Review : Ducati Multistrada 950 สัมผัสแรก ที่มาพร้อมการเดินทางบนดินแดนแห่งใหม่

โดย /

cover-multi950-0-7134-web

“My First. My Last. My Everything – Ducati Multistrada 950”

หลายครั้งที่เราได้เห็นภาพรถคันงาม ที่วิ่งผ่านภูมิประเทศที่แปลกตา สวยงาม เต็มไปด้วยสันเขาเนินดินทรายสีแดง ที่ตัดกับท้องฟ้าเข้มๆ ทุ่งหญ้าสีเขียว ที่ซ่อนด้วยถนนแคบๆ โค้งสวยๆ ที่ลัดเลาะไปตามวิวทิวทัศน์ที่งดงามเหล่านั้น ซึ่งหลายๆครั้งเราเองก็ต่างสงสัยว่าที่นี่คือที่ไหนกัน กับทิวทัศน์ที่แปลกตาแบบนี้

>>Ducati Multistrada Timeline กับประวัติความเป็นมาร่วม 15 ปี ของ Multistrada<<

คราวนี้หายสงสัยหล่ะครับ กับการออกเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งนับได้ว่านี่เป็นครั้งแรกของผมเอง ที่ได้มีโอกาสในการเดินทางมายังดินแดนใหม่ เพื่อมาพบกับสัมผัสแรกของการขับขี่ Ducati Multistrada 950 ไปกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเหล่านั้น บนเกาะเล็กๆแห่งนึงที่ชื่อว่า Fuerteventura ประเทศ Spain ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2016 ที่ผ่านมา

ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ ดูคาติ ประเทศไทย และ ดูคาติ มอเตอร์โฮลดิ้ง โบโลญญ่า (Ducati Italy) ที่ให้เกียรติกับผมได้เป็นส่วนนึงในการขับขี่ และเป็นคนไทย 1 ใน 2 คน ที่ได้ร่วมเดินทาง “ออกไป” ค้นพบเส้นทางใหม่ๆ กับรถ Touring พิกัดกลางใหม่เอี่ยม เพื่อเดินทางไปรอบเกาะแห่งนี้กับ Ducati Multistrada 950

Ducati Multistrada 950 นับได้ว่ามีความโดดเด่นจากการเปิดตัวภายในงาน EICMA 2016 ที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของ Ducati ที่ได้ทำการเปิดตัวรถในซีรีย์ Multistrada โฉมใหม่ (ตั้งแต่ปี 2010) ที่มากับพิกัดกลางที่ความจุขนาด 950 cc เพื่อให้ขับขี่ได้ง่าย คล่องตัว ดูแลรักษาง่ายขึ้น ถูกลง และที่สำคัญคือเพื่อให้ผู้ขับขี่ที่อยากจะ Touring ได้เข้ามาสัมผัสกับสุนทรียภาพของการเดินทางไปกับคำว่า Multistrada ได้ง่ายขึ้น

1000x200-revise

Ducati Multistrada 950 มากับชุดแต่งหลักอีก 4 ชุด เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกที่จะเสริม Ducati Multistrada 950 ตามการใช้งานที่ครอบคลุมไปใน 4 ด้านหลักด้วยกัน โดยจะมีการแบ่งออกเป็น

  • Touring Pack – ที่มากับกระเป๋าข้างสำหรับสัมภาระทั้งผู้ขับขี่ และคนซ้อน พร้อมด้วยขาตั้งคู่เพื่อการเซอร์วิสที่ง่ายขึ้นในการเดินทางไกล
  • Sport Pack – โดดเด่นมาด้วยท่อ Termignoni, จุกอุดเฟรม, แผ่นปิดกระปุกน้ำมันเบรคหน้าแบบอลูมิเนียม
  • Urban Pack – เก็บสัมภาระแบบคล่องตัวด้วยกระเป๋าท้าย พร้อมช่องใส่ของกระจุกกระจิกอย่างแว่นตา โทรศัพท์ เศษเหรียญด้วยกระเป๋าติดถังพร้อมตัวล็อคฝาถัง ภายในกระเป๋ายังมากับสายพ่วงชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆแบบ USB ที่มีถึง 3 พอร์ต ด้วยกัน
  • Enduro Pack – สายลุยมาครบด้วยไฟ LED นำทางอีกสองดวง ป้องกันตัวรถเพิ่มเติมด้วย crash bar, การ์ดหม้อน้ำ, ขาตั้งกว้างขึ้น (ตีนเป็ด), และพักเท้าแบบหนามเพื่อการยึดเกาะกับรองเท้าในสภาพลุยๆที่ดีขึ้นอีกขั้น

Ducati Multistrada 950 ที่วางขายในบ้านเรานั้นจะมีการรวบรวมอุปกรณ์เสริม และแบ่งออกเป็น 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งก็สามารถเลือกอุปกรณ์ตกแต่งของตัวเองเพิ่มเติมได้อีกขั้นนึง

