
“The two souls of the Dark Side”
เมื่อจิตดาร์คๆ สองดวงผสานกันเป็นหนึ่งเดียว (เอิ่ม !)
บนการเดินทาง และความหลากหลายของเส้นทางการเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหน ความสบายในการขับขี่คือสิ่งนึงที่ทำให้เราสามารถเดินทางต่อเนื่อง และพร้อมที่จะ “ออกไป” ค้นหาการเดินทางใหม่ๆได้ตลอดเวลา แต่บางครั้งเมื่อพบกับเส้นทางที่ถวิลหาที่ต้องการความคล่องตัวสูง เพื่อให้เรา “สนุก” ไปกับเส้นทางที่แปลกใหม่นั่นแหล่ะครับคือนิยามของ “จิตดาร์คๆสองดวง” ที่จัดได้ว่าเป็นสโลแกนของ Yamaha FJ-09 คันนี้ ซึ่งผมก็คงขอจบการรีวิวแค่นี้ … เดี๋ยวนะไม่ใช่หล่ะ !
คราวนี้เราได้มีโอกาสขับขี่ Yamaha FJ-09 ไปในทุกถนนหนทาง ที่เราใช้งานกันทั้งการฝ่าการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน การขับขี่ในเวลากลางคืนผ่านเส้นทางที่ติดขัด การใช้งานบนถนนทางหลัก ทางลูกรัง ทางเขา ทางโค้งทั้งกว้าง ทั้งแคบ เข้าป่าแบบเบาๆ บนเส้นทางที่สวยงามอีกครั้งนึง ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทาง Yamaha Riders’ Club เช่นเคยที่ให้เกียรติกับผมได้ทำการขับขี่ Yamaha FJ-09 คันงามคันนี้ กับระยะทางรวมๆประมาณ 750 กม. ที่เราได้ทำการเดินทางไปด้วยกัน

โดยในวันแรกเราจะจัดไปกับการใช้งานในเมืองฝ่าการจราจรที่ติดขัดต่างๆทั้งในชั่วโมงเร่งด่วนเวลากลางวัน เส้นทางตามซอยแคบๆ จนเวลากลางคืน
พร้อมด้วยการเดินทางไปยังเขายายเที่ยงใกล้ๆกรุงเทพกันบ้าง … (รึเปล่า) โดยใช้เส้นทางจาก กรุงเทพ-นครนายก-เข้าตัวเมืองปราจีนก่อนจะออกมาขึ้นเส้น 304 ผ่านอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและขึ้นสู่เขายายเที่ยง ตบท้ายด้วยการมุ่งตรงไปยังบางเลนแวะทานอาหารกันสักนิด และกลับเข้ากรุงเทพพักผ่อนกันก่อนจะเริ่มวันจันทร์อีกครั้งนึง
เพื่อความกระชับ ขอแบ่งหัวข้อในการ review ในคราวนี้ไว้ตามนี้นะครับ
- รูปลักษณ์ทั่วไป
- รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
- มาย่อยเรื่องระบบ และโหมดการขับขี่กันซักนิด
- สัดส่วนคน และรถ
- นิสัยรถ / เครื่องยนต์
- การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
- ข้อดี/ข้อเสีย/ข้อสังเกต
- อัตราสิ้นเปลือง
- น่าจะเหมาะกับ
- สรุป
พร้อมแล้วก็มากันเลย!!
คลิปแนะนำการใช้งานตัวรถ
รูปลักษณ์ทั่วไป

[บนซ้าย] เป็นตำแหน่งของปลั๊กชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ
[ล่างซ้าย] กับปะกับไฟทางซ้ายที่ยกมาจากรุ่นพี่อย่าง FJR / Super Tenere ที่ประกอบไปด้วย
- ปุ่มเข้า Menu ของตัวรถ
- ปุ่มแสดงข้อมูลการขับขี่ และเลือก menu ต่างๆ
- ปุ่มควบคุมไฟสูง และไฟ pass
- สัญญาณไฟเลี้ยว
- สัญญาณแตร
[ล่างขวา] กับปะกับไฟทางขวา
- ปุ่ม Off-run และ สตาร์ทเครื่องยนต์
- ปุ่มเลือก Mode การขับขี่ที่ใช้งานได้ง่ายมาก
- ปุ่มสัญญาณไฟ hazard / ฉุกเฉิน / ผ่าหมาก

