[EICMA2018] ชมชัดๆ BMW S 1000 RR 2019 เมื่อฉลามถอดคราบเป็นโฉมใหม่ทั้งหมด! ตรงจากมิลาน อิตาลี

โดย / / 153 views

และแล้ว BMW S 1000 RR โฉมใหม่ เรียกว่าเป็น All new เลยก็ว่าได้ ถูกเผยโฉมครั้งแรกในงาน EICMA 2018 ที่กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี พร้อมกับการเปิดตัวทีมแข่งใหม่ของ Gulf Althea BMW Racing Team ที่ได้นักแข่งใหม่ ทีมงาน MotoNaked ขอพาเพื่อนๆ ชมภาพ BMW S 1000 RR โฉมใหม่ ที่มีทั้งสี Racing Red และ Motorsport paint finish หรือคนไทยเรียกง่ายๆ ว่า สี Tri Color นั้นเอง

BMW S 1000 RR นับตั้งแต่โฉมก่อนหน้านี้ ถึงโฉมใหม่ล่าสุด ก็ล่วงเลยมาถึง 10 ปั แล้ว คนไทยคุ้นเคยกับไฟหน้าที่ดวงหนึ่งเรียว ดวงหนึ่งกลม เลยเป็นที่มาของ “ฉลามตาเหล่” พอมาถึงยุคนี้ ปี 2019 ทาง BMW ทำการปรับโฉใหม่ ให้เป็น BMW S 1000 RR ที่ไฟกลมทั้งสองข้าง แบบสมมาตร เป็นการปิดตำนานของไฟตาเหล่ของ BMW S 1000 RR

“เรานำ BMW S 1000 RR รุ่นก่อนหน้านี้ที่มีมาแล้ว 10 ปี มาพัฒนา และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เราได้ BMW S 1000 RR โฉมใหม่ที่ เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิม 1 วินาที และ น้ำหนักเบาขึ้นกว่าเดิมถึง 10 กิโลกรัม นั้นทำให้เราได้รถรุ่นใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก และหมายถึงเราเหมือนได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับ BMW S 1000 RRClaudio De Martino หัวหน้าทีมพัฒนาเทคโนโลยี BMW Motorrad กล่าวไว้

BMW S 1000 RR – เบาขึ้น เร็วขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น

BMW S 1000 RR ที่เปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในงาน EICMA 2018 เครื่องยนต์และระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น 6 kW (8 แรงม้า) แรงบิดสูงสุดถึง 152 kW (207 แรงม้า) และน้ำหนักทั้งหมดของรถจากเดิม 208 กิโลกรัม ลดลงเหลือ 197 กิโลกรัม (193.5 กิโลกรัม หากใช้ M Package หรือในชื่อเดิมว่าชุด BMW Performance)

นั้นตั้งแต่ปี 2009 ที่ได้เปิดตัว BMW S 1000 RR ถึงตอนนี้ เป็นรุ่นที่ 3 ซึ่งในรุ่นนี้ได้ทำการปรับปรุงประสิทธิภาพหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นกว่า 1 วินาที การควบคุมการขับขี่ที่ทำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งปรับปรุงระบบควบคุมล้อ, Traction Control, ABS, Hill Start Control (ระบบการสตาร์ทในที่ชัน) และระบบไฟหน้า และหลังแบบ LED รวมถึงจด TFT ขนาดใหญ่

เครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam Technology เพิ่มกำลังให้กับเครื่องยนต์ทุกความเร็ว

เครื่องยนต์ใหม่ BMW S 1000 RR ถูกพัฒนาให้มีน้ำหนักน้อยลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมถึง 4 กิโลกรัม ปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีรูปทรงให้สมดุล ทั้งชุดเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง ระบบท่อไอเสีย ทำให้น้ำหนักลดลงจากเดิมถึง 1.3 กิโลกรับ และมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ BMW ShiftCam ทำงานสอดรับจังหวะของวาล์วเครื่องยนค์และระบบไอดี ได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ความจุ 999cc ให้ความแรงมากที่สุดถึง 207 แรงม้า ที่ 13,500 รอบต่อนาที ไม่ยากเลยที่จะทำความเร็วได้มากกว่า 299 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราบริโภคน้ำมันอยุ่ที่ประมาณ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร

เพิ่มโหมดการขับขี่มาตราฐานเป็น 4 โหมด และ 3 โหมด ใน “Pro Modes” เพื่อการขับขี่ที่ดีที่สุดในทุกสภาพการขับขี่

