Preview : Yamaha MT-09 กลับสู่จุดเริ่มต้นของความสนุกด้วยพลังที่พร้อมดีด ผสานด้วยการควบคุมที่เหนือขึ้นกว่าเดิม

โดย /

คราวนี้คงต้องเรียกว่า “กลับสู่จุดเริ่มต้น” ในการขีดเขียนถึงรถมอเตอร์ไซค์สักคันนึงของผม เพราะ Yamaha FZ-09 2014 นับได้ว่าเป็นก้าวแรกที่ผมได้มีโอกาสเรียบเรียงออกมาเป็นบทความสักชิ้นนึง เป็น Preview / Review ของ FZ-09 ซึ่งก็นับได้ 3 ปีแล้วสินะ ซึ่งผมเองต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนที่กล้าให้ผมพารถมาขี่หลากหลายคัน หลากหลายรูปแบบ ที่บอกตรงๆเลยว่า ไม่คิดว่าไปๆมาๆ จะได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์มามากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยทีเดียว

กลับเข้าสู่เรื่องราวในคราวนี้กับ Yamaha MT-09 2017 ที่ต่อยอดมาจากความสำเร็จอย่างถล่มทลายของทาง Yamaha ในการพลิกโฉมการขับขี่ของมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ ให้สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว เบา และสนุกสนาน ที่สุดคันนึงจาก Yamaha นอกจากนั้น FZ-09 ปี 2014 นับได้ว่าเป็นการบรรจุเครื่องยนต์แบบ CP3 (Crossplane 3 สูบ) บนรถในท้องตลาดเป็นครั้งแรกของ Yamaha อีกด้วย

ชื่อ FZ / MT ต่างกันตรงไหน? สำหรับชื่อ FZ จะเป็นชื่อที่ใช้ในการทำตลาดทางฝั่งอเมริกา ส่วน MT เป็นชื่อในทางฝั่งยุโรป ส่วนตัวรถจะมีแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยเช่น ไฟเลี้ยว กุญแจ แผ่นสะท้อนแสงเป็นต้น แต่ในปัจจุบันตัวที่ขายในบ้านเราจะเป็น MT (ที่มาจาก Master of Torque) หมดแล้วหล่ะครับ

ซึ่งในครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งนึงที่ต้องขอบคุณทาง Yamaha ที่ให้เกียรติกับผมได้ “กลับสู่จุดเริ่มต้น” กับ Yamaha MT-09 2017 คันนี้ ด้วยการขับขี่แบบเต็มรอบ เต็มรูปแบบบนสนามมาตรฐานระดับโลกในบ้านเรา ซึ่งก็คือ “สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต” แห่งนี้ … นี่เอง

ด้วยเวลาที่จำกัดมากที่สุดที่เคยได้ขับขี่มาคือเพียง 2 รอบสนามเต็มๆ ดังนั้นการพรีวิวครั้งนี้ผมขอเน้นไปที่ “การขับขี่ในสนามทางเรียบ” เป็นหลักนะครับตามหัวข้อนี้เลย

  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • การขับขี่บนสนามทางเรียบ
  • ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  • น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  • สรุป

ชมคลิปการขับขี่จากกล้องหน้ารถในมุมมองแบบ 360 องศากันได้เลย

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

[ล่างซ้าย] ประกับไฟทางด้านซ้ายเพิ่มเติมมาด้วยปุ่มปรับระดับ Traction Control ที่บรรจุมาให้อย่างเสร็จสรรพ [บนขวา] หน้าจอแสดงผลยังคงรูปลักษณ์ที่เหมือนเดิมเพิ่มเติมด้วยการแสดงผลใหม่ๆเช่น Quick Shifter และ Traction Control ส่วนประกับไฟทางด้านขวาเรียกว่ายกมาจากตัวก่อนหน้าเลยก็ว่าได้ครับ ปุ่มเล็กๆ กระทัดรัดเช่นเคย

พื้นฐานหลักๆของ MT-09 2017 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังคงใช้พื้นฐานเดิม เฟรมเดิม เครื่องยนต์เดิม มาแต่งองค์ทรงเครื่องในส่วนของรูปลักษณ์ และเพิ่มเติมด้วยอุปกรณ์เข้าไปอีก “เพียบ” ที่ไม่ใช่แค่เสริมความสนุกสนานด้วย Quick Shifter แต่ยังมีระบบความปลอดภัยเข้ามาให้แบบเต็มๆ มีอะไรบ้างตามนี้เลย

 

การขับขี่บนสนามทางเรียบ #1

สำหรับการขับขี่ในครั้งนี้กระทำบนสนามมาตรฐานระดับโลก ที่เรียบเนียน และให้การยึดเกาะที่สมบูรณ์แบบ สำหรับการใช้งานบนท้องถนนจริงของบ้านเรา ไว้เดี๋ยวเรามารีวิวกันอีกที

