Review : รีวิว Triumph Bobber การผสานของคำว่า “ดิบ เถื่อน ลงตัว” แต่อย่าเชื่อ ถ้ายังไม่ได้สัมผัส

โดย /


Triumph Bonneville “The Brutal Beauty” Bobber

“Bobber” แท้จริงแล้วนับได้ว่าเป็นการตกแต่ง มอเตอร์ไซค์ที่เริ่มพบเห็นได้ตั้งแต่ในช่วงปี 1930-1990 โดยเริ่มต้นเรียกกันว่า “Bob-Job” (อย่าอ่านผิด !!) ซึ่งเป็นลักษณะของการตกแต่งมอเตอร์ไซค์แบบนึงที่ “ตัดทุกอย่าง” ที่ไม่จำเป็นออกไปรวมไปถึงพาร์ทตกแต่งต่างๆ เช่นบังโคลนหน้า บังโคลนท้ายเองก็มักจะถูกตัดให้สั้น รวมไปถึงเบาะ หรือการตกแต่งต่างๆ ที่ให้ลักษณะของรถที่ “ดิบ” และมีเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ก่อนจะเติบโตมาต่อเนื่องจนช่วงยุคปี 1990

Triumph Bobber เองจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ร่วมกันกับ Bonneville T120 ที่ทรงพลังขนาด 1200 cc แบบ High Torque มาปรับแต่งให้ได้อารมณ์ “เถื่อน” เต็มที่กับคาแรคเตอร์ความดิบในแบบฉบับของ Bobber พร้อมด้วยการออกแบบเฟรมใหม่ ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน “อย่างลงตัว”

ซึ่งในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ Triumph Motorcycles ที่ให้เกียรติกับผมได้เป็นส่วนนึงในการขับขี่งานศิลป์ของการ Custom รถมอเตอร์ไซค์คันนึงจาก Triumph ที่ผสมผสานกับศาสตร์ของการขับขี่อย่างลงตัว เช่น Triumph Bobber คันนี้ โดยเส้นทางในครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไม่ใกล้ ไม่ไกลนัก โดยเริ่มต้นจาก กรุงเทพ ไปถึงเขาใหญ่ เพื่อให้ได้พา Bobber ไปสัมผัสกับทุกอารมณ์ของการขับขี่บนถนนหนทางของบ้านเราอย่างแท้จริง

เพื่อความกระชับในรีวิวนี้จะแบ่งออกเป็นหัวข้อหลักๆตามนี้เลย

  1. รูปลักษณ์ทั่วไป
  2. รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  3. สัดส่วนคน และรถ
  4. การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  5. อัตราสิ้นเปลือง
  6. ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อสังเกต
  7. สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป


Bobber คันนี้นับได้ว่าเป็นรถที่ได้รับการตกแต่งออกมาจากโรงงาน ที่มาพร้อมจุดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งแบบมาคนเดียว แฮนด์บาร์ที่กว้าง ล้อแบบซี่ลวด พร้อมยางหลังขนาดใหญ่ และที่ขาดไม่ได้คือ รูปลักษณ์ในแบบ Hard tail (หลังแข็ง) ที่ซุกซ่อนเอากันสะเทือนหลังแบบเดี่ยว (รูปบนซ้าย) วางซ่อนไว้ด้านใน รวมไปถึงตัวเบาะยังสามารถปรับตำแหน่งให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ได้อีกขั้นนึง (ใกล้/ไกล หรือขึ้น/ลง จากตัวถังน้ำมัน)

Bobber มาพร้อมกับเส้นสายของท่อไอเสียที่เดินคู่ออกทั้งสองด้าน ให้ความลงตัวในทุกมิติ พร้อมด้วยแคทตาไลติก ที่ซ่อนไว้ใต้เครื่องยนต์แบบเนียนๆ ก่อนจะออกที่ปลายท่อไอเสียทรง Peashooter ที่ให้ซุ่มเสียงที่ “เร้าใจ” ทุกครั้งที่เปิดคันเร่ง

ประกับไฟทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ให้การจัดวางที่เรียบง่าย (มีแค่นี้เลยจริงๆ) แต่เดี๋ยวก่อนเพราะในความเรียบง่ายของประกับไฟ และเรือนไมล์เล็กๆนั้น “ยัดแน่น”​ ด้วยมาตรวัดที่หลากหลาย โดยเข้าถึงได้ด้วยปุ่ม “i” เพียงปุ่มเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าคิดอะไรไม่ออกนึกถึง “i” ไว้ก่อนเลย

โดยหน้าจอ LCD เล็กๆนี้สามารถแสดงข้อมูลของ ระยะทางที่วิ่งมา, ตำแหน่งเกียร์, มาตรวัดน้ำมัน, ระยะทางที่วิ่งได้ต่อน้ำมันที่เหลืออยู่, ไฟเตือนบอกระยะเข้าเซอร์วิส, นาฬิกา, Trip A/B, อัตราสิ้นเปลือง, ไฟแสดงสถานะของ Traction Control พร้อมด้วยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอย่าง Cruise control และ heated grip

ส่วนประกับไฟทางด้านขวามากับปุ่มควบคุมโหมดของตัวรถซึ่งมากับโหมดการขับขี่ 2 โหมดด้วยกันคือ Rain และ Road ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกการตอบสนองที่เหมาะสมกับสภาพถนนได้ตามต้องการ

 

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

ตำแหน่งของเบ้ากุญแจอยู่ตรงนี้น้า

พื้นฐานเครื่องยนต์ของ Triumph Bobber นั้นยกมาจากตัว T120 ซึ่งเป็นเครื่องขนาด 1200cc แบบ High Torque ที่ให้แรงบิดที่จัดจ้าน พร้อมด้วยการปรับแต่งให้ได้แรงบิดที่มากขึ้นอีกขั้นนึง ซึ่งให้อารมณ์ของรถในแนว Bobber อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยการขยายระยะเซอร์วิสออกไปถึง 16,000 km ที่ทำให้ลดค่าบำรุงรักษาไปได้อีกมากเลยทีเดียว

สัดส่วนคน และรถ


นับได้ว่าคงมีรถมอเตอร์ไซค์เพียงไม่กี่คันที่ผมเอง ผู้มากับสรีระ 163 cm ในแนวตั้ง สามารถใช้ขาทั้งสองข้าง ลงได้แบบ “เต็มเท้า” สบายๆ (เรียกว่า ความรู้สึกแบบนี้สินะการลงเต็มเท้าที่ไม่ได้สัมผัสมานาน) สบายๆเลยหล่ะครับ ใครที่สูงกว่านี้บอกเลย “เก้งก้าง” !!! (ทีใครทีมัน บอกเลย)

ทั้งนี้ตัวเบาะสามารถปรับให้เหมาะสมกับสรีระได้อีกขั้นนึงนะครับแต่สำหรับผมนั้นเหรอ ต่ำสุดใกล้สุดเลยจัดไป !

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #การจราจรที่แสนติดขัด

ด้วยเส้นทางที่ได้มีโอกาสขับขี่ Bobber คันนี้ทำให้ผมเองได้พาเค้า “ฝ่า”​ การจราจรที่แสนติดขัดของเส้นวิภาวดี-รังสิตในช่วงเย็น ให้ได้โยก ได้หลบ ได้จอดนิ่ง สลับคลานกันไปเรื่อยๆตามจังหวะของการจราจร ซึ่งก็ทำให้ได้ใช้ “ความคล่องตัว” ของ Bobber อย่างเต็มที่

แม้ว่า Triumph Bobber จะมากับน้ำหนักตัวถึง 228 kg พร้อมด้วยการจัดวางน้ำหนักที่ให้ศูนย์ถ่วงต่ำ แต่ด้วยการออกแบบของระยะฐานล้อ ตำแหน่งแฮนด์ และองศาของโช้คหน้าที่ลงตัว ทำให้การขับขี่ฝ่าการจราจรทำได้อย่างคล่องแคล่วเลยทีเดียว จะมีติดขัดได้นิดหน่อยด้วยตำแหน่งของตัวกระจกปลายแฮนด์เอง แต่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรครับ ด้วยตัวรถที่มีเบาะนั่งต่ำ ทำให้ผมเองก็โยกรถหลบไปมาได้แบบสบายๆเลยทีเดียว

