค้งได้มั่นคงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
สเปคเครื่องยนต์ครับ TESTASTRETTA DVT 1262
มาถึงอีกหนึ่งจุดเด่นครับ นั่นคือ ปุ่ม DPL หรือ DUCAI POWER LAUNCH ซึ่งจะทำให้การออกตัวเกียร์ 1 ออกได้เต็มที่โดยเครื่องยนต์ จะประสานกับครัทและระบบอิเลคทรอนิก ทำให้สามารถออกตัวได้รุนแรง
แต่ล้อไม่หมุนฟรี นะครับ
สุดท้าย กับไฟ DAYTIME RUNNING LIGHT งาม ๆ เฉพาะ รุ่น XDIAVEL ครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับการรับชมการเปิดตัวรถใหม่ของ ค่าย DUCATI กันอย่างจุใจ สำหรับผมได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ดูคาตินำเสนอ ก็เห็นได้ครับ ว่าดูคาติ ให้ความสำคัญกับการออกแบบรถเป็นอย่างมาก ทุกอย่างมีที่มาที่ไป และมีเหตุผลในการออกแบบ
สำหรับบ้านเราเอง ในงาน Motor Expo 2015 ต้นเดือนธันวาคมนี้ ก็จะมีการเปิดตัว DUCATI SCRAMBLER Sixty 2 กันต่อนะครับ รวมถึงราคาขายด้วย รอติดตามกันต่อนะครับ ทาง MOTONAKED จะนำข้อมูลอัพเดทมานำเสมอให้ได้รับชมแน่นอน





























































Comments