Preview : Yamaha YZF-R1 2020 สัมผัสแรกในเอเชีย กับสนามระดับโลก อะไรบ้างที่น่ารู้มาดูกัน

โดย /

ก่อนอื่นเลยคงต้องขอขอบคุณทาง Yamaha ประเทศไทยด้วยนะครับ ที่ให้เกียรติกับผมได้เข้าร่วมในการขับขี่ YZF-R1 รุ่นปี 2020 เป็นครั้งแรกของเอเชีย บนสนามช้าง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสนามระดับโลก ที่พึ่งจากผ่านการแข่งขัน MotoGP มาแบบหมาดๆ พร้อมรอยบดยางให้ได้วิ่งตามกันอย่างชัดเจน

ในครั้งนี้ผมเองขอเรียกว่าเป็นการ “พรีวิว” หล่ะกันครับ เพราะได้ขับขี่สั้นไป !! แหม่ขอสักเดือนนึงก็ไม่ได้ (นั่น!!) และเป็นการขับขี่ที่เน้นกันบนสนามทางเรียบ และการใช้งานระบบที่เพิ่มเข้ามาเป็นสำคัญ … ไว้โอกาสถัดไปเดี๋ยวเรามา “ใช้งานจริง” กันเต็มๆ อีกที

เพื่อความกระชับของพรีวิวในครั้งนี้จะขอแบ่งเป็นหัวข้อตามนี้เลย

  • รูปลักษณ์ทั่วไป 
  • ย้อนมาดูประวัติกันสักนิด
  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • ระบบไฟฟ้าใหม่ มีอะไรบ้าง
  • การขับขี่ บนสนามทางเรียบ
  • ข้อดี/ข้อสังเกตุ/ข้อเสีย
  • YZF-R1 2015 “VS” YZF-R1 2020 – คุ้มมั้ย กับการอัพ!

ขี่ชมวิวกับ YZF-R1 บนสนามช้างฯ

รูปลักษณ์ทั่วไป 

โดยรวมแล้ว สำหรับ YZF-R1 2020 นั่นหน่ะเหรอครับ ดูผ่านๆ แล้วก็จะเห็นได้ถึงความแตกต่างเพียงเล็กน้อย ของแฟริ่งโดยรวมของตัวรถ ที่มีการปรับให้มีความโค้งมน ดูมีเส้นสายอ่อนช้อยมากขึ้นเล็กน้อย … “แต่” แฝงไว้ด้วยการปรับ ที่เพียบ !

“เพราะเส้นสายที่ดูเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยนั้น มีผลมาก”

ด้วยการปรับรายละเอียดของชิ้นส่วนแฟริ่งต่างๆ ให้มีความอ่อนช้อยมากขึ้นนั้น ทำให้ลดแรงต้านของอากาศลงได้มากกว่า 5.3% พร้อมด้วยการออกแบบช่องอากาศด้านข้าง ที่ “มีผล” บนย่านความเร็วสูง

ในส่วนของ YZF-R1M 2020 หลักๆที่แตกต่างกับ YZF-R1 มีตามนี้เลย

  • ช่วงล่างแบบปรับไฟฟ้า
  • แฟริ่งคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบา (เบาลงกว่า R1M 2015 อีก)
  • ชิ้นส่วนท้ายคาร์บอนไฟเบอร์
  • เซนเซอร์ ที่คอยบอกรายละเอียดการทำงาน และ GPS บอกตำแหน่งของรถ (เหมาะกับการใช้งานบนสนามทางเรียบ)
  • การเชื่อมต่อกับ Application YRC Settings ที่สามารถปรับตั้งค่า และดูการขับขี่ที่ผ่านมาได้ทันที

