
“The Urban Sport Bonneville”
ด้วยระยะเวลาร่วม 50 ปีที่รถมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบนึง ที่มาเต็มด้วยเอกลักษณ์ของการตกแต่งเพื่อการทำความเร็ว ขับขี่แข่งขันบนท้องถนน ของเหล่าวัยรุ่นในประเทศอังกฤษ ที่เสริมสร้าง ดัดแปลง และถอดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกจนกลายเป็นรถที่เรียกกันว่า “Cafe Racer”
Triumph Street Cup เองก็จัดได้ว่าเป็นรถคันนึงที่ได้รับการตกแต่งออกมาในรูปแบบเดียวกัน และสืบทอดลักษณะของความ “ซิ่ง” มาจาก Thruxton R อย่างลงตัว แต่ด้วยขนาดที่ย่อมเยาว์พร้อมด้วยท่านั่งที่สบายขึ้น ผสานด้วยกำลังของเครื่องยนต์ขนาด 900 cc ที่รวมแล้วทำให้ Street Cup คันนี้มีความเป็นมิตรมากขึ้น
สำหรับ Triumph Street Cup นั้น ทาง Triumph จะเรียกการตกแต่งในรูปแบบ “ซิ่ง” นี้ว่า “Street Racer” เพื่อให้ชัดเจนกับ Cafe Racer ที่ใช้ใน Thruxton ซึ่ง Street Cup นั้นมากับสโลแกนง่ายๆว่า รถคลาสสิคในแบบสปอร์ต เพื่อการขับขี่ในเมือง
ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งนึงที่ผมต้องขอขอบคุณทาง Triumph Motorcycles Thailand และ Triumph Phitsanulok ที่ให้เกียรติกับผมได้มีโอกาสขับขี่ เดินทาง และร่วมสนุกไปกับ Triumph Street Cup คันนี้ กับเส้นทางการเดินทางที่โอบล้อด้วยขุนเขา และอากาศเย็นๆของช่วงเดือนมกราคม ที่ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราของเพื่อนๆที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้อย่างคับคั่ง
Triumph Street Cup จัดได้ว่าเป็นรถ Classic รุ่นเล็กที่มุ่งเน้นให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งทะยอยไล่เรียงเปิดตัวมาแล้วหลายรุ่นด้วยกัน
- Triumph Street Twin >>รีวิว<<
- Triumph Bonneville T100 / T100 Black >>รีวิว<<
- Triumph Street Cup
- และเร็วๆนี้กับ Triumph Street Scrambler
เช่นเคยเพื่อความกระชับของเนื้อหาขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้เลยนะครับ
- Triumph พิษณุโลก
- รูปลักษณ์ทั่วไป
- รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
- สัดส่วนคน และรถ
- การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
- อัตราสิ้นเปลือง
- ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อสังเกต
- น่าจะเหมาะกับ
- สรุป
Triumph พิษณุโลก

ออกเดินทางด้วย T100 ก่อนจะกลับด้วย Street Cup แหม่ครบเลยทีเดียว !!
ในคราวนี้หลังจากงัวเงียกับการเดินทางมาในช่วงเช้าตรู เราก็ได้ออกเดินทางขับขี่ไปบน Triumph Bonneville T100 กันจากศูนย์ Triumph พิษณุโลก ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งตัวได้ประมาณ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นศูนย์บริการครบวงจร “แห่งที่ 2” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ต่อจากแห่งแรกคือ Triumph บางนา
สำหรับศูนย์ Triumph พิษณุโลก นับได้ว่าเป็นเขตภาคเหนือตอนล่าง ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพ – เชียงใหม่ ที่พร้อมเซอร์วิสรถให้กับเพื่อนๆที่เดินทางผ่านมาได้ด้วยอะไหล่ที่มีสำรองอย่าง “ครบครัน” หรือใครผ่านมาก็แวะเวียนมานั่งดื่มกาแฟกลางทางกันได้สบายๆภายในศูนย์เลยเช่นกัน !

