PREVIEW : ออกไปขี่จริงกับ Triumph Trident 660 ใหม่กริบ “เบา คล่อง นุ่ม ดึง” ราคาสุดเร้าที่ 3 แสน

โดย /

หลังจากที่ช่วงปลายปีที่แล้วที่ทาง Triumph ได้ทำการปล่อย Teaser ของรถรุ่นใหม่ “ไฟกลม” กับเครื่องยนต์แบบ 3 สูบ บล็อคใหม่ขนาด 660 cc ที่ทำให้ใครหลายต่อหลายคนต้องเอะใจ กับแนวทางในการพัฒนารถในแบบร่วมสมัยจาก Triumph ในคราวนี้

ซึ่งต้องบอกว่า Triumph Trident นั้นแท้จริงแล้วเริ่มต้นกันตั้งแต่สมัยของ Triumph Engineering and BSA โดยเริ่มคลอด Trident P1 Prototype กันตั้งแต่ปี 1959 แต่มาผลิตขายจริงเอาก็ 1968 นั่นแหล่ะครับ (ร่วมกันผลิตออกมาตีแบรนด์ 2 แบรนด์คือ Triumph Trident และ BSA Rocket III) (1968-1975) ก่อนที่จะต้องยุติการผลิตลงไปจากสภาพเศรษฐกิจ

ภายหลังจากที่ Triumph ได้รับการสืบทอดกลับมาใหม่ก็มีชื่อของ Trident กลับมาอีกครั้งกับอีก 3 รุ่นย่อย คือ Trident 750, Trident 900 และ Trident Sprint 900 จนถึงราวช่วงปี 1998 นั่นแหล่ะครับ

1959 Triumph Prototype P1

“40 กว่าปี” นับจาก Trident รุ่นแรก กับในปี 2020 ที่ผ่านมา ที่ทาง Triumph ได้ดึงเอาชื่อ กลิ่นอาย อารมณ์ของการขับขี่ในแบบ Speed Triple และเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ในแบบ 3 สูบที่พัฒนามาจนสุดขีดจากการแข่งขัน Moto2 มาจับเขย่ารวมกัน ก่อนจะกลั่นกรองออกมาเป็น Triumph Trident 660 ที่ให้ความร่วมสมัย แต่แฝงไว้ด้วยขุมพลังที่พร้อมจะดึงให้ทะยานออกไปสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆได้แบบ “เร้าใจ”

ด้วยการขับขี่ที่ค่อนข้างสั้น แต่ก็ทำให้สัมผัสถึงเอกลักษณ์การขับขี่ของ Triumph ได้แบบครบบนการใช้งานของถนน ทั้งการฝ่าการจราจร และการทำความเร็ว เลยจะขอรวบรวมออกมาเป็นพรีวิวสั้นๆ ให้กับเพื่อนๆออกมาเป็นหัวข้อตามนี้เลยครับ​

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่บนท้องถนน
  5. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป


[บนซ้าย] แสดงการเชื่อมต่อกับ GoPro และควบคุมการทำงานได้ผ่านสวิทช์ที่แฮนด์
[บนขวา] ข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถเลื่อน และเลือกได้ตามที่ต้องการ
[ล่างซ้าย] สวิทช์ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าถึงได้โดยง่าย
[ล่างขวา] รูปทรง “ไฟกลม” ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างนึงของ Trident ที่สืบลงมาให้กับ Trident 660 คันนี้

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

สำหรับผมสเปคของตัวรถยังไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เพราะเจ้าแรงบิดที่ “ราบเรียบ” ที่ทำให้ 90% ของแรงบิดทั้งหมดมาตั้งแต่ 3,600 rpm นั้น … “น่าสนใจกว่าเยอะ” เพราะนี่หมายความว่า ในทุกย่านรอบของการใช้งานนั้น “พร้อมดึง” ยิ่งในย่านรอบ 6000-8000 rpm นี่ “หนักแน่”

สัดส่วนคน และรถ

“สบาย” กับตำแหน่งเบาะที่ต่ำเพียง 805 mm สำหรับผมที่สัดส่วนในแนวตั้งฉากกับพื้น (สูง) ที่ 163 cm กับน้ำหนัก 62 kg ลงได้กลางเท้าแบบ ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลยหล่ะครับ

รวมกับการวางน้ำหนักของตัวรถที่ดีมาก การยกรถขึ้นตั้งตรงทำได้แบบง่าย แบบไม่ต้องใช้แรงอะไร น้ำหนักตัวของรถเพียง 189 kg ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาเลยหล่ะครับสำหรับรถในพิกัดนี้ ผ่านไปหล่ะหนึ่ง “สบาย” สำหรับชาวเสมิร์ฟตัวสั้น ขาสั้นแบบผม …