ย้อนมาดูประวัติกันสักนิด


พิพิธภัณท์ YZF-R1 จากมิตรสหายท่านนึง (Maxx GMT94 Thailand) …

รหัสรุ่นแห่งความแรงของ Yamaha อย่าง YZF-R1 นั้น มีอายุอานามมาก็ร่วมๆ 21 ปีปลายๆ กำลังจะย่างเข้าสู่ปีที่ 22 โดยมีต้นกำเนิดตั้งแต่ในปี 1998 นั่นแหล่ะครับ มาไล่เรียงกันแบบคร่าวๆ กันเลยดีกว่าว่า ในแต่ละยุคสมัยของ YZF-R1 นั้นมีอะไรบ้างที่โดดเด่น ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงกันไป

  • โฉมปี 1998-1999 เริ่มต้นกับรหัส YZF-R1
  • โฉมปี 2000-2001 ปรับเปลี่ยนชุดแฟริ่ง ลดน้ำหนัก เพิ่มพลังกล้ามเนื้อ ปรับเปลี่ยนคาร์บูเรเตอร์ใหม่
  • โฉมปี 2002-2003 เพิ่มการใช้หัวฉีด เพิ่มสมรรถนะให้เครื่องยนต์ใหม่ และเฟรมแบบ DeltaBox III
  • โฉมปี 2004-2005 ท่อออกตูด ! พร้อมด้วยเริ่มใช้ท่อ Ram Air ให้กับอากาศเข้าทางด้านหน้า
  • โฉมปี 2006 ปรับอัตราส่วนสวิงอาร์มใหม่เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ให้มากขึ้น พร้อมด้วยการยัด Slipper Clutch เข้ามาเสริม
  • โดยเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อเสริมคาแรคเตอร์ให้กับรถในเวอร์ชั่นของ Kenny Roberts
  • โฉมปี 2007-2008 มากับการยกเครื่องแบบ 4 สูบเรียงใหม่หมดจด และ Slipper Clutch ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่อีกขั้นนึง
  • โฉมปี 2009-2014 กับการเปิดมิติใหม่ของเครื่องยนต์ใน YZF-R1 ด้วยการใช้ Crossplane พร้อมด้วยการจุดระเบิดแบบ Big Bang !
  • โฉมปี 2015-2019 กับการออกแบบใหม่ ด้วยการยกระดับการขับขี่ไปอีกขั้นของ All New YZF-R1 2015 เพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีที่จัดเต็มมากขึ้นตามสมัย
  • 2020 ใหม่เอี่ยม ไฉไล แม้ว่าจะยังมีหน้าตาที่คล้าย 2015 แต่ภายในยกเครื่อง เสริมทัพด้วยระบบไฟฟ้าที่ เต็ม ในทุกสถานการณ์

และแล้วในปี 2019 นี้ก็เป็นการมาถึงของ YZF-R1 2020 ซึ่งต้องนับได้ว่านี่เป็น “ครั้งแรก”​ ที่ประเทศไทยนั้นจะได้สัมผัสกับรถ YZF-R1 แบบ “ตรงปี” … เพราะด้วยความนิยมของ YZF-R1 ในโฉมปัจจุบันที่มากมายเนี่ยแหล่ะครับ ทำให้ YZF-R1 2020 ตรงดิ่งมาถึงไทย เป็นประเทศที่ 2 ของโลก (ตามหลังอเมริกาเหนือไม่ถึงเดือน)

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ (เทียบ R1 2019 / 2020)

ถ้าดูรายละเอียดทางเทคนิคแบบผ่านๆ ของ YZF-R1 2020 หล่ะก็ ต้องบอกว่า “เหมือนจะไม่มีอะไรแตกต่าง” แต่จริงๆแล้วบอกเลยว่า “ไม่ใช่” เพราะการปรับเปลี่ยนภายในของเครื่องยนต์นั้นเรียกได้ว่า มีการไล่แก้ไข และพัฒนากันแทบจะทุกส่วนเลยทีเดียว โดยมีการพัฒนาออกมาเป็น 4 แนวทางหลัก