ซึ่งพื้นที่หลักจะแบ่งออกเป็น ส่วนขาย ส่วนอุปกรณ์ตกแต่ง ส่วนเครื่องแต่งกาย และส่วนซ่อมบำรุง
รูปลักษณ์ทั่วไป

Street Cup มากับบังลมหน้าสีเหลืองสดใส ขนาดย่อมๆ ที่บอกเลยว่าจัดการลมได้ดีเกินกว่าที่คาดไว้พอสมควร กับการใช้งานที่ความเร็ว 100-120 km/hr ด้วยท่านั่งที่ก้มนิดๆ ชิวบังลมหน้าขนาดเล็กๆเนี่ยแหล่ะครับ ช่วยได้เยอะเลยทีเดียว
[ปะกับไฟทางซ้าย] มีเพียง 4 ปุ่มจบ
- สัญญาณไฟสูง / pass
- ปุ่ม “i” มหัศจรรย์ที่ใช้ในการเข้าถึงทุกอย่าง
- สัญญาณไฟเลี้ยว
- สัญญาณแตร
[ปะกับไฟทางขวา] มากับ 2 ปุ่มจบ
- ปุ่ม Off-Run และ สตาร์ทเครื่องยนต์
- สัญญาณไฟ hazard หรือไฟผ่าหมาก

บั้นทายที่มีเส้นสายความโค้งมนรับกับมิติของตัวรถโดยรวม พร้อมด้วยไฟท้ายแบบ LED สว่างชัดเจน พร้อมด้วยท่อไอเสียขนาดกระทัดรัด ที่ลงตัว และซ่อนแคทตาไลติกไว้ใต้ท้องรถอย่างแนบเนียน
[ล่างซ้าย] Triumph Bonneville “ทุกรุ่น” จะมากับ ปลั๊กชาร์จ USB บริเวณใต้เบาะนะครับ เข้าถึงยากนิดนึงแต่ก็ใช้ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆระหว่างการเดินทางได้จริง

Street Cup เสริมความซิ่งให้กับตัวเองด้วยครอบท้ายเบาะด้วยสีโทนเดียวกับตัวรถเพื่อเสริมคาแรคเตอร์ของ “รถซิ่ง” แต่เดี๋ยวก่อน ครอบท้ายชิ้นนี้ถอดออกได้นะคับ โดยใช้หกเหลี่ยมขันน็อตออก 2 ตัว ก็เรียบร้อย ใต้ครอบเบาะจะเป็นเบาะนั่งนุ่มๆ ที่สำคัญมากับพักเท้าคนซ้อน เรียกว่าพร้อมพาคนซ้อนกลับได้เลย (แหม่ !)
*ในรุ่น Thruxton R มากับครอบเบาะเช่นกัน แต่จะไม่มีพักเท้าคนซ้อนติดมาให้นะครับ ต้องติดเพิ่มแยกต่างหาก
รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ


Tips: Triumph Bonneville ในพิกัด 900 cc นอกไปจากท่านั่งที่แตกต่างกัน ก็จะมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่แตกต่างกันออกไปอีกเล็กน้อยตามนี้เลย

สัดส่วนคน และรถ

กับผมเองผู้ขับขี่คนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงที่สัดส่วน 163 cm นำ้หนัก 65 kg ลงได้ประมาณครึ่งเท้า สบายๆครับ การวางน้ำหนักตัวดี แถมด้วยน้ำหนักรถที่ค่อนข้างเบาคือมีน้ำหนักแห้งที่ 200 kg ทั้งหมดนี้ทำให้การยกรถตั้งตรงทำได้ค่อนข้างง่าย ผู้ขับขี่ที่สรีระประมาณผมน่าจะมั่นใจกับการขับขี่ไปบน Street Cup คันนี้ได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนผู้ขับขี่ที่สัดส่วน 180 cm น้ำหนัก 76 kg ก็ลงได้เต็มเท้าแบบ “หย่อนๆ” งอขาสบายๆ ใครที่สัดส่วนประมาณ 168 cm ขึ้นไปก็น่าจะลงได้เต็มเท้าสบายๆแล้วหล่ะครับ
การขับขี่ในสภาพถนนต่าง #การเดินทางบนเส้นทางหลัก

