PREVIEW : Ducati Streetfighter V4S พร้อมท้าทายทุกเส้นทาง กับการขับขี่ในแบบ DRE

โดย /

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณทาง Ducati ประเทศไทยด้วยนะครับที่ให้โอกาสกับผมได้เข้าร่วมกิจกรรม DRE (Ducati Riding Experience) ในครั้งนี้ซึ่งจัดขึ้นบนสนามบุรีรัมย์ ให้ได้สุดไปกับ 1 session เบาๆ(เหรอ) ไปกับ Ducati Streetfighter V4S สุดงามคันนี้

ซึ่งในกิจกรรม DRE จะมีการให้เลือกกลุ่มการขับขี่ตามระดับความเหมาะสมของผู้ขับขี่เอง จริงๆผมก็เลือกไปกลุ่มกลางๆปกติ แต่แล้วก็โดนคัดให้ตกรอบ ไปอยู่กลุ่มที่ไม่ต้องมีมาแชลคอยคุมซะอย่างงั้น แต่จะเป็นการขับขี่ภายใต้การสังเกตุจากผู้ฝึกสอนอย่าง Carlos Bulto อดีตนักแข่งชาวสเปนผู้ผันตัวมารับตำแหน่ง DRE Chief instructor & Technical Manager Asia ผู้อยู่เบื้องหลังการทดสอบรถของ Ducati ในประเทศไทย

ขี่กับ Carlos จาก Ducati Riding Experience ก็กลายเป็น Ducati Racing Experience ไปทันที เพราะอดีตนักแข่งจากสเปนผู้นี้ พาพวกเราทะลุมิติกันเลยทีเดียว

แนะนำการใช้งาน และตั้งค่าต่างๆของตัวรถโดย Carlos 

ทะลุมิติกับคำแนะนำของ Carlos ที่ผมขอยกมาบางอัน เช่น

  • เบรคหน้าให้ลึกขึ้นได้อีกนะ กดไปเลย ถ้าหลุดก็ออก run-off ไปเลยสนามนี้สบาย
  • ออกโค้งทุกครั้งคันเร่งเต็มไปเลย เดี๋ยวรถช่วยคุมสไลด์ให้เอง
  • หรือจะเป็นการหันมามองหน้า พร้อมเดินไปที่รถผม กดตั้ง Race mode พร้อมกระซิบว่า ไม่ต้อง Sport หรอกนายอ่ะ DWC จะปิดก็ได้นะจะได้ยกล้อง่ายๆ … (อย่าบอกใครนะ) ใช้รถให้เต็มสมรรถนะหน่อยสิ คือพี่ครับ Sport ผมก็ตึงเปรี๊ยะแล้วนะ ขี่สองล้อก็เสียวแล้วนี่จะให้ใช้ล้อเดียวเลยรึ !!! (ก่อนจะเปิดระบบต่างๆกลับมาค่ามาตรฐานก่อน ค่อยๆไปด้วยกันดีกว่านะ)

แบบคลิปแนะนำง่ายๆที่นี่เลย

เช่นเคยนะครับ ขอแบ่งหัวข้อในการรีวิวครั้งนี้ให้กระชับที่สุดตามนี้เลย

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคของตัวรถที่น่าสนใจ 
  • รายละเอียดทางเทคนิค – มาย่อยเรื่อง “ระบบ” กัน
  • การขับขี่บนสนามบุรีรัมย์
  • ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย
  • น่าจะเหมาะกับ
  • สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป

[บนซ้าย] หน้าจอแสดงผลแบบสี ขนาด 5” ตัวเดียวกับ Panigale V4S พร้อมด้วยกันสะบัดแบบปรับไฟฟ้าอัตโนมัติจาก Ohlins ที่ทำงานร่วมกับระบบของตัวรถ พร้อมด้วยการพัฒนา OBTi ใหม่ (Objective based tuning interface) ที่ให้การตอบสนองได้ตามสถานการณ์ของการขับขี่มากขึ้น โดย

  • ทำงานร่วมกับ IMU แบบ 6 แกนที่คอยวัดการเคลื่อนที่ของรถ
  • ปรับการตอบสนองของกันสะบัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์เช่น กำลังเบรค, กำลังเข้าโค้ง และกำลังออกจากโค้ง

