Preview : SPORTSTER S ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ แต่เป็น “ตำนาน” ที่กลับมาใหม่ของ Harley-Davidson

โดย /

“118 ปี” … คือการคงอยู่ของชื่อ Harley-Davidson (ตั้งแต่ 1903) ที่ครองใจของหลายๆคน และเป็นสิ่งที่บางคนเรียกว่า นี่ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ แต่คือ Harley นั่นแหล่ะครับ

ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นของ Harley-Davidson Sportster S มากว่า 64 ปี (เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1957) และคราวนี้ก็กลับมาใหม่ด้วยการสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัย ผสานเอาเอกลักษณ์ของ Harley-Davidson มาผสมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ผ่านการทดสอบ และพัฒนาอย่างลงตัวออกมาเป็นเป็นรุ่นปี 2021 ที่เราจะมาขับขี่กันในคราวนี้ 

แม้ว่าจะเป็นระยะสั้นๆ ที่แสนน่าเสียดาย เพราะการขับขี่ไปบน Sportster S นั้นช่างสนุก และน่าประทับใจ แต่ก็พอจะรวบรวมออกมาเป็นพรีวิวแบบกระชับๆ กันได้หล่ะครับ มีอะไรที่น่าสนบ้างมาดูกันเลย

รูปลักษณ์ทั่วไป

พร้อมแสดงถึงความ “ดิบ” ของตัวรถ

โชว์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์ ​Revolution Max 1250 “T” นั้นคือสิ่งที่ต้องอวด กับการใช้เครื่องยนต์เข้ามาช่วยรับแรง และเป็นส่วนหนึ่งของเฟรม ที่ทำให้ลดน้ำหนักส่วนเกินออกไปได้ 

รหัส “T” กับการบอกว่านี่คือเครื่องยนต์ “Tune” เพื่อให้ได้แรงบิดนำโด่งมาในย่านรอบใช้งานที่ 3,000 – 6,000 rpm นั่นแหล่ะครับ พร้อมกับ balancer ในเครื่องยนต์ 2 ชุดที่จะช่วยซับแรงกระแทกออกไปอย่างหมดจดในขณะขับขี่ แต่ยังส่งอารมณ์ในรอบเดินเบา และจังหวะสตาร์ทของเครื่องยนต์ได้เหมือนเดิม

การโชว์เส้นสายของเครื่องยนต์ที่โดดเด่น ดึงสายตาทั้งหมดเข้าไปเลยทีเดียว กับงานสีที่มีความละเอียด ดมีเกล็ดสีที่สวยงามสะท้อนแสงให้เห็นได้เล้กน้อย พร้อมด้วยเสื้อสูบอลูมิเนียม และฝาเครื่องจากแม๊กนีเซียม ที่ทำสี Chocolate Satin อย่างสวยงาม

ช่วงท้ายกับ สวิงอาร์มท่อกลม ที่ให้สัดส่วนอารมณ์ของ Harley-Davidson XR750 กับปลายท่อในแบบ Flat Tracker ที่โดดเด่น แสดงตัวตนด้วยชุดไฟหน้าในแบบ Bobber ที่ให้อารมณ์ของรถ custom ออกมาจากสายพานการผลิตของโรงงาน

รายละเอียดทางเทคนิค – สเปคของตัวรถที่น่าสนใจ 

“รถสั่นมั้ย” ?? สั่นครับแต่แค่ตอนสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือช่วงที่รอบต่ำกว่า 1200 rpm เท่านั้น หรือช่วงย่านรอบสูงไปแล้ว (ประมาณ 7500 rpm) ที่จะเริ่มมีอาการสะท้านขึ้นมา ที่เป็นคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์จาก Harley-Davidson

ในส่วนการเดินทางหรือย่านรอบใช้งานที่ราว 2-6000 rpm นั้นบอกเลยว่า นุ่ม ด้วยบาล๊านเซอร์ 2 ชุดที่ใต้ และหัวของเครื่องยนต์ซึ่งช่วยซับแรงสั่นสะเทือน 70%,30% ตามลำดับ ในย่านรอบนี้

รายละเอียดทางเทคนิค – ระบบของรถมีอะไร?