การขับขี่บนท้องถนน

หลังจากที่สัมผัสกับความสบายในการตั้งรถขึ้นตรง ผมก็เริ่ม กำคลัช สตาร์ทเครื่อง พร้อมเข้าเกียร์ 1 ก่อนจะปล่อยคลัชออกเบาๆ ให้กำลังของรถค่อยๆพาเดินหน้าไป ก็สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือ “ความนุ่มนวล” ของเครื่องยนต์ ที่ส่งแรงบิดออกมาได้อย่างคงที่

การเปิด-ปิด คันเร่งบนเกียร์ 1 ทำได้เนียนมือมากเลยหล่ะครับ อาการสะอึกหรือสั่น ที่เราเจอได้บนเกียร์ 1 แทบไม่มีเลยกับเครื่องยนต์แบบ 3 สูบขนาด 660 cc ของ Triumph ตัวนี้

ออกตัวมาได้ ส่งเกียร์ 2 ต่อเกียร์ขึ้นไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้ผมรู้สึก “ประทับใจ” ได้เลยกับความนุ่มนวลของ Trident ที่โดดเด่นมาก ด้วยแรงบิดที่ส่งมาแบบแทบจะราบเรียบตั้งแต่รอบต่ำ มีแรงบิดให้ใช้ตลอดในทุกย่านรอบการทำงานของเครื่องยนต์ คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของการขับขี่ Triumph อย่างเต็มเปี่ยม

การวางมุมล้อ และระยะฐานล้อที่ลงตัวในแบบของ Triumph ให้การขับขี่ที่ “คล่องตัว” มาก แต่ยังคงไว้ซึ่งเสถียรภาพของรถในขณะเลี้ยวที่ดี ไม่ออกอาการสั่นหรือส่ายที่ล้อหน้าอะไรให้รู้สึกเสียว

แต่ถ้า “เปิดคันเร่งหนักๆ” หล่ะก็ … พร้อมดึงเลยหล่ะครับ ซึ่ง Traction Control ก็จะช่วยประคองแรงบิดของล้อหลักให้ยังคงส่งลงที่พื้นได้อย่างดี แต่ถ้าปิดหล่ะก็ … มาเต็ม

โหมดของตัวรถมี 2 โหมดด้วยกันคือ Road / Rain ซึ่งสำหรับโหมด Rain นั้นจะมีการหน่วงคันเร่งเล็กน้อยให้ตอบสนองน้อยลงนิดนึง แต่ยังคงการทำงานบนรอบสูงที่ให้แรงบิดเนียนมืออยู่เช่นเดิม

ช่วงล่างมาตรฐานออกจะกระด้างไปซักนิดสำหรับน้ำหนักตัวผมที่ 62 kg ซึ่งปรับตั้ง preload ซักนิด และปรับลมยางซักหน่อยหล่ะก็ สบายแน่นอนบอกเลย

สรุป

Triumph Trident 660 โดดเด่นด้วยการผสานกลิ่นอายของ Trident (ไฟกลม) และการออกแบบเส้นสาย และอารมณ์ของการขับขี่ที่ทำให้ผมรู้สึกถึงพี่ใหญ่ Speed Triple 1050 ซะมากกว่า Street Triple 765 ซะด้วยซ้ำ

การควบคุมรถที่ได้สมดุล และเสถียรภาพที่ดีในแบบฉบับของ Triumph ทำให้การขับขี่ทำได้อย่างง่ายมาก แทบไม่ต้องใช้แรงอะไร ซึ่งทำให้ Triumph Trident 660 คันนี้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่อยากจะเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ ก็สามารถเริ่มต้นกับ Trident 660 คันนี้ได้ หรือจะเป็นมือเก่าประสบการณ์สูงทั้งหลาย ก็สามารถโลดแล่น และสนุกไปกับการพารถที่ “เป็นหนึ่งเดียว” กับผู้ขับขี่ คันนี้ ออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆได้ตลอดเวลาเลยเช่นกัน

แม้ว่าอุปกรณ์มาตรฐานของตัวรถ อาจจะไม่ได้ดูโดดเด่นอะไร (นอกจากเครื่องยนต์ที่โดดเด่นมาก) แต่ต้องบอกว่าทุกอย่างที่ใส่มากับ Trident 660 คันนี้นั้น “ลงตัว” จากเครื่องยนต์ที่ให้พลังที่เหมาะสม แรงบิดที่คุมได้ง่าย ช่วงล่างที่ดีพอกับการขับขี่ใช้งานบนท้องถนน ระบบเบรคที่เชื่อถือได้ และระบบความปลอดภัยอย่าง ABS / Traction Control ที่เสริมเข้ามา

ทั้งหมดนี้ทำให้ Triumph Trident 660 กับราคา 309,000 บาท เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับรถพิกัดกลางในท้องตลาดตอนนี้เลยหล่ะครับ

4 สีมาตรฐานสำหรับ Trident 660. (1) Silver Ice & Diablo Red (2) Matte Jet Black & Matte Silver Ice (3) Crystal White (4) Sapphire Black

Comments