[บนขวา] ประกับไฟทางซ้ายที่ให้การควบคุมทุกอย่างของการขับขี่ที่มือซ้าย ซึ่งทำให้เราสามารถเลือกปรับการตอบสนองของรถได้แม้กระทั่งในขณะที่กำลังขับขี่บนสนามแห่งนี้ พร้อมมือคลัชจาก Brembo

[ล่างซ้าย] โช้คหน้าจาก Ohlins NIX-30 แกนสีทองกับระบบปรับไฟฟ้าอัตโนมัติของตัวรถ พร้อมโช้คหลังจาก Ohlins TTX 36

[ล่างขวา] ประกับไฟทางขวา ที่มาพร้อมปุ่มการทำงานของ Heated grip พร้อมมือเบรคจาก Brembo

[บนซ้าย] กับการติดตั้งคันเกียร์ พร้อม Quickshifter ที่ทำงานได้ทั้ง upshift และ downshift โดยไม่ต้องใช้คลัช

[บนขวา] ล้ออลูมินัมอัลลอยแบบ 3 ก้าน จาก Marchesini !! ที่ยึดติดด้วยสวิงอาร์มแบบแขนเดียว โชว์ลวดลาย และให้การถอดล้อเพื่อการเซอร์วิสที่ง่ายขึ้น

[ล่างซ้าย] “ปีก” Bi-Winglets ที่ติดตั้งมาบน Streetfighter V4S อันโดดเด่น

  • เพิ่มแรงกดได้มากถึง 28 kg (เพิ่มล้อหน้า และหลัง ที่ 20 kg และ 8 kg) บนความเร็ว 270 km/hr
  • ช่วยระบายความร้อนให้หม้อน้ำได้เพิ่มขึ้น 2% และน้ำมันเครื่องได้เพิ่มถึง 10%

[ล่างขวา] มองจากด้านบนที่ให้ความรู้สึกของความโปร่ง โล่ง แต่อุปกรณ์อัดแน่นครบทุกการใช้งาน

รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคของตัวรถที่น่าสนใจ

แรงบันดาลใจในการออกแบบชุดหน้าของทีมออกแบบมาจากหน้าของ Joker เนี่ยแหล่ะครับ

หมายเหตุว่า เมื่อเพิ่มชุดท่อ Ducati Performance จาก Akrapovic จะเพิ่มแรงม้าขึ้นมาเป็น 220 hp (162 kW) พร้อมด้วยแรงบิดที่ทะลักขึ้นมาที่ 130 Nm และลดน้ำหนักลงไปอีกถึง 6 kg

รายละเอียดทางเทคนิค – มาย่อยเรื่อง “ระบบ” กัน

ระบบไฟฟ้าทั้งหมดของ Streetfighter V4S นั้น เหมือนกับ Panigale V4S (2020) เลยหล่ะครับ ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาในปี 2020 ที่มาพร้อมคำว่า “EVO 2” ซึ่งทั้งหมดทำงานร่วมกับ Inertial Measurement Unit แบบ 6 แกน (6D IMU) ที่จะ “รู้” ทุกอาการของรถในทุกองศา (เอียงซ้าย-ขวา, เฉียงซ้าย-ขวา, ยกหน้า-หลัง) ซึ่งทำงานประสานกับทุกระบบตามนี้เลย