มุมมองจากด้านหลังของตัวรถที่ให้ความรู้สึกเพรียวๆบางๆ คล่องตัว
ด้านท้ายมากับไฟท้ายรูปทรงเดียวกับ MT/FZ-09 แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือที่จับคนซ้อน และเมาท์กระเป๋า ส่วนของแฮนด์บาร์มากับตำแหน่งกว้าง และสูง เพื่อท่านั่งขับขี่ที่ให้ความสบายได้มากเลยทีเดียว
รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ


มาย่อยเรื่องระบบ และโหมดการขับขี่กันซักนิด

Dashboard แบบเต็มๆ พร้อมปุ่ม เปิด/ปิด Traction Control โดย Yamaha FJ-09 ไม่สามารถปิด ABS ได้จากตัวรถนะครับ แต่เลือกปิด Traction Control ได้ (กระนั้นก็เถอะ มีหงายเงิบเหมือนกัน) โดยไฟเตือน “TCS” จะสว่างขึ้นเมื่อทำการปิดระบบ

Yamaha FJ-09 มากับระบบง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อนอะไรตามท้องเรื่อง การปรับแต่งโหมดต่างๆทำได้ “ง่ายมาก” คือยกคันเร่ง ผลักปุ่มโหมด เสร็จแล้ว เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น MT/FZ-09 , FJR, Super Tenere ที่การปรับโหมดทำได้ง่ายๆเหมือนกัน โหมดในการขับขี่มีตามนี้เลยครับ

สัดส่วนคน และรถ

เช่นเคยกับสัดส่วนผู้ขับขี่ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงกับความยาวในแนวตั้งที่ 163 cm และ น้ำหนัก 65 kg กับการคร่อมรถตรงๆ บนตำแหน่งเบาะ Low ของตัวรถ กับรถน้ำหนักเบาๆแบบนี้ ขับขี่ได้สบายๆเลยครับ วงเลี้ยวของรถค่อนข้างแคบ และคล่องตัวสูงมากเลยทีเดียว … แต่ถ้าเบาะ High หล่ะก็ … เอ้ามาๆ คณะบัลเล่ต์ พร้อม !

แม้เค้าจะมีน้ำหนักตัวรถที่ค่อนข้างเบา และคล่องตัว แต่ก็ลงเต็มเท้าซักข้างนึงนะครับ ขี่ยาวๆ มันเมื่อยๆ เขย่งบัลเล่ต์นานๆหล่ะตะคริวจะกินเอา

ส่วนผู้ขับขี่ที่สัดส่วน 173 cm น้ำหนัก 100 kg หรือที่เราเรียกกันว่า “หมี” ลงเท้าได้เกือบเต็มๆ สบายๆ ถ้าใครสัดส่วนที่ 180 cm สามารถปรับเบาะให้เป็น High ได้นะครับ จะได้วางเท้าได้พอดีๆ และอาจจะต้องเสริมความสูงแฮนด์ซักนิดนึง เพื่อให้ได้ท่ายืนที่กระชับ และสบายขึ้น ทั้งนี้ลองคร่อมดูก่อนเลยครับ
การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #ฝ่าการจราจร