  • มาตรฐานใหม่ EURO 5 เพื่อให้สามารถผ่านมาตรฐานที่เข้มข้นขึ้นทำให้ YZF-R1 2020 ได้รับการอัพเกรดชิ้นส่วนหลักคือ ฝาสูบ, คอท่อไอดี, เรือนลิ้นเร่ง, หัวฉีดน้ำมัน ซึ่งทำให้การเผาไหม้ทำได้อย่างหมดจด และส่งกำลังได้เต็มมากขึ้น ที่โดดเด่นเลย คงจะเป็นหัวฉีดน้ำมัน ที่มีการปรับองศาให้ลึก และฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบเต็ม 100% โดยไม่มีอะไรมาขัดขวางทางเดิน และลดโอกาสที่น้ำมันจะไหลย้อนกลับได้มากขึ้น 
  • ลดการสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์ – โดยเล่นกับขนาดของรูน้ำมันเครื่อง ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่มีจำนวนรูที่น้อยลง เพื่อให้ฟิล์มน้ำมันเครื่องมีความหนาที่เหมาะสม คือบางที่สุดที่ต้องมี แต่หนาพอที่จะช่วยหล่อลื่น พร้อมด้วยการออกแบบท่อทางเดินน้ำด้านไอเสีย ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม และช่วยให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • คุมระดับเสียงของเครื่อง – ด้วยการใช้ Catalytic สองส่วน และการออกแบบโครงสร้างภายในของปลายท่อไอเสียใหม่ เพื่อให้ได้ความเข้มของเสียงที่น้อยลง เป็นมิตรกับการขับขี่มากขึ้น
  • สมรรถนะ – ต่อเนื่องจากการลดการสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์ ซึ่งส่งให้สมรรถนะการขับขี่ ใน “ย่านรอบการทำงานช่วงกลาง-ปลาย (7000rpm+)” ดีขึ้น ให้การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ฉับไวมากขึ้น พร้อมด้วยการปรับขนาดของชุดเกียร์ 2 ที่ให้การต่อเกียร์ กว้าง และส่งกำลังได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น

หรือจะเรียกว่า YZF-R1 2020 “อัพเกรด” กันใหม่ ยกเครื่องมารื้อ และปรับปรุงกันใหม่เลยทีเดียวก็ว่าได้

ระบบไฟฟ้าใหม่ มีอะไรบ้าง

“ผมไม่รู้หรอกว่าพี่จะรู้สึกยังไง แต่ลองเล่นดูนะครับ เด็ดจริง” … กับคำพูดจากแชมป์ All Japan คนแรกของไทย และ แชมป์ Asia Road Racing Championship ที่ขึ้นชั้นว่าเป็นตำนานคนนึงของประเทศไทย และ Yamaha อย่าง “พี่ตั้น” เดชา ไกรศาสตร์ ที่กระซิบบอกก่อนที่ผมจะขึ้นไปขับขี่บน YZF-R1 2020 คันนี้

เพราะสิ่งที่ Yamaha บรรจุลงมาใน YZF-R1 2020 คือระบบไฟฟ้า ใหม่เอี่ยมของทาง Yamaha ที่ใช้กับ YZF-R1 2020 เป็นคันแรก โดยมาแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ

  • APSG (Accelerator Position Sensor Grip) – เรียกง่ายๆ ว่าคันเร่งไฟฟ้านั่นแหล่ะครับ ซึ่งถ้าไม่บอกก็แทบไม่รู้สึก เพราะการบิดคันเร่งไปมา ให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่าง มีแรงหนืด แรงต้าน ที่คล้ายกับคันเร่งสายปกติเลยทีเดียว แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ ตัวรถจะทำการคำนวน “พลัง” ที่จะส่งออกมาอย่าง 100% ซึ่งทำให้การเดินคันเร่งนั่น “แตกต่าง” ไปอย่างชัดเจน
  • EBM (Engine Brake Management) ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกการตอบสนองของ แรงฉุดของเครื่องยนต์ตามลักษณะการขับขี่ นิสัยของผู้ขับขี่ และสภาพเส้นทางได้ โดยมีการทำงาน  3 ระดับด้วยกัน
    • EB1 – ให้แรงฉุดเครื่องยนต์สูงสุด เรียกว่าถอนเกียร์เป็นทิ่ม ดึงรถชะลอลงอย่างไว
    • EB2 – ให้แรงฉุดเครื่องยนต์กลางๆ คุมจังหวะถอนเกียร์ได้ง่าย หน่วงรถน้อยลง
    • EB3 – … ไหลไปเลยจ้า ไหลกันยาวๆ ลงเกียร์ไปแบบแทบไม่รู้สึกว่ารถชะลอเลยทีเดียว … อ้าว แล้วมีประโยชน์อะไรหล่ะเนี่ย .. ใจเย็นๆครับเดี๋ยวรู้กัน แต่บอกเลยว่า สำหรับผม “ชอบ”
  • BC (Brake Control) ที่ให้เลือกการตอบสนองของ ABS ได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ
    • BC1 – ให้การตอบสนองของ ABS ที่คงที่
    • BC2 – ให้การตอบสนองของ ABS “ตามองศาการเอียงของรถ” หรือเรียกแบบง่ายๆว่า Cornering ABS นั่นแหล่ะครับ