  • ABS Cornering EVO – ระบบเบรคกันล้อล็อคอิสระ พร้อมกันล้อหลังลอย (ปรับระดับการทำงานได้)
  • Ducati Traction Control (DTC) EVO 2 – ระบบช่วยลดอาการล้อหลังปั่นทิ้ง
  • Ducati Slide Control (DSC) – ช่วยคุมอาการรถสไลด์ในขณะเลี้ยวโค้ง
  • Ducati Wheelie Control (DWC) EVO – ช่วยคุมอาการยกล้อ
  • Ducati Power Launch (DPL) – ล็อครอบช่วยออกตัว
  • Ducati Quick Shift up/down (DQS) EVO 2 – เปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องใช้คลัช “นุ่มมาก” พัฒนาขึ้นมาได้เหนือขึ้นอีกอย่างเห็นได้ชัด ให้การต่อเกียร์ และตอบสนองที่ไว้ใจ้ได้
  • Engine Brake Control (EBC) EVO – ปรับระดับแรงฉุดของเครื่องยนต์ได้ดั่งใจ ให้เข้ากับสไตล์ของการขับขี่ ว่าจะไหล หรือจะลึก
  • Ducati Electronics Suspension (DES) EVO – ช่วงล่างปรับไฟฟ้า ที่ตอบสนองกับ “ตำแหน่งของรถ” ว่ากำลังจะเบรค กำลังจะเข้าโค้ง ในโค้ง และขณะที่กำลังส่งคันเร่งเต็มออกโค้ง

ซึ่ง DTC, DWC, DSC, EVC สามารถปรับตั้งในขณะขับขี่ และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเสียสมาธิกับการขับขี่มากเกินไป หรือจะตั้งเป็น Riding Modes เฉพาะของเราไว้สำหรับสถานการณ์ต่างๆเลยก็ได้เช่นกัน

การขับขี่บนสนามบุรีรัมย์ – ตรง !

รูปโดยช่างภาพสุดลีนจากพี่ฮาร์ท 400RRPhoto

ทันทีที่ได้ขึ้นไปคร่อมบน Ducati Streetfighter V4S คันนี้ สัมผัสแรกเลยคือ “ความกระทัดรัด” มิติรถดูกระชับเข้ากับสัดส่วนของผมที่ความสูง 163 cm น้ำหนัก 60 kg อย่างพอดี ความสูงของเบาะที่ 845 mm ที่มากับรูปทรงของเบาะที่แคบ ทำให้ผมสามารถลงปลายเท้าได้เล็กน้อย แต่ด้วยการวางน้ำหนักของรถที่ดีขึ้นมาก การยกรถขึ้นตั้งตรงทำได้อย่างเบา และสบายมากเลยทีเดียว

ด้วยรูปทรงของรถในแบบ Naked ซึ่งช่วงหน้าไม่มีอะไรมาบดบังทัศนวิสัย ทำให้แม้จะก้มสุดแล้ว ก็จะยังเห็นล้อหน้า เห็นพื้นผิวถนนได้แบบเต็มตาเลยทีเดียว “รับแรงลมเต็มๆ ปล่อยให้หมวกทำหน้าที่ของตัวเองไป”

ความเร็วสูงสุดในช่วงทางตรงความยาว 1 กม. ของสนามช้าง ผมส่งคันเร่งออกมาด้วยเกียร์ 3 จากโค้ง 1 พร้อมด้วยหมอบสุดตัว ถอยตัวจนสุดเบาะเพื่อลดภาระของแขนที่ต้องสู้กับแรงลม ก่อนที่จะทำความเร็วสูงสุด ที่สุดทางตรงที่ผมทำได้ที่ 265 km/hr ซึ่งต้องบอกว่า “ล้นเหลือ” และยังมีรอบให้ไปต่อได้อีกนิดนึง

แรงบิดที่ส่งมาอย่างมหาศาลของตัวรถพร้อมจะมาให้ล้อหน้าลอยขึ้นมานิดๆได้ตลอดเวลาที่เปิดคันเร่งเต็ม ซึ่งถูกควบคุมไว้อย่าง “เนียนมาก” ด้วยระบบกันยก DWC EVO ช่วยคุมให้ล้อหน้ายังเกาะอยู่กับพื้นสนามได้ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้มากขึ้น

การขับขี่บนสนามบุรีรัมย์ – ดัน &เบรค

อาการสปินของล้อหลังเองถูกดูแลด้วย DTC EVO 2 ที่ทำงานได้ “ละเอียด” การตัดพละกำลังของล้อหลังให้การเกลี่ยแรงบิดที่ “สม่ำเสมอ” จนแทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของ Ducati Traction Control เลย ซึ่งตรงนี้ผมรู้สึกได้เลยว่า DTC EVO 2 ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองได้ “ละเอียด” กว่า DTC รุ่นก่อนหน้าเยอะมาก (เทียบกับการตัดแรงบิดที่ล้อหลังของ Ducati Multistrada 1260 กับระบบ DTC) 

