Preview : Honda ADV150 ฝ่าทุกอุปสรรคบนท้องถนน กับการผสานโลก 2 ใบของการขับขี่

โดย /
ขอบคุณภาพจาก Krittawat Chanwichien – MotoMotion

ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของผมเลยหล่ะครับ ที่ได้ทำการขับขี่พรีวิวมอเตอร์ไซค์พิกัด 150 cc กับรถที่นับได้ว่าโดดเด่นในแนวทางของตัวเองอย่าง Honda ADV150 ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทาง A.P. Honda ที่ให้เกียรติกับเราได้ร่วมลงทำการขับขี่บนศูนย์ขับขี่ปลอดภัยของฮอนด้าในครั้งนี้

ด้วยการสืบทอดคุณลักษณะของรถในหลากหลายรูปแบบที่นำมาผสานรวมเข้าด้วยกัน กับการใช้พื้นฐานเครื่องยนต์พิกัด 150 cc จากในรุ่น PCX 150 มาปรับปรุง และเติมแต่งในหลากหลายส่วน เช่นการวางกรองอากาศใหม่ การจัดการไอดี และไอเสียใหม่ และตำแหน่งการวางต่างๆใหม่ เพื่อให้ได้คาแรคเตอร์ของตัวรถที่ใช้งานได้อย่างหลากหลาย สภาพเส้นทางมากขึ้น ซึ่งในคราวนี้ขอรวบรวมข้อมูลมาเพื่อเป็น พรีวิว แบบสั้นๆ ให้ใครที่กำลังสนใจในรุ่นนี้มาลองพิจารณากันดูเลยดีกว่า กับหัวข้อที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้

  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • รายละเอียดของตัวรถที่โดดเด่น
  • การขับขี่ทดสอบบนสนามทางเรียบ
  • การก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ
  • สรุป

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

ครั้งแรกที่รู้สึกว่ารถดูเล็กลง กับผมที่ความสูง 163cm น้ำหนัก 63kg

ขอบคุณภาพจาก Krittawat Chanwichien – MotoMotion

จากรายละเอียดทางเทคนิคของตัวรถ จะเห็นได้ว่า ADV150 ได้รับการออกแบบขึ้นมาเฉพาะ เพื่อเติมขีดความสามารถในการตอบสนองบนเส้นทางได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ระยะฐานล้อที่ค่อนข้างยาวสำหรับรถในพิกัด 150 cc ช่วยให้ได้เสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีขึ้น แต่ผสมด้วยการปรับมุมของล้อ และแฮนด์ที่กว้าง ซึ่งช่วยทำให้สามารถขับขี่ได้คล่องแคล่วได้ในอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนั้น ADV150 ยังได้รับการติดตั้งระบบ ESS (Emergency Stop Signal) หรือการเปิดการทำงานของไฟสัญญาณฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) อัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานขึ้นเมื่อขับขี่เร็วกว่า 50 km/hr และมีการเบรคอย่างรุนแรง

รายละเอียดของตัวรถที่โดดเด่น

บนซ้าย – กับตำแหน่งของบังลมหน้า ที่ปรับความสูงได้สองระดับ ตอบสนองกับการใช้งานทั้งการขับขี่ระยะสั้น และกลาง

บนขวา – ตำแหน่งสวิทช์แบบ Multi ที่ใช้งานได้ง่ายพร้อม Keyless ที่ไม่ต้องเสียบกุญแจ แค่พกไว้กับตัว กดปุ่มแล้วหมุนเปิดได้เลย .. ชอบ! เพราะส่วนตัวผมเองนั้นลืมกุญแจคารถไว้บ่อยมากเลยทีเดียว

ล่างซ้าย – ยางแบบกึ่งทางเรียบ ทางฝุ่น ที่ตอบสนองกับการใช้งานบนสภาพเส้นทางของบ้านเราได้อย่างดี พร้อมด้วยจากเบรคแบบคลื่นทั้งหน้า-หลัง

ล่างขวา – โช้คหลังแบบคู่จาก Showa พร้อม Subtank แยก ที่ให้การยุบตัวที่นุ่มนวล และลดภาระของความร้อนในระบบ ซึ่งทำให้การทำงานของโช้คหลังนั้นมีเสถียรภาพมากขึ้นกับทุกสภาพเส้นทาง

