“เวสปิอาริโอ” เปิดตัวกองทัพนวัตกรรมสองล้อใหม่ในงาน Moto Show 2019 ด้วย

โดย / / 54 views

บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกสองล้อจากอิตาลีกับ 6 โมเดลใหม่ ทั้ง Vespa GTS Super Sport 300 ABS, Vespa GTS Super 150 i-Get ABS , Vespa S Collection ( Vespa Sprint S 150 i-Get ABS และ Vespa Primavera S 150 i-Get ABS ), Aprilia RSV4 1100 Factory และ Moto Guzzi V85 TT ตบท้ายด้วยอีกหนึ่งโมเดลนวัตกรรมแห่งอนาคตกับ Vespa Eletterica ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ณ บูธ M3 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 นี้

  • Vespa GTS  Super Sport 300 ABS MY19 สุดยอดเวสป้าเฟรมใหญ่ทรงพลังพร้อมสไตล์ที่ไม่ตามใคร

Vespa GTS  Super Sport 300 ABS MY19 สุดยอดเวสป้าเฟรมใหญ่ภาพลักษณ์และสไตล์โดดเด่นตามแบบฉบับสปอร์ต ทั้ง ไฟหน้า – ไฟท้ายใหม่แบบ LED ภายใต้กรอบไฟสีโครเมี่ยม (Chrome Frame) เนคไทบริเวณบังลมหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมบังแตรสีแดง หรูหราแบบสปอร์ตด้วยเบาะปั๊มลอนดีไซน์ใหม่ เพิ่มความเร้าใจอีกขั้นกับสติ๊กเกอร์ลายกราฟิกข้างตัวถังรถ ล้อแม็กซ์ดีไซน์ใหม่ สีดำดุดันตกแต่งสติ๊กเกอร์รูปตัว S สีแดงทั้งล้อหน้า – หลัง โดยมีฟีเจอร์เด่นอย่าง

  • เครื่องยนต์สูบเดี่ยว (Single Cylinder) 4 จังหวะ ความจุ3 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 20.92 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 22 นม./5,000 รอบ
  • ตัวถังเป็นเหล็กขึ้นรูป น้ำหนักเบา แข็งแรง ทำให้มีระยะเบรกสั้นกว่า ขับขี่ง่ายดายและคล่องตัว ให้น้ำหนักรถ 160 กิโลกรัม
  • โช้คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยว โช้คอัพหลังคู่ปรับได้ 4 ระดับ มีเบรกหน้า ดิสก์ ABS และเบรกหลัง ดิสก์ ABS แบบ 2 Channels
  • มีระบบป้องกันการสตาร์ทอิมโมบิไลเซอร์ (Immobilizer)
  • ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fuel Injection) ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ
  • ใส่ระบบป้องกันการลื่นไถล ASR (Anti-Slip Regulation) และมีระบบตรวจจับการเอียงของรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ (Tilt Sensor)
  • มีฟีเจอร์การค้นหาตัวรถ (Bike Finder) ใช้แผงควบคุมดิจิทัลแบบมัลติฟังก์ชั่น และระบบสตาร์ทและหยุดเครื่องอัตโนมัติ (Start & Stop) พร้อมด้วยช่องเสียบสายชาร์จ USB

Vespa GTS Super Sport 300 ABS MY19 มาพร้อมกับสีน้ำเงินด้านใหม่ (Blue Vivace) ราคา 205,900 บาท และสีอื่นๆได้แก่ สีเทาด้าน (Grey Titanio) ราคา 205,900 และสีขาว (White Innocenza) ราคา 204,900 บาท

  • Vespa GTS Super 150 i-Get ABS MY19 ความท้าทายบทใหม่ บนเส้นทางสาย Urban Sport

Vespa GTS Super 150 i-Get ABS พร้อมพาตัวเองพุ่งทะยานโดดเด่นบนถนนแห่งเมืองตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ให้คล่องตัว พร้อมดีไซน์ใหม่ดึงดูดทุกสายตาด้วยไฟหน้า–ไฟหลังใหม่แบบ LED ส่องสว่างภายใต้กรอบไฟสีโครเมี่ยม (Chrome Frame) บังลมหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมเนคไททรงใหม่ ตบท้ายความเท่ด้วยล้อแม็กซ์ดีไซน์ใหม่

