Kawasaki Enduro 3hr 2019 R4 “หนังชีวิต” พิสูจน์คน และรถ กับการมาร่วมกินฝุ่นสุดมันส์

โดย /
ขอบคุณภาพจาก Kawasaki Enduro 3hr

ในครั้งนี้ต้องขอบคุณเพื่อนๆมากมาย รวมไปถึงทาง คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) ที่ให้เกียรติกับผมได้เข้าร่วมการขับขี่ในรายการ Kawasaki Enduro 3hr รอบที่ 4 ที่จัดขึ้นที่จ. สุพรรณบุรี ในช่วงวันที่ 19-20 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมาด้วยนะครับ

เริ่มต้นการเดินทางของเราในคราวนี้กับการได้รับแจ้งจากทาง พี่เก่ง แห่ง Override ที่กำลังหา “ตัวแทน” พร้อมรอยยิ้มว่า สนใจมาขี่ Enduro 3 hr. มั้ย … แหม่ถามมางี้ผมก็ตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเล พร้อมด้วยคำถามกลับไปว่า “ผมตัวถ่วงนะ พี่ๆจะโอเคกันใช่มั้ย”

หลังจากเฝ้ารอคอยเตรียมตัว (หลักๆ คือเตรียมใจ) กันร่วมเดือนก็มาถึงวันนี้แล้วหล่ะครับ ที่ผมจะได้เข้าร่วม และขับขี่กับรายการ Kawasaki Enduro 3 hr. ที่นับได้ว่าเป็นรายการโหด (สำหรับผม) เลยทีเดียว ด้วยพื้นฐานทาง Enduro ที่น้อยนิด ซึ่งครั้งนี้ก็ได้เข้าร่วมทีมกับพี่ๆ สื่อมวลชนอีก 2 ท่าน โดยจะทำการขับขี่ในแบบ “ทีม 3 คน” ขี่กันคนละ “3 รอบ” ก่อนเปลี่ยนตัว

เริ่มต้นวันแรกกับการซ้อม

D-Tracker 150 พร้อมยางกึ่ง ที่ให้เราขับขี่กัน … (ขอบคุณภาพจาก พี่โต๋)

“แค่ 3 รอบเอง” คงไม่เท่าไหร่มากหรอกมั้ง … ซึ่งรถในครั้งนี้ที่ทาง Kawasaki เตรียมไว้ให้พวกเราก็จะเป็น รถในตำนานอย่าง D-Tracker 150 … ใช่แล้วครับ D-Tracker 150 ที่มากับล้อทางเรียบจากโรงงาน ซึ่งทาง Kawasaki ก็บอกกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เราเปลี่ยนยางรอให้แล้วนะคะ” … ครับ “ยางมัด” หรือ “ยางกึ่งทางดิน” … เอาหล่ะสิเนี่ย มองไปรอบตัวมีแต่ยางวิบากดอกใหญ่กันทั้งนั้น … โดนเชือดหล่ะสินะเนี่ยเรา

2 ไฮไลท์ ของสนาม 4 สุพรรณบุรี

บน – ขนาบด้วยบึง , ล่าง – ทางชัน 8 เมตร เมตรแรกไม่เท่าไหร่ ต่อไปนี่…

“มากันก่อนล่วงหน้าเลยเหรอ … ดีๆ มาเรียน มาซ้อมทาง ดูเส้นทางแข่งกันก่อนเลยดีกว่า” กับคำพูดจาก พี่เล่ … ผู้วางเส้นทาง และอดีตนักแข่ง Motocross ผู้คร่ำหวอด กล่าวพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม (ที่แฝงไว้ด้วย…) กับการซ้อมในครั้งนี้มีการให้เราได้ลองกับเส้นทางที่เรียกได้ว่าเป็น ไฮไลท์ 2 เส้นทางด้วยกัน คือ

  • เส้นทางแคบประมาณ 60 ซม. ที่ขนาบด้วยบึงทั้งสองฝั่ง พลาดก็เล่นน้ำ
  • เนินชันระยะทางประมาณ 70 เมตรกับความชันระหว่าง 30-45 องศา

หลังจากขับขี่ซ้อมความคุ้นเคยกับ D-Tracker 150 พร้อมยางกึ่งคันนี้ ก็ต้องบอกเลยว่า “ไม่ธรรมดา” ด้วยน้ำหนักรถที่ค่อนข้างเบา อัตราทดที่กำลังดี แม้จะเป็นยางแบบกึ่ง ก็พาตะกุยผ่าน ไฮไลท์ 2 จุดนี้ไปได้แบบไม่ต้องลุ้นมากนัก (ด้วยน้ำหนักตัวผมที่ 63 kg ใครหนักๆ ก็ลุ้นหน่อยนะฮะ) เรียกว่า อัดเกียร์ 1 เปิดหมด ยัดขึ้นเนินกันยาวๆเลยทีเดียว …

Play Time !