เรียกว่า “คันเร่งเต็ม” กันได้เลย บนระบบความปลอดภัยที่ให้มา

ก่อนที่จะพุ่งจนสุดทางตรงเพื่อไล่เกียร์ลงอย่าง “ไม่มีสะดุด” และ “เนียนเท้า” ไปกับ DQS EVO 2 ที่ให้การไล่เกียร์ลงไม่ต้องใช้คลัช พร้อมกับการกดเบรคหน้าแบบสุดแรงบนทางตรงกับ Brembo Stylema Monobloc รวมถึงระบบคุมแรงฉุดของเครื่องยนต์​ (EBC EVO) และ ยังคงแรงเบรคหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้งานระบบ ABS Cornering EVO … ที่ต้องบอกว่า “นิ่งมาก” อาการส่าย หรือยกของล้อหลัง เมื่อเราเบรคพร้อมไล่เกียร์ลงอย่างรุนแรง (จากเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 2) แทบจะไม่มีอาการอะไรให้ผม “เสียว” และยิ่งทำให้รู้สึกมั่นใจไปกับการเบรคบน Streetfighter V4S คันนี้ 

Streetfighter 848 ที่ผมเคยขับขี่มานั้น อาการบนความเร็วสูง “น่ากลัวมาก” แต่กับ Streetfighter V4S “ปีก”  คืออีกสิ่งที่โดดเด่นบนความเร็วในย่านมากกว่า 200 km/hr ขึ้นไป การเพิ่มแรงกดที่ล้อหน้า และหลัง ของปีก ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้น และไม่ออกอาการแกว่งที่ย่านความเร็วสูง (แต่คนนั้นเหรอครับ … ปวดคอกันเลยทีเดียวเชียว)

ซึ่งท่านั่งของ Streetfighter V4S ที่ค่อนข้างจะหลังตรง มากับแฮนด์บาร์ที่ยกสูง ยิ่งทำให้การถ่ายน้ำหนักเบรคทำได้อย่าง “หนัก” และให้แรงเบรคที่จิกกับพื้นสนามได้แน่นมาก

การขับขี่บนสนามบุรีรัมย์ – ลองเลี้ยว

หลังจากเบรคหน้าอย่างหนัก ซึ่งทำให้โช้คหน้ายุบลงจนเกือบสุดนั้น Streetfighter V4S จะทำการคำนวณการตอบสนองของโช้คให้เรา และให้การคืนตัวที่ “เหมาะสม” กับสิ่งที่ผมกำลังจะทำต่อไป คือการเอียงรถเข้าไปในโค้ง การปรับการตอบสนองของโช้คทำให้ ตัวรถไม่มีอาการ “เด้งหน้า” เมื่อคลายเบรคออก และให้การยืดออก ที่พร้อมรองรับการ “พับ” และ “เร่ง” ออกจากโค้งได้อย่างลงตัวมาก

ด้วยท่านั่งที่กระชับกับสรีระของผม การพลิกรถไปมาบนโค้งต่อเนื่อง ทำได้อย่าง คล่องแคล่ว และไม่รู้สึกว่าเป็นภาระอะไรกับผมเลย ซึ่งต้องบอกว่า Ducati พัฒนา Streetfighter คันนี้ออกมาได้อย่าง “ตรงตามคำนิยาม” มาก … นอกจากความละเอียดในการพัฒนาสรีระ และสัดส่วนของรถแล้ว อีกสิ่งนึงที่ทำให้มีผลอย่างมากต่อความคล่องตัวในการพลิกรถของ Streetfighter V4S มาจากการเพิ่มชุดเฟืองเพื่อให้ Crankshaft หมุนในทิศทางตรงกันข้าม (Counter Rotating Crankshaft) ซึ่งใช้ในรถระดับ MotoGP นั่นแหล่ะครับ