กับการฝ่าการจราจรในเส้นทางเกษตร-นวมินทร์ โชคชัย 4 ลาดพร้าว ในช่วงเวลาเร่งด่วน พร้อมสถานการณ์บีบคั้น ต้องบอกเลยว่า Yamaha FJ-09 คันนี้ทำได้อย่างที่คาดไว้ คือ “ความคล่องตัวสูง” วงเลี้ยวของรถค่อนข้างแคบ น้ำหนักค่อนข้างเบา ผสานกับรอบเครื่องยนต์ที่ให้แรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำทำให้การเปิด ปิด คันเร่งตามจังหวะการจราจรทำได้โดยง่าย
การวางเครื่องยนต์บล็อค 3 สูบแบบ FZ/MT-09 ที่ให้ลักษณะของตัวรถที่เพรียวบางทำให้เราไม่ต้องพะวงว่าจะไปขูดกับขอบฟุตบาทแบบไม่ตั้งใจ มาแฮนด์บาร์ตำแหน่งสูงยิ่งเอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถคอนโทรลรถไปมาได้อย่างง่ายดาย การหักแฮนด์ซ้ายขวาตามการจราจรแคบๆ ไม่ต้องใช้แรงอะไรมากเกินไป
แต่ทั้งนี้การ์ดแฮนด์ขนาดใหญ่อลังการนี่จะพอดีกับกระจกของรถกระบะเลยนะครับ ถ้าเจอตีคู่กันหล่ะก็ รอเลยจ้า หรือจะโยกเอาก็ยังพอไหวนะ แต่ต้องเผื่อระยะพอสมควร การ์ดแฮนด์ของ FJ-09 ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว
โหมดที่แนะนำ
Std – เดินคันเร่งตามจังหวะการจราจรตลอดเวลา
B – ถ้าเจอพื้นผิวลื่นๆ หรือรถติดหนักๆ ที่ต้องเดินคันเร่งเบาๆ (เรียกว่าแทบจะเดินเบา)
การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #บนเส้นทางหลัก

บนเส้นทางหลัก ทางหลวงต่างๆที่เราใช้ในการเดินทางข้ามจังหวัดกัน Yamaha FJ-09 ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ด้วยท่านั่งที่หลังเกือบตรง ตำแหน่งเบาะที่ค่อนข้างสูง ทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีมาก ชิวบังลมเล็กๆ ที่ให้มาช่วยกรีดลมออกได้พอสมควร แต่ยังมีเข้ามาโดนตัวผู้ขับขี่ได้บ้างนิดหน่อย แต่ไม่มากอะไรนะครับ
ทั้งนี้ชิวบังลมปรับระดับได้น้อยไปนิดนึง สำหรับผมที่สัดส่วน 163 cm ปรับชิวขึ้นสูงสุดขับขี่ได้สบายๆดี แต่ถ้าสรีระประมาณ 170 cm+ ขึ้นไปจะมีลมตีเข้ามาให้หัวสั่นได้นิดหน่อย เลยอาศัยว่าปรับชิวให้ต่ำสุดแทน เพื่อให้ได้ใช้แอร์โรไดนามิคส์ของหมวกเต็มๆแทน รู้สึกสบายกว่าพอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนั้นการ์ดแฮนด์ทรงใหญ่ๆ ประหลาดๆ ที่ให้มาทำให้มือไม่ต้องปะทะกับลมที่ย่านความเร็วสูง
สำหรับสรีระผมที่พกน้ำหนักตัวที่ 65 kg การกระแทกคันเร่งออกแรงๆ เพื่อเร่งทำความเร็วในช่วงสั้นๆ จะมีอาการหน้าสั่นๆได้นิดหน่อยนะครับ แต่ถ้าน้ำหนักตัวที่ 80 kg ขึ้นไป อาการนี้จะน้อยลงมากเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้เค้าไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูงน้า ชิวๆดีกว่า
บนความเร็วที่ใช้ในการเดินทางทั่วไปที่ 100-120 km /hr จัดได้ว่าเป็นช่วงกำลังที่เหมาะสมเลยกับ Yamaha FJ-09 ใช้รอบเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำ แต่ให้แรงบิดที่ดี เร่งแซงออกได้สบายๆ แบบไม่ต้องใช้รอบเครื่องยนต์มากมาย เดินคันเร่งขึ้น ยกรอ สบายๆเลยครับ
โหมดที่แนะนำ
Std – สบายๆ ยืนพื้นยาวๆ ตอบสนองได้ทันที
การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ #บนเส้นทางเขา และลูกรัง

ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของ Yamaha FJ-09 ออกจะละม้ายคล้ายคลึงกับรถในแนว Touring-Adventure ซึ่งมากับแฮนด์บาร์ตำแหน่งสูงกว้าง ให้ท่านั่งช่วงบนที่สบาย แต่พักเท้าของผู้ขับขี่จะถอยหลังไปนิดนึงให้อารมณ์ที่ออกไปทาง sport นิดๆ ซึ่งเอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ช่วงล่างในการหนีบ และย้ายน้ำหนักตัวได้คล่องขึ้น (หรือการจัดท่าแบบ Hang-on ในสนาม) กำลังของรถที่ส่งออกมาพาให้ทะยานออกจากโค้งได้อย่างง่าย และเร็วมาก
จากพื้นฐานของเครื่องยนต์ที่พร้อมทะยานออกจากโค้ง และการจัดท่าขับขี่ที่คล่องตัว นี่คือรถ Supersport Touring แท้ๆเลยนี่หน่า การขับขี่บนเส้นทางเขาทำได้คล่องตัวมาก พลิกรถเข้าโค้ง S ต่อเนื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ
โหมดที่แนะนำ
A – เพิ่มความสนุกให้ทะยานได้อย่างเพลิดเพลินไปอีกขั้น
Std – พร้อมทะยานออกจากโค้งทางชันได้อย่างคล่องแคล่ว
B – ทอนการตอบสนองลงนิดนึงเพื่อความมั่นใจในสภาพถนนลื่นๆ หรือทางเปียก

สำหรับการเดินทางที่บางครั้งเราเลือกเส้นทางไม่ได้ และบังเอิญพบเจอกับทางลูกรังบ้างเล็กน้อย Yamaha FJ-09 คันนี้ก็พร้อมที่จะพาผู้ขับขี่ และสัมภาระไปได้ทันทีเหมือนกัน แม้ว่าช่วงล่างของตัวรถจะออกไปทางถนนทางราบซะมากกว่า แต่ก็ยังตอบสนองกับพื้นผิวขรุขระแบบนี้ได้พอสมควร ดีที่น้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ทำให้ประคองผ่านอุปสรรคได้ค่อนข้างง่าย
แต่ก็ไม่ได้สบายแบบรถที่สร้างมาเพื่อการเดินทางแบบทุรกันดานนะครับ ยังออกอาการสะท้าน เด้ง ดีด ได้พอสมควรเหมือนกัน ถ้าจะเอาไปลุยจริงๆ ความสูงของใต้ท้องรถ จะต่ำไปสักนิด อาจจะกระแทกหินได้พอสมควรนะนั่น
โหมดที่แนะนำ
Std – ปั่นไปบนทางลื่นได้ง่ายๆ
B – ทอนลงนิดนึงเพื่อความชิวยิ่งขึ้น
ข้อดี / ข้อเสีย / ข้อสังเกต

ข้อดี
- น้ำหนักเบา ยกรถขึ้นตั้งตรงได้โดยง่าย
- ความคล่องตัวสูง พลิกโค้ง S ต่อเนื่องได้ไวมาก ยิ่งถ้ามีพื้นฐานจาก Gymkhana เบสิคๆ หล่ะก็ยิ่งทำให้พลิกเข้าโค้งต่อเนื่องได้ไว และคล่องเข้าไปอีก
- ตำแหน่งท่อไอเสียที่ต่ำ ทำคนซ้อนไม่รู้สึกถึงไอร้อนของปลายท่อเวลาการจราจรติดขัด
- มีเมาท์กระเป๋าข้างติดมาเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถ สื่อว่าเกิดมาเพื่อแบกสัมภาระเลยทันที
- มีปลั๊กชาร์จอุปกรณ์เสริมให้พร้อม (เป็นแบบหัวจุดบุหรี่หัวใหญ่นะครับ)
- Mode ทั้งสามที่ใช้งานได้จริง และการปรับเปลี่ยนที่ทำได้ง่ายมาก ให้คาแรคเตอร์ของรถที่แตกต่างกันชัดเจน ให้ความรู้สึกของรถที่ทั้งสบาย และยังคงสนุกได้กับทุกเส้นทางไปด้วยกัน
- มี Traction Control ที่สามารถเปิด-ปิดได้ พร้อมกับ ABS (ไม่สามารถปิดจากตัวรถได้)
- เบาะคนซ้อนที่นั่งได้ค่อนข้างสบาย ให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับเวลาซ้อนรุ่นพี่อย่าง Super Tenere
ข้อเสีย / ข้อสังเกต
- ชิวบังลมหน้าปรับยากไปนิดนึงคือต้องหมุนทั้งสองข้าง แล้วค่อยเลื่อนระดับ และระดับที่ปรับได้ไม่ค่อยแตกต่างกันมาก
- การปรับตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ค่อนข้างหลายขั้นตอนไปนิดนึง แต่ก็นะ ปกติไม่ได้ปรับเบาะกันบ่อยๆอยู่แล้ว (รึเปล่า)
- พักเท้าผู้ขับขี่ท่านั่งจะงอขามากกว่ารถในแนว Touring / Adventure ไปสักนิด ทั้งนี้เพื่อให้ได้ท่านั่งที่กระชับ และคล่องตัว แต่ก็ต้องงอขามากขึ้นนิดนึงไปด้วย แต่รวมๆแล้ว Yamaha จัดว่านี่คือรถ Supersport-Touring นะครับ ไม่ใช่ Adventure
- ช่วงล่างด้านหลังได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับตัวรถ มีอาการยวบดีดได้เบาๆ เวลาพลิกโค้งไวๆ แต่ก็ยังคงตามติดถนนได้ดีไม่ออกอาการปัด หรือสลิปให้รู้สึกเสียวเล่นได้ง่ายๆ
- ช่วงล่างด้านหน้า บนการใช้งานเดินทางปกติตอบสนองได้ดี ตามติดถนนได้ดี แต่การกระแทกคันเร่งออก หรือเร่งขึ้นในย่านความเร็วสูง มีอาการแกว่งๆ เบาๆ ได้
- การใช้งานในย่านความเร็วสูงต่อเนื่องค่อนข้างอันตราย และถ้ามีลมขวางจากด้านข้างของรถ (wind sheer) อาจทำให้เกิดอาหารแกว่งเบาๆได้นะครับ แต่บนการขับขี่ความเร็วเดินทางปกติไม่มีอาการเหล่านี้
อัตราสิ้นเปลือง