ดีกรีของความ “เงิบ” ที่ส่งให้ล้อหน้าลอยขึ้นจากพื้นสนามยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม แต่สำหรับ MT-09 2017 จะรู้สึกได้ถึงการควบคุมที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ด้วยระบบ Traction Control ที่เข้ามาช่วยทอนกำลังลง และลดอาการ “เงิบ” โดยไม่ตั้งใจสำหรับผู้ขับขี่หน้าใหม่ๆที่อาจจะยังไม่คุ้นชินรถ

ช่วงรอบต่ำการคลอคันเร่งออกตัว การจงใจปิด/เปิดคันเร่งต่อเนื่อง ยังคงมีอาการเด้งหน้า-หลัง ได้ตลอด แต่น้อยลงแล้วหล่ะครับ ซึ่งตรงนี้น่าจะมีส่วนมาจาก Slipper Clutch ที่ซุกมาใน MT-09 คันนี้ด้วย จังหวะการทำงานของคันเร่งไฟฟ้าในรอบต่ำ ตอบสนองได้เป็นมิตรมากขึ้น แต่ยังคงให้อารมณ์ที่ พร้อมจะดีด ได้ตลอดเวลาอยู่เช่นเดิม นอกจากนั้นการกดเกียร์ลงหนักๆกับ MT-09 คันนี้นับได้ว่าเป็นมิตร มากขึ้นกว่าแต่ก่อน “เยอะเลย” ทีเดียว อาการท้ายดิ้นๆที่เคยรู้สึกบน FZ-09 2014 หายไปเกือบหมดเลยทีเดียว

พื้นฐานของช่วงล่างยังคงไม่แตกต่างจากเดิมมากนั้น แต่ทั้งนี้ด้วยการเซทลมยางสำหรับสนาม พร้อมด้วยสภาพของสนามที่เรียกได้ว่าเนียนกริบนั้น ทำให้ MT-09 ตอบสนองได้ดีขึ้น ระยะยุบของโช้คหน้า/หลัง ที่ 137mm/130mm ช่วยซับแรงบิด และแรงฉุดจากเครื่องยนต์ไปได้มากเลยทีเดียว ซึ่งการซับแรงบิดในช่วงกระแทกคันเร่ง ก็แลกกันกับจังหวะการเปิดคันเร่งออกจากโค้งแรงๆ ที่ทำให้ยังคงมีอาการยวบๆ ที่ส่งมาถึงช่วงหน้าได้บ้างตามจังหวะอยู่ได้เรื่อยๆ

การขับขี่บนสนามทางเรียบ #2

อีกสิ่งนึงที่เป็นเทรนด์เลยทีเดียวสำหรับรถในตอนนี้นั่นก็คือ Quick Shifter และใน MT-09 คันนี้ก็มีบรรจุมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน!!

Quick Shifter ที่ติดตั้งมาบน MT-09 ให้ความรู้สึกถึงการส่งกำลังที่ต่อเนื่องได้ดีในช่วงรอบกลางคือที่ย่านประมาณ 6000-9000rpm ในส่วนรอบที่ต่ำกว่า 4,000 rpm จะติดๆขัดๆ (ซึ่งปกติ) ส่วนรอบสูงในย่าน 9000 rpm ขึ้นไปแล้วจะมีช่วงรอยต่อการส่งกำลังเบาๆ หรือที่ผมชอบเรียกว่า “เด้ง” ได้นิดๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ต่อเกียร์ได้แบบสบายๆ เพลินๆ … มันส์

เบรค ABS ที่ให้มาทำงานได้ค่อนข้างดี ช่วงการตัดต่อการทำงานของ ABS ให้ความรู้สึกเหมือนมีคนมาเอานิ้วจิ้มๆเท้า เบาๆ จั๊กกะจี๋นิดๆ (เอิ่ม !!) แต่ทั้งนี้ไว้เดี๋ยวเราได้รีวิวกันเต็มๆ บนสภาพการใช้งานบนท้องถนนเดี๋ยวมาดูกันอีกทีว่า จะตอบสนองกับการ “กดเบรคสุดเต็มเหนี่ยว” ได้มากน้อยแค่ไหน

ในส่วนความเร็วสูงสุดที่ผมทำได้ (ยังมีรอบเหลือนะครับ) สำหรับผมคือขึ้นไปแตะระดับที่ 223 km/hr โดยที่ไม่ได้ต้องไปเค้นรอบอะไรมากมาย แรงบิดที่ส่งออกมาในช่วงรอบต่ำ-กลาง พารถทะยานขึ้นความเร็วในย่าน 140-160 km/hr ได้ทันใจ แต่ในย่านที่ประมาณ 180+ km/hr ไปแล้วต้องเริ่มปล่อยไหลๆหล่ะ ส่วนความเร็วเดินทางที่ 100-120 km/hr สบายๆครับ แรงลมไม่ได้มากมายอะไร กำลังของเครื่องยนต์เหลือๆ เรียกได้ว่า ชิว !