  • Standard Model ที่มากับตัวรถที่เรียบง่าย พร้อมให้ผู้ขับขี่สามารถนำมาเลือกสรรอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆของตัวเองเพิ่มเติมได้จากรายการของแต่งที่หลากหลาย
  • Adventure Model มาพร้อมกับ ล้อแบบซี่ลวด, ขาตั้งคู่, การ์ดถังน้ำมันด้านข้าง, และแผ่นครอบกันเครื่องยนต์
  • Adventure Touring มาพร้อมกับ ล้อแบบซี่ลวด, ขาตั้งคู่, การ์ดถังน้ำมันด้านข้าง, และแผ่นครอบกันเครื่องยนต์, กระเป๋าข้างแบบอลูมิเนียม (หรือที่เราคุ้นกันว่า “ปี๊ป”) ไฟ LED เพิ่มทัศนวิสัยในการเดินทาง, การ์ดหม้อน้ำ, การ์ดออยคูลเลอร์

multi950-01

[ซ้าย] Ducati Multistrada 950 พร้อมชุด Touring Pack & [ขวา] Ducati Multistrada 950 Standard ซึ่งในรีวิวนี้ดูง่ายๆเลยว่า สีขาว Touring Pack, สีแดง Standard

เส้นทางที่เราได้ขับขี่ในคราวนี้ไปกับ Ducati Multistrada 950 รวมระยะทางได้ประมาณ 220 km ด้วยกันซึ่งจะทำการขับขี่กันบนรถ 2 แบบ คือรถแบบ Standard และ Touring Pack ที่มากับกระเป๋าข้าง ให้ได้เดินทางกันไปรอบๆเกาะตามนี้เลย

map

อยู่ในเขต Spain ได้ยังไงเนี่ย ทวีป Africa ชัดๆ

ถ้าจะเขียนบรรยายถึงการเดินทางทั้งหมดคงจะ “ยาวมาก” เพื่อให้เนื้อหาของรีวิว กระชับที่สุด จะขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้เลยนะครับ

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคตัวรถที่น่าสนใจ
  • รายละเอียดทางเทคนิค – มาย่อยระบบไฟฟ้ากันสักนิด
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  • อัตราสิ้นเปลือง
  • ข้อดี/ข้อเสียต่างๆ
  • น่าจะเหมาะกับ
  • สรุป

multi950-26
Ducati Multistrada 950 ทั้ง Standard และ Touring Pack ที่ประจำการ 25 คัน พร้อมรถเซอร์วิสจาก Audi

ในแบบคลิปแนะนำแบบสั้นๆที่นี่เลย

รูปลักษณ์ทั่วไป

multi950--2

สัดส่วนของ Multistrada 950 ไม่ต่างจากรุ่นพี่อย่าง Multistrada 1200S เลยหล่ะครับ ด้วยการใช้พื้นฐานจาก Multistrada 1200 และ Multistrada 1200 Enduro ดึงเอาจุดเด่นของทั้งสองรุ่นมารวมกัน แล้วเขย่าออกมาโดยมุ่งเน้นที่คำว่า ความคล่องแคล่ว

[บนขวา] หน้าจอแบบสีเดียว (คล้ายกับ Ducati Multistrada 1200 ปี 2012)
[กลางขวา] ประกับควบคุมด้านซ้ายที่จะประกอบด้วย สัญญาณไฟ pass, ไฟสูง, ปุ่มขึ้น-ลง ในการเลือกการแสดงผลต่างๆ, สัญญาณไฟเลี้ยวที่กดค้างแล้วจะเป็นการเข้าถึงการตั้งค่าโหมด, สัญญาณแตร
[ล่างขวา] ประกับด้านขวามากับปุ่ม Off-run และสตาร์ทการทำงานของเครื่องยนต์, สัญญาณไฟ hazard (ไฟผ่าหมาก)

multi950-1

บั้นท้ายที่ดูแล้วเต็มๆ สัดส่วนสรีระโค้งเว้า … อาาาห์ … ไม่ต้องดูรวมๆหล่ะ ดูตรงๆเนี่ยแหล่ะ มีเสน่ห์เหลือเกิน

[บนขวา] สัดส่วนไฟท้ายที่ยกมาจาก Multistrada 1200
[กลางขวา] การปรับระดับโช๊คหลังที่เข้าถึงได้ง่าย
[ล่างขวา] ทรงปลายท่อไอเสียที่ยกสูงขึ้นกว่ารุ่นพี่อย่าง Multistrada 1200 บอกเป็นนัยว่า “พร้อมลุย”

Multi950_mtn-copy-line

ชุดแต่งแบบ Urban Pack รวมร่างอย่างลงตัวกับ Touring Pack สำหรับผมมองว่านี่น่าจะลงตัวที่สุดแล้วสำหรับการเดินทางไปบน Ducati Multistrada 950 (Urban Pack – กระเป๋าท้าย, กระเป๋าติดถัง รวมกับ Touring Pack – กระเป๋าข้าง, ขาตั้งคู่)

[บน] มิติของกระเป๋าข้างที่ไม่กว้างเกินไปกว่าแฮนด์บาร์ และกระจกมองข้าง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่กะระยะความกว้างของกระเป๋าได้ง่ายขึ้น
[ล่างซ้าย] กระเป๋าติดถัง(กันน้ำ) มาพร้อมตัวล็อคกับถังน้ำมัน (ไม่ใช่แบบแม่เหล็ก) พร้อมด้วยผ้าคลุมกันฝนอีกชั้นนึงที่เปิดออกแล้วจะพบกับช่องใส่โทรศัพท์ (ในรูปเป็น iPhone 6 นะครับ ใส่ได้พอดี ถ้าใหญ่กว่านี้ … ล้น!)
[ล่างขวา] ภายในของกระเป๋าติดถังมีช่องชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบ USB ให้ พร้อมด้วยช่องแบ่งสำหรับแว่นกันแดด