มุมมองของถังน้ำมันที่เพรียวบางในช่วงขาให้ความคล่องตัวในการพลิกโค้งแคบไปมาได้อย่างคล่องตัวเลยทีเดียว ด้านบนเป็นปีกถังน้ำมันกว้างๆ ทั้งนี้ ขีดบอกระดับน้ำมันจะมาในแนวเดียวกันกับ FZ/MT-09 นะครับ คือขีดแรกนี่ลงช้ามาก ร่วม 100 กม.เลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นจะเริ่มลงไวขึ้นเรื่อยๆ
กับการเดินทางในครั้งนี้เราได้ใช้ Yamaha FJ-09 ไปราวๆ 700 กม. กับสภาพเส้นทางที่หลากหลายที่เราพบเจอในการใช้งานจริงทั่วไป โดยได้อัตราสิ้นเปลืองตามตารางนี้เลย

รวมแล้วเราได้ระยะทางไปทั้งสิ้น 678.8 กม. และใช้เชื้อเพลิง(แกสโซฮอล์ 91) ไป 34.68 ลิตร พร้อมผู้ขับขี่ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 65 kg, 80 kg และ 100 kg ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้ง 3 ถังกับทุกสภาพการใช้งานอยู่ที่ 19.57 กม. / ลิตร เลยทีเดียว
น่าจะเหมาะกับ

ปลั๊กชาร์จแบบหัวใหญ่ที่ต่อพ่วงอุปกรณ์ได้ แหม่ ก็จัดไปสิครับกับปลั๊ก USB 2 หัว ชาร์จโทรศัพท์ สองเครื่องไปด้วยแบบฟินๆ
น่าจะเหมาะกับ
- เพื่อนๆที่มาจากรถสปอร์ต ที่ต้องการจะสโลว์ไลฟ์ลงบ้าง แต่ยังคงอารมณ์สนุกได้ดี
- เพื่อนๆที่ต้องการรถที่จะเดินทางไปได้ทั่วๆตามเส้นทางหลัก รอง ทั่วไป ที่ให้ความคล่องตัวกับการขับขี่ที่ง่าย
- เพื่อนๆที่ต้องการรถที่ตอบสนองได้ดีกับการเดินทางทั้งในระยะใกล้ กลาง และไกล รวมถึงยังใช้ในการจราจรคับคั่งได้คล่องตัวระดับนึง
น่าจะไม่เหมาะกับ
- ชอบทำความเร็ว คือ FJ-09 ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำความเร็วนะครับ แต่เป็นรถที่ใช้เดินทางได้สบาย และยังคงสนุกซะมากกว่า อีกอย่างการใช้ความเร็วสูงบนถนนอันตรายทั้งกับตัวเองและเพื่อนร่วมทาง
- เข้าป่า ลุยน้ำ คือตำแหน่งของตัวรถที่มีความสูงใต้ท้องค่อนข้างต่ำ ถ้าจะเอาไปลุยแบบนั้นนี่เสริมการ์ดเลยครับ อีกอย่างคือตำแหน่งของท่อที่ต่ำ แม้ว่าจะไม่เป็นอะไรกับการลุยน้ำแต่ก็คงโดนขูดขีดได้ง่ายเหมือนกัน
สรุป

