Valentino Rossi รับเริ่มกลัววันที่ต้องอำลา แอบหวังจะได้แชมป์โลกสมัยที่ 10 ก่อนเกษียณ

โดย /

เป็นที่รู้กันว่า Valentino Rossi ยอดนักบิดชาวอิตาเลี่ยนเจ้าของแชมป์โลก 9 สมัย กำลังจะสิ้นสุดสัญญากับทีม Movistar Yamaha MotoGP ในช่วงปลายปี 2018 โดยที่ปัจจุบันเจ้าตัวเองก็กำลังอยู่ในช่วงการเจรจาเพื่อตัดสินใจต่อสัญญากับทีม ซึ่งนับเป็นเรื่องราวที่มาพร้อมกับกระแสข่าวคราวการอำลาวงการในกรณีที่เจ้าตัวตัดสินใจไม่ขยายสัญญาต่อ

ล่าสุดในการให้สัมภาษณ์กับทาง BT Sport ตัวของ “The Doctor” ก็ได้เผยว่าตนเองก็เริ่มกังวลหากวันที่ต้องเกษียณตัวเองมาถึง โดยกล่าวว่า “ผมรู้สึกกลัวเรื่องการรีไทร์ เพราะผมยังชอบชีวิตของผมในตอนนี้ ที่วนเวียนอยู่กับเรื่องของ MotoGP ได้ลงแข่งใน MotoGP ถ้าเกิดผมไม่ได้ลงแข่ง ผมก็คงต้องหาอะไรทำและคิดว่าน่าจะเป็นชีวิตที่น่าเบื่อ เป้าหมายของผมในขณะที่ยังคงเป็นนักแข่งอยู่คือการเป็นแชมป์สมัยที่ 10 ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ก็ไม่ถึงขั้นจะเป็นไปไม่ได้และนับเป็นเป้าหมายแรกที่ผมวางไว้ ส่วนเป้าหมายรองลงมาคือการเป็นแชมป์สนาม ขณะที่เป้าหมายสุดท้ายคือการทำผลงานให้ดีในบางเรซ ช่วงเวลา 20 ปีในวงการ มันทำให้ผมเข้าใจถึงความรู้สึกในช่วง 12 ชั่วโมงหลังคว้าแชมป์สนาม ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นที่แท้จริง ขณะที่ตัวเลขและสถิติไม่ได้สำคัญเลย””

สำหรับเส้นทางหลังการเกษียณตัวของ Rossi เองก็คิดที่จะหางานทำในอะคาเดมี่ฝึกนักขับเลือดใหม่ที่ตนเองสร้างขึ้นมาในชื่อ VR46 Riders Academy ซึ่งตัวของ Franco Morbidelli แชมป์ Moto2 คนล่าสุดที่ปัจจุบันสังกัด EG 0,0 Marc VDS ใน MotoGP ก็เป็นผลผลิตจากสถาบันแห่งนี้

“ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่สนุกสนานอะไรมากมาย การทำงานกับนักแข่งหนุ่มๆมันก็เหมือนกับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สถาบันของเราเริ่มต้นมาจากความช่วยเหลือของ Simoncelli ซึ่งทำกันเพราะความสนุก แต่หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุของเขาไอเดียพวกนี้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และโครงการนี้มันเป็นเส้นทางสำหรับตัวผมในอนาคตเช่นกัน มันไม่เหมือนกับการแข่งเลยซะทีเดียว ผมต้องติดตามการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ทุกอาทิตย์ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกเพลียตั้งแต่ก่อนตัวผมเองจะลงแข่งเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็สร้างพลังงานด้านบวกให้กับผมได้มากเลยนะ บางทีหลังการเกษียณเราอาจจะตัดสินใจทำทีมแข่ง MotoGP ก็ได้ ซึ่งในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 เป้าหมายของคุณคือการทำให้นักแข่งเติบโตขึ้น ขณะที่ใน MotoGP มันจะแตกต่างกันออกไป แต่มันก็ยังเป็นเรื่องของอนาคต ที่อาจจะเกิดขึ้นก็ได้”

Comments