ฟีเจอร์เด่น

  • เครื่องยนต์สูบเดี่ยว (Single Cylinder) 4 จังหวะ ความจุ 1 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 10.8 แรงม้าที่ 8,250 รอบ และแรงบิดสูงสุด 13.5 นม./6,750 รอบ
  • ตัวถังเหล็กขึ้นรูป แข็งแรง น้ำหนักเบา มีระยะเบรกสั้น เหมาะกับการขับขี่ในเมือง มีน้ำหนักรถ 140 กิโลกรัม
  • โช้คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยว โช้คอัพคู่ปรับได้ 4 ระดับ พร้อมเบรกหน้า ดิสก์ ABS และเบรกหลัง ดิสก์ ABS
  • ใส่ระบบป้องกันการสตาร์ทอิมโมบิไลเซอร์ (Immobilizer)
  • ใช้ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fuel Injection) ช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการระบายความร้อนด้วยน้ำ
  • ใส่ระบบตรวจจับการเอียงของรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ (Tilt Sensor)
  • ฟีเจอร์การค้นหาตัวรถ (Bike Finder)
  • แผงควบคุมดิจิทัลแบบมัลติฟังก์ชั่น
  • ระบบสตาร์ทและหยุดเครื่องอัตโนมัติ (Start & Stop)
  • ช่องเสียบสายชาร์จ USB ให้คุณไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ

Vespa GTS Super 150 i-Get ABS MY19 มาพร้อมกับสีไฮไลท์ใหม่ สีเหลือง (Yellow Sole) และสีอื่นๆ ได้แก่ สีขาว (White Innocenza) สีดำ (Black Vulcano) และสีแดง ( Red Passione) จำหน่ายในราคา 154,400 บาท

  • Vespa S Collection พร้อมสะกดทุกสายตากับสุดขีดความสปอร์ต เพื่อผู้ชายสายเอ็กซ์ตรีม

Vespa Sprint S 150 i-Get ABS :  รถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมในมาดใหม่ที่สปอร์ตและสนุกกว่าเดิม ด้วยเครื่องยนต์ i-Get ลูกสุบเดี่ยว 4 จังหวะ 150 ซีซี พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดด้วยระบบฉีดน้ำมันอิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Fuel Injection) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวกับสีเทา Grey Materia ตกแต่งกรอบหน้าตัวรถและการนำสีแดงและ ใช้สีดำมาตกแต่งบริเวณบังแตรพร้อมสติกเกอร์ กราฟิกสีแดง-สีดำข้างตัวรถ ต่อเติมความหรูหราแบบสปอร์ตด้วยเบาะปั๊มลอนใหม่ พร้อมล้อแม็กซ์ขนาด 12 นิ้วสีดำดุดันและโช้คอัพหน้าด้านขวาสีแดง พร้อมสติกเกอร์ลายกราฟิก สีแดง-สีดำสุดเร้าใจข้างตัวถังรถ มาพร้อมแผ่นเพลทประจำ รุ่นประดับโลโก้ S Collection ในรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สี คือ สีไฮไลท์อย่าง เทา (Grey Materia) ราคา 129,900 บาท และสีอื่นๆ ได้แก่ สีดำ (Black Vulcano) ราคา 129,900 บาท และสีน้ำเงินด้าน (Blue Vivace) ราคา 130,900 บาท

Vespa Primavera S 150 i-Get ABS : มาพร้อมอัตลักษณ์สปอร์ตที่โดดเด่นด้วยการนำสีเทา (Dust Grey) มาตกแต่งส่วนต่างๆ เช่น กรอบหน้าตัวรถ บังแตร ล้อแม็กซ์ สะท้อนความสปอร์ตพรีเมี่ยม แถมเพิ่มลูกเล่นความเท่ของเบาะสีดำด้วยการเดินด้ายสีเทา มาพร้อมกับแผ่นเพลทประจำรุ่นประดับโลโก้ S Collection ตัวเครื่องยนต์ i-Get ลูกสุบเดี่ยว 4 จังหวะ 150 ซีซี พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดด้วยระบบฉีดน้ำมันอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fuel Injection) ในรุ่นนี้มีทั้งหมด 3 สี เริ่มด้วยสี  ไฮไลท์ใหม่ คือ สีแดงด้าน (Red Profondo) ราคา 125,900 บาท และสีอื่นๆ ได้แก่ สีดำ (Nero Vulcano) ราคา 124,900 บาท และสีขาว (White Innocenza) ราคา 124,900 บาท