 

รายละเอียดทางเทคนิค กับสเปคของตัวรถที่น่าสนใจ

_TI21093

Ducati Multistrada – Touring Pack ซึ่งรถทุกคันในการเดินทางครั้งนี้จะมีการติดตั้งการ์ดหม้อน้ำมาให้เพิ่มอีกขั้นนึง เนื่องจากสภาพถนนที่มี “หินกรวด” เยอะมาก กระเด็นกระจัดกระจายเต็มไปหมด (โดนดีดซะ หมวกเป็นรอยหินเพิ่มขึ้นเพียบเลย T-T)

สำหรับเครื่องยนต์ของ Ducati Multistrada 950 ได้รับการพัฒนาใหม่ พร้อมด้วยการขยายระยะเซอร์วิสน้ำมันเครื่องไปสูงถึง 15,000 km และระยะการปรับตั้งวาล์ว (Desmo Service) ไปที่ 30,000 km รวมไปถึงการ “ลดราคาค่าเซอร์วิส” ของ Ducati Thailand ที่เพิ่งประกาศมาในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ที่ลดไปถึง 42.5%” ทำให้ การบำรุงรักษารถ Ducati ประหยัดลงเยอะมาก ซึ่งน่าจะทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีก เรามาดูรายละเอียดทางเทคนิคของเค้ากันก่อนเลยดีกว่า

spec

จุดเด่นอย่างนึงที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยตัวเลขของ Ducati Multistrada 950 คันนี้คือ “แรงบิด” ที่มาในย่านรอบกว้าง หรือก็คือส่งแรงบิดที่มากกว่า 80% ของแรงบิดสูงสุดในช่วงย่านรอบ 3,500 rpm – 9,500 rpm ซึ่งเป็นย่านรอบที่เราใช้งานกันบ่อยทั้งในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไป ตามกราฟนี้เลย

dyno

รายละเอียดทางเทคนิค มาย่อยระบบไฟฟ้ากันสักนิด

AR4I3594

แม้จะไม่มีเส้นประแบ่งทาง แต่ถนนเป็นเลนรถสวน ขับขี่ชิดทางขวานะครับ (สำหรับการถ่ายทำมีการปิดถนนเส้นรองเป็นช่วงๆเพื่อความปลอดภัย)

แม้ว่าระบบอำนวยความสะดวกที่ติดตั้งมากับ Ducati Multistrada 950 นั้นถูกตัดออกจากรุ่นพี่อย่าง Multistrada 1200 แต่ระบบความปลอดภัย (Ducati Safety Pack) ยังมาครบครัน มีอะไรกันบ้างมาดูเลย

ridingmode

#Tip : Ducati Safety Pack ประกอบด้วย ABS และ DTC

 

multi950-46-2
วิวแบบนี้เลย … แหล่มมาก แถมอากาศที่เย็นสบายๆตลอดทั้งปี (ช่วงที่ผมไปจะอยู่ราวๆ 16c – 30c) ฟิน!!

ในแต่ละโหมดของการขับขี่จะมีการปรับตั้ง ABS / DTC รวมไปถึงการตอบสนองของ คันเร่งไฟฟ้า (Ride-by-Wire) อีกขั้นนึง ซึ่งจะให้การตอบสนองที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม โดยมีรายละเอียดของแต่ละโหมดดังนี้

power

*DTC / ABS สามารถเลือกที่จะปิดการทำงานหรือตั้งค่าอย่างละเอียดตามแต่ที่ผู้ขับขี่ต้องการได้อีกทีนะครับ ตารางนี้เป็นแค่ค่าเริ่มต้นของตัวรถที่ปรับไว้ให้ โดยตัวเลขน้อยหมายถึงระบบจะทำงานน้อย ตัวเลขมากจะทำงานมาก

สัดส่วนคน และรถ

multi950-22

สำหรับผมเองที่ยังคงระดับความสูงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 163 cm พร้อมน้ำหนักตัว 65 kg เรียกได้ว่าขนาดย่อมเยาที่สุดในทริป แต่ละคนมากันนี่ 175 cm อัพทั้งนั้นเลย ถึงขนาดทีมงานเดินมาถามว่าเอา Low seat มั้ย? เราเตรียมมาให้ด้วยนะ … ใช่สิ!!!

การนั่งลงตรงกึ่งกลางของเบาะรถ Ducati Multistrada 950 ที่มากับ Standard Seat ด้วยความสูงเบาะ 840 mm สำหรับผมลงปลายเท้าพอได้อยู่ ส่วนในการขับขี่ปกติเวลาลงเท้าก็เขยิบก้นนิดหน่อยให้ลงได้เกือบๆเต็มเท้าก็สบายๆแล้ว

มีสัมภาระแล้วความสูงลดลงมั้ย ? บอกเลยว่าไม่แตกต่างกันมากครับ เนื่องจากการปรับตั้งช่วงล่างที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานแต่ละแบบมักจะทำให้ความสูงของรถแทบไม่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผมเองได้ทำการปรับตั้งเพิ่มเติมนิดหน่อย ก่อนจะลองปรับหยาบๆสูงสุด-ต่ำสุดอีกที เดี๋ยวมาดูในช่วงการขับขี่กัน

