ส่อง 2017 Honda CBR1000RR และ 2017 Honda CBR1000RR SP รุ่นขายในไทย พร้อมเผยความแตกต่างทั้ง 2 รุ่น

โดย /

หลังจากที่ทาง เอ.พี. ฮอนด้า ทำเซอร์ไพรซ์เปิดตัว All New Honda CBR1000RR และ All New Honda CBR1000RR SP ไปเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมนำนักแข่งระดับโลกอย่าง “Nicky Hayden” ดีกรีแชมป์โลกโมโต จีพี ปี 2006 และ “Stefan Bradl” แชมป์โลกโมโตทู ปี 2011 จากทีม Red Bull Honda World Superbike มาร่วมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งรถทั้ง 2 รุ่นนี้ ผลิตภายใต้แนวคิด “Total Control’” ที่ชูจุดเด่นทั้งในด้านเครื่องยนต์ที่ถ่ายทอดจากสนามแข่ง และระบบการควบคุม ที่ใช้เทคโนโลยีการขับขี่กับชุดอุปกรณ์ควบคุม อิเล็กทรอนิคต่างๆ และยังเป็นรถที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในรถคลาสเดียวกัน

รถซุปเปอร์สปอร์ตตระกูล CBR เริ่มมีขึ้นในปี ค.ศ. 1992 มาถึงตอนนี้ผ่านมา 25 ปีแล้ว ทีมงานวิศวกร และฝ่ายออกแบบได้พัฒนา คิดค้นระบบเครื่องยนต์ และระบบการขับขี่ต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ภายในคอนเซ็ป “Total Control” โดยมีแนวคิดการพัฒนาคือ การนำเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง และ การควบคุมการขับขี่ที่ง่าย ทั้งนี้ Honda ได้เลือก “Nicky Hayden” แชมป์โลกโมโต จีพี ปี 2006 มาถ่ายทอดเรื่องราวของ All New Honda CBR1000RR ที่สนาม Valencia ประเทศสเปน ไปชมคลิปได้เลย!!

Nicky Heyden ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในงานเปิดตัว “2017 Honda Fireblade Press Launch Interviews” ถึงความรู้สึกครั้งแรกของการขับขี่ CBR1000RR SP เมื่อเทียบกับหลายๆ รุ่นก่อนหน้านี้ (ผู้เขียนขอย่อยบทสัมภาษณ์)

“เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ทดลองขับขี่ CBR1000RR SP ที่สนาม Valencia ประเทศสเปน รู้สึกสนุกและขับขี่ง่ายมาก โดยเฉพาะขุมพลังของเครื่องยนต์ที่แรง แต่นุ่มนวล ระบบอิเล็กทรอนิคในการเข้าเกียร์แบบ Upshift และ Downshift ที่ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกเดียวกับรถที่ตนเองใช้ในการแข่งขัน และตัวรถที่น้ำหนักเบา ทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น”

เจาะสเปค All New Honda CBR1000RR SP
CBR1000RR SP ถือเป็นรุ่นรองท๊อปจาก CBR1000RR SP2 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ในการแข่งขัน World Superbike แต่หลายๆ จุดเด่นของรถ ถ่ายทอดและมีใช้ใน CBR1000RR SP เช่นกัน อาทิ
– น้ำหนักของตัวรถอยู่ที่ 195 กิโลกรัม ลดลงจากรุ่นปัจจุบัน 17 กิโลกรัม
– ระบบกันสะเทือนหน้าและหลังจาก Ohlins
– ระบบเบรคหน้าและหลังจาก Brembo
– ระบบอิเลกทรอนิกส์แบบใหม่
– ถังน้ำมันไทเทเนียม
– ระบบ Cornering ABS
– Quick shifter ทั้งในการเข้าเกียร์ขึ้นและลง
– เทคโนโลยีแทรคชั่นคอนโทลเหมือนกับในรุ่น RC213V-S
– โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย
– Battery Li-ion

นับได้ว่าเป็นการพัฒนาขึ้นอีกขึ้นของรถ Superbike จากค่าย Honda ที่มีการเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์และเทคโนโลยีขั้นสูงตามแบบฉบับของ Honda

ระบบเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ใน All New Honda CBR1000RR SP มาพร้อมด้วยปริมาตรกระบอกสูบถึง 999.8 ซีซี แบบ 4 สูบเรียง กระบอกสูบมีขนาด 76 x 55.1mm โดย Honda ได้พัฒนาแรงบิดในช่วงรอบต้นจนกระทั่งรอบปลายโดยเช่นกัน  สามารถทำความแรงได้ถึง 189 แรงม้าที่ 12,500rpm* ซึ่งมีแรงม้าเพิ่มขึ้นมาถึง 11 ตัวจากตัวก่อนหน้านี้

ในส่วนเครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาสามารถรองรับแรงบิดได้สูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์ที่ 13,000rpm และมีอัตราส่วนการอัดถึง 13:1 รวมถึงลูกสูบได้รับการออกแบบใหม่ และเครื่องยนต์มีน้ำหนักน้อยลงกว่าตัวเก่าถึง 2 กิโลกรัม เนื่องจาก Honda ได้เลือกใช้วัสดุแมกนีเซียมมาครอบตัวเครื่องยนต์แทน

ทางด้านท่อไอเสียได้ใช้วัสดุไททาเนียมพร้อมกับถังน้ำมันที่สามารถบรรจุเชื่อเพลิงได้ถึง 16 ลิตร พร้อมสลิปเปอร์คลัตช์ที่เข้ามาช่วยในการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมากกว่าเดิม
(Europe spec)

ระบบอิเล็กทรอนิค
ในด้านระบบอิเล็กทรอนิคของ CBR1000RR SP ได้ใช้ระบบของ Bosch ที่เรียกกันว่า inertial measurement unit (IMU) โดยระบบ IMU ที่ทำงานกันชุดล้อและระบบขับเคลื่อนรวมไปถึงความเร็วของเครื่องยนต์ ระบบเบรกและอัตราการเร่งได้ทำงานร่วมกับแทรคชั่นคอนโทลของ Honda ที่มีชื่อว่า HSTC (Honda Selectable Torque System) และระบบ ABS ในการเข้าโค้งจะทำให้การเข้าโค้งเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ขับขี่

ซึ่งระบบ HSTC ทาง Honda ได้บอกมาว่า เป็นการใช้เทคโนโลยีที่ใช้ในรถ RC213V-S อาจจะเเตกต่างที่เรื่องของความเร็วในการขับขี่ และยังมี Engine เบรกช่วยลดระยะการใช้เบรกเข้ามาช่วยในการขับขี่เช่นเคย

CBR1000RR SP มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนจาก Ohlins ที่ถูกติดตั้งมาจากโรงงาน ที่สามารถปรับตั้งค่า Compression Damping และ Rebound Damping ได้อย่างเต็มระบบ ในเรื่องการขับเคลื่อนที่กับระบบเกียร์อิเล็กทรอนิค Quick shifter ที่สามารถเข้าเกียร์ทั้งขึ้นและลงได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ด้วยการทำงานของหัวฉีดที่แตกต่างกัน พร้อมด้วยระบบป้องกันการหน้าลอยหรือยกล้อนั่นเอง

ในส่วนของโหมดการขับขี่แบ่งออกเป็น 3 โหมด

  • Track
  • Sport
  • Comfort

โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ได้ตามสบาย ซึ่งในแต่ละโหมดก็จะมีสไตล์การขับขี่แตกต่างกันออกไป

ตัวเฟรม, ระบบกันสะเทือนและระบบเบรก
Honda ได้ปรับตัวเฟรม CBR1000RR SP ให้มีความแข็งแกร่งและมีความบาลานซ์ที่ดีขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงของตัวเฟรมทำให้มีความกระทัดรัดมากขึ้นสำหรับรถ Superbike ยุคใหม่ เบาขึ้น 800 กรัม ด้วยการใช้ซัพเฟรมท้ายด้วยวัสดุอะลูมิเนียม ส่วนตัวสวิงอาร์มมีความแข็งแรงขึ้นและน้ำหนักเบากว่าก่อน

