
เป็นจังหวะการเล่นตุกติกที่ไม่ควรจะได้เห็นสำหรับ Romano Fenati นักบิดของ Marinelli Rivacold Snipers ที่โดนโบกธงดำและตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันรุ่น Moto2 ในรายการ Gran Premio Octo di San Marino e della Riviera di Rimini ที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ที่ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังแสดงพฤติกรรมการขี่ที่ไร้ความรับผิดชอบ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวะที่ Fenati แสดงอาการเกเรโดยเอื้อมมือไปกำเบรกหน้าของ Stefano Manzi บิดของ Forward Racing Team ในช่วงทางตรง จนเกือบจะทำให้คู่แข่งเสียหลักล้ม ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นทาง FIM MotoGP ก็ได้ตัดสินลงโทษบิดชาวอิตาเลี่ยนด้วยการสั่งแบนห้ามเข้าร่วมการแข่งขัน 2 สนาม โดยที่บทลงโทษดังกล่าวจะมีผลต่อตัวนักแข่งเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าทางทีม Marinelli Rivacold Snipers จะต้องหานักบิดคนอื่นมาทำหน้าที่แทน
ขณะเดียวกันตัวของคู่กรณีอย่าง Manzi ก็โดนลงโทษปรับลดกริดสตาร์ท 6 อันดับในเรซถัดไปจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ขาดความรับผิดชอบ ในช่วงโค้งที่ 4 ของสนามซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ระหว่างตัวเขากับ Fenati
ในเวลาต่อมาทางต้นสังกัดของ Romano Fenati เองก็ได้ออกมาแถลงในเรื่องนี้ โดยบอกว่า “เราน้อมรับในคำตัดสิน มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้อภัยได้ มันเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรง ภาพที่เห็นถูกออกอากาศไปทั่วโลก เห็นได้ว่า Manzi เองก็ได้รับบทลงโทษ ซึ่งมันก็มีเรื่องของเหตุจูงใจแต่นี่ก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัว ทีมงานได้ตัดสินใจแยกตัวออกมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ของทางนักแข่ง Moto2 และต้องขอโทษต่อวงการกีฬาอันเนื่องมาจากตัวอย่างที่ไม่ดี ที่ทำให้ผู้สนับสนุนต้องผิดหวังต่อภาพลักษณ์ที่ออกมา”
“สำหรับคำถามที่ว่าเราจะทำอะไรต่อไป เราก็ต้องตอบว่าเราได้รับบทลงโทษให้ตัดสิทธิ์นักแข่งของเราออกจากการแข่งขัน 2 สนาม ซึ่งเราก็น้อมรับในบทลงโทษนี้โดยทันที ต้องขอขอบคุณ Race Direction ที่จัดการเรื่องนี้อย่างเป็นมืออาชีพ ซึ่งเราต้องขอขอบคุณทีมงาน Forward Racing Team ที่ให้ความร่วมมือกับเรา”
“ในปีหน้า Forward Team จะกลายเป็นทีมใหม่ของ Romeno และเราทุกคนต่างต้องการให้มีการยกเลิกข้อตกลงกันในเร็วๆนี้ ตัวนักแข่งต้องทำความเข้าใจกับความผิดของเขาและเริ่มต้นใหม่จากจุดนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่และกลับมาอย่างมีเกียรติ”
FIM MotoGP Stewards 📋
Black flag Romano Fenati for irresponsible riding 🏴#Moto2 #SanMarinoGP pic.twitter.com/sTqv6nhZer
— MotoGP™🇸🇲🏁 (@MotoGP) September 9, 2018
Comments