เราต้องถ่ายกันก่อนเริ่มเพื่อชุดที่ยังสวยงาม ใครบางคนกล่าวไว้

เริ่มต้นการแข่งขัน Kawaski Enduro 3hr กับทีมของผมที่ประกอบไปด้วย พี่ตู่ Riders Club Mag และ ตัวละครลับอีก 1 ที่คอยแบกพวกเราไปด้วยกัน โดยพี่ตู่รับไม้ 1 ส่วนผมรับไม้ 2 ถัดกันไป กับชื่อทีมในคราวนี้ว่า #หมับเข้าให้ บนรถ D-Tracker 150

เส้นทางรวมในการแข่งขันครั้งนี้ระยะทางประมาณ 3 กม. (เอ๊งงง) ขี่กันคนละ 3 รอบ ก็แค่ประมาณ 9 กม. … แต่บอกเลยว่าผมนั้นหน่ะเหรอครับ ใช้เวลาไปร่วม 40 นาที “กลางป่า” นั่นแหล่ะ ยางกึ่งที่ว่าผ่านไฮไลท์ได้สบายๆ พอเจอฝุ่นเข้าหน่อยหล่ะก็ #เอะอะสละยาน แทบจะโยนรถทิ้งเดินกลับกันเลยทีเดียว

หนังชีวิต กับการยกรถ

เนินฝุ่นหนาๆ แค่นิดเดียว เล่นซะงง ล้อพับ พาลให้ลายน้ำยังกลับหัว

รอบแรกกับการขับขี่แบบขำๆ … แหม่ อารมณ์ใส่หมวกแล้วเหมือนความจำจะเสื่อมลง แทบจะลืมเพื่อน ไม่มีใครยอมใครกันเลยหล่ะ (แต่ก็คอยช่วยเหลือกันนะ) หวดกันยับจนผมเองก็ทิ้งรถบนทางฝุ่นหนาไป พาลสูบเอาแรงไปเกือบหมดเลยทีเดียว … ถึงแม้ว่ารถจะเบา แต่การยกบนทางดิน หิน แบบนี้ กินแรงไป “เพียบ” พอหล่ะ ขี่ถนอม (คน) ดีกว่า

กว่าจะพา D-Tracker 150 “ลูกเหลือง” คู่ใจในทริปนี้ ขึ้นมาจากเนินฝุ่นได้ ก็กินเวลาไปร่วม 3 นาที … ด้วยปณิธาน ตั้งมั่นในใจว่า … จะต้องพากลับไปเข้าเส้น ให้เพื่อนขี่ต่อให้จงได้ เราจะไม่ทิ้งนายไว้ที่นี่เด็ดขาดบอกเลย ลาก เข็น สตาร์ท ดัน ดึงกันจนผ่านเนินมาได้ เฮ้ออ ไปต่อ!

ด้วยแฮนด์ที่เริ่มจะเอียงนิดๆ จากการไถลลงเนินก่อนหน้าไป ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรครับ D-Tracker 150 คันนี้ “พร้อมดัด” จอดรถหนีบล้อหน้าด้วยขาไว้ แล้วโยกแฮนด์กลับเข้าตำแหน่งเดิม แล้วก็ “ไปต่อ” กันได้เลย คันเบรคหลังงอไม่เป็นไร ใช้เบรคหน้าได้ คันเกียร์งอหลบเข้า ไม่เป็นไร กดได้เป็นพอ “ลุยยยยส์”

นับรอบ ก่อนไปต่อ

การเช็ครอบในการแข่งขัน Kawasaki Enduro 3hr. ด้วยการให้กรรมการกากบาทบนสติกเกอร์หน้ารถ เพื่อดูว่าเราขี่ครบ 3 รอบตามกติกาแล้วรึยัง

ลากจนครบ 3 รอบได้ ก็ยาวๆเกือบจะ 40 นาทีหล่ะครับ โดยเฉพาะการสละยานในรอบสุดท้ายก่อนเปลี่ยนตัว ที่สูบเวลา และสูบแรงไปพักใหญ่เลยทีเดียว เพราะการขับขี่แบบอ่อนซ้อมอย่างผม ตลอดเวลาที่ขับขี่จะมีเพียงความคิดที่ว่า “ต้องพารถกลับไปให้เพื่อนขี่ต่อให้ได้” นั่นแหล่ะครับ ที่ดันทั้งตัวผม และรถ จนถึงจุดเปลี่ยนตัว ก่อนที่จะให้เพื่อนๆ ลงไปเผชิญ วิบากกรรม กันต่อ

ต้องบอกเลยว่า การขับขี่ Kawasaki Enduro 3 Hr. นั้น เป็นรายการนึงที่สภาพเส้นทางไม่ได้ยากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดว่า นึกอยากจะขี่ก็ขี่ได้ จะเอาตัวรอดบนเส้นทางแบบนี้ได้นั้น ต้องผ่านการฝึกซ้อม ใช้เวลา ใช้แรงกาย และที่สำคัญคือ แรงใจ ที่จะผลักดันให้ขับขี่ไปบนเส้นทางแบบนี้ได้ (โดยเฉพาะ D-Tracker ยางกึ่งเนี่ย … เหมือนโดนลากมาเชือดเลยทีเดียว)

เพื่อนๆคนไหน อยากจะสัมผัสกับ ประสบการณ์ความมันส์ เปื้อนฝุ่น พร้อมคราบเหงื่อ บนเส้นทางแบบนี้หล่ะก็ … ติดต่อทางเพจ Kawasaki Enduro 3 Hr. กันได้เลย .. รับประกันว่า มันส์ ในแบบที่ผมเอง โดนมาแล้ว คราวหน้าขอไปด้วยอีกนะครับ ทีนี้หล่ะ…


5 นาที รวบรวมบรรยากาศ และความมันส์ พร้อมกินฝุ่น กระจาย !

สนามถัดไปกับกิจกรรม Kawasaki Enduro 3hrs สนามที่ 5 จัดขึ้นวันที่ 21-22 ธันวาคม 2019 ที่จังหวัด เพชรบูรณ์ แล้วเจอกัน


ผลการแข่งขันในสนามที่ 4 ทุกรุ่นการแข่งขัน

Comments