อย่าให้รูปลักษณ์ของ Sportster S มาหลอกเอาได้ง่ายๆ เพราะภายใต้รูปลักษณ์ร่วมสมัยนั้น ยังมีเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงรถได้ง่ายขึ้นเลยหล่ะครับ

สัดส่วนคน และรถ

เบาะที่สูงเพียง 753 mm กับท่านั่งที่จมไปในรถเพื่อให้มวลของผู้ขับขี่ และรถเป็นหนึ่งเดียวกันได้มากที่สุด กับสัดส่วนของผมที่ 163 cm น้ำหนัก 60 kg นั้นเหรอครับ

“สบาย” ลงกลางเท้า 2 ข้างได้สบายๆเลย น้ำหนักรถเพียง 228 kg พร้อมของเหลว บอกเลยว่า “ฟินมาก” นานๆ ที่จะมีรถที่ผมขึ้นไปคร่อมแล้วรู้สึกมั่นใจได้ขนาดนี้ !!

ได้เวลาออกไปขี่กันแล้ว

กับเส้นทางวันนี้ไม่มากไม่น้อยเท่าไหร่ ให้ได้ลองขับขี่ Sportster S คันนี้ไปบนการจราจรจริงของกรุงเทพเนี่ยแหล่ะครับ 

“พุ่ง พริ้ว พร้อมเลี้ยว” กับแรงบิดที่ส่งมาแบบแทบจะทันทีในทุกย่านรอบการใช้งานของ Sportster S ช่วงแรกของการขับขี่ผมออกไปกับ Road ที่ให้การตอบสนองที่ฉับไว แต่ยังคง มีการตอบสนองของคันเร่งที่ยังคงเป็นมิตร 

ยางหน้าซีรี่ 70 ที่มีขนาดใหญ่ พัฒนาพิเศษเพื่อรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ ที่ต้องบอกว่ามันดูอวบอ้วน น่าจะอืดอาดแน่ๆเลย แต่เปล่าเลยเพราะยังคงความคล่องตัวในการขับขี่ การควบคุมช่วงแฮนด์หน้ายังทำได้อย่างง่าย พริ้วไปบนการจราจรได้อย่างดีเลย 

เสถียรภาพของตัวรถจัดว่าดีมากเลยหล่ะครับ ด้วยการวางน้ำหนักของเครื่องยนต์เป็นศูนย์กลาง และท่านั่งที่ทำให้น้ำหนักของคน และรถ เป็นก้อนเดียวกันอย่างสมบูรณ์

อัตราเร่ง… “เกินพอ” กับช่วงแรกของการขับขี่ผมออกไปกับโหมด Road ที่ให้การตอบสนองของคันเร่งที่เชื่องมือ และส่งกำลังได้อย่างเพียงพอ แต่เมื่อปรับเป็นโหมด Sport หล่ะก็ แรงบิดมหาศาล “พร้อมระเบิดพลัง” ออกมาได้ทันที ให้การเร่งที่จัดจ้าน ให้อารมณ์ที่ “สะใจ” ทุกครั้งที่ตัดสินใจเร่งออกไป

C-TCS หรือ Traction Control ให้ที่ทำงานได้ในขณะเข้าโค้ง ช่วยเสริมความมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี เอาแค่กลับรถ หรือเลี้ยวเข้าโค้งเบาๆ แล้วกระแทกคันเร่งออกไป C-TCS ที่ติดตั้งมาให้ใน Sportster S คันนี้ก็พร้อมที่จะทอนกำลังลง ให้อยู่ในอาการที่ควบคุมได้ ไม่ออกอาการส่ายอะไรหล่ะครับ

แต่ถ้าปิด C-TCS หล่ะก็ … รู้เรื่อง พร้อม Powerslide หรือปั่นล้อทิ้งได้ทันทีเลย !!! (เปิดไว้เถอะครับ ปลอดภัยกว่าจริงๆ) 

C-ABS ให้การตอบสนองที่ละเอียดบนทางตรง แต่ในช่วงทางโค้ง กับท่านั่งของตัวรถ อาจจะมีอาการแปลกๆ ได้นิดหน่อย เหมือนจะพับได้นิดๆ แต่ต้องบอกว่า ช่วยได้เยอะแล้วหล่ะครับ

จังหวะตั้งใจเชนเกียร์ลงหนักๆ แรงๆ ไม่มีอาการส่ายของล้อหลังอะไรให้เสียวเลยด้วย C-DSCS ที่ช่วยลดแรงดึงของเครื่องยนต์ลง เพื่อลดอาการเชนเกียร์จนท้ายส่าย คุมอาการให้ผมได้อย่างหมดจดเลยทีเดียว ซึ่งจะรู้สึกได้เลยหล่ะครับ ว่ารถจะดึงนะ แต่ยังไหลได้นิดๆ ไม่มีอาการล้อล็อคจากระบบ C-DSCS ตัวนี้