ในด้านระบบเบรกหน้าของ CBR1000RR SP ได้ใช้คาร์ลิปเปอร์คู่หน้าจาก brembo Racing monoblocs ขนาด 4 ลูกสูบ ส่วนของล้อแม็กแบบใหม่ได้ใช้ลักษณะแบบตัว Y-shape มีน้ำหนักลดลงไปถึง 100 กรัม

จอแสดงผล
ใช้จอแสดงผล TFT LCD ใช้เทคโนโลยีตัวเดียวกับ RC213V-S

จุดเด่นของ CBR1000RR

TBW & APS
เทคโนโลยีคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire) ที่ทำงานประสานกับเซ็นเซอร์ APS ที่ฝังอยู่ใน Handlebar grip เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตอบสนองกับแรงบิดของผู้ขับขี่ได้อย่างดีที่สุด

Power Selector, HSTC และ Engine Brake Control
เทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็น Power Selector ระบบการตั้งค่าการขับขี่ โดยผู้ขับขี่เลือกตั้งค่ากำลังจากเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับแรงบิดของคันเร่ง, HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบควบคุมแรงบิดแบบเลือกได้ของฮอนด้า เพื่อตรวจจับความเร็วล้อด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้การควบคุมรถได้อย่างราบรื่น, Engine Brake Control แบบปรับเลือกได้ตาม Riding Mode ที่ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเองได้ตามต้องการ

New LED Headlight & Taillight
ไฟหน้า ไฟท้ายและไฟเลี้ยวแบบ LED

Titanium Muffler
ท่อไอเสีย Titanium น้ำหนักเบาแต่ให้เสียงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

Thin-Film Transistor Meter
จอแสดงผลแบบ TFT LCD เทคโนโลยี เดียวกับที่ใข้ใน RC213V-S

จุดเด่นของ CBR1000RR SP

Quick Shifter
ระบบในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงระหว่างขับขี่ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นโดยไม่ต้องบีบคลัช

OHLINS Suspension with Smart EC system
ระบบกันสั่นสะเทือนของ OHLINS ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ ตอบสนองทุกสภาพการขับขี่ เพิ่มอัตราเร่งหรือชะลอตัวในช่วงเข้าโค้งได้อย่างมีเสถียรภาพ

New Tri Color
สีสันใหม่แบบ Tri Color ที่เน้นสีแดงเพิ่มลุคสปอร์ต มาพร้อม เบาะนั่งแบบ Single seat

Titanium Fuel Tank
ถังน้ำมันไทเทเนียม ที่มาพร้อมคุณสมบัติที่แข็งแกร่ง ทนทาน แต่น้ำหนักเบา

Brake Brembo
ระบบเบรกแบรมโบ เทคโนโลยีเดียวกับระบบเบรกที่ใช้ในการแข่งขันในสนามระดับโลก

 

ทาง เอ.พี. ฮอนด้าพร้อมเปิดตัว All New Honda CBR1000RR และ All New Honda CBR1000RR อย่างเป็นทางการ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 วันที่ 29 มีนาคม – 9 เมษายน 2560 ในส่วนของ All New Honda CBR1000RR มีจำหน่าย 2 สี ได้แก่ แดง (Victory Red) และ สีดำ (Mat Ballistic Black Metallic) และ All New Honda CBR1000RR SP มีสีเดียว คือ Tri-color (Victory Red)

ส่วนราคา และกำหนดการส่งมอบรถ จะประกาศให้ทราบในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และผู้ที่สนใจสามารถจองรถได้แล้ววันนี้เป็นต้นไปกับตัวแทนจำหน่าย Honda Bigwing ทั่วประเทศ และ 30 คนแรกที่จองรถจะได้รับ Certificate รับรองจาก Nicky Hayden

อัพเดท [MOTORSHOW] เคาะราคาขายอย่างเป็นทางการแล้ว HONDA CBR1000RR และ CBR1000RR SP โฉมปี 2017

Comments