
สบายแค่ไหนถามดู ปล. ขับขี่บนถนนส่วนบุคคลนะครับ
หากจะมองหารถสักคันนึง ที่ขับขี่บนทางเรียบได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก สัมภาระใส่ใต้เบาะสบายๆได้ 3-4 วัน พกกุญแจติดตัว เดินขึ้นรถแล้วจะออกไปไหนก็แล้วแต่เส้นทาง และความต้องการจะพาไป แบบไม่ต้องกังวลเรื่องซ่อมบำรุง อะไหล่ต่างๆ แล้วหล่ะก็ Honda Forza 350 เป็นตัวเลือกแรกๆเลยหล่ะครับที่ผมจะพาไป
กับการเริ่มเปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 2013 ก็เรียกได้ว่าเกือบ 10 ปีแล้วกับชื่อ “Forza” ที่อยู่ในบ้านเรากันมากับการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ จนกระทั่งอัพเกรดเครื่องยนต์มาเป็น Forza 350 พร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่ติดเสริมเข้ามาให้อย่างครบครัน
และในคราวนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางไทยฮอนด้า ที่ให้ผมได้ “ไปลอง” New Honda Forza 350 ในครั้งนี้ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่เส้นทางเรียบที่ได้ขับขี่นั้นครบกันเลยทีเดียวให้ได้ลองใช้ของเล่นที่ติดเสริมเติมขึ้นมาได้อย่างเต็มเหนี่ยว
เช่นเคยนะครับ ขอแบ่งหัวข้อในการรีวิวครั้งนี้ให้กระชับที่สุดตามนี้เลย
- รูปลักษณ์ทั่วไป
- รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคของตัวรถที่น่าสนใจ
- สัดส่วนคน และรถ
- การขับขี่ทั่วไป
- ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย
- น่าจะเหมาะกับ
- สรุป
รูปลักษณ์ทั่วไป

[บนซ้าย] หน้าจอแสดงผลครบ บอกมาตรแบบผสมทั้งดิจิตอล และ analog
[บนขวา] ล้ำกับรถ scooter ในพิกัดกลาง ที่มากับปุ่มปรับบังลมหน้าไฟฟ้าให้เลย … ไปติดเพิ่มกันดีนักใช่มั้ย Honda ใส่ให้หล่ะคราวนี้ พร้อมกับปุ่ม เปิด/ปิด Traction Control
[ล่างซ้าย] กับ Module Road Sync (เฉพาะรุ่น) ที่เสริมขึ้นมาเพื่อช่วยให้เข้าถึงโทรศัพท์มือถือได้ง่ายขึ้น (Android เป็นหลักนะครับ)
[ล่างขวา] ประกับไฟด้านขวาปกติครับ สตาร์ท off-run กะ ไฟฉุกเฉินครบ

ช่วงท้ายที่ปรับมาใหม่ … ที่ให้เส้นสายรองรับ และเชื่อมโยงกัน ดูเนียนตาไปกับดีไซน์ของรถทั้งคัน …
ซึ่งอันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยหล่ะครับ
คือผมอ่ะชอบช่วงท้ายนะ แต่ช่วงหน้ารถเฉยๆหน่ะแหล่ะ เลยไม่ถ่ายเน้นๆ … แฮ่
รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคของตัวรถที่น่าสนใจ เทียบกับ Forza 300 ชัดๆ

[บน] หมวกกันน็อคเต็มใบ สองใบสบายครับ !
[ล่างซ้าย] ฝาถังน้ำมันนึกว่าจะมีที่วางให้แบบ ADV350 มา สงสัยทำไม่ทันสินะ แต่ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรครับใช้งานง่าย เปิด ปิด ลงล็อคง่าย ไม่มีติดขัดอะไร
[ล่างขวา] ช่องเก็บของเล็กๆน้อยๆ พร้อมด้วยหัวชาร์จ (Type-C) ติดตั้งมาให้สำหรับชาร์จอุปกรณ์ได้เลย แต่แอบขัดใจตรงฝาเปิดปิดนิดๆ มันดันแล้วรู้สึกแปลกๆแฮะ