การขับขี่บนสนามทางเรียบ

ขอบคุณภาพจาก Krittawat Chanwichien – MotoMotion

สำหรับในคราวนี้ผมได้มีโอกาสขับขี่บน ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยของฮอนด้า (สุขา 3) ที่เรียกว่าได้รับการจัดคอร์สให้ขับขี่กันแบบ “เต็มสนาม” เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการละเล่นบนโค้ง S หรือการขับขี่แบบ Slalom (พลิกซ้าย-ขวาไปมา) อย่างต่อเนื่อง หรือจะเป็นทางอุปสรรคของแท่งปูน หิน และกรวดเล็กน้อย รวมไปถึงทางตรงเต็มความยาวพื้นที่ ก่อนที่จะใช้เบรคให้เต็มเพื่อพับรถเข้าโค้ง

ซึ่งต้องบอกว่า ด้วยพิกัดของรถขนาด 150 cc นี้ ADV150 ตอบสนองได้ “ลงตัว” แล้วหล่ะครับ อัตราเร่งจัดได้ว่าค่อนข้างดี มีการหน่วงในช่วงเปิดคันเร่งตอนต้นบ้างเล็กน้อย ซึ่งก็เหมาะสมกับการขับขี่ในแบบทางฝุ่น เพราะช่วยให้เราคุมคันเร่งในการขับขี่ได้ง่ายขึ้น

ความเร็วสูงสุด … ไม่ทราบครับ … ด้วยพื้นที่ที่จำกัด เร่งออกไปได้แค่ประมาณ 70 km/hr ก็ต้องเบรคเพื่อที่จะเข้าโค้งกลับรถแล้ว

ช่วงล่างของ ADV150 คือสื่งหนึ่งที่จัดว่าโดดเด่น เพราะระยะยุบของโช้คหน้า และหลังที่ค่อนข้างเยอะ (เมื่อเทียบกับรถในแบบ Scooter ทั่วไป) แต่ … “ไม่ย้วย” … ซึ่งตรงนี้น่าจะมาจากการใช้โช้คหลังแบบ Subtank จาก Showa ที่ช่วยให้การซับแรงนุ่มนวลขึ้น (สำหรับผู้ขับขี่น้ำหนักตัวที่ 60 – 75 kg นะครับ ถ้าที่ 85 kg มีอาการได้นิดหน่อย)

การทำงานของโช้คหน้าบนทางเรียบ ถ้าทำการเบรคหนักๆ และหักเลี้ยวทันที ช่วงหน้าจะออกอาการเหมือนเด้งๆ แถๆ ได้นิดๆ (คืนตัวเร็วไปนิดเดียว) ซึ่งตรงนี้ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสียของตัวเองหล่ะครับ แต่บนการใช้งานขับขี่ปกติ ไม่รู้สึกอะไรครับ เรียกว่าสบายเลย

ขอบคุณภาพจาก Krittawat Chanwichien – MotoMotion

อีกสิ่งที่โดดเด่นคือ การพลิกรถ หรือ เลี้ยวไปมา ที่ทำได้อย่างง่าย และให้เสถียรภาพในขณะที่เลี้ยวได้ดีมาก ตรงนี้น่าจะมีส่วนจากแฮนด์บาร์ขนาดใหญ่ กว้าง ที่ทำให้ผู้ขับขี่ใช้แรงน้อยลงในการเลี้ยว ผสานเข้ากับช่วงล่างที่ตอบสนองได้ดี ยิ่งทำให้มั่นใจที่จะเลี้ยว หรือพลิกรถไปมาได้เร็วขึ้นอีกขั้น

“เบรค” คือทีเด็ดของความมันส์ … เพราะ ABS บน ADV150 นั้นทำงานเพียง “ล้อหน้า” ซึ่งต้องบอกเลยว่า นี่คือส่วน “สนุก” และ “ปลอดภัย” เลยหล่ะครับ

เพราะการเบรคที่เหมาะสมกับการใช้งานปกตินั้น น้ำหนักเบรคหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุดในการหยุดรถ ส่วนเบรคหลังนั้นคือการประคองสมดุลของรถเป็นสำคัญ