ส่วนผู้ขับขี่ที่สรีระ 175 cm ขึ้นไป ลงเท้าได้เกือบๆเต็ม หรือเต็มหล่ะครับ ตรงนี้อยู่ที่สรีระช่วงขาของแต่ละคนเองด้วยน้า มีคนขอให้ติด High Seat ไปด้วย ผมนี่หันไป(แหงนคอ)มองหน้าเลย … ฮ่าๆ

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #ฝ่าการจราจร

AC1_8035

เรียกได้ว่ามีช่วงเวลาสั้นๆแหล่ะครับ ที่เราได้ผ่านการจราจรมาในช่วงต้นของการเดินทาง ซึ่งการขับขี่มีการลัดเลาะบ้างเล็กน้อยด้วยโหมดเริ่มต้นที่ Touring การเดินคันเร่งรอบต่ำๆบนเกียร์ 1-2 ทำได้โดยง่าย ให้ความนุ่มนวลในการเดินคันเร่งรอบต่ำๆได้ดีเกินกว่าที่คาดไว้จาก Multistrada 950 คันนี้ ออกไปทางนุ่มนวล และควบคุมคันเร่งได้ง่ายกว่า Multistrada 1200S พอสมควรเลยทีเดียว

สรีระของตัวรถที่ยกมาจากรุ่นพี่ ผสานกับเครื่องยนต์ที่มีการจัดวางให้ได้รูปลักษณ์ของตัวรถที่เพรียวบาง ทำให้การโยกรถไปมาทำได้คล่องแคล่ว สำหรับการใช้งานในการจราจรของบ้านเราก็น่าจะทำได้ดีในระดับนึง จะมีติดขัดก็กระจก กับการ์ดแฮนด์นั่นแหล่ะครับ ซึ่งก็เป็นปกติของรถ Touring ที่มากับท่านั่งสบายๆ ในลักษณะนี้

_G011114

แม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนจะใหญ่โต แต่วงเลี้ยวของรถนั้น “แคบมาก” ด้วยการวางน้ำหนักที่ทำให้การขับขี่ทำได้ง่าย รวมไปถึงความสูงของเบาะที่ 840 mm ทำให้การกลับรถตามถนนแคบๆ หรือทางลาดชันต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น แม้จะด้วยสรีระของผมเองที่ 163 cm ก็ตาม

เมื่อลองสลับมาใช้โหมด Urban ในช่วงของการใช้ความเร็วต่ำๆ ยิ่งทำให้การเดินคันเร่งทำได้ง่ายขึ้นอีกขั้นนึง ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงเรื่องน้ำหนักมือ หรือการที่ต้องคลอคลัทช์ช่วยนิดๆ เพื่อรักษาอาการรถเลยหล่ะครับ คือเปิด-ปิด คันเร่งตามจังหวะได้เลย อาการสะดุดของการส่งกำลังต่างๆมีน้อยมาก เรียกว่าชิวๆเลยหล่ะ

ส่วนประเด็นร้อน!! สำหรับ Ducati Multistrada 950 นับว่าสบายๆครับ แต่ตรงนี้ส่วนนึงจากสภาพอากาศที่เย็นสบายของเกาะแห่งนี้ด้วย ในช่วงอุณหภูมิสูงสุดที่ 30c ก็อุ่นขึ้นนิดหน่อย ส่วนในบ้านเราก็น่าจะอุ่นขึ้นอีกนิด แต่ไม่ถึงขั้นร้อนมากมายอะไร ชุดขับขี่ที่เหมาะสมช่วยได้จริงๆน้า นอกจากจะไม่ร้อนขาแล้วยังปลอดภัยกว่าเยอะ

#Tip
โหมด Touring สำหรับการจราจรทั่วไป
โหมด Urban ถ้ารถติดขัดน่าจะตอบสนองได้ดีขึ้น ขับขี่ได้สบายขึ้น
DTC / ABS ค่ามาตรฐานพอครับ

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #เดินทางไกล

AR4I4696-2

หลังจากที่พ้นเขตเมืองมาได้ก็เข้าสู่ช่วงการวิ่งหน้าตั้งเข้าหาแนวสันเขาที่งดงามเบื้องหน้ากันหล่ะทีนี้

Ducati Multistrada 950 ที่มากับขุมพลังในแบบ L-Twin ความจุ 937 cc ให้พลังที่ “เหลือเฟือ” มาพร้อมแรงบิดที่กว้างครอบคลุมการใช้งานเดินทางได้อย่างลงตัว ทำให้การเปิดคันเร่งออก ไม่ว่าจะ รอบต่ำ รอบกลาง หรือรอบสูง สามารถทำได้โดยแทบไม่ต้องใช้เกียร์ช่วย

แม้ว่าจะมีล้อหน้าขนาดใหญ่ถึง 19” พร้อมยางติดรถ Pirelli Scorpion Trail II ที่หลายๆคนอาจจะมองว่าน่าจะมีอาการแกว่งแน่ๆ แต่เปล่าเลย! การตอบสนองในย่านความเร็วสูงของ Multistrada 950 ช่วงทางตรงยาวๆยังคงให้เสถียรภาพรถได้ดีมากเลยทีเดียว แม้จะไล่ความเร็วขึ้นไปสูงถึง 200+ km/hr บนย่านรอบที่ 9000-9500 rpm ก็ตาม แต่ทั้งนี้การไหลเข้าโค้งความเร็วสูงอาจจะมีอาการแกว่งเบาๆให้รู้สึกได้นะครับ แต่บนการใช้งานปกติ ใครเค้าจะมาเข้าโค้งกันขนาดนี้ !!!