สัดส่วนคน และรถ

กับมิติผู้ขับขี่ในแนวตั้งที่ 163 cm น้ำหนัก 63 kg พร้อมด้วยช่วงขายาว 700 mm กับการคร่อมบน Forza 350 กลางเบาะตรงๆ ที่มีความสูง 780 mm พร้อมเบาะกว้างให้นั่งได้อย่างสบาย ผมลงปลายเท้าสองข้างได้สบายๆ ไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไรครับ
แม้น้ำหนักรถจะมาถึง 185 kg แต่ของหนักๆทั้งหลายอยู่ต่ำตามสไตล์ของ Scooter ทำให้การตั้งรถ ขับขี่ ไม่ได้ติดขัดอะไร .. เรียกว่า “สบาย”
การขับขี่ทั่วไป

หน้าดูหวานๆ อ่อนโยนขึ้นแฮะ … (ส่วนตัวล้วนๆ) แต่ขี่แล้วก็ Scooter อ่ะนะ … จบ … “เดี๋ยวก่อน” !!!!
ส่วนหลักที่ปรับเปลี่ยนไปก็จะเป็นเครื่องยนต์ที่ขยายความจุขึ้น ให้แรงม้า และ แรงบิดที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ Piston Oil Jet ที่มีการพ่นละอองน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่างๆในเครื่องยนต์ ให้การระบายความร้อน และหล่อลื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น และลดการสึกหรอได้ดีขึ้น
ตำแหน่งของขาตั้งข้าง และขาตั้งคู่ การเตะขาตั้งขึ้นลงรถทำได้ง่ายมาก สำหรับสัดส่วน 163 cm ของผมอุปกรณ์ทุกอย่างบนตัวรถเข้าถึงได้ง่าย ไม่มีอะไรติดขัด หรือทำให้รู้สึกรำคาญใจ (ยกเว้น ตำแหน่งไฟเลี้ยวกับแตร ที่จะงงทุกทีเนี่ยแหล่ะ)
เส้นทางในวันนี้นั้นมีทั้งทางขึ้นเขาพัทยาชันๆ ทางโค้งต่อเนื่องสั้นๆ และทางตรงยาวๆ ให้เราได้เล่นในทุกอาการของรถ ซึ่งก็ต้องบอกว่า แรงบิดที่เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยทำให้การขับขี่รู้สึกคล่องตัว และง่ายขึ้นแบบสังเกตได้แหล่ะครับ

สรุป

หากว่า งบในระดับ 200,000 แล้วต้องการ Scooter สักคันที่ใช้งานได้อย่างคล่องตัว จะในเมืองเพื่อฝ่าการจราจร หรือจะทำความเร็วตามจังหวะ หรือจะเป็นออกทริปในยามว่างบ้างแล้วหล่ะก็ Forza 350 เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผมจะหยิบไปเลยหล่ะครับ
ซึ่งต้องบอกว่าจาก Forza 300 ที่สรรพคุณเพียบพร้อมอยู่แล้วพอมาเป็น Forza 350 ยิ่งให้ความรู้สึกที่เต็ม และจบขึ้นไปอีก พร้อมด้วยค่าบำรุงรักษาที่ยังอยู่ในระดับของมอเตอร์ไซค์ใช้งานทั่วไป อะไหล่ที่ครบครัน ยิ่งทำให้ขี่กันไปเลยไม่ต้องกังวลอะไร
อุปกรณ์พื้นฐานที่ติดมากับรถสำหรับผมถือว่าดีพอแล้ว ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกขัดใจว่า น่าจะเสริมมาอีกหน่อย … แต่ก็นะ “Nitron” นี่ช่างน่าลองจริงๆ !!!
Comments