ซึ่งการเพิ่มเติม EBM และ BC เข้ามาใน YZF-R1 2020 นั้น นับได้ว่าเป็นการเติมเต็มระบบไฟฟ้าเดิมที่มีอยู่แล้ว และเสริมเขี้ยวเล็บให้กับ YZF-R1 อย่างเต็มระบบ … เต็มยังไง เอากับแบบง่ายๆ ตามนี้เลย

หรือจะเรียกง่ายๆว่า ในทุกขณะของการขับขี่ YZF-R1 2020 มีระบบไฟฟ้า ที่คอยทำงานอยู่ภายในตลอดเวลา เพื่อให้เรา “ลึก” “เลี้ยว” “เร่ง” ได้อย่างสนุก สบาย และปลอดภัยมากขึ้น จะเรียกว่า รถคันเดียว แต่ขี่กันสอง (รถ และคน) เลยก็ว่าได้

การขับขี่ บนสนามทางเรียบ #เร่งให้สุด

และแล้วก็ถึงเวลา “สนุกแล้วสิ”​ เพราะในคราวนี้ นับว่าเป็นโอกาสอันดี ที่ผมจะได้ทำการขับขี่ YZF-R1 2020 กับแบบ “บิดเต็มข้อ” บนสนามบุรีรัมย์ ที่ยังมีรอยยางของการแข่งขัน MotoGP ทิ้งไว้ให้ได้เห็นร่องรอยกันอยู่บ้างลางๆ 

ทันทีที่ “กดเกียร์ 1” พร้อมกับออกตัวไป สิ่งแรกเลยที่สัมผัสได้อย่างเด่นชัด คือ “ความนุ่มนวล” ของการส่งกำลัง ที่ตอบสนองกับการเดินคันเร่งได้ดั่งใจมากขึ้นตั้งแต่ออกตัว และรอบต่ำ ซึ่งแตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน เพราะการเดินคันเร่งที่รอบต่ำของรุ่น 2018-2019 นั้นจะมีอาการเหมือนกระตุกได้เบาๆ ต้องคอยใช้คลัชช่วยคลอรถที่ความเร็วต่ำอยู่บ้างเรื่อยๆ

การต่อเกียร์ 1-2-3 ที่ต่อเนื่อง และนุ่มนวลมากขึ้น ให้การส่งกำลังในแบบที่ไม่เพิ่มภาระกับผู้ขับขี่มากเกินไป อาการหน้าส่ายเบาๆ (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถในแบบ Sport) ลดน้อยลงจากรุ่น 2019 อย่างชัดเจน รอบเครื่องในย่านรอบต่างๆ ตอบสนองกับคันเร่งได้ดั่งใจมากขึ้น และส่งกำลังให้ทะยานออกไปให้ความรู้สึกที่หนักแน่นมากขึ้น 