สำหรับการทำความเร็วผมเองเนี่ยแหล่ะครับที่จะไม่ไหว ลมอัดเต็มๆ มันอึดอัด !!! ที่สำคัญไม่ควรไปขับขี่บนท้องถนนแบบนี้นะครับมันอันตราย !

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

ข้อดี

  • MT-09 ยังคงให้ความสนุกที่ครบครัน พร้อมจะให้ผู้ขับขี่ทะยานออกไปได้ทันทีเพียงแค่ เริ่มต้นที่จะเปิดคันเร่งออกไป
  • ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยเสริมเข้ามาเต็มๆ ทั้ง ABS / Traction Control / Slipper Clutch ที่ต่างทำงานร่วมกัน และช่วยลดอาการ “ปั่นทิ้ง”, “ล้อลอย”, “ท้ายดีดจนหน้าสะบัด”, “เบรคล้อล็อคแล้วท้ายแกว่ง” รวมไปถึง “ลดเกียร์จนล้อหลังล็อค” ทั้งหลายลงไปได้เป็นอย่างดี และทำงานตอบสนองได้อย่างที่ควรจะเป็น
  • ช่วงถังน้ำมันเพรียวบางๆ ที่ทำให้สามารถใช้ร่างกายช่วงล่างบังคับรถได้คล่องแคล่ว พลิกรถไปมาได้ง่าย
  • ประกับไฟทางด้านซ้าย / ขวา ยังคงกระทัดรัด โดยเฉพาะทางด้านซ้ายที่ปุ่มสัญญาณแตร และสัญญาณไฟเลี้ยวอยู่ใกล้กันเหลือเกิน ปรับตัวสักระยะเลยหล่ะครับตรงนี้จิ้มไฟเลี้ยวไปโดนแตร จะจิ้มแตรโดนไฟเลี้ยว เป็นเรื่องปกติ !
  • Quick Shifter ให้การต่อเกียร์ที่สม่ำเสมอดีในรอบกลาง ซึ่งเป็นรอบใช้งานทั่วไป

ข้อสังเกต / ข้อเสีย

  • ช่วงล่างยังคงให้ระยะที่ยุบไว ทั้งนี้เพื่อช่วยซับแรงบิดที่ส่งลงล้อหลัง ให้ถ่ายลงได้เต็มๆมากขึ้นด้วยหล่ะครับ ซึ่งน่าจะต้องแลกกับอาการยวบๆ โยนๆ เวลาที่เราขับขี่เข้าโค้งตามถนนหนทางแล้วต้องเจอบัมพ์ทั่วไป (แต่สำหรับการขับขี่บนสนามเนียนๆแบบนี้ ชิวเลย !)
  • ด้วยความที่ตัวรถออกแบบให้ขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่วในความเร็วต่ำ และกลาง ซึ่งก็แลกกับอาการหน้าไวที่ความเร็วสูง ซึ่งตรงนี้ถ้าได้กันสะบัดมาช่วยสักนิด น่าจะสบายใจ และปลอดภัยขึ้นหล่ะครับ
  • ถังบางเพรียวๆ สำหรับผมกลายเป็นอาการเหวอได้นิดๆ ด้วยความรู้สึกโล่งที่ช่วงขาในย่านความเร็วสูง รวมไปถึงจังหวะเบรคหนักๆ มีไถลได้บ้างนิดหน่อย แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่น่าจะมีผลอะไรหล่ะครับ

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

ไม่ต้องไปเปลี่ยนท้ายสั้น หรือไปหากันดีดมาติดเพิ่มกันแล้ว เพราะ MT-09 2017 จัดมาให้เลยทีเดียวจบ

น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆ ที่มีพื้นฐานการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่อยู่แล้ว หรือมีทักษะในการขับขี่สนามอยู่บ้าง แล้วต้องการรถที่จัดจ้าน ตอบสนองได้ดั่งใจ เรียกได้ว่าคิดจะพุ่งเป็นพุ่ง หล่ะก็ MT-09 คันนี้ตอบสนองได้อย่างดีเลยหล่ะครับ
  • การใช้งานในชีวิตประจำวัน ในเมือง – ชานเมือง MT-09 ให้ความคล่องตัว พร้อมด้วยน้ำหนักเบาๆ ที่ทำให้การขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันทำได้โดยไม่เป็นภาระกับผู้ขับขี่มากเกินไป