สิ่งนึงที่ทำให้แปลกใจคือการวางน้ำหนัก และการขับขี่ รวมไปถึงการ “เบรค” อย่างหนักของ Triumph Bobber คันนี้ เพราะด้วยรูปลักษณ์ของตัวรถที่น่าจะใช้เบรคหน้าได้น้อย แต่ในความเป็นจริงนั้น “ผิดคาด” เพราะการลงน้ำหนักเบรคแบบเต็มๆทั้งหลัง-หน้า ตัวรถให้เสถียรภาพที่ดี และมีการยุบของช่วงล่างทั้งหน้า-หลัง ที่สัมพันธ์กันอย่างพอดีสำหรับสรีระผมที่น้ำหนัก 65 kg เรียกได้ว่าไม่ต่างจากรถถนนทั่วไปเลยหล่ะครับ ขัดกับรูปลักษณ์ของรถ Custom ไปเลยทีเดียว

ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่ค่อนข้างต่ำแม้กระทั่งผมเองที่ 163 cm ยังสามารถลงเท้าได้เต็มๆ ซึ่งหมายความว่าทัศนวิสัยของผู้ขับขี่จะไม่ได้อยู่สูง และมองเห็นได้ไกลแบบรถที่ตำแหน่งเบาะสูงปกตินะครับ ยิ่งมากับอัตราเร่งขนาดนี้ … มองเผื่อทุกครั้งน้าก่อนจะเปิดคันเร่งออกไป ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับเส้นทาง การจราจร และทัศนวิสัยกันด้วยน้า

ขุมพลังขนาด 1200 cc ที่ส่งแรงบิดออกมาตั้งแต่รอบต่ำๆ ทำให้การเปิด-ปิดคันเร่งตามจังหวะของการจราจรทำได้ง่าย เรียกว่าเปิดเพื่อเร่ง ปิดเพื่อชะลอได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการใช้เบรคมากเกินไป

โหมดที่แนะนำ
Road สำหรับการใช้งานทั่วไป
Rain สำหรับช่วงฝนตก หรือถนนลื่น
Traction Control เปิดไว้เถอะครับ แรงบิดขนาดนี้ช่วยได้เยอะเลย

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #ทางโค้ง ทางเขา

แม้ว่าด้วยรูปลักษณ์ของ Triumph Bobber จะดูเหมือนเข้าโค้งได้น้อย (แบนได้น้อย) แต่จริงๆแล้วก็เหลือเฟือแล้วหล่ะครับ สำหรับการใช้งานทั่วไป ถ้าไม่ได้ไปเข้าโค้งแบบสนามแข่งที่ไหน ด้วยตำแหน่งของพักเท้าที่ยกขึ้นมาค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับรถในลักษณะนี้

แม้ว่าแรงบิดที่ส่งมาจะหนักแน่น แต่ยังคงให้การตอบสนองที่นุ่มนวล และพอกับการใช้งานในการขึ้นลงทางเขาทางชันต่างๆ การเดินคันเร่งที่เกียร์ 1-2 แทบไม่มีอาการกระชาก หรือปั่นล้อทิ้งให้ผู้ขับขี่เหวอ หรือถ้าเปิดคันเร่งเยอะเกินไป Traction Control ยังช่วยรักษาอาการปั่นของรถได้ค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว

หรือจะเป็นการเข้าโค้งต่อเนื่องให้เราได้แบนรถเข้าไปเรื่อยๆ ก็ยังคงให้เสถียรภาพที่ดี แม้กระทั่งพักเท้า และคอท่อไอเสียแอบไปสัมผัส (ขูด) กับพื้นถนนเบาๆแล้วก็ตาม ตัวรถยังคงไม่มีอาการอะไร ตามติดกับถนน และเส้นทางไปได้แบบไม่เสียอาการ เรียกได้ว่าเป็นรถคันนึงที่ทำให้ผมเองสบายใจ และมั่นใจกับการขับขี่ที่มาพร้อมเสถียรภาพที่ลงตัวมากคันนึง

