
Valentino Rossi บิดรุ่นใหญ่จากทีมโรงงาน Movistar Yamaha MotoGP แนะนำหนุ่มรุ่นน้อง Johann Zarco นักแข่งในทีม Monster Yamaha Tech 3 ว่าควรปฏิเสธการรับไม้ต่อควบ YZR-M1 โมเดลปี 2017 ที่พวกเขาใช้อยู่ในปัจจุบันสำหรับการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2018
บิดชาวฝรั่งเศสที่ใช้ M1 รุ่นปี 2016 เพิ่งโชว์ฟอร์มเอาชนะคู่หูจากทีมโรงงานไปได้เป็นครั้งที่ 5 ในฤดูกาลนี้ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในการแข่งขันที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียที่ผ่านมา ที่ตัว Zarco บิดเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 3 ขึ้นไปยืนบนโพเดี้ยมร่วมกันกับ Andrea Dovizioso และ Jorge Lorenzo คู่หูทีม Ducati
ขณะที่ Rossi และเพื่อนร่วมทีม Maverick Viñales ที่ใช้ M1 โมเดลปัจจุบันก็โดนปัญหาเดิมๆ อย่างเรื่องแทร็คเปียกเล่นงาน จนเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 7 และ 9 ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่ต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่ารถรุ่นนี้มีการยึดเกาะที่ไม่ค่อยดีในส่วนของล้อหลังและเป็นสิ่งที่ทีมวิศวกรของ Yamaha ไม่สามารถแก้ไขได้
จากสาเหตุดังกล่าวทำให้ Rossi มองว่า Zarco ควรที่จะปฏิเสธโอกาสที่จะได้ควบรถรุ่นนี้ในฤดูกาลหน้า โดยเล่าว่า “การขี่รถโมเดลปี 2017 ในสภาพแทร็กเปียกมันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย และ Zarco เองก็ไม่ได้โง่ ตัวรุ่นปี 2016 สามารถวิ่งในสภาพถนนเปียกได้ดีกว่า ผมจึงเข้าใจ Zarco เป็นอย่างดีหากเขาจะไม่เอารถคันนี้ไปใช้ในปีหน้า เขาเคยได้แชมป์ Moto2 มาแล้วเมื่อปี 2015 ซึ่งต่อมา Kalex ก็เอารถปี 2016 มาให้เขาแต่เขาก็ปฏิเสธไป ก่อนที่จะคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในปีนั้น”
ในขณะเดียวกันก็ได้มีการยิงคำถามไปยัง Johann Zarco ถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะได้รถที่เป็นโมเดลปี 2018 แทนตัวปี 2017 ที่มีจุดบอด ซึ่งตัวนักบิดหนุ่มได้ตอบว่า “ถ้า Yamaha ทำรถที่ผิดพลาดมาในปีนี้ ผมก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะเอามาให้ Tech 3 ใช้นะ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับ Yamaha เพราะเป้าหมายของพวกเขาคือต้องมีมอเตอร์ไซค์ 4 คันบนกริตสตาร์ท และรถทั้ง 4 คันจะต้องเอามาแข่งขันได้ด้วย”
ด้าน Vinales เองก็เห็นด้วยกับ Rossi โดยเชื่อว่า Zarco จะไม่เอารถรุ่นนี้ไปใช้ และยังเชื่อว่าหากทีม Tech 3 ได้ใช้รถรุ่นปี 2018 ในปีหน้าก็จะเป็นประโยชน์สำหรับทีม Yamaha อย่างแน่นอน
“แน่นอนว่า Zarco จะต้องเจอปัญหาจากตัวรถรุ่นต้นแบบโมเดลปัจจุบัน แต่มันก็เป็นเรื่องดีเสมอที่จะมีรถแข่งในสนามมากขึ้น และผมเองก็คิดว่าเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาจะมอบข้อมูลที่มีประโยชน์ให้กับเราได้ โดยที่เราเองก็หวังว่าในปีหน้า เราจะได้ข้อมูลจากสิ่งต่างๆที่เราได้ลองทำไปมากขึ้น ซึ่งมันก็ดีกว่าอยู่แล้วถ้าจะได้ข้อมูลจากรถสามคัน มากกว่าจะมาจากรถแค่สองคัน”
Comments