“อันตราย ร้อน หนาว ฝน ฝุ่นควัน” คือสิ่งที่ต้องเจอเมื่อขี่มอเตอร์ไซค์ และ Riding Passion ของคุณคืออะไร?

โดย /

ขึ้นชื่อว่า “มอเตอร์ไซค์” ผมเชื่อเลยว่ายังมีอีกหลายคนที่ส่ายหน้า พร้อมกับมองว่าการขับขี่มอเตอร์ไซค์นั้น เสี่ยงกับอันตรายรอบตัว พอช่วงฝนตกก็เปียกปอน แถมอากาศบ้านเราก็ร้อนพาให้เหงื่อไหลไคลย้อยอยู่ตลอดเวลา ซ้ำร้ายบางคนยังมองว่าผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มของผู้มีรายได้น้อย อย่างที่ผมเองยังเคยได้ยินคนที่กำลังเดินอยู่บนถนนพูดกันว่า “ถ้าเลือกได้ เค้าคงไม่ขี่มอเตอร์ไซค์กันหรอก” … ทั้งที่จริงๆแล้ว “เราเลือกได้ และได้เลือกแล้ว”

สำหรับผม มีหลายเหตุผลที่ผมเลือก…ที่จะเลือก…

แล้วทำไมถึงเลือกที่จะขี่มอเตอร์ไซค์?
หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำถามนี้จากคนรอบตัว พร้อมด้วยประโยคต่างๆ ตามมาอีกมากมายอย่างที่กล่าวไว้ข้างบน ซึ่งผมเองก็เป็นคนนึงที่ได้ยินคำถามนี้จากใครต่อใครหลายๆคน ซึ่งคำตอบของผมก็แตกต่างกันไปตามบริบทหล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็น รถติดบ้าง สะดวกดีบ้าง ประหยัดบ้าง แต่แท้จริงแล้วผมเชื่อเลยว่า เพื่อนๆ ทุกคนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ มีสิ่งนึงที่ไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดให้ใครที่ไม่เคยสัมผัสเข้าใจได้ และสิ่งนั้นก็คือ​ “ความหลงใหล” ที่แตกต่างกันออกไปของเพื่อนๆ แต่ละคน และนี่คือ “ความหลงใหล” ที่เป็นเรื่องราวของผม

 

ความหลงใหลของ “การประสานกัน” อย่างลงตัวระหว่าง คน และมอเตอร์ไซค์
เพราะการขับขี่มอเตอร์ไซค์นั้นเรียกได้ว่าแทบทั้งหมดอยู่ที่ “คน” ด้วยล้อเพียง 2 ล้อ ของมอเตอร์ไซค์ที่ไม่สามารถทรงตัวได้ด้วยตัวเอง แต่ต้องอาศัยผู้ขับขี่เนี่ยแหล่ะครับที่จะทำให้ทรงตัวเพื่อเคลื่อนที่ออกไปได้ ความสัมพันธ์ของการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 4  ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดในการควบคุมด้วยมือ การใช้คลัทช์ที่ต้องสัมพันธ์กับรอบเครื่องด้วยมือซ้าย การใช้คันเร่ง และเบรกหน้าด้วยมือขวา การเปลี่ยนเกียร์ด้วยเท้าซ้าย และการเบรกหลังด้วยเท้าขวา รวมไปถึงการจัดท่าทางการขับขี่ที่เหมาะสมกับความเร็ว และสภาพเส้นทางต่างๆ … ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่อการขับขี่ทั้งสิ้น

โดยเฉพาะ “การเบรก” ลองนึกว่าเรากำลังขับขี่ และเตรียมแต่งความเร็วเพื่อที่จะเข้าโค้ง ทุกประสาทสัมผัสที่ต้องทำงานเกือบจะพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น การใช้สายตาประเมินสถานการณ์ จังหวะของคลัตช์ เกียร์ การถ่ายน้ำหนักเบรกหลัง-หน้า ผสานกับการบิดคันเร่งเพื่อให้ได้รอบที่เหมาะสม การจัดท่าทางการขับขี่ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าโค้ง และส่งรถทะยานออกไป

ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัย “ความชำนาญ” ที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝน และเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอนทั้งนั้น จนกว่าร่างกาย และรถคู่ใจจะรวมกันได้เป็นหนึ่งเดียว

 

(ภาพจาก https://ultimatemotorcycling.com/2017/06/20/2017-honda-cb1100-ex-review-11-fast-facts/)

ความหลงใหลใน “อิสระ” และ “ความสงบ”
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่กระหึ่มขึ้นทุกครั้งที่เดินคันเร่ง ส่งให้เราทะยานออกไปสัมผัสกับแสงแดดอันอบอุ่น สายฝนที่ชุ่มชื้น และกระแสลมที่ปะทะกับร่างกาย บนเส้นทางใหม่ๆที่แสนคดเคี้ยว รอคอยให้เราออกไปค้นหา

ทั้งหมดนี้ทำให้ผมสัมผัสได้ถึง “อิสระ” ที่ปลดเปลื้องภาระทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ถาโถม ความขัดแย้งในงาน หรือจะเป็นเรื่องราวที่ไม่ลงตัว ทั้งหมดไว้เบื้องหลัง และคงเหลือไว้เพียงสติ และ “ความสงบ” ของจิตใจที่จดจ่ออยู่กับการขับขี่ไปกับมอเตอร์ไซค์ ให้ทะยานผ่านเส้นทางที่ไม่มีวันจบสิ้นไปเรื่อยๆ

เส้นทางรอบตัว วิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามภูมิประเทศ อากาศที่เย็นลง ร้อนขึ้น ระดับความสูงที่เปลี่ยนไป ความชันของเส้นทางที่คดเคี้ยว ทั้งหมดนี้วิ่งตามหาเราไม่ได้ นอกจากเราจะวิ่งออกไปหา ออกไปสัมผัสถึงอิสระ และความสงบของเราด้วยตัวเราเอง

ถ้านั่งอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่ารถยนต์ หรือนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แล้วเราจะรู้สึกอะไร?

ความหลงใหลใน “สัมผัส” ที่เพียงแค่มองก็มีความสุขได้
“แค่นั่งมองก็มีความสุขแล้ว” หากว่าลองนั่งมอง รถยนต์ ที่จอดคู่อยู่กับมอเตอร์ไซค์สักคันแล้วหล่ะก็ จะเห็นได้เลยว่ามอเตอร์ไซค์ ส่งให้เราได้เห็นถึงเส้นสาย มิติ และการออกแบบที่ชัดเจน เครื่องยนต์ ล้อ ยาง ระบบส่งกำลัง เบรค เฟรม ช่วงล่างต่างๆ ที่อวดอยู่ทั่วทั้งคัน ให้เราได้เห็นถึงภายใน และสัมผัสได้ถึง “ตัวตน”​ ที่ประกอบกันขึ้นมาจนเป็นมอเตอร์ไซค์สักคันนึง

ในขณะที่รถยนต์ถูกห่อหุ้มอย่างมิดชิดด้วยตัวถังรอบด้าน ที่แข็งกระด้าง ปกปิดรายละเอียดต่างๆจนหมดสิ้น

 

ความหลงใหลใน “พลัง และความเร็ว” ที่ทำให้อะดรีนาลีนหลั่งออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
คงปฎิเสธไม่ได้ว่า มอเตอร์ไซค์ มีขุมพลังที่ “เกินตัว” แรงบิด อัตราเร่ง และความเร็วที่พร้อม “ดึง” ให้เราทะยานออกไป ที่ทำให้อะดรีนาลีนหลั่งออกมา หรือจะเป็นการเข้าโค้งต่อเนื่องๆ บนเส้นทางที่ลาดชันต่างๆ ที่ให้เราได้ใช้สมาธิอยู่กับเส้นทางก็ตาม

หรือจะเป็นการแข่งขันต่างๆ มากมายหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางเรียบ ทางดิน หรือไม่มีทางก็ตาม ที่ทำให้นักแข่งแทบทุกคนต่างพากันเสพย์ติดในความสนุกของการแข่งขัน ที่เต็มไปด้วยกำลังที่พร้อมทะยานออกไปในทุกเส้นทาง ซึ้งเป็นการรวมกันเป็นหนึ่งเดียวของคนและมอเตอร์ไซค์สักคันนึงอย่างแท้จริง