หลังจากปรับตัวกันสักรอบ ก็ถึงเวลาเริ่มกดให้หนักขึ้น บนช่วงทางตรง 1 กม.ของสนามแห่งนี้ YZF-R1 2020 พาให้ผมทะยานขึ้นไปสัมผัสความเร็วในย่าน 270 km/hr ได้แบบไม่ได้ต้องรีดเร้นอะไร ขี่ไปเรื่อยๆ …​ถึงเอง ซึ่งช่วงล่างที่ได้รับการปรับตั้งมาใหม่ให้การตอบสนองที่ “ดีขึ้นมาก” พร้อมด้วยกันสะบัดไฟฟ้า ที่ตอบสนองได้ค่อนข้างดี ทำให้การทะยานบนย่านความเร็ว 250+ km/hr กับ YZF-R1 2020 “นิ่งขึ้นมาก” ไม่มีอาการเหมือนลอยเบาๆ แบบเมื่อก่อนแล้ว … ซึ่งตรงนี้ทำให้ผมเองรู้สึกสบายใจ และกล้าที่จะส่งให้พุ่งทะยานออกไปเร็วขึ้นอีกขั้นนึง

การขับขี่ บนสนามทางเรียบ #ไหลให้ลึก 

ส่วนสำคัญอีกส่วนเล็กๆ ที่ช่วยให้ YZF-R1 2020 “นิ่งขึ้น” ที่ย่านความเร็วระดับ  250+ km/hr คงจะเป็น “แฟริ่ง” ชิ้นต่างๆ ที่ปรับกันมาใหม่เนี่ยแหล่ะครับ เพราะนอกจากลดแรงต้านของอากาศลงแล้ว ยังมีการออกแบบ ช่องลม “ปีกเล็กๆ” ที่ซ่อนไว้ใต้ไฟหน้า ซึ่งพึ่งเห็นในรุ่นนี้ ที่ “น่าจะ” มีส่วนช่วยกดช่วงหน้าของตัวรถให้ติด แน่น กับพื้นผิวในย่านความเร็วสูงได้ดีขึ้น

ความเร็วในย่าน 270 km/hr ที่ยังไม่สุดดี (กระพริบตา 2 ทีถึงโค้ง 3 แว้ว) ก็ถูกหยุดยั้งด้วย ปั๊มเบรคหน้า-หลังทรงพลัง และการ “รวบเกียร์” ต่อเนื่องที่ทำได้อย่าง “สบาย” กับ Quick Shift ที่ทำงานประสานกับ Auto-Blipper อย่างเหมาะสม ให้การลดเกียร์ได้อย่าง “เร็ว” ที่ระยะ 250 m ก่อนถึงโค้ง 3 พร้อมกับการกดเกียร์ต่อเนื่องจากเกียร์ 6 ลงมาเกียร์ 2 ได้อย่างไม่เสียอาการอะไร 

EBM (Engine Brake Management) นับได้ว่าเป็นไม้ตายเลยหล่ะครับสำหรับสนามทางเรียบกับ YZF-R1 2020 คันนี้ เพราะการเลือกแรงฉุดได้ทำให้เราสามารถเลือกคาแรคเตอร์ของรถได้ตามสภาพการขับขี่ เช่นในสนามช้างฯ แห่งนี้ ซึ่งผมเลือกใช้ EB3 เพื่อให้การดึงของเครื่องยนต์น้อยที่สุด หรือ “ไหล” ซึ่งทำให้

  • ลดอาการส่ายของล้อหลัง เมื่อมีการลดเกียร์ต่อเนื่องเร็วๆ 
  • เน้นไปที่การคุมแรงเบรค ทั้งหลัง-หน้าอย่างเดียว

ในส่วนของ Brake Control ผมเลือกใช้ BC2 ซึ่งให้การทำงานที่ละเอียด และปรับการทำงานได้ตามองศาของรถเข้ามาช่วย​ในการ Trail Braking (หรือการเบรคในขณะกำลังเอียงรถเข้าโค้ง) การตอบสนองของก้านเบรคหน้าให้ความรู้สึกที่ควบคุมได้ง่าย และสั่งได้ในโค้ง มีอาการเหมือนดันนิ้วเบาๆบ้างเล็กน้อย ในขณะที่ Brake Control ทำงาน แต่ไม่ได้มากมายอะไรครับ นิดเดียวจริงๆ