เขาว่ารูปนี้ผมดูสูงเกิน 163cm ! ถึงกับเป็นปลื้ม
ตามคอนเซปต์ของตัวรถเลยครับ กับ “The two souls of the Dark Side” หรือ จิตดาร์คๆสองดวง ที่รวมกันเข้ามาเป็น Yamaha FJ-09 คันนี้
จิตดาร์คๆที่ 1 มากับท่านั่งของช่วงบนที่สบาย ให้ทัศนวิสัยที่ดี การจัดการกับลมที่ค่อนข้างดีทำให้ไม่ต้องออกแรงเย่อกับลมที่จะมาปะทะผู้ขับขี่ ทำให้การเดินทางระยะไกลๆ ทำได้สบายๆ ไม่มีอาการล้าของร่างกาย หรือชาตามมือให้รู้สึกได้ ในระยะการเดินทาง 400km+ ต่อวัน
จิตดาร์คๆที่ 2 ผสานมากับการวางพักเท้าไปด้านหลังเล็กน้อย รวมกับความคล่องตัวของตัวรถ และเสริมคาแรคเตอร์ให้โดดเด่นด้วย พื้นฐานของเครื่องยนต์ที่ให้แรงบิดที่ดีมาก ตามโหมดการขับขี่ที่ผู้ขับขี่ต้องการ ทำให้ FJ-09 พร้อมจะกลายร่างจากความสบาย ไปเป็นรถที่สนุก และตอบสนองได้ดั่งใจ พลิกเข้าโค้งต่อเนื่องได้อย่างคล่องตัว และทะยานออกจากโค้งได้อย่างคล่องแคล่ว
นอกจากนั้นยังมากับ Traction Control ที่ทำงานได้ค่อนข้างดี และยังเลือกที่จะเปิด/ปิดได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ ทั้งนี้ Traction Control ที่มากับ Yamaha FJ-09 ยังยอมให้รถออกอาการ “เงิบ” ได้นิดหน่อยนะครับ ส่วนนึงคือ แรงบิดที่มาดีตั้งแต่รอบต่ำๆและน้ำหนักรถที่ค่อนข้างเบา แต่ถ้าปิดหล่ะก็ “เงิบ” ยาวๆเลยทีเดียว ในส่วนของ ABS ตอบสนองได้ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ได้ละเอียดแบบรุ่นใหญ่ๆอย่าง FJR หรือ Super Tenere
Yamaha FJ-09 น่าจะเป็นรถคู่ใจของหลายๆคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ด้วยพื้นฐานของรถที่มีทั้งความสบาย และยังคงความสนุกในการเดินทาง และเล่นกับเค้าได้อย่างหลากหลาย ช่วงล่างที่ตอบสนองได้ดีกับการใช้งานทั่วไป ระบบเบรคที่ดีมาก และเพียงพอกับการใช้งานบนท้องถนนทั่วไปที่มาพร้อมกับ ABS ที่ยิ่งช่วยเสริมความมั่นใจได้มากขึ้น

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณ Yamaha Riders Club งามๆ อีกครั้งนึงที่ให้เกียรติเราได้ทำการขับขี่ไปบน
Yamaha FJ-09 คันนี้ด้วยนะครับ กับเส้นทางต่อไป … ไปไหนดี !!!
ขอขอบคุณ Yamaha Riders’ Club เกษตร-นวมินทร์

Comments