Alpinestars Tech-Air 5 เพราะค่ารักษาร่างกายมันแพงกว่าอุปกรณ์ “คาด” เตรียมมีบริการดูแลในไทย

โดย /

Alpinestars เริ่มวางจำหน่าย Tech-Air 5 หรือที่เราเรียกกันว่า เสื้อ Airbagในตลาดโซนอเมริกา และยุโรป มาสักพักแล้วหล่ะครับ ก็คือตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2020 นั่นแหล่ะ

ปัญหาที่สำคัญที่สุดเลยก่อนหน้านี้ของการใช้งานเสื้อ Airbag คือ ต้องส่งกลับไปที่ Italy เพื่อทำการเปลี่ยนกระบอกแกส และบำรุงรักษา ซึ่งเร็วๆนี้ คาดว่า จะเริ่มมี Alpinestars Tech-Air Service Center ที่ได้รับการรับรองในบ้านเรา …

ซึ่งจริงๆแล้ว ผมเองก็สนใจเลยหล่ะครับ ที่จะใช้เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ แม้ว่าจะมีน้ำหนักเพิ่มเข้ามาสักนิดหน่อย แต่ถือว่าระบายอากาศได้ค่อนข้างดี และสามารถใส่ไว้ภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตขับขี่ทั้งบนท้องถนน หรือจะในสนามก็ได้

จากที่ผมเคยได้ทดลองสวม Tech-Air Race และ Tech-Air 5 ต้องบอกว่า น้ำหนัก ต่างกันเล็กน้อย แต่ Tech-Air 5 ใส่สบายขึ้นมากเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้จริงๆแล้วทาง Alpinestars ก็มีเสื้อ Airbag ในรุ่น Race ออกมาตั้งแต่ปี 2011 (ต้องใช้กับชุดจาก Alpinestars) รวมไปถึงรุ่น Street ในปี 2014 แต่ต้องบอกว่าในบ้านเรานั้นจะได้ใช้ก็แค่เหล่านักแข่งในทีมโรงงาน หรือแข่งขันในระดับ Asia กันนั่นแหล่ะครับ

แต่ล่าสุดกับ Tech-Air 5 ที่บางลง มีขนาดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม และพิเศษตรงที่ “สามารถใส่กับเสื้อแจ็คเก็ต หรือชุดแข่งจากยี่ห้ออะไรก็ได้” ที่มีการเผื่อพื้นที่รอบร่างกายไว้ที่ 4 cm เพื่อการพองลมของตัวชุด

ซึ่งการพองนั้นจะครอบคลุมทั่วทั้งร่างกายส่วนบน ไม่ว่าจะเป็น หัวไหล่, หน้าอก, ซี่โครง และแผ่นหลังเต็มๆ

ราคาค่ารักษากระดูกหัก (ตามความรุนแรง) นั้นหลากหลายเลยหล่ะครับ ตั้งแต่หลัก หมื่น ไปจนถึงหลักแสน เช่นไหปลาร้าหัก มีตั้งแต่การดาม หรือถ้าต้องผ่าตัดก็มีทะลุ 2-4 แสนบาทเลยทีเดียว จากที่เคยได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้มาบ้าง

ระบบของ Tech-Air 5 จะประกอบด้วย เซนเซอร์วัดตำแหน่งของร่างการ 3 ตัว และเซนเซอร์วันความเร็วอีก 3 ตัว พร้อมด้วย เงื่อนไขการตัดสินใจที่ซับซ้อน เพื่อใช้ในการทำงานของชุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งพัฒนาจากข้อมูลที่ได้ของนักแข่งใน MotoGP และกลุ่มของลูกค้า Alpinestars บนระยะกว่า หลายล้าน กิโลมตร เพื่อให้ได้ จังหวะ และเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำงานของชุด

โดยจะใช้เวลาในการพองลมเต็มที่อยู่ที 20 – 40 ms เท่านั้นเอง (ตามขนาดไซร์สของเสื้อ) และลดแรงกระแทกเข้าสู่ร่างกายเราได้กว่า 95%

การใช้งานง่ายมาก เพียงแค่ใส่ รูปซิป และติดแถบแม่เหล็กตรงคอเสื้อ … “จบ” หลังจากนั้นจะมีไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ซึ่งแบตเตอร์รี่แบบ Li-On จะทำงานได้นานถึง 30 ชั่วโมงของการขับขี่

พร้อมด้วยการชาร์จที่ง่ายผ่าน Micro USB ธรรมดาๆเลยหล่ะครับ

ซึ่งความพิเศษอีกอย่างคือ Tech-Air 5 สามารถเชื่อกับ Tech-Air App เพื่อใช้ในการดูสถานะการทำงาน พร้อมด้วยปรับโหมดการขับขี่ไปมาระหว่า Street / Race เพื่อการใช้งานบนท้องถนน และสนามทางเรียบตามต้องการ

ราคาในตลาดยุโรปอยู่ที่ประมาณ 21,500 บาท

ค่าเปลี่ยนกระบอกอัดแกสในยุโรปอยู่ที่ประมาณ 5,900 บาท

หลังการใช้งาน 3 ครั้ง (ล้ม 3 ครั้ง) ต้องทำการตรวจเช็คทั้งระบบกับราคาที่ยุโรปประมาณ 11,000 บาท


Comments