สุ้มเสียงของตัวรถในช่วงออกตัวยังมีอารมณ์เร้าใจ ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้ อาการสะท้านในย่านรอบต่ำยังมีให้รู้สึกได้ถึงอารมณ์ในแบบ V-Twin ของ Harley-Davidson แต่ในขณะขับขี่นั้นนุ่มมือ เชื่อง และควบคุมได้ง่าย ไม่มีอาการดื้อโค้ง หรือหน่วง แบบรุ่นก่อนๆแล้ว

ข้อดี / ข้อสังเกต

ข้อดี

  • อารมณ์ยังมาเต็มในช่วงต้น สุ้มเสียงของ Harley-Davidson ยังมาเต็ม
  • ท่านั่งที่สบาย ให้อารมณ์คล้ายนั่งโซฟา ฟังเครื่องเสียงดีๆ และสัมผัสกับบรรยากาศของเส้นทางได้อย่างลงตัว
  • ระบบไฟฟ้าที่ใส่มาให้อย่างพอเพียง ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้จริงสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • วางน้ำหนักตัวรถมาดี ลดน้ำหนักของตัวรถได้จนอยู่ในระดับที่เหมาะสม ทำให้ตั้งรถได้ง่าย ไม่เป็นภาระอะไรกับผู้ขับขี่
  • “นุ่มนวล” กับการทำงานของเครื่องยนต์ในย่านใช้งาน ที่อาการสั่นสะท้านทั้งหลาย ถูกจำกัดไว้ด้วย Balancer 2 ชุดภายในเครื่อง
  • บำรุงรักษาวาล์ว คืออะไร? แทบไม่ต้องดูแลเลยหล่ะครับ เพราะการออกแบบวาล์วที่มีการใช้สปริงมาช่วยในการกดหัววาล์ว ที่จะคอยปรับตั้งระยะห่างให้เอง ทำให้เครื่อง Revolution Max 1250 T นี้ ไม่ต้องรื้อรถมาตั้งวาล์วแล้ว

 

ข้อสังเกต

  • เช่นเคยกับยาง ที่ต้องใช้สเปคพิเศษจาก Harley-Davidson เท่านั้นนะครับ
  • ช่วงล่างมาตรฐานจากโรงงานจะออกไปทางกระด้างนิดๆ สำหรับน้ำหนักตัวที่ประมาณ 80 kg ซึ่งปรับตั้งเล็กน้อยน่าจะให้อาการที่ดีขึ้น
  • ที่เหลือคือ เรียนรู้ และเข้าใจในตัวรถหล่ะครับ …

สรุป

ผมไม่ได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ แต่นี่คือ Sportster S ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง และความรู้สึกที่ได้ขับขี่ในอารมณ์ของ Harley-Davidson ที่ปรับปรุงเอาเทคโนโลยี และการขับขี่ในสมัยใหม่ มาผสานเอาไว้ได้อย่างลงตัว

ให้อารมณ์ของรถที่ “แต่งมาแล้ว” จากโรงงาน ที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเลยหล่ะครับ แต่ด้วยพื้นฐานของตัวรถก็พร้อมให้เอามาตกแต่งได้ดั่งใจ เติมเอกลักษณ์ เติมตัวตนของเราเข้าไปบนรถได้อีกหลากหลายเลยทีเดียว

แรงบิดจากเครื่องยนต์ Revolution Max 1250 T ให้อารมณ์ที่พร้อมพุ่ง พร้อมทะยาน ออกไปได้ตลอดทุกครั้งที่เปิดคันเร่งออกไป และทำให้ผมรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ส่งคันเร่งออกไปได้จริงๆ 

คล่องตัว พลิกรถได้ง่าย ไว และยังคงมีเสถียรภาพในการขับขี่ที่ดี ในขณะเร่ง หรือเข้าโค้งด้วยความเร็วต่างๆ ซึ่งพลิกนิยามของการขับขี่ Harley-Davidson ไปเลยหล่ะครับ เพราะ Sporster S ขี่ได้ง่าย แรง แต่ยังเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ได้อย่างเหลือเชื่อ

ระบบความปลอดภัยที่ใส่มาให้แบบไม่มีกั๊ก รวมไปถึง IMU แบบ 6 แกนที่ทำงานกับระบบต่างๆอย่างลงตัว จัดได้ว่า “คุ้มค่า” กับราคารถที่เริ่มต้นเพียง 7 แสนบาท แต่ได้ชื่อของ Harley-Davidson มาครอบครอง

ไปลองกันเองเลย ที่ศูนย์บริการ​ Harley-Davidson แล้วจะรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของ Sportster S ในคราวนี้นั้น “สุด”

Comments