BMW S 1000 RR ได้มีโหมดการขับขี่แบบมาตราฐานอยู่แล้ว ได้แก่ Rain, Road, Dynamic และ Race และหากต้องการความเร้าใจในการขีบขี่ในสนามแข่ง ในรุ่นนี้ได้เพิ่ม ‘Pro Modes’ มีโหมดการขับขี่เป็น 3 โหมด (Race Pro 1-3) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตั้งโปรแกรมได้อย่างอิสระ ปรับระบบการทำงานของ Dynamic Traction Control (DTC), ABS, ระบบตรวจจับการยกล้อ และระบบเบรค ให้เหมาะสมกับกับการขับขี่ และ Pit Lane Limiter ที่สามารถกำหนดค่าได้ในการออกตัวที่จุดเริ่มจ้นของการแข่งขัน และระบบ Quick shift ขึ้นลง โดยไม่ต้องใช้คลัทช์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของ HP Shift Assistant Pro อยู่แล้ว

จอแสดงผลมัลติฟังก์ชั่น แบบ TFT LCD ขนาด 6.5 นิ้ว

จองแสดงผลของ BMW S 1000 RR รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดและได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการแข่งรถซูเปอร์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น  ด้วยจอแสดงผล TFT LCD ขนาด 6.5 นิ้ว คมชัด ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองได้อย่างคมชัดมากขึ้น ในทุกสภาวะแสง หน้าจอยังได้แสดงข้อมูลการขับขี่ สามารถปรับ Scale ของการแสดงความเร็วได้ 3 รูปแบบ ทั้งนี้มีระบบเชื่อมต่อแบบ BMW Motorrad Connectivity

โครงสร้างเฟรมได้รับการออกแบบใหม่ ให้เหมาะกับสรีระการขับขี่

โครงสร้างใหม่ของตัวรถถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด เราเรียกมันว่า “Flex Frame” ทำให้การออกแบบถังน้ำมันและส่วนเบาะผู้ขับขี่มีพื้นที่มากขึ้น และมีพื้นที่ให้ผู้ขับขี่สามารถพับเข่า และตำแหน่งของการวางเท้าให้ชิดตัวตัวรถได้มากขึ้น ตามหลัก การยศาสตร์ (ergonomic)

สรุปไฮไลต์ของ BMW S 1000 RR 2019:

  • น้ำหนักเครื่องยนต์เบาลง 4 กิโลกรัม เครื่องยนต์ In-line 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ทำให้ลูกสูบและระบบไอดี ทำงานสอดรับดีขึ้น
  • เพิ่มแรงบิดสูงสุดที่ 152 กิโลวัตต์ (207 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที และกำลังสูงสุด 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที
  • เพิ่มแรงบิดอย่างน้อย 100 นิวตันเมตรจาก 5,500 ถึง 14,500 รอบต่อนาที
  • ระบบเบรคที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมี Flex Frame รองรับการรับน้ำหนักของเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น
  • การยศาสตร์ที่ดีขึ้นจากการออกแบบ Frame ใหม่ ทำให้ผู้ขับขี่มีสรีระกับตัวรถดีขึ้น
  • ระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ออกแบบใหม่
  • ระบบกันสะเทือนล้อหลังรุ่นใหม่ ที่ลดน้ำหนักลงไปได้ 300 กรัม ด้วยระบบ Full Floater Pro
  • น้ำหนักลดลง 11-14.5 กิโลกรัม เหลือเพียง 197 กิโลกรัม (รวมของเหลวแล้ว) และ 193.5 กิโลกรัม หากตกแต่งด้วยชุด M Package
  • ระบบไอเสียใหม่ ที่ลดน้ำหนักลงไปได้อีก 1.3 กิโลกรัม
  • ชุดเซ็นเซอร์ 6 แกนใหม่
  • พัฒนาระบบควบคุมการทรงตัว Dynamic Traction Control
  • ฟังก์ชั่นเบรคของเครื่องยนต์ปรับได้
  • ABS Pro เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อเบรคยังอยู่ในเกียร์ว่าง
  • โหมดการขับขี่ใหม่ “Rain”, “Road”, “Dynamic” และ “Race” เป็นโหมดมาตรฐานและโหมด “Pro Modes” พร้อมโหมดการกำหนดค่าเพิ่มเติมสามรูปแบบ “Race Pro 1-3” เพื่อปรับให้เหมาะสมกับสภาวะที่เหมาะสม
  • Shift Assistant Pro สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกำครัทช์
  • จอแสดงผลใหม่ TFT LCD ขนาด 6.5 นิ้ว มองชัดทุกสภาวะแสง ปรับหน้าจอ Pure Ride รวมตั้งการแสดงผลการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ

BMW S 1000 RR โฉมใหม่ คาดว่าจะมีแสดงในไทย ในงาน Motor Expo 2019 ช่วงปลายปีนี้ ส่วนราคาคาดว่า คงไม่ต่างจากเดิมมากนัก ใครที่สนใจ อดใจรออีกนิด 🙂

ขอขอบคุณ ITA – Italian Trade Agency หน่วยงานที่ดูแลการลงทุนธุรกิจระหว่างประเทศ และ Sony Alpha ที่สนับสนุนอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพทั้งหมดในงาน EICMA 2018 และ Ducati World Premiere 2019

Comments