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • “ทำความเร็ว” คือทำได้มั้ย ทำได้ครับ สำหรับผมไล่ความเร็วบนสนามไปที่ประมาณ 220 km/hr ซึ่งบอกตรงๆว่าอึดอัดเลยทีเดียว การใช้ความเร็วเดินทางที่ประมาณ 100-120 km/hr น่าจะทำได้สบายๆ แต่ทั้งนี้ด้วยสรีระของตัวรถ ผู้ขับขี่น่าจะต้องใช้ร่างกายช่วยในการควบคุม ผสานกับการสู้กับแรงลม แล้วจะเหนื่อยกว่าที่ควร
  • สำหรับ “มือใหม่” MT-09 คันนี้ นับได้ว่าเป็นมิตรมากขึ้น มีระบบไฟฟ้าช่วยเสริมความปลอดภัยให้มากขึ้นกว่าก่อนหน้า แต่ทั้งนี้ผมเองยังคง “ไม่อยากแนะนำ” ซักเท่าไหร่ ด้วยกำลังที่ยังคงเต็มเปี่ยม พลังที่พร้อมดีด MT-09 ยังคงค่อนข้างอันตรายสำหรับมือใหม่นะครับ แต่ถ้าจัดมาแล้วฝึกฝนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนช่วยได้จริงๆน้า

 

สรุป

Yamaha FZ-09 เผยโฉมครั้งแรกในบ้านเราก็ในช่วงปี 2014 หลังจากที่เรียกเสียงฮือฮาได้จากทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งก็ “ไม่แปลกใจ” เพราะ FZ-09 นั้นได้เปลี่ยนอารมณ์ และการขับขี่ของมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่จาก Yamaha ไปแบบ “พลิกโฉมหน้า” เลยทีเดียว นอกจากนั้น FZ-09 2014 ต้องนับได้ว่าเป็นก้าวแรกของผมเองที่ได้ทำการขับขี่มอเตอร์ไซค์ และขีดเขียนออกมาเป็นบทความสักชิ้นนึง

หลังจากที่เติบโตมาได้ 3 ปี คราวนี้ก็ได้รับการ “ปรับปรุง” แต่งองค์ทรงเครื่อง เพิ่มเติมด้วยระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ให้แบบ “จัดเต็ม” จนออกมาเป็น Yamaha MT-09 2017 คันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ABS / Traction Control / Slipper Clutch รวมไปถึงการเพิ่มเติมความมันส์ด้วย Quick Shifter

ในส่วนของแรงบิด และการตอบสนองของคันเร่งบน MT-09 2017 ทำได้อย่างเป็นมิตรมากขึ้น ให้การตอบสนองที่คาดเดาได้ง่ายขึ้น ซึ่งตรงนี้น่าจะมีผลมาจากหลายๆสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองของคันเร่งที่นุ่มนวลขึ้น Slipper Clutch ที่ช่วยทอนแรงกระชากลง รวมไปถึง Traction Control ที่ช่วยลดการปั่นล้อทิ้ง

ความคล่องตัว คือจุดเด่น ที่โดดเด่นที่สุดของ MT-09 คันนี้ การพลิกรถต่อเนื่องทำได้แบบ “สบายๆ” ตัวรถเค้าพร้อมที่จะไปกับผู้ขับขี่ได้ทันที การจัดท่าทางการขับขี่ ทำได้อย่างคล่องแคล่ว ผสานกับแฮนด์บาร์กว้างๆ ที่ยิ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ร่างกายทั้งบน และล่าง ในการควบคุมรถได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

การจัดท่าทางการขับขี่แบบในสนาม ยังคงให้ความรู้สึกโล่งๆที่ช่วงขา ด้วยสรีระทรวดทรงของ MT-09 ที่เอวบางๆ เพรียวๆ ซึ่งก็แลกกับความคล่องแคล่วในการขับขี่เนี่ยแหล่ะครับ

โดยรวมแล้วนับได้ว่า Yamaha ยังคงไว้ซึ่งความสนุก ความคล่องตัว ของ MT-09 คันนี้ไว้ได้อย่างครบครัน เพิ่มเติมมาด้วยระบบไฟฟ้าที่อัดแน่น จัดเต็มเพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับเพื่อนๆที่อาจจะยังมีประสบการณ์ในการขับขี่ไม่มากนัก ให้สามารถเข้าถึง “Darkside” ได้ง่ายขึ้น กับราคาที่ 399,000 บาท ที่ต้องนับได้ว่า “คุ้ม !!!”

ขอขอบคุณ

12391106_1162951333733379_3785731199211270015_nYamaha Riders’ Club เกษตร-นวมินทร์

facebook : https://www.facebook.com/YRCThailand/

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

หมวกกันน็อคน้ำหนักเบา คุณภาพสูง ราคาย่อมเยา จาก Vemar Thailand 

https://www.facebook.com/Vemarthailand/

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ

facebook : https://www.facebook.com/40garage

 

Comments