การขับขี่ บนสนามทางเรียบ #ออกให้ไว

APSG หรือคันเร่งไฟฟ้า … คือสิ่งนึงที่ “เปลี่ยนคาแรคเตอร์” ของ YZF-R1 ไปมากเลยทีเดียว เพราะจากรุ่นปี 2015 เป็นต้นมา การส่งคันเร่งออกโค้งบน YZF-R1 สำหรับผม ต้อง “กลั้นใจเปิด” เพื่อให้กำลังมาต่อเนื่อง และดันรถออกจากโค้งได้พอดีๆ … แต่กับ YZF-R1 2020 “เปลี่ยนไป” เพราะผมสามารถเล่นกับคันเร่งได้ “ในโค้งขณะเอียงรถ” …​ยกตัวอย่างง่ายๆ จะยกขึ้นนิดนึง หรือจะคลอคันเร่ง หรือจะกระแทกออกโค้ง … YZF-R1 2020 ให้การตอบสนองที่ “ง่าย” และ “เชื่องมือ” ขึ้นมากเลยทีเดียว

การใช้คันเร่งไฟฟ้าเต็มระบบ ยังทำให้การทำงานของคันเร่ง ประสานเข้ากับ SCS (Slide Control), LIF (Lift Control), TCS (Traction Control) ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งทำให้แม้แต่ผมเอง ก็สามารถเดินคันเร่งได้หนักขึ้น ง่ายขึ้น และส่งรถให้ทะยานออกจากโค้งได้เร็วขึ้น

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

ข้อดี

  • เพิ่มเติมระบบต่างๆ เข้ามาเสริมในทุกช่วงขณะของการขับขี่
  • นิสัยของตัวรถเปลี่ยนไป “น่าร้าก” มากขึ้น นุ่มลง เชื่องมากขึ้น แต่ยังคงส่งพลังได้อย่างเต็มพิกัด
  • แอบปรับตำแหน่งแฮนด์ และสรีระของถังมาเล็กน้อย แต่เป็นส่วนนึงที่ส่งให้การขับขี่รู้สึก “ไม่เหนื่อย” และให้การควบคุมโดยรวมที่ดี และรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
  • การส่งกำลังที่สม่ำเสมอมากขึ้น ทำให้ช่วงล่างปรับตั้งได้ง่ายขึ้น และให้การตอบสนองที่คาดเดาได้ง่ายขึ้น (ไม่ออกอาการดีด ตามจังหวะการส่งกำลังแบบรุ่น 2018-2019)
  • EBM หรือการปรับแรงฉุดของเครื่องยนต์ รองรับกับการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนกลไกของคลัชแบบรุ่นก่อนหน้า แต่สามารถปรับได้จากตัวรถเลย

ข้อสังเกต / ข้อเสีย

  • เบรค ที่รู้สึกไหลนิดๆ เหมือนจะไม่ค่อยอยู่ (แต่เบรคอยู่นะ) ตรงนี้ไม่มั่นใจว่า ระบบไฟฟ้าต่างๆที่เสริมเข้ามา น่าจะมีส่วนทำเมื่อเบรคหนักๆ แล้วรู้สึกเหมือนจะไหลนิดๆ ด้วยรึเปล่า แค่รู้สึกสัมผัสแปลกๆ เวลาสั่งเบรคหน้าหนักๆ เนี่ยแหล่ะครับ
  • ที่เหลือ เดี๋ยวมารีวิวกันเต็มๆ แล้วว่ากันอีกทีครับ

สรุป

โดยรวมแล้ว นับได้ว่า YZF-R1 2020 จะเรียกว่า Minor Change ก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะยกระดับการขับขี่ขึ้นมาอีกขั้นนึง ให้การควบคุมที่ง่ายขึ้น เชื่อง และนุ่มนวล ตอบสนองกับผู้ขับขี่ ที่มีทักษะหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ ที่พึ่งจะเริ่มขับขี่รถในแบบ Sport หรือจะเป็นสายสนามผู้ช่ำชอง YZF-R1 2020 ให้การปรับตั้งที่ “เข้ากันได้” กับทักษะต่างๆ และเข้าถึง พละกำลัง อันล้นเหลือได้ง่ายขึ้น