ด้วยการวางน้ำหนักของตัวรถที่รู้สึกได้ว่าจะอยู่บริเวณกลางๆ ของตัวรถ ทำให้เราสามารถจิกเบรคหน้าให้หนัก พร้อมด้วยล็อคเบรคหลัง ให้ท้ายขวางสไลด์ ได้ !!! คือ รถ A.T. (Scooter) พิกัด 150 cc แต่สไลด์ล้อหลังเล่นได้ นี่ฉีกนิยามของรถในแบบ A.T. (Scooter) ไปเลยทีเดียว ซึ่งการควบคุมที่ทำได้ง่ายส่วนนึงมาจากแฮนด์บาร์ขนาดใหญ่เนี่ยแหล่ะครับ

การก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ

ขอบคุณภาพจาก Krittawat Chanwichien – MotoMotion

แม้ว่ากันสะเทือนหน้า อาจจะให้ความรู้สึกที่เหมือนจะ “ดีด” ได้นิดๆ เมื่อเราเบรค และเลี้ยวรถเร็วๆ แต่ตรงนี้กลับกลายเป็นข้อดีอย่างนึงเมื่อการขับขี่นั้น “ไม่ราบเรียบ” เพราะการคืนตัวที่เร็วนั้น จะทำให้ล้อหน้าสามารถตามติดในสภาพทางดิน หรือทางฝุ่น รวมไปถึงการข้ามอุปสรรค ลูกระนาด ฝาท่อ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ล้อหลังที่ไม่มี ABS น่าจะช่วยให้การขับขี่ในแบบทางดิน สนุกสนานได้เลยหล่ะครับ กลายเป็น ADV150 กลับเป็นรถที่ “น่าจะ” เล่นสนุกบนทางดินได้พอสมควรเลยทีเดียว (แต่ไม่ถึงขนาดไปโดดเนิน หรือฝ่าด่าน Enduro น้า …. (อยากสนุกกับทางดิน ถอดขาตั้งคู่ก่อนเลย)

การวางน้ำหนักของรถที่ดี ทำให้การขับขี่ในท่านั่ง และยืนสามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว ตำแหน่งของเบาะที่พอดิบดี ยังให้การขับขี่ในท่ายืนสามารถใช้ช่วงเข่าเกาะเบาะได้นิดๆ สบายๆ แต่โดยส่วนตัวผมนั้น อยากจะให้ตำแหน่งวางเท้าถอยหลังมาได้อีสักนิด จะได้เปลี่ยนทางยืน-นั่ง ได้คล่องแคล่วขึ้นอีกหน่อย แค่นั้นแหล่ะครับ

สรุป

ขอบคุณภาพจาก Krittawat Chanwichien – MotoMotion

ด้วยราคาเปิดตัวที่ 97,900 บาท กับโทนสี 3 สีคือ Advance Red, Tough Matte Black, Tough Matte Brown ที่สนนราคาสูงกว่า PCX 150 ประมาณหมื่นกว่าบาท …​แต่ต้องบอกว่า สิ่งที่ได้เพิ่มมาจาก ADV150 นั้น สำหรับผม …​คุ้มนะ

เพราะช่วงล่างใน ADV150 นั้น เหมาะสมกับท้องถนนของบ้านเรา “มาก” พร้อมด้วยโช้คหลังจาก Showa พร้อม Subtank ที่นุ่ม และตามติดสภาพเส้นทางได้ดี หรือจะเป็น ABS ล้อหน้า และแฮนด์บาร์ขนาดใหญ่ที่ทำให้ควมคุมรถได้ง่ายขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ “ตอบโจทย์” การใช้งานในชีิวิตประจำวันของเราได้อย่างดีเลยหล่ะครับ

ความสูงเบาะตามสเปคที่ 795 mm อาจจะรู้สึกว่าสูงไปสักนิดสำหรับสรีระผมที่ 163 cm … แต่เมื่อทำการขับขี่ แทบไม่รู้สึกแตกต่างจากรถ Scooter ทั่วไปหล่ะครับ ด้วยการวางน้ำหนักที่ดี และช่วงยุบของโช้คที่เยอะ ทำให้การลงตำแหน่งเท้าทำได้ง่าย และคล่องแคล่ว เรียกได้ว่า น่าจะมุดผ่านการจราจรของบ้านเราได้อย่างคล่องเลยหล่ะ


New ADV150 ราคาพิเศา 95,900 พร้อมรับรถกลับบ้านได้ทันที เฉพาะผู้ที่ซื้อรถภายในงานเปิดตัวที่ลานหน้าลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคม 2019

ทดสอบขับขี่รอบพิเศษได้ระหว่างวันที่ 2-3 พ.ย. 2019 ที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ ถนนรามคำแหง

Comments