คลัทช์แบบ Torque-Assist Clutch ให้สัมผัสที่นุ่มมือ และช่วยรักษาอาการดิ้น เมื่อเราลงเกียร์หนักๆต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี การพลิกรถเข้าโค้งต่อเนื่องซ้าย-ขวา ทำได้ง่ายจนน่าแปลกใจคือใช้การกดพักเท้า หรือ Counter steering (ผลักแฮนด์ด้านตรงข้ามกับทิศทางที่จะเลี้ยว) ก็เพียงพอแล้วที่พา Bobber คันนี้พลิกโค้งต่อเนื่องไปได้อย่างง่ายดาย

โหมดที่แนะนำ
Road สำหรับการใช้งานทั่วไป
Rain สำหรับช่วงฝนตก หรือถนนลื่น
Traction Control เปิดไว้เถอะครับ แรงบิดขนาดนี้ช่วยได้เยอะเลย

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #เส้นทางหลัก

บนสภาพเส้นทางหลักกับการเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้นที่ 100-120 km/hr นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ “อิ่มเอม” ไปกับ Triumph Bobber ได้เป็นอย่างดี อารมณ์ของการขับขี่ “มาเต็ม” เสถียรภาพของรถบนเส้นทางหลักที่โดดเด่น แรงบิดที่ส่งออกมาชวนให้รู้สึกสนุกทุกครั้งที่เริ่มเร่งแซง หรือเปิดคันเร่งออกไป

ช่วงล่างที่มากับการตั้งค่ามาตรฐาน ให้การตอบสนองกับสภาพเส้นทางหลักได้เป็นอย่างดี ให้การตามติดของช่วงล่างกับสภาพถนนต่างๆได้อย่างลงตัว จะมีบ้างก็เวลาเจอคอสะพานชันของบ้านเราเนี่ยแหล่ะครับ กระเด้ง กระดอน ได้เหมือนกันน้าาา แต่ๆๆ เสถียรภาพของรถที่ดีมาก ทำให้แทบไม่มีอาการสะบัดส่งมาถึงผู้ขับขี่ ถึงมีก็น้อยมากๆ แม้ว่าจะเผลอทะยานขึ้นคอสะพานไปบ้างก็ตาม (เรียกว่า ลอย !)

ลมแรงมั้ย? คือรถในลักษณะที่ท่านั่งต่ำ พร้อมเรือนไมล์อยู่ต่ำแบบนี้ “แรงครับ”​ แหม่ ไม่ต่างจากรถ Naked ทั่วไปเท่าไหร่เลยหล่ะ ใช้ความเร็วเดินทางที่เหมาะสม ขับขี่ชมวิวทิวทัศน์ และเสพย์กับอารมณ์ของการขับขี่ที่ส่งออกมาจาก Triumph Bobber คันนี้กันดีกว่า

โหมดที่แนะนำ
Road สำหรับการใช้งานทั่วไป
Traction Control เปิดไว้เถอะครับ แรงบิดขนาดนี้ช่วยได้เยอะเลย

อัตราสิ้นเปลือง

สำหรับมอเตอร์ไซค์จาก Triumph แทบทุกคันที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสมานั้น ต้องบอกว่าเป็นแบรนด์นึงที่ทำรถมอเตอร์ไซค์ได้ “ประหยัด” และใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่าที่คาดไว้แทบทุกรุ่นเลยทีเดียว สำหรับ Bobber เองก็เป็น 1 ในทั้งหมดนั้น โดยทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยสำหรับน้ำมันทั้ง 2 ถังที่ได้จับไว้อยู่ที่ 20.71 km/litre เลยทีเดียว สำหรับเครื่องยนต์ในพิกัดขนาด 1200 cc ที่บรรจุลงมาบน Triumph Bobber คันนี้

 