  • Vespa Elettrica สุดยอดพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์พร้อมพลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต

Vespa Elettrica สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมพลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต ทั้งด้านดีไซน์ สไตล์ ความคล่องตัว ความสะดวกสบายในการใช้งาน หรือสุนทรียะในการขับขี่ โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 50 ซีซี ขับเคลื่อนโดยพลังงานไฟฟ้า ปฏิวัติวงการสองล้อด้วยการผสานสไตล์ระดับไอคอนกับเทคโนโลยีการขับขี่ด้วยไฟฟ้าในปัจจุบัน แค่ชาร์จไฟ  4 ชั่วโมง สามารถขับได้ถึง 100 กิโลเมตร สะท้อนไลฟ์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิคในตัวคุณ​ พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและมัลติมีเดียต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

  • Aprilia RSV4 1100 Factory จิตวิญญาณแห่งนักแข่งสู่สุดยอดขุมพลังความเร็ว

Aprilia RSV4 1100 Factory  มาพร้อมกับโครงสร้างแชสซีส์และเบรกที่ได้รับการพัฒนาให้น้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนและแข็งแกร่งถอดแบบมาจากโมเดลในสนามแข่ง เพิ่มความแรงและเร็วยิ่งขึ้นกับปีกแอโรว์ไดนามิค (Winglet) ที่ถอดแบบมาจาก Aprilia RS-GP ที่ใช้ในแข่งขันในรายการ MOTOGP ด้านดีไซน์ได้เพิ่มความสปอร์ตดุดันด้วยกราฟิกแบบ Atomico 6 บนวัสดุคาร์บอนสีดำด้าน

ฟีเจอร์เด่น

  • เครื่องยนต์แบบ V4 สูบ 65 องศา แบบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว/กระบอกสูบ พร้อมระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 1,078 ซีซี ให้กำลังสูดสุด 217 แรงม้า ที่ 13,200 รอบ และแรงบิดสูงสุด 122 นม./11,000 รอบ พร้อมใช้เกียร์ 6 สปีด
  • น้ำหนักรถ 199 กิโลกรัม ใช้โครงสร้างแชสซีส์และเบรกที่ได้รับการพัฒนาให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น น้ำหนักเบา แข็งแกร่ง
  • ระบบช่วงล่าง ใช้โช้คอัพหน้า Öhlins NIX ขนาดแกนโช๊ค Ø 43 มม. พร้อมแกนโช๊คแบบเคลือบผิวแข็ง พร้อมติดตั้งด้วยคาลิปเปอร์เบรกแบบเรเดียล พร้อมระบบปรับตั้งสปริงพรีโหลด ระยะยุบตัวที่ 125 มม.และโช้คอัพหลังแบบ
    สวิงอาร์มคู่แบบอลูมิเนียม ระบบรองรับน้ำหนักหลัง Öhlins TTX โช๊คอัพเดี่ยวพร้อมซัพแทงค์ พร้อมตัวปรับตั้งสปริงพรีโหลด ระยะยุบตัวที่ 120 มม.
  • เบรกหน้าเป็นจานดิสก์เบรกคู่แบบลอยตัว ขนาด Ø 330 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรก Brembo “Stylema” จับยึด            แบบเรเดียล 4 ลูกสูบ พร้อมท่อน้ำมันเบรกแบบสายถักและเบรกหลังเป็นจานดิสก์เบรกแบบสแตนเลส ขนาด Ø 260 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรกแบบลอยตัว 2 ลูกสูบ
  • ระบบควบคุมอิเลคทรอนิกส์ที่ล้ำหน้า APRC ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับโหมดเพื่อให้เหมาะกับสภาพ การขับขี่สภาพถนน โดยมีเครื่องยนต์ที่ปรับได้ 3 โหมด คือ Sport, Track, Race
  • ใช้ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Aprilia Traction Control (ATC)
  • โหมดป้องกันล้อหน้ายก Aprilia Wheelie Control (AWC)
  • โหมดช่วยการออกตัว Aprilia Launch Control (ALC)
  • โหมดช่วยควบคุมคันเร่ง เวลาขับขี่ทางไกล Aprilia Cruise Control (ACC)
  • โหมดควบคุมความเร็วขณะเข้าพิท Aprilia Pit Limiter (APL)
  • โหมดช่วยขณะเข้าเกียร์ Aprilia Quick Shift (AQS)
  • โหมดจำกัดความเร็ว ซึ่งทุกโหมด สามารถกำหนดค่าและปิดการใช้งานได้อย่างอิสระ Aprilia Speed Limiter (APT)
  • ระบบเบรก ABS จาก Bosch 1 MP ปรับโหมดการเบรกได้ 3 ระดับ ตามโหมดการขับขี่แยกเป็นอิสระ พร้อมระบบลดแรงยกล้อหลัง
  • ปีกแอโรว์ไดนามิค (Winglet) ถอดแบบมาจาก RS-GP ที่ใช่แข่งขันในรายการ MOTO GP
  • ท่อไอเสีย Titanium Akrapovic
  • แบตเตอรี่ลิเที่ยม