ชิวบังลมหน้า (windscreen) ยกมาจาก Multistrada 1200 ซึ่งให้การปรับระดับที่ง่าย เพียงแค่เอื้อมมือไปบีบ แล้วยกขึ้นลงได้เลย สำหรับสรีระผมในการเดินทางยาวๆแบบนี้ยกขึ้นสุด สบายแล้วครับ ชิวหน้าช่วยจัดการลมออกไปจากตัวผู้ขับขี่ได้ดีเลยทีเดียว แต่ยังมีลมวนด้านหลังระหว่างชิวกับหมวกที่ทำให้เสียงลมอื้ออึงได้พอสมควร ซึ่งเป็นปกติเมื่อใช้ย่านความเร็วสูงขึ้น (จะเริ่มชัดเจนที่ย่านความเร็ว 140+km/hr)

อาการสั่นที่เป็นคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ในแบบ L-Twin ยังคงมีให้รู้สึกได้ที่ย่านรอบประมาณ 7,000 rpm หลังจากที่เลยช่วงนี้ไปแล้วสั่นน้อยลงนิดหน่อย ซึ่งมีผลลามมาถึงกระจกมองข้างที่เบลอนิดๆ และส่งมาถึงมือจับคนซ้อนให้มีอาการสั่นเบาๆได้ตลอดเวลา แต่ถือว่าไม่ได้มากมายจนรบกวนการขับขี่อะไร

สำหรับความเร็วเดินทางที่ 100-120 km/hr บนย่านรอบที่ 4500-5000 rpm ที่เป็นความเร็วเดินทางหลักในบ้านเรา Mutlistrada 950 ให้การตอบสนองบนโหมด Touring ที่ดี ให้อัตราเร่ง และแรงบิดที่พร้อมจะส่งให้ทะยานออกได้ทันที แต่ทั้งนี้ตัวรถเค้าไม่ได้สร้างมาพร้อมอัตราเร่งที่จัดจ้านแบบ Multistrada 1200 นะครับ (แต่ถือว่าจัดจ้านแล้วสำหรับรถ Touring ที่ต่ำกว่า 1000 cc)

ในการใช้งานที่ย่านความเร็วเดินทางที่ 100-120 km/hr ลองปรับโหมดไปมาระหว่าง Sport และ Touring … แทบไม่รู้สึกความแตกต่างเลยหล่ะครับ การส่งแรงบิดตามย่านรอบต่างๆ ช่วงจังหวะการกระแทกคันเร่งออกไป ให้การตอบสนองที่ใกล้เคียงกันมาก … แล้วมันต่างกันยังไงหล่ะเนี่ย !!! เดี๋ยวๆใจเย็นๆ เดี๋ยวรู้กัน ความสนุกมาถึงแล้ว

#Tip
โหมด Touring สบายๆครับ อยากจะเร่งก็เปิดคันเร่งไปได้เลย
DTC / ABS ค่ามาตรฐานโลด

 

การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #โค้งเขาทางชัน, ลูกรัง

_TI20867

หลังจากวิ่งบนทางตรงยาวๆมาได้สักระยะนึงเราก็เข้ามาสู่ช่วง “ความสนุก” กับการขับขี่บน Ducati Multistrada 950 คันนี้กันแล้ว !!

บนถนนเส้นทางรองที่พื้นผิวคมกริบ เต็มไปด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยว และ “โค้งหลอกตา” เพียบ … เพลินกันไปเลยทีเดียว กับการขับขี่ไปบน Multistrada 950 ด้วยขุมพลังแบบ L-Twin ที่ให้แรงบิดที่เหลือเฟือ ทำให้การพลิกรถตามโค้งแคบๆทำได้ “ง่ายมาก”

ด้วยโหมด “Sport” กับการใช้เกียร์ 2-3 เป็นหลัก ใช้เพียงจังหวะของการ “ปิด-เปิดคันเร่ง” ตามจังหวะการเข้า-ออก โค้งก็สามารถพาเค้าเดินทางไปได้แบบสบายๆ อาจจะแต่งเบรคช่วยนิดนึงถ้ามาเร็วไป แล้วก็พุ่งเข้าไปหาโค้งก่อนจะเปิดคันเร่งทะยานออกไปได้ง่ายๆ ซึ่งการตอบสนองของรถต่อจังหวะการ ปิด-เปิดคันเร่ง นี้แหล่ะครับที่จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของโหมด Sport และ โหมด Touring

Multistrada 950 มากับแฮนด์บาร์ยกสูงกว้างๆ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ร่างกายช่วงบน ผสานกับการเข้าโค้งในแบบ Counter Steering (ผลักแฮนด์ไปด้านตรงข้าม) ได้อย่างคล่องแคล่ว และให้เสถียรภาพในการพลิกรถซ้าย-ขวา ต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

หรือจะเป็นช่วงที่วิ่งเอาล้อหน้าไป “ทับหิน” ก้อนเท่ากำปั้น ให้ใจหายเล่น แฮนด์บาร์กว้างๆช่วยให้เราใช้แรงน้อยลงในการประคองอาการของรถเพื่อพาให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้ (เรียกว่าใจหาย ถ้าหลุดโค้งไป เหวนะนาย!! เกือบได้ปักป้ายชื่อบนถนนต่างแดนแล้ว!!)