กับผู้ขับขี่ที่สรีระ 180 cm รถจะดูเล็กไปถนัดตา แต่ถ้าสรีระที่ 163 cm หล่ะก็ เข้ากันอย่างดีเลยทีเดียวหล่ะครับ
Triumph Street Cup มากับท่านั่งที่ “เกือบหมอบ” ให้สรีระที่จะเรียกว่าใกล้เคียงกับรถสปอร์ตพิกัด 150 cc ทั่วไปก็ว่าได้ คือ หมอบนิดๆ แต่อยู่ในช่วงที่กำลังนั่งขับขี่ได้แบบสบายๆเลยเช่นกัน ด้วยการใช้ความเร็วเดินทางในย่าน 100-120 km/hr รอบเครื่องที่ประมาณ 3500-4000 rpm “สบาย” อาการสั่นของเครื่องยนต์ที่ส่งมายังผู้ขับขี่มีน้อยมาก สำหรับเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ พิกัด 900 cc คันนี้
เสริมให้โดดเด่นขึ้นอีกด้วยเครื่องยนต์ใน Bonneville พิกัด 900 cc ที่ใช้ร่วมกันและบรรจุลงมาบน Triumph Street Cup คันนี้ ให้แรงบิดที่กว้าง โดยส่งให้สูงสุดที่รอบเพียง 3200 rpm ซึ่งทำให้บนการใช้งานทั่วไปผู้ขับขี่สามารถ “เดินคันเร่ง” ได้แทบจะทันทีที่ต้องการ แรงบิดมารออยู่พร้อมให้ส่งรถทะยานออกไปได้ทันทีเลยทีเดียว
ความนุ่มนวลของชุดเกียร์ และการส่งกำลังที่ต่อเนื่องเครื่องยนต์ให้ความนุ่มนวล และสบาย ในการต่อเกียร์ต่างๆ ไม่ว่าในช่วงเร่งแซง หรือช่วงลดเกียร์ต่อเนื่องเพื่อต้องการแรงฉุดจากเครื่องยนต์ ซึ่งทำได้อย่างนุ่มนวลเช่นกัน พร้อมด้วยระบบคลัทช์แบบ Torque Assist Clutch ที่ผ่อนแรงของผู้ขับขี่ในการใช้งานคลัทช์ลงได้มากเลยทีเดียว
ด้วยท่านั่งที่ก้มไปข้างหน้าเล็กน้อย และบางครั้งที่เราผ่อนน้ำหนักตัวลงไปที่แฮนด์ ทำให้อาจมีอาการคล้าย “หน้าแกว่ง” นิดๆ ที่ส่งต่อมายังผู้ขับขี่ได้ เมื่อวิ่งตามขอบรอยต่อของถนนต่างๆ แต่ก็ไม่ได้มีอาการมากมายอะไรครับ ตัวรถที่เป็นมิตรทำให้ผู้ขับขี่สามารถประคอง และรักษาอาการของรถได้ง่ายๆเลยทีเดียว
Tips : กระจกปลายแฮนด์ที่ติดตั้งมาให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นที่ชัดมาก แต่แลกด้วยระยะความกว้างรวมของตัวรถ ในช่วงแรกของการขับขี่ในการจราจร เผื่อระยะเพิ่มไว้สักนิดนะครับ พอคุ้นแล้วก็สบายๆหล่ะ
การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #ช่วงเวลาเพลินกับทางเขา ทางโค้ง