ระบบไฟฟ้าที่เติมเข้ามา ถือเป็นการเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปของรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะในจังหวะการ ลดความเร็ว และการเตรียมรถก่อนจะเข้าโค้ง ซึ่งทั้ง Brake Control (หรือ ABS ที่ปรับการทำงานได้) ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และการเกลี่ยน้ำหนักเบรคได้มากขึ้น ประสานเข้ากับ EBM (Engine Brake Management) ที่เลือกความต้องการ “รวบเกียร์” ได้หลากหลาย การลดเกียร์ต่อเนื่องด้วย QSS (Quick Shifter) ที่ทำงานได้ทั้ง ขึ้น / ลง

3 สิ่งนี้ (BC, EBM, QSS up/down) เมื่อทำงานร่วมกัน ทำให้การลดความเร็ว เพื่อเข้าโค้งควบคุมได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลให้ “เร็ว” และ “ปลอดภัย” มากขึ้นไปด้วยนั่นเอง

คันเร่งไฟฟ้า (APSG) ที่ทำงานได้อย่างละเอียด สอดประสานรับกับ ระบบอื่นๆ ในรถไม่ว่าจะเป็น PWR (การส่งกำลัง) TCS (Traction Control) รวมไปถึง LIF (Lift Control)  และ BC (Brake Control) ทำให้ระบบทั้งหมด ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ การส่งคันเร่งออกไปทำได้ง่าย และคาดเดาถึงแรงบิดที่ทะยานออกมาได้ง่ายขึ้น 

การส่งพลังที่นุ่มนวลขึ้น ยังทำให้ช่วงล่าง (ที่ได้รับการปรับตั้งมาใหม่) ตอบสนอง และเซตติ้ง ให้ลงตัวกับการขับขี่ได้ง่ายขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอีกขั้นนึง ไม่ต้องพะวงกับจังหวะกระชาก พุ่งทะยาน ของตัวรถมากเกินไป แต่ให้การซับแรงต่างๆ ที่ตรงไปตรงมา มากขึ้นนั่นแหล่ะครับ

ท่านั่ง ที่มีการปรับองศาแฮนด์มาใหม่ พร้อมสรีระของถังน้ำมันที่เว้าหลบช่วงแขน ทำให้สรีระของผู้ขับขี่ที่ 163 cm จนถึง 175 cm ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า …​ “สบายขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”

YZF-R1 2015 “VS” YZF-R1 2020 – คุ้มมั้ย กับการอัพ!


ซ้าย รุ่นพี่ YZF-R1 2012 และ ขวา YZF-R1 2015

จริงๆ แล้วจัดว่าเป็นเรื่องที่ “พูดยาก” เอาเรื่องเลยนะเนี่ย สำหรับใครก็ตามที่ใช้ YZF-R1 กันอยู่แล้ว … แบ่งกันแบบง่ายๆเลยดีกว่าครับว่า

ถ้าใช้ YZF-R1 รุ่นก่อน 2015 (หรือที่เรียกว่า เอเลี่ยน 4 ตา) หล่ะก็ … “อัพโลด” … YZF-R1 2020 มาเต็ม และคุ้มเลยหล่ะครับ กับสมรรถนะที่ได้ ระบบไฟฟ้าต่างๆ ที่มาเติมจนครบในทุกการขับขี่แล้ว

ถ้าใช้ YZF-R1 ในรุ่น 2015-2019 … ทีนี้หล่ะ 

  • “ยาก” เพราะถึงแม้ว่าการขับขี่จะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร แต่สำหรับการใช้งานปกติแล้วหล่ะก็ ไม่หนีกันมากครับ 
  • “แต่” ถ้าใช้งานหลