
Aprilia RSV4 RF (ลายเก่าปี 2016 นะครับ)
Aprilia RSV4 นับได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์แบรนด์นึงที่เป็นรถ “ในฝัน” ของใครหลายๆคน ด้วยสีสัน รูปลักษณ์ที่โดดเด่น และในคราวนี้เดี๋ยวเราจะมา ทำความรู้จักกับ RSV4 กันว่า ทำไมถึงเป็นรถคันนึงที่มีความโดดเด่นในกลุ่มรถสปอร์ตด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดทางเทคนิค รวมไปถึงเทคโนโลยีล้ำๆที่ประกอบกันขึ้นมาจนเป็น RSV4 คันนี้
Aprilia เองนับได้ว่าเป็นแบรนด์นึงที่คว้าชัยในการแข่งขันมาอย่างมากมาย ด้วยสถิติการคว้าชัยถึง 294 ครั้งในการแข่งขันระดับ Grand Prix พร้อมด้วยแชมป์โลกอีกหลากหลายสมัย รวมไปถึงนักแข่งหลายๆคนที่คว้าแชมป์ และสร้างขื่อกับ Aprilia มาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น Alessandro Gramigni, Max Biaggi หรือจะเป็น พ่อหมอ Valentino Rossi เองก็เคยคว้าแชมป์กับ Aprilia มาแล้วในรุ่น 125 cc และ 250 cc รวมไปถึง Jorge Lorenzo เองก็เช่นกัน

Aprilia Tuono V4
สำหรับในบ้านเรานั้น Aprilia เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน คือภายในงาน Motor Expo 2016 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งก็สร้างเสียงฮือฮา และเรียกความสนใจจากเพื่อนๆสายหมอบได้อย่างล้นหลาม มาพร้อมด้วยการเปิดตัวรถ 3 รุ่นที่ต่างโดดเด่นด้วยสมรรถนะ ซึ่งประกอบไปด้วย
- Aprilia RSV4 RR (สีดำ) ด้วยราคา 980,000 บาท
- Aprilia RSV4 RF (ลาย Superpole) ด้วยราคา 1,149,000 บาท
- Aprilia TUONO V4 1100 Factory (สี Superpole) ด้วยราคา 1,049,000 บาท
Tips : นอกจาก RSV4 RR และ RSV4 RF แล้ว Aprilia ยังมี “ตัวแข่ง” พิเศษที่ต้องสั่งตรงจากทางโรงงานเท่านั้นอีก 2 รุ่นด้วยกันคือ RSV4 FW ที่มากับพลัง 230 hp และ RSV4 FW-GP พร้อมพลังอีก 250 hp (FW – Factory Works)
ซึ่งในคราวนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ RSV4 ด้วยรายละเอียดทางเทคนิคของ Aprilia RSV4 RF และ RSV4 RR กันว่าจะมีอะไรที่โดดเด่น และน่าสนใจกันบ้าง ไล่เรียงกันมาเลยกับหัวข้อหลักๆง่ายๆ สรุปมาให้แล้วตามนี้เลย
- ขุมพลัง V4 65 องศา
- รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
- ระบบไฟฟ้าที่บรรจุลงมาใน RSV4
- V4-MP กับระบบการปรับตั้งรถที่ล้ำที่สุดระบบนึง
ขุมพลัง V4 65 องศา

นับว่า “มันเป็นคาแรคเตอร์” กับเอกลักษณ์ของ Aprilia RSV4 ที่มาด้วยเครื่องยนต์ในแบบ V (วางลูกสูบเป็นตัว V) แบบ 4 สูบโดยทำมุมระหว่างกัน 65 องศา ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เครื่องยนต์สามารถออกแบบให้มีขนาดเล็ก และเบาลง พร้อมด้วยการส่งแรงบิดที่ทรงพลัง กว้างในทุกย่านรอบ แต่ยังคงไว้ซึ่งแรงม้าสูงสุดที่ปั่นออกมาได้ถึง 201 HP ที่รอบถึง 13,000 rpm มาพร้อมกับการปรับ map (การจ่ายน้ำมันตามย่านรอบต่างๆ) อีก 3 map ตาม mode การขับขี่ที่ผู้ขับขี่เลือกใช้
ที่สำคัญอีกอย่างคือ “สุ้มเสียง” ของเครื่องยนต์ในแบบ V4 ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ “เร้าใจ” แล้วเดี๋ยวเรามาฟังเสียงกันใน Full Review กับ Aprilia RSV4 !
รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ


ซึ่งสำหรับราคาในบ้านเรานั้น RSV4 RF จะมีราคาสูงกว่า RSV4 RR อยู่ที่ 169,000 บาท โดยสิ่งที่แตกต่างกันหลักๆเลยจากเสปคก็คือ ชุดกันสะบัด และกันสะเทือนจาก Ohlins แทน Sachs พร้อมด้วยล้อแบบ Forged แทน ล้ออัลลอยหล่อขึ้นรูป นอกจากนั้น RSV4 RF ก็จะมากับลวดลาย “Superpole” ที่ถอดแบบมาจากตัวแข่งใน WSBK
ระบบไฟฟ้าที่บรรจุมากับ RSV4

สำหรับ RSV4 นั้นนับได้ว่าเป็นรถสปอร์ตอีกคันนึงในท้องตลาดที่ “อัดแน่น” มาด้วยระบบไฟฟ้ามากมายที่เข้ามาช่วยเสริมทั้งในเรื่องของความปลอดภัยเพื่อให้ผู้ชับขี่สามารถจัดการกับม้าทั้ง 201 ตัวที่อัดแน่นมาภายใต้น้ำหนักตัว 180 kg โดนจุดที่ต้องเน้นเลยน่าจะอยู่ที่ระบบการจัดการการยึดเกาะ (Traction Control) ซึ่ง Aprilia จะเรียกรวมๆกันว่า APRC – Aprilia Performance Ride Control โดยประกอบด้วยการทำงานของหลายๆระบบที่เกี่ยวข้องกัน รวมไปถึง Ride-by-Wire หรือคันเร่งไฟฟ้า นอกจากนั้นก็จะทำงานร่วมกันจากระบบต่างๆตามนี้เลย

ทั้งหมดสามารถปรับตั้งระดับการทำงานรวมไปถึง ปิด/เปิด การทำงานได้อย่างอิสระจากกัน
APRC หรือระบบรวมที่ทำงานร่วมกันจะมีการทำงานที่แตกต่างไปจาก Traction Control ทั่วไปคือมีการตั้งการตัดการทำงานของแรงบิดไว้สองระดับคือ
- ระดับต่ำ – ยอมให้ผู้ขับขี่สามารถเปิดคันเร่งออกไปได้อีก หรือยอมให้มีการสไลด์เกิดขึ้นได้ โดยระบบจะเริ่มเข้ามาช่วยคุมอาการสไลด์ของรถ
- ระดับสูง – จะไม่ให้แรงบิดเกิดจุดอันตรายโดยจะทำการทอนแรงบิดลงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการหมุนที่สัมพันธ์กันของล้อหน้า และล้อหลัง
โดยการตั้งระดับการตัดการทำงานไว้สองระดับ มีส่วนช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถดันคันเร่งออกจากโค้งได้มากกว่าการใช้ระบบ Traction Control ปกติที่จะทำงานเพียงระดับเดียว ซึ่งการทอนแรงบิดของระบบ APRC จะทำงานโดยใช้ 2 วิธีด้วยกันคือ 1) การปรับองศาของลิ้นปีกผีเสื้อเพื่อให้การส่งต่อกำลังยังคงทำได้อย่างต่อเนื่อง และหากมีการลื่นไถลแบบทันทีจะทำการ 2) ปรับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ซึ่งจะให้การทำงานที่หนักหน่วงมากขึ้นเพื่อคงไว้ซึ่งการยึดเกาะที่สมบูรณ์
มาดูคลิปอธิบายการทำงานเพิ่มเติมของ APRC กันได้เลย
V4-MP (Multimedia Platform) การปรับตั้งรถในแบบ “โค้งต่อโค้ง”

V4-MP หรือ Multimedia Platform ที่พร้อมเชื่อมต่อ RSV4 คันนี้เข้ากับโทรศัพท์ ผ่านสาย Data Sync กับตัวรถ ซึ่งเต็มไปด้วยการแสดงผล และการปรับตั้งรถในแบบ “โค้ง-ต่อ-โค้ง” โดยจะประกอบไปด้วย
- Map ของสนามตั้งต้นสำหรับทุกสนามที่ใช้ในการแข่งขัน WSBK ในตอนนี้ประกอบไปด้วย Assen, Austin, Donington, Imola, Jerez, Laguna, Lemans, Misano, Monza, Mugello, Phillip, Portimao, Sepang, Valencia, และ Vallelunga
- ปรับตั้งรถให้อัตโนมัติตามพิกัด GPS ที่อ่านได้จากโทรศัพท์ โดยจะมีการปรับตั้งระบบหลัก 3 ระบบด้วยกันคือ ATC (Aprilia Traction Control) AWC (Aprilia Wheelie Control) และ Engine (การตอบสนองของเครื่องยนต์) ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้ขับขี่สามารถเข้าไปปรับตั้งในแต่ละโค้งได้เพิ่มเติมอีก
- ปรับการแสดงผลบน dashboard ของโทรศัพท์ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว,รอบ,เกียร์,แรง G ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นตามทิศทางต่างๆ, น้ำหนักการเปิดคันเร่ง, องศาการแบนของรถ,สถานะแบตเตอรรี่, และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเพียบ
- เล่นย้อนหลังการขับขี่ที่ผู้ขับขี่ขับขี่ไปในรูปแบบ replay (เหมือนเกมส์เลย!!!)
- แผนที่รอบตัวโดยสามารถแสดงข้อมูลที่จอดรถ (ไม่มีในประเทศไทย เพราะเราจอดตรงไหนก็ได้ …. ตึ่งโป๊ะ) แสดงข้อมูลปั๊มน้ำมัน (ลองเล่นดูแล้วใช้งานได้จริง หาปั๊มรอบตัวมาให้เลยทันที)

เล่นย้อนหลังการขับขี่ให้เห็นกันชัดๆ เหมือนเล่นเกมส์กันเลยหล่ะครับ (อยากรู้จังถ้าล้มจะแสดงผลยังไงหล่ะเนี่ย ฮ่าๆๆ)
Tips ระบบ V4-MP มาพร้อมกับ RSV4 และ Tuono V4
Tips แผนที่สนามในปัจจุบันยังไม่มีในประเทศไทย ซึ่งทาง Aprilia เองก็เปิดให้สามารถส่ง data-logger จากตัวแอปให้กับทาง Aprilia เพื่อทำการสร้าง map ให้ แต่ทั้งนี้ต้องดูว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนอีกทีนึงเดี๋ยวมาลองดูกันว่าถ้าเราส่ง Data-log ให้แล้ว Aprilia จะตอบรับให้มั้ย เดี๋ยวเจอกัน!
อธิบายอาจไม่เห็นภาพ มาดูคลิปตัวอย่างการใช้งานจาก Aprilia กันเลยดีกว่า
โดยรวมแล้วนับได้ว่า Aprilia RSV4 รวมไปถึง Tuono V4 เองก็อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี และระบบไฟฟ้ามากมายเลยทีเดียว และล้ำด้วยระบบเชื่อมต่อ V4-MP ที่เพื่อนๆที่ชื่นชอบในการลงหวดกันในแทร๊คน่าจะสนใจกันว่าจะยืดหยุ่น และให้เราได้ใช้งานกันแค่ไหน ส่วนในด้านของการขับขี่จะเป็นอย่างไร เร็วๆนี้เดี๋ยวรู้กันกับเรา MotoNaked.com
Comments