ด้วยเส้นทางในการเดินทางในครั้งนี้ที่ประกอบด้วยทางโค้งต่อเนื่อง ทั้งโค้งแคบความเร็วต่ำ และโค้งความเร็วสูง ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า Street Cup คันนี้ตอบสนองได้อย่าง “พริ้ว” เลยทีเดียว ซึ่งมาจากท่านั่งที่เอื้อให้ผู้ขับขี่ใช้ร่างกายท่อนบนช่วยในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ผสานกับช่วงถังน้ำมันเพรียวๆที่ให้ความคล่องตัวมากขึ้น
ระบบเบรคที่ให้มานับได้ว่าพอเพียงกับการใช้งานหนักๆ การเบรคเต็มแรงตามทางลาดชันต่างๆทำได้ง่าย และสบายใจขึ้นด้วย ABS ที่ติดตั้งมากับตัวรถซึ่งทำงานได้ค่อนข้างละเอียด และยังคงให้ระยะหยุดที่มั่นใจได้
พื้นฐานของช่วงล่างแบบกลางๆ ที่ตอบสนองได้ดีในสภาพการใช้งานที่หลากหลายตอบสนองกับผู้ขับขี่ที่น้ำหนัก 65 kg ได้ดี แต่ถ้าน้ำหนักประมาณ 80 kg อาจจะออกอาการยวบได้นิดๆนะครับ ปรับตั้ง Preload ให้เหมาะสมกับการขับขี่ ปรับยังไง? ปรึกษาศูนย์ Triumph ใกล้บ้านกันเลยดีกว่า
ด้วยค่าลมยางมาตรฐานอาจจะรู้สึกได้ถึงอาการหน้าไวนิดๆ ในวันรุ่งขึ้นที่มีการปรับลดลมลงประมาณ 2-4 psi ให้การตอบสนองที่รู้สึกนิ่ง และยังคงพลิกรถต่อเนื่องได้อย่างคล่องตัว
Tips ปรับตั้ง preload ให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวด้วยนะครับ สำหรับค่ามาตรฐานตอบสนองกับน้ำหนักตัวผมที่ 65 kg ได้ดี แต่ถ้านำ้หนักที่ประมาณ 80 kg ตัวรถอาจจะออกอาการยวบได้มากพอสมควร ปรึกษาศูนย์บริการ Triumph ได้เลย
Tips สำหรับ Street Cup ยางติดรถที่ให้มาค่อนข้างเหมาะสมกับการใช้งานในทุกสภาพผิวถนน และมีอาการแกว่งๆเบาได้ง่าย เมื่อวิ่งตามเส้นรอยต่อถนนต่างๆ ปรับลดลมยางให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ช่วยลดอาการตรงนี้ระดับนึงเลยทีเดียว
อัตราสิ้นเปลือง

อัตราสิ้นเปลืองในคราวนี้ขอเฉลี่ยจากรถ 3 คันที่ขับขี่ด้วยลักษณะการขับขี่ที่แตกต่างกัน เนื่องจากเรามีการสลับกันขี่พร้อมด้วยผู้ขับขี่หลายคน ซึ่งสภาพถนนที่ใช้ในการเดินทางไปกับ Street Cup คันนี้นั้นหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ทางโค้งตามเขาแคบๆ ทางชัน ทางตรงทำความเร็วต่อเนื่องยาวๆ และใช้ระยะทางรวมๆกันไปได้ที่ประมาณ 115 km ที่เราได้จับน้ำมันไว้

ซึ่งตัวเลขของอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้ง 3 คัน ได้ที่ประมาณ 23.72 km/litre ด้วยพิกัดขนาด 900 cc แบบ 2 สูบ นับได้ว่าประหยัดเลยทีเดียวกับการใช้งานในสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยวชันๆ แบบนี้ แต่หลักๆก็อยู่ที่มือของเราเนี่ยแหล่ะครับว่าจะใช้น้ำมันแค่ไหน (ฮาาาา)
ข้อดี / ข้อเสีย / ข้อสังเกต