ซึ่งทำให้ตัวรถ “พร้อมจะเลี้ยว” ตลอดเวลา แต่บนทางตรงก็ยังมีเสถียรภาพที่ดี ด้วยการออกแบบสรีระของรถที่มาพร้อมปีก ไปด้วยในตัว

ข้อดี / ข้อสังเกต

ข้อดี

  • โหมดการขับขี่ และการปรับตั้งระบบต่างๆ เข้าถึงได้ง่าย ปรับตั้งในขณะขับขี่ได้ง่าย (เมื่อปลอดภัยนะครับ)
  • “สนุก โหด มันส์ คุมอยู่ด้วยระบบต่างๆ” ระบบที่ใส่เข้ามาเต็มทั้งหมดนั้นทำให้แม้กระทั่งผมเองก็ยังเล่นไปกับ Streetfighter V4S คันนี้ได้อย่างเต็มคันเร่ง เลี้ยวได้สุด(ใจ) จนรู้สึกว่า เปิดไว้ทั้งหมดแหล่ะดีแล้ว เพราะรู้สึกได้เลยว่า ถ้าปิดอะไรไปซักอย่างนึง “ความเสี่ยง” มาเต็มแน่นอน
  • “ปีก” ที่ติดมาให้จากโรงงาน ให้การรักษาเสถียรภาพของรถที่ความเร็วสูงได้ดีมาก (เมื่อเทียบกับ Streetfighter 848) รถจะนิ่งมาก (แต่คนอ่ะไม่นิ่งนะครับ ลมแรงปวดคอเลยหล่ะ)
  • โช้คไฟฟ้า ที่ปรับตามการขับขี่ของเรา ยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้น การตอบสนองก็จะปรับให้นุ่มขณะส่งรถออกโค้ง และแข็งขึ้นบนทางตรงเอง แต่ถ้าเปลี่ยนการขับขี่กระทันหัน (เช่น จากเร็ว มาช้าทันที) รอบแรกจะงงๆนิดนึง แต่พอสักพักก็จะปรับมาให้เหมาะสมเองครับ
  • อุปกรณ์ระดับ Hi-end ทั้งโช้คไฟฟ้า Ohlins NIX-30 และ Ohlins TTX หรือจะเป็นวงล้ออลูมินัมอัลลอย จาก Marchesini จากโรงงานเลย

ข้อสังเกต

  • ตำแหน่งของคันเกียร์ที่ไวไปนิดนึง ซึ่งบนความเร็วสูง แรงลมที่ปะทะเข้ามาทั่วร่างกาย ทำให้การเพิ่มเกียร์ติดขัดได้บ้าง แต่ฟิตติ้งซักนิด ปรับสักหน่อยก็น่าจะดีแล้วหล่ะครับ
  • แฮนด์บาร์ที่ยกสูงขึ้นอาจจะขัดใจบางคนซักหน่อย แต่ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการให้ควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว และใช้งานได้จริงบนท้องถนนหล่ะครับ
  • ซับเฟรมด้านหลังเป็นเหล็ก เพื่อรองรับคนซ้อน และให้ความยืดหยุ่น ให้ตัวได้ เพื่อการเดินทางบนเส้นทางหลัก ซึ่งมีผลทำให้น้ำหนักรถสูงขึ้นไปด้วย
  • แรงบิด และความเร็วที่ทำได้ “สูงมาก” การใช้งานบนท้องถนน ควรใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับการเดินทางนะครับ ปีกที่ติดมาให้แทบไม่มีผลอะไรสำหรับความเร็วบนท้องถนนเลยหล่ะ

น่าจะเหมาะกับ

น่าจะเหมาะกับ

  • การใช้งานบนท้องถนน สำหรับคนที่ชื่นชอบที่จะเล่นไปกับเส้นทางต่างๆ ยิ่งถ้าเป็นทางโค้งต่อเนื่องแล้วหล่ะก็ “บันเทิง” แน่นอนกับ Ducati Streetfighter V4S คันนี้
  • จะลงสนามบ้างเพื่อฝึกซ้อม … บอกเลยว่าขี่ดีๆ ต่อให้ Sport ก็ตามเหนื่อยหล่ะ
  • เป็นรถคันที่ 2 หรือ 3 เพื่อเสพย์ความสนุก …​เหมาะมาก