ข้อดี / ข้อเสีย / ข้อสังเกต

ข้อดี

  • Custom จบจากโรงงาน ที่มาพร้อมคาแรคเตอร์ในการขับขี่ที่ลงตัวจาก Triumph
  • ล้อแบบซี่ลวดที่นอกจากเสริมลุคให้กับตัวรถแล้ว ยังช่วงผ่อนภาระในการซับแรงให้กับช่วงล่าง ที่มีระยะยุบน้อยได้อีกขั้น
  • การออกแบบที่เรียบง่าย แต่ซุกซ่อนอุปกรณ์ภายในต่างๆอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นช่วงท้ายแบบ Hard tail ที่ซ่อนโช้คหลังไว้เนียนๆ หรือจะเป็นหม้อน้ำบางๆที่หลบอยู่ขนานไปกับเฟรม รวมไปถึงแคทตาไลติกที่วางกลางหลบใต้ท้องรถพอดิบพอดี
  • เบาะนั่งปรับตำแหน่งให้เหมาะสมกับสรีระผู้ขับขี่ได้หลากหลาย
  • มาพร้อม Traction Control และ ABS ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ให้กับผู้ขับขี่ได้อีกขั้น
  • รายละเอียดต่างๆของตัวรถที่ลงตัว เช่นการเสริมขาพักเท้าให้มีเดือยยื่นยาวออกมาทำให้เตะขาตั้งได้ง่ายขึ้น
  • ประหยัดน้ำมัน แม้ว่าจะมากับถังน้ำมันขนาดเล็กเพียง 9.1 litre แต่ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ทำได้ถึง 20 km/litre ก็นับได้ว่าใช้งานเดินทางได้สบายๆเลยทีเดียว

ข้อเสีย / ข้อสังเกต

  • แรงบิดที่รุนแรง ต้องมาพร้อมกับการใช้งานคลัทช์ที่เหมาะสมนะครับ ถ้าใครไปเลีย หรือเล่นกับคลัทช์มากๆหล่ะก็ …​ มีอาการได้ง่ายๆเลยหล่ะ เกิดไหม้ หรือลื่นขึ้นมา แล้วจะหาว่าไม่เตือนน้า
  • มาคนเดียว เบาะคนซ้อนถ้าติดต้องเสริมช่วงบังโคลนหลังซึ่งบอกเลยว่า ไม่สบาย และอันตรายแน่ๆ
  • ด้วยแรงบิดที่ส่งมาหนักๆ ให้อาการสะเทือนมาได้บ้างจนถึงกระจกมองข้างที่สั่นๆได้นิดหน่อย แต่นับว่าน้อยมากแล้วหล่ะครับ สำหรับความจุขนาดนี้
  • ค่าลมยางมาตรฐานสำหรับน้ำหนักตัวผมรู้สึกจะมากไปนิดนึง ช่วงเข้าโค้งลึกๆต่อเนื่องอาจจะมีอาการเหมือนกำลังจะลื่นได้นิดๆ ทั้งนี้หลังจากลดลมยางลงทั้งหน้า และหลังประมาณ 4 psi รู้สึกมั่นใจขึ้นนะครับ

น่าจะเหมาะกับ

Triumph Bobber คันนี้น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่หลงใหลในรูปลักษณ์ของรถในแนว Bobber ที่โดดเด่น บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างลงตัวได้เป็นอย่างดี
  • แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นรถที่ขับขี่หล่อๆ แต่จริงๆแล้ว Bobber ผสานการขับขี่ที่ ครอบคลุม ได้ทุกรูปแบบของการใช้งานบนทางเรียบของบ้านเรา
  • ขับขี่ในช่วงวันหยุด ใกล้ๆ ในเมือง Bobber คันนี้โดดเด่นมากเลยทีเดียวสำหรับการบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้ขับขี่