ระบบเบรค ABS ที่ติดตั้งมาด้วย Bosch 9.1 MP ที่เป็นมาตรฐานของรถรุ่นใหม่ๆ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้เบรคได้แบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นทางชัน หรือทางราบก็ตาม ระบบเบรคจะคอยดูแลอาการของรถให้ ไม่ให้เกิดอาการ “ยกล้อหลัง” ทำให้เราสามารถ กดเบรคกันได้แบบเต็มๆในช่วงพุ่งลงทางชันโดยตัวรถไม่เสียอาการมากเกินไปจนอันตราย

พื้นฐานช่วงล่างเดิมๆที่ปรับตั้งด้วยค่ามาตรฐานให้การตอบสนองด้านหลังที่ดี ตามติดพื้นผิวโค้งได้ดีมาก และให้ความรู้สึกมั่นใจในการส่ง Multistrada 950 คันนี้ให้ทะยานออกไปได้อีก แต่ทั้งนี้การตอบสนองของช่วงล่างด้านหน้าจะมีอาการที่ผมรู้สึกว่า “ยุบไว” เกินไปสักนิดนึง สำหรับการใช้งานในการเดินทางทั่วไป ซึ่งปรับตั้งแค่นิดเดียวก็ลงตัวแล้ว

#Tip
โหมด Sport สำหรับพื้นผิวที่ดี
โหมด Touring ลดลงมาสักนิดถ้าผิวถนนไม่ค่อยดี
DTC ผมปรับขึ้นไประดับ 6 แม้ผิวถนนที่ขับขี่จะมีการยึดเกาะที่ดีมาก แต่กรวดทรายก็เยอะมากเช่นกัน
DTC ที่ระดับ 6 รู้สึก “สบายใจ” และลงตัวกว่า ในบ้านเราน่าจะใกล้เคียงกันครับ

multi950-40-2

แม้ว่าจะมีแต่เส้นทางหลักให้เราได้ขับขี่กัน แต่กระนั้นเลยก็แอบแว่บมาลองสักนิด “เด็ด!”

จากที่ช่วงล่างด้านหน้าที่ “ยุบไว” ไปสักนิดสำหรับการใช้งานบนทางราบ กลายมาเป็น “ลงตัว” กับการขับขี่ในทางหิน ดิน ทรายเลยหล่ะครับ ล้อหน้าขนาด 19” ที่มากับโช๊คหน้าขนาดใหญ่ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางที่ 48 mm พร้อมระยะยุบ 170 mm ตอบสนองกับการ “กระแทก” และ “ตะกุย” ได้อย่างลงตัว

สำหรับมือใหม่ (ผมเองก็เช่นกัน ฮ่าๆๆ) ของการขับขี่ในทางลื่นๆ ดินๆ หินๆ แบบนี้สับมาโหมด Urban แล้วมา “เปิดคันเร่งกันเต็มๆ” ได้เลย DTC คอยช่วยรักษาอาการของล้อหลังให้ได้ค่อนข้างดี คือยังมีอาการสไลด์ได้เรื่อยๆ แต่ระบบ DTC จะคอยตัด-ต่อ การส่งกำลังให้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้คันเร่งได้สบายใจขึ้นเวลาที่เจอกับทางลูกรัง หรือสภาพถนนลื่นๆ

ส่วนผู้ขับขี่ที่ชำนาญกับทางดินแล้วสับไปโหมด Enduro ได้เลยครับ แล้วจะพบกับความ มันส์อีกระดับ ตัวรถที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบา และให้การวางน้ำหนักที่ดี ทำให้การโยกรถไปมาทำได้ค่อนข้างคล่องตัว สรีระของตัวรถที่เพรียวบาง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ช่วงน่อง ในการบังคับรถได้ค่อนข้างง่าย การขับขี่ในท่ายืน กระชับกับสรีระของผมที่ 163 cm เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แต่ถ้าใครสูงซัก 180 cm ขึ้นไปอาจต้องปรับตำแหน่งแฮนด์ให้เหมาะสมนิดนึง จะได้ “ยืนขี่” ได้สบายขึ้น

#Tip
โหมดเสียวเลือก Urban*
โหมดมั่นใจจัด Enduro

#Tip
สำหรับ Urban อาจจะลด DTC ลงเหลือ 4 & ABS เหลือ 2
สำหรับผมให้ความรู้สึกดีขึ้นกับการขี่บนทางดิน

อัตราสิ้นเปลือง

AR4I4970

สำหรับในคราวนี้ช่วงระยะทางที่จับระยะได้อยู่ที่ประมาณ 220 km ซึ่งก็ต้องบอกว่ามีการสลับการขับขี่กันทั้งสองแบบ และผู้ขับขี่หลากหลายคนด้วยกัน แถมด้วยการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงการจราจรในเมือง เส้นทางคดเคี้ยวที่ใช้จังหวะการเปิดคันเร่งต่อเนื่อง หรือจะเป็นช่วงทำความเร็วสูง หรือจะเรียกว่าอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จะมาจากการขับขี่ใน “แทบทุกแบบ” รวมกันเลยก็ว่าได้

fuel

ซึ่งในกลุ่มของผมมีรถทั้งหมด 8 คัน และใช้น้ำมันรวมกันทั้งหมดอยู่ที่ 95 litre (เติมหัวจ่ายเดียวกันทั้งหมด) ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้งหมด 8 คันอยู่ที่ 18.52 km/litre ซึ่งทำได้ใกล้เคียงกับสเปคที่เคลมมามากเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ “ไม่มีช่วงการจราจรติดขัด” ถ้าการจราจรในบ้านเรานั้นน่าจะต้องทดลองกันเต็มๆอีกสักรอบ !

ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย

_TI21286

ข้อดี

  • เป็นรถ Touring ในพิกัดกลาง (ไม่ถึง 1000 cc) ที่ตอบสนองได้ หลากหลาย ให้ความคล่องตัวที่สูงมาก แต่ยังคงเต็มเปี่ยมด้วยความสบายของการใช้งาน
  • ล้อหน้าขนาด 19” ให้ความคล่องแคล่วในการขับขี่สูง ทั้งในความเร็วต่ำ และความเร็วสูง และยังคงตะกุยทางได้ง่าย แต่ไว้มีโอกาสได้ขับขี่แบบเต็มๆบนทางดินแล้วเดี๋ยวมาเล่ากันอีกที
  • โหมด 4 โหมดที่ให้มา (Touring, Sport, Urban, Enduro) ให้การตอบสนองที่แตกต่างกัน และได้รับการปรับตั้งมาอย่างเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละรูปแบบ
    • Touring – เหลือเฟือกับการเดินทาง และใช้งานได้ทั่วไป
    • Sport – ให้การตอบสนองที่รู้สึกจัดจ้านขึ้นในช่วงการเปิดคันเร่ง
    • Urban – ทอนแรงม้าลง ให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงกับน้ำหนักคันเร่งมากเกินไป
    • Enduro – ทอนแรงม้าลง ปรับDTC/ABS เพื่อให้เล่นสนุกกับทางดินได้มากขึ้น
  • สมรรถนะของตัวรถที่เรียกได้ว่า “เกินพอ” กับการใช้งานในบ้านเรา
  • แม้จะได้ชื่อว่าเป็น “รุ่นเล็ก” แต่ก็ยังคงได้ระบบความปลอดภัยมาครบ และพอกับการใช้งานบนท้องถนน ซึ่งน่าจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงเรื่องของอุปกรณ์ไฟฟ้า และเซนเซอร์ต่างๆมากเกินไป
  • ให้เสถียรภาพบนความเร็วสูงได้ดี และยังคงความคล่องตัวในการพลิกรถต่อเนื่องในความเร็วต่ำ
  • ชิวบังลมหน้า (windscreen) ปรับระดับได้ง่าย ให้การจัดการกับลมในสถานการณ์ต่างๆได้ดี

ข้อเสีย / ข้อสังเกต

  • อาการสั่นมีให้รู้สึกได้ที่ย่านรอบประมาณ 7,000 rpm ซึ่งส่งผลถึงกระจกมองข้างที่สั่นเบลอไปด้วย และมือจับคนซ้อน ถ้าคนซ้อนนั่งทับช่วงมือจับอาจจะมีอาการ “ตูดชา” ได้นะครับ ลดความเร็วลงแล้วขี่เดินทางสบายๆกันดีกว่า
  • ช่วงปล่อยมือทีย่านรอบประมาณ 7,000 rpm ตัวรถมีอาการ “กินซ้าย” เล็กน้อย แต่ที่ย่านรอบอื่นไม่ค่อยออกอาการอะไร
  • รายละเอียดของประกับควบคุมซ้ายขวา ดูลดต้นทุนเล็กน้อย ต่างออกไปจาก Multistrada 1200
  • เบาะปรับระดับไม่ได้ !! ถ้าจะปรับคือเปลี่ยนเบาะอย่างเดียวเลยโดยมีเบาะมา 3 ระดับคือ Low (820 mm), Standard (840 mm), และ High (860 mm)
  • มาในรูปแบบของ Standard (Base Model) ที่ผู้ขับขี่ต้องเลือกเสริมอุปกรณ์ต่างๆเข้าไปเอง โดยมีการแบ่งเป็นอุปกรณ์ย่อยๆ 4 ชุดด้วยกัน คือ Touring, Sport, Urban, Enduro

น่าจะเหมาะกับ

AR4I4513

น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่มีประสบการณ์ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่มาแล้วในระดับนึง และต้องการจะเริ่มต้น “ออกไป” เดินทางกับรถ Touring ในราคาที่ย่อมเยาขึ้นจากทาง Ducati
  • “มือใหม่” Ducati Multistrada 950 ให้ความคล่องตัว และการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมด้วยมีความเป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องมาพร้อมกับการเรียน และการฝึกฝนตามขั้นตอนไปด้วยนะครับ แม้จะขับขี่ได้ง่ายแต่ความเร็วที่ทำได้ฉีกทะลุออกมาจากรถทั่วไปมากเลยทีเดียว
  • ขับขี่ Ducati Multistrada 1200 อยู่แล้ว และยังคงชอบในอารมณ์ของ Multistrada แต่ต้องการรถที่คล่องตัวมากขึ้น ใช้งานได้สบายขึ้น และลุยได้มากขึ้น พร้อมด้วยการบำรุงรักษาที่ถูกลง