Aprilia RSV4 1100 Factory วางจำหน่ายในสี Atomico 6 ในราคา 1,449,000 บาท

  • Moto Guzzi V85 TT ผจญภัยได้ทุกที่ สนุกกับการขับขี่สไตล์ Classic Enduro เสน่ห์ที่มาพร้อมสมรรถนะ

Moto Guzzi V85 TT คือสุดยอดบิ๊กไบค์ลูกผสม โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED คู่ที่มาพร้อมกับความเท่ด้วยไฟ LED daytime running light ในดีไซน์นกอินทรีย์สยายปีกและมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อตอบสนองสมรรถนะการขับขี่แบบเอ็นดูโร่ โดยสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้ง Rain, Road และ Off-Road

ฟีเจอร์เด่น

  • เครื่องยนต์แบบ V-twin 90 องศา 2 วาล์ว/กระบอกสูบ (Transverse 90° V twin, two valves per cylinder) ความจุ 853 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 80 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และแรงบิดสูงสุด 80 นม./5,000 รอบ พร้อมใช้เกียร์ 6 สปีด
  • น้ำหนักรถ 229 กิโลกรัม
  • ระบบช่วงล่าง ใช้โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิค ขนาดแกนโช้ค Ø41 มม. พร้อมตัวปรับตั้งสปริงพรีโหลด และใช้โช้คอัพหลังแบบสวิงอาร์มคู่พร้อมโช้คอัพเดี่ยวด้านขวา พร้อมตัวปรับตั้งสปริงพรีโหลด
  • เบรกหน้าเป็นจานดิสก์เบรกคู่แบบสแตนเลส ขนาด Ø 320 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรกจับยึดแบบเรดียล Brembo แบบ 4 ลูกสูบวางตรงข้ามกัน และเบรกหลังเป็นจานดิสก์เบรกแบบสแตนเลส ขนาด Ø 260 มม. พร้อมคาลิปเปอร์เบรกแบบลอยตัว 2 ลูกสูบ  l Ø 260 mm stainless steel disc, floating calliper with 2 pistons
  • ระบายความร้อนด้วยอากาศ
  • ระบบเบรก ABS (Anti-Lock Brake System)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control)
  • หน้าจอ TFT
  • Full LED
  • โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Rain, Road, Off-Road)
  • คันเร่งไฟฟ้า Ride by Wire
  • รองรับแอปพลิเคชั่น Moto Guzzi MIA ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์กับรถจักรยานยนต์ได้เพื่อขยับขยายฟังก์ชั่นต่างๆ ของอุปกรณ์ให้มากขึ้น และยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษให้เลือกได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

Moto Guzzi V85 TT วางจำหน่าย 3 สี คือ สีเทา Grigio Atacama ราคา 759,000 บาท, ลายพรีเมี่ยมกราฟิกสีเหลือง Giallo Sahara ราคา 779,000 บาท และ ลายพรีเมี่ยมกราฟิกสีแดง Rosso Kalahari ราคา 779,000 บาท

นอกจากรถรุ่นใหม่ที่มาเปิดตัวแล้วในงานนี้ก็ยังโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ ณ บูธเวสปิอาริโอ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ณ บูธ M3 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 นี้ ประกอบด้วย

Comments