สรุป


Triumph Bobber เรียกเสียงฮือฮาได้จากการเปิดตัวจริงกันภายในงาน EICMA 2016 ที่ผ่านมา ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ผสานกับเทคโนโลยีต่างๆที่ซุกซ่อนมาอย่างลงตัว กับพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 1200 CC จาก T120 ที่ได้รับการปรับแต่งให้ได้คาแรคเตอร์ของ Bobber มากขึ้นมากับแรงบิดที่ส่งออกมาเต็มตั้งแต่รอบต่ำ ให้การตอบสนองในการขับขี่ที่ ดุดัน และสนุกสนานกับการเปิดคันเร่งมากขึ้น แต่ยังคงการขับขี่ที่นุ่มนวลตามสไตล์ของ Triumph ไว้อย่างครบครัน

มิติ และเส้นสายต่างๆของตัวรถให้ความรู้สึกที่ลงตัว พร้อมด้วยช่วงท้ายที่ให้ภาพของ Hard tail แต่ซ่อนด้วยกันสะเทือนไว้ด้านล่างเบาะของผู้ขับขี่อย่างแนบเนียน ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงสุนทรีภาพในการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ผสานด้วยซุ้มเสียงของท่อที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะสำหรับ Bobber ให้อารมณ์ของความดุดันที่ชัดเจนมากขึ้นไปอีกขั้น

การขับขี่ไปบน Bobber คันนี้นับได้ว่าทำได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยสรีระของตัวรถที่ให้ศูนย์ถ่วงต่ำ และท่านั่งในแบบเกือบๆจะ Cruiser แต่ยังคงให้การตอบสนองกับเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างคล่องแคล่วมากเลยทีเดียว การพลิกรถเข้าโค้งต่อเนื่องทำได้ค่อนข้างง่าย และให้เสถียรภาพของการเดินคันเร่งในโค้งที่ดี

การเดินทางบนเส้นทางหลักยืนพื้นที่ความเร็ว 100-120 km/hr สลับกับการเร่งแซงในบางจังหวะทำได้แบบสบายๆ ด้วยกำลัง และแรงบิดที่พร้อมจะส่งให้ Bobber ทะยานออกไปได้แทบทุกช่วงรอบของการขับขี่อย่างง่ายดาย และยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอย่าง Traction Control และ ABS ที่ใช้งานได้จริง และเหมาะสมกับ Bobber คันนี้

Torque Assists Clutch บน Triumph Bobber ให้การใช้งานที่นุ่มมือ และลดอาการปั่นล้อหลังไม่สัมพันธ์กันเวลาลดเกียร์เร็วๆ (ล้อหลังล็อค) ได้เป็นอย่างดีซึ่งจะรู้สึกได้ถึงอาการดีดที่ปลายคลัทช์เบาๆเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม “แรงบิด” ที่ปรับมาของรถแบบหนักๆ “ต้องใช้คลัทช์ให้เหมาะสมกับรอบนะครับ” ถ้าใครรีดคลัทช์เปิดคันเร่งแรงๆหล่ะ … นิดเดียวไหม้แน่นอน!

โดยรวมแล้ว Triumph สร้าง Bobber คันนี้ออกมาได้ในแบบที่ผมเรียกว่า “ดิบ” จากการออกแบบของตัวรถ “เถื่อน” ด้วยขุมพลังที่ล้นเหลือพร้อมทะยาน แต่คงไว้ซึ่งความ “ลงตัว” ของการขับขี่ในแบบฉบับของ Triumph อย่างครบถ้วน

Triumph Bonneville Bobber ราคาอยู่ที่ 570,000 บาท โดยสามารถสอบถามสาขา และโปรโมชั่นโดนๆได้ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านทั้ง 11 สาขาทั่วประเทศ หรือติดต่อได้ที่ Fanpage Triumph Motorcycles Thailand 

>>https://www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand<<

triumphThailandOfficialPage

ขอบคุณทุกการสนับสนุนจาก

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ

facebook : https://www.facebook.com/40garage

dirtshop

ขอขอบคุณ Dirtshop ที่เอื้อเฟื้อรองเท้า XPD ให้เราใช้ในการเดินทางจริง !

SpidiLogo

ติดตามกับผลิตภัณท์คุณภาพจาก Spidi Official Thailand ได้ที่นี่เลย

2017-02-17_13h43_56

 

 

Comments