 

ความหลงใหลใน “การเอาชนะตัวเอง”
“ปีนขึ้นรถยังไงเนี่ย?” “ต้องใช้บันไดช่วยมั้ย?” “ขาถึงเหรอ?” ต่างเป็นคำพูดสนุกสนานที่หลายๆ คนมักกล่าว ด้วยสัดส่วนความสูงของผมที่ 163 เซนติเมตร กับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สักคันนึงนั้น ช่างดูแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยจริงๆ แม้กระทั่งผมเองที่ขึ้นไปคร่อมบนมอเตอร์ไซค์ครั้งแรกก็ยังรู้สึกได้ถึงน้ำหนัก ความสูง ของตัวรถ ที่ “ต้องเอาชนะ” ให้ได้

หรือจะเป็นเส้นทางที่ “ไม่มีทาง” ให้บุกป่า ลงน้ำ ฝ่าเส้นทางที่เต็มด้วยทราย หิน และดินโคลน ซึ่งหลายๆ ครั้งที่บอกเลยว่า ปลายทางอาจจะไม่มีอะไรมาก แต่ระหว่างทางเนี่ยแหล่ะ พิสูจน์ จิตใจหลายๆคนมานักต่อนักแล้ว

 

ทั้งหมดนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่า “ความหลงใหล” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะทำให้เราทำสิ่งนั้นไปได้อย่างมีความสุข ไม่รู้สึกถึงความน่าเบื่อ ซ้ำซาก จำเจ แต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าทุกครั้ง

และทั้งหมดนี่เอง ที่เป็นเหตุผลให้ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ให้ได้ใช้สมาธิอยู่กับการขับขี่ ให้ร่างกายทุกส่วนต้องทำงานประสานกันอย่างลงตัว เพื่อออกไปสัมผัสถึง “สุนทรียภาพ” ของการขับขี่ได้อย่างแท้จริง ได้สนุก และตื่นเต้นไปกับขุมพลังที่ทะยานออกไป ทำให้เราลืม และทิ้งทุกอย่างที่รบกวนจิตใจเอาไว้เบื้องหลังคงเหลือไว้เพียงตัวเรา และรถมอเตอร์ไซค์คันนึง

แล้วคุณล่ะขี่มอเตอร์ไซค์กันทำไม?


Honda BigBike ชวนไบค์เกอร์ทุกคนออกไปเปิดประสบการณ์สุด Excites ที่ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ กับ
“Honda BigBike Riding Passion Campaign มี Passion มันส์ต้องออกไป”

A.P. Honda เชื่อมั่นว่า ใครก็ต่างมี Passion ซ่อนอยู่ในตัวเอง ไม่ว่า Passion มันจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อเราได้ทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาด้วยตัวเราเอง เราจะสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า ความตื่นเต้นให้กับโลกได้อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ Honda BigBike พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่เรียกว่าไบค์เกอร์ตัวจริง ให้ปลุก Riding Passion ของตัวเองขึ้นมา แล้วออกไปท้าทายมัน เพื่อสร้างความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ ให้กับโลกใบนี้ด้วยกัน

ให้คุณร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ 2 ทริป สุดพิเศษ เพื่อให้ไบค์เกอร์ตัวจริงได้ออกไปเปิดโลกปลุก Riding Passion ด้วยกัน กับทริปแรก สู่เส้นทางสุดคลาสสิกกับ CB1100 ที่ประเทศญี่ปุ่น และทริปที่สองลุยไปกับ Africa Twin ที่ประเทศนิวซีแลนด์

โดยสามารถส่ง Riding Passion ของคุณได้ที่ Facebook Honda BigBike Thailand เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ตุลาคม 2560 และผู้โชคดี 10 คนสุดท้ายจะได้ร่วมเดินทางไปกับ Honda BigBike Passion Trip โดยแบ่งเป็น 5 คนสำหรับประเทศญี่ปุ่น และ 5 คนสำหรับประเทศนิวซีแลนด์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/HondaBigBikeTH

Comments