ข้อดี
- Triumph Street Cup ทาง Triumph ใช้ชื่อเรียกว่า Street Racer ซึ่งจัดได้ว่าเป็นรถในแนวคลาสสิกคันนึงที่ครบ และจบในตัวเองได้จากโรงงาน
- Street Cup จัดท่าทางในการขับขี่ในง่าย ด้วยท่านั่งที่ก้มนิดๆ เอื้อให้ผู้ขับขี่เล่นสนุกไปกับเส้นทางได้มากที่สุดของรถในคลาส Bonneville และเป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากกว่ารุ่นพี่ Cafe Racer อย่าง Thruxton R พอสมควรเลยทีเดียว
- มีระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัยทั้ง Traction Control และ ABS
- Torque Assist Clutch ตอบสนองได้ดีให้สัมผัสที่นุ่มมือ การลดเกียร์หนักๆจาก 5>2 ยังคงทำได้โดยแทบไม่มีอาการล้อล็อค หรือไถลของล้อหลัง
- ปะกับไฟใช้งานง่าย การตั้งค่าต่างๆทำได้ง่าย เรียนรู้การใช้งานได้ไว ด้วยปุ่ม “i” เพียงปุ่มเดียว
- แรงบิดมาต่อเนื่อง บนย่านรอบที่กว้าง และเหมาะสมพอดีกับย่านรอบที่เราใช้งานในช่วง 2500-4500 rpm ตอบสนองได้ดั่งใจ
- อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในเกณท์ที่เรียกว่า “ประหยัด” เรียกว่าน้ำมันถังนึง ซึ่งน่าจะทำระยะการเดินทางได้มากกว่า 250 km แบบสบายๆเลยทีเดียว
- ล้อหน้าแบบอัลลอยขนาด 18” ให้การตอบสนองที่ไว และยังคงตอบสนองได้ตามสภาพถนนที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย / ข้อสังเกต
- ยางติดรถตอบสนองได้หลากหลายในทุกสภาพผิวถนน แต่ด้วยลมยางมาตรฐานสำหรับผมค่อนข้างจะแข็งไปนิดนึง ลดลมยางลงซัก 2-3 psi ให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นในการขับขี่ แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่สภาพถนน และน้ำหนักรวมของรถด้วยนะครับ
- พอร์ต usb ที่วางหลบไว้ใต้เบาะส่วนตัวผมรู้สึกเข้าถึงยากไปนิดนึง ลากสายออกมาแล้วมีโอกาสลืมว่าเสียบชาร์จอยู่ได้เหมือนกันนะนั่น (คือผมลืมไปรอบนึงหล่ะเดินออกจากรถเกือบหงายหลัง 555)
น่าจะเหมาะกับ

น่าจะเหมาะกับ
- เพื่อนๆที่ชอบรถในแบบ คลาสสิก และเพิ่มเติมด้วยความซิ่งที่ให้กลิ่นอายของ Cafe Racer ไว้อย่างครบครัน
- การใช้งานในเมืองที่คล่องแคล่ว และให้การตอบสนองที่ฉับไวกับสภาพเส้นทางต่างๆ แต่ทั้งนี้ระวังช่วงระยะกระจกปลายแฮนด์ของเค้าด้วยนะครับ
- **“มือใหม่” เริ่มต้นขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ Triumph Street Cup คือรถคันนึงที่เข้าถึงได้ง่าย และขับขี่ได้ง่าย ให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่ดีมากเลยทีเดียว
** แม้ว่าจะเหมาะกับ ”มือใหม่” แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าเค้าคือ “ขนาดใหญ่” ใจเย็นๆ และเก็บทักษะ ประสบการณ์ไปด้วยนะครับ ถึงแม้ว่า Street Cup จะขับขี่ได้ง่าย แต่ความเร็ว และแรงบิดที่ส่งออกมา ฉีกหนีจากรถเล็กทั่วไปมากมายเลยทีเดียว
สรุป

Triumph Street Cup สปอร์ตคลาสสิกที่คงไว้ซึ่งอารมณ์อย่างครบครัน แต่การขับขี่นั้น “พริ้ว” เลยหล่ะ
Triumph Street Cup นั้นทาง Triumph จัดว่าเป็นรถในแนว Street Racer ที่สืบทอดกลิ่นอายของ Cafe Racer รุ่นพี่อย่าง Triumph Thruxton R อย่างครบครัน แต่ด้วยพิกัดของเครื่องยนต์ในขนาด 900 cc และน้ำหนักตัวที่เบาลง พร้อมด้วยท่านั่งที่ “สบาย” มากขึ้น ทำให้ Street Cup เป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากว่า Thruxton R พอสมควรเลยทีเดียว
แม้ว่าจะพื้นฐานของตัวรถที่ใช้ร่วมกันระหว่าง Street Twin / T100 และ Street Cup แต่การขับขี่ในแต่ละคันนั้นมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ต้องบอกเลยว่าตอบสนองกับความต้องการในการขับขี่ที่ครบถ้วนเลยทีเดียวสำหรับรถในกลุ่ม Bonneville จาก Triumph
ด้วยท่านั่งที่ก้มที่สุดในพิกัด 900 cc ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ร่างกายในการเล่นสนุกไปกับถนนหนทางต่างๆได้มากที่สุด การจัดท่าทางต่างๆ ทำได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยเบาะผู้ขับขี่ที่ค่อนข้างยาวทำให้สามารถปรับท่านั่งให้เข้ากับสรีระของผู้ขับขี่ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะความสูง 163 cm หรือ 180 cm ก็ยังหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับสรีระของตัวเองได้โดยง่าย
ล้อแบบอัลลอยที่มากับล้อหน้าขนาด 18” และล้อหลังขนาด 17” เสริมด้วยท่านั่งที่ก้มเล็กๆ บนยางเดิมที่ลมยางมาตรฐานให้ความรู้สึก “หน้าไว” หรือมีอาการสะบัดเบาๆ (เบาๆจริง) ได้ง่ายเวลาคร่อม หรือผ่านตามเส้นถนนต่างๆ แต่เมื่อลดลมยางลงประมาณ 2-3 psi อาการตอบสนองของช่วงหน้าให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นพอสมควร
การใช้งานคลัทช์ เกียร์ การเปิดคันเร่งต่างๆ ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล และเอื้อให้ผู้ขับขี่เล่นสนุกกับตัวรถได้มากขึ้นในสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยวต่างๆ การพลิกรถเข้าโค้งต่อเนื่อง ทำได้อย่างคล่องแคล่ว จากท่านั่ง “ก้มนิดๆ” ที่มีส่วนให้การจัดท่าทางในการขับขี่ทำได้ง่ายขึ้น แรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำทำให้การเปิดคันเร่งทำได้ง่ายในทุกย่านรอบ คือแทบไม่ต้องพะวงกับการลดเกียร์ หรือคลอคลัทช์เบาๆ เพื่อช่วยส่งรถขึ้นทางชันๆเลย เพียงแค่ “เปิดคันเร่ง” แรงบิดที่ส่งก็พร้อมจะพาทั้งตัวรถ และผู้ขับขี่ไปด้วยกันได้แบบสบายๆ
ซึ่งนับได้ว่า Triumph Street Cup น่าจะตอบสนองกับความต้องการของการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมด้วยมาด “ซิ่ง” ในรูปแบบของ Street Racer ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ขอบคุณ Triumph Motorcycles Thailand ที่ให้เกียรติกับเราได้เป็นส่วนนึงในการเดินทาง
https://www.facebook.com/TriumphMotorcycleThailand
ขอบคุณ Triumph Phitsanulok ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ และร่วมเดินทางไปด้วยกันกับเรา
กับศูนย์บริการ Triumph มาตรฐานในบริเวณภาคเหนือตอนล่าง แวะเวียนมาชมกันได้เลย
https://web.facebook.com/Triumph-Phitsanulok-1577786532526883/

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ
facebook : https://www.facebook.com/40garage

Sony A7 RII

Comments