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • “มือใหม่” หากถามว่า Streetfighter V4S คันนี้มือใหม่ขี่ได้มั้ย? … ได้ครับ ระบบไฟฟ้าที่มีช่วยได้มากเลยทีเดียว “แต่” ต้องบอกตรงๆว่า พละกำลังมหาศาลขนาดนี้ ถ้าไม่เคยมีประสบการณ์ในการขับขี่รถขนาดใหญ่มาก่อนเลย “อันตรายมาก” อยากให้ค่อยๆเก็บประสบการณ์ซักนิด หรือลงคอร์ส DRE ซ้ำๆกันสักหน่อย ช่วยได้เยอะจริงๆน้า

สรุป

Street + Fighter กับ Fight Formula ที่นิยามส่วนผสมจาก Ducati ไว้ว่า
(+) Desmosedici Stradale 1103 cc
(+) ปีกคู่ Biplane wings
(+) ระบบไฟฟ้าจาก Panigale V4S
(+) น้ำหนักที่ 178 kg
(+) แฮนด์บาร์ยกสูง
(-) ถอดแฟริ่งที่มีออกไป
(+) พลังล้นเหลือแรงม้า 208 ตัว

คือสมการที่สรุปความลงตัวของ Ducati Streetfighter V4S คันนี้นี่แหล่ะครับ

Streetfighter V4S จัดได้ว่าเป็นรถที่ “โดดเด่น” มานานตั้งแต่ยุคแรกแล้วหล่ะครับ และเป็นรถที่ผมเองก็มองว่า “หล่อมาก” แต่ก็ต้องบอกตรงๆว่า ความรู้สึกที่เคยได้ขับขี่ Streetfighter รุ่นก่อนหน้านี้นั้น ไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับผมสักเท่าไหร่เลยจริงๆ … ซึ่ง Ducati ก็ก้าวข้ามมาอีกขั้นของการพัฒนารถที่ทำให้ Streetfighter V4S คันนี้ “เปลี่ยนไป” 

พละกำลังมหาศาล ด้วยอัตราส่วนแรงม้า 1.16 hp ต่อ น้ำหนักตัวรถ 1 kg พร้อมที่จะส่งทะยานให้รถตอบสนองได้ในทุกจังหวะของการขับขี่ แรงบิดจากเครื่องยนต์ขนาด 1103 cc ให้การเร่งที่พร้อมจะทิ้งการจราจรต่างๆไว้เบื้องหลัง

การปรับท่านั่ง ด้วยแฮนด์บาร์ที่ยกสูง และตำแหน่งเบาะที่แคบ (แต่นุ่ม) ให้ความรู้สึกที่ลงตัวกับสรีระของผมที่ 163 cm น้ำหนัก 60 kg ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีมาก ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา หรือรบกวนการมองเห็นในการใช้งาน

ซึ่งก็แลกกับ “แรงลม” ที่ปะทะบนย่านความเร็วสูง แต่สำหรับความเร็วบนท้องถนน 100-120 km/hr ไม่มีปัญหาครับ สบายมาก

ระบบไฟฟ้าต่างๆที่พ่วงเข้ามาด้วยคำว่า EVO 2 ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกขั้น ให้การตอบสนอง และการควบคุมที่เหนือกว่า รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดดเด่นด้วย DTC EVO 2 ที่เกลี่ยแรงบิดของล้อหลังลงได้อย่างเนียนมาก ความรู้สึกตัดแรงบิดมีน้อยมากจนแทบไม่รู้สึก และยังคงถ่ายแรงบิดลงล้อได้อย่างเต็มสมรรถนะของตัวรถที่มี

โดยรวมแล้วนับว่า Ducati Streetfighter V4S คันนี้ มีส่วนผสมที่ลงตัวของ “พละกำลัง” และการเข้าถึงที่ง่ายขึ้นด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์หลากหลาย สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว และปลอดภัยมากขึ้น … มากเลยทีเดียว

ขอบคุณ

ชุดแข่งที่ดีที่สุด ตอบสนองกับทุกการขับขี่
10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

Comments