KTM ประกาศกร้าวจะไม่ทิ้งเฟรมเหล็กเหมือน Ducati

โดย /

Stefan Pierer ซีอีโอของค่าย KTM ประกาศว่าทีม MotoGP ของตนจะไม่ยอมทิ้งแนวทางการใช้เฟรมเหล็กบนตัวแข่ง พร้อมทั้งวิจารณ์คู่แข่งอย่าง Ducati ที่ทิ้งแนวทางนี้ไปเมื่อ 10 ปีก่อน

ทีมผู้ผลิตจากออสเตรียเป็นเพียงค่ายเดียวในการแข่งขัน MotoGP ที่ไม่ยอมใช้แชสซีรถแบบอลูมิเนียม เหมือนกับค่ายอื่นๆ และในช่วงต้นของฤดูกาลทาง Pit Beirer บอสฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM เองก็ยืนยันว่าการเลิกใช้เฟรมรถแบบท่อไม่ใช่ทางเลือกของพวกเขา

ด้านทีม Ducati เองเคยใช้แชสซีรถที่เป็นเหล็กมาก่อนในช่วงการแข่งขันของปี 2003 และยึดแนวคิดนี้จนคว้าแชมป์โลกปี 2007 จาก Casey Stoner ซึ่งเป็นแชมป์เดียวที่ทีมทำได้จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามในปี 2009 ทีมจากอิตาลีก็ได้ยอมเปลี่ยนจากเฟรมเหล็กไปเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้เฟรมอลูมิเนียม ตามทีมคู่แข่งจากญี่ปุ่นในปี 2012 เพื่อรองรับต่อการย้ายเข้ามาของ Valentino Rossi

ถึงแม้จะมีสิ่งที่น่าหวั่นไหวจากความสำเร็จของทีมโรงงานอื่นๆที่มาเขย่าความเชื่อมั่นของ KTM ว่าอาจจะต้องละทิ้งรูปแบบเฟรมรถอันเป็นเอกลักษณ์ในไม่ช้าก็เร็ว แต่ Pierer ก็ยังยืนกรานว่าทีมแข่งของตนจะยังยึดมั่นในเฟรมเหล็กต่อไป

“ถ้าเราทำตามแนวทางของ Ducati เราจะแพ้ KTM เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันด้วยเหตุผลสองประการคือ เพื่อคิดค้นนวัตกรรม และต่อมาก็เป็นเพราะเราต้องการที่จะขายรถ ตัวแข่ง MotoGP ของ Ducati ไม่ใช่สิ่งที่จะมีขายในช็อป หากคุณมองไปที่ยอดขายของพวกเขาในปี 2018 (53,000 คัน) ก็ถือว่าน้อยกว่าเรามาก (261,000 คัน)”

“สำหรับผมการแข่งรถไม่ได้เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมแนวคิดของผมจะเป็นชนะในวันอาทิตย์แล้วขายรถในวันจันทร์”

“เราจะไม่ทิ้งเฟรมรถแบบท่อเพราะมันเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบหลักบนตัวแข่งของเรา คุณเพิ่มความยืดหยุ่นและลดน้ำหนักรถ นั่นเป็นวิธีการที่เราจะครองวงการจักรยานยนต์แบบหลากหลายสาขา สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้เป้าหมายบรรลุคือต้องมีคนที่ใช้ ในตำแหน่งที่เหมาะสม เราต้องใช้เวลา 11 ปีถึงจะชนะในการแข่งขันซูเปอร์ครอส แต่เมื่อเราทำได้เราก็ได้แชมป์ 5 สมัยติด ที่ดาการ์เราต้องใช้เวลา 7 ปีเพื่อทำในสื่งเดียวกัน และตอนนี้เราก็ได้แชมป์มา 18 สมัยติด เราอาจจะต้องการเวลา 10 ปี แต่ไม่ช้าก็เร็วเราจะครองแชมป์ MotoGP”

Comments