สรุป

multi950-40

Multistrada 950 มีดพับสวิสขนาดย่อมๆที่มากับใบมีดที่คมกริบ ที่ใช้งานได้ง่าย และใช้งานได้จริง

มีดพับสวิสขนาดย่อมๆ ที่พร้อมพาเค้าไปเดินทางได้อย่างหลากหลาย คือความรู้สึกที่ได้จาก Ducait Multistrada 950 คันนี้ ด้วยสรีระทรวดทรงที่ประกอบร่างมาจากรุ่นพี่อย่าง Multistrada 1200 และ Multistrada Enduro ที่ผสานเอาจุดเด่นของรถทั้งสองรูปแบบทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น มาเขย่ารวมกันอย่างลงตัว ก่อนจะรีดน้ำหนักลงไปอีกประมาณ 10 kg ซึ่งทำให้ผมเองที่สัดส่วน 163 cm ก็ยังยกรถขึ้นตั้งตรงได้โดยไม่ต้องใช้แรงอะไรมากมาย

กับการออกแบบที่มุ่งเน้นให้มีความปราดเปรียว คล่องตัว ขับขี่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งใช้งานเดินทางได้จริง พร้อมด้วยระยะบำรุงรักษาที่ยาวขึ้น และยังคงไว้ซึ่งอารมณ์ในการขับขี่ในแบบ Multistrada ไว้อย่างครบถ้วน ประกอบด้วยการลดค่าบำรุงรักษาจากทาง Ducati Thailand ที่ยิ่งน่าจะทำให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการขับขี่ไปกับ Multistrada ได้ง่ายขึ้นอีกขั้นนึง

ถึงแม้ว่าระบบไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวกต่างๆในรุ่นพี่อย่าง Multistrada 1200 S ถูกถอดออกไป แต่ระบบความปลอดภัยพื้นฐานใน Ducati Safety Pack (ABS / DTC) ยังคงให้มาครบครัน และใช้งานได้จริง ให้การตอบสนองที่ปรับระดับได้หลากหลายตามโหมดการขับขี่ทั้ง 4 โหมด (Touring, Sport, Urban, Enduro) หรือจะปรับให้ตอบสนองตามที่ผู้ขับขี่เลือกก็ยังทำได้โดยง่าย

Print

ในโหมด Touring นับได้ว่าเป็นการปรับตั้งการทำงานของรถที่น่าจะลงตัวที่สุดสำหรับการใช้งานเดินทางทั่วไปในบ้านเรา ด้วยการตอบสนองของตัวรถที่เป็นมิตร และยังคงไว้ด้วยซึ่งพลังที่เหลือเฟือในจังหวะที่เราต้องเร่งต่างๆ หรือถ้าต้องการการตอบสนองที่ “ไวขึ้น” ก็ปรับไปโหมด Sport เพื่อสนุกกับเส้นทางได้ทันที

แรงบิดที่ส่งออกมากว้างๆในช่วงย่านรอบ 3500-9500 rpm ให้การตอบสนองของตัวรถที่ “พร้อมจะทะยาน” ออกไปได้ทันทีที่ต้องการ ไม่ต้องคอยลดเกียร์เพื่อเรียกแรงบิดในการเร่งแซง แรงฉุดที่ได้จากเครื่องยนต์ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลกว่ารุ่นพี่อย่าง Multistrada 1200 แต่ถามว่ามี Engine brake มั้ย? มีครับ เหลือๆเลย

ตัวรถให้เสถียรภาพที่ดีในความเร็วสูง และยังคงความคล่องแคล่วในสภาพถนนแคบๆไว้ได้ พื้นฐานช่วงล่างเข้าถึงการปรับตั้งได้ง่าย และปรับได้ละเอียดตามสภาพการใช้งานของผู้ขับขี่ สำหรับการเดินทางบนทางเรียบนั้นช่วงหน้าออกจะ “ยุบไว้” ไปสักเล็กน้อย แต่ก็แลกด้วยความสามารถในการช่วยซับแรงกระแทกที่ไม่คาดคิด เช่นหลุม บ่อ หรือ หินก้อนใหญ่ๆ อย่างที่ผมได้เจอมา ได้เป็นอย่างดี

นับได้ว่า Ducati Multistrada 950 น่าจะเป็นรถ Touring คันนึง ที่ตอบสนองการใช้งานได้ “หลากหลาย” และพร้อมจะให้ผู้ขับขี่ออกไปเดินทางในแทบทุกสภาพการใช้งานได้ทันทีเลยเช่นกัน

Multisrada 950 เปิดราคามาแล้วกับ Model หลักตามรายการนี้ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ ติดต่อทางศูนย์ Ducati ใกล้บ้านได้เลย

Screen Shot 2017-03-15 at 11.00.41 AM

ขอบคุณที่ติดตามกันนะครับ Ducati คันต่อไปอะไรดี คอมเมนท์กันเข้ามาได้เลย !

ขอบคุณ

alpinestar

ชุดขับขี่แบบ Touring จาก Alpinestars เข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมโปรโมชันได้ที่ Alpinestars Thailand Official

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ

facebook : https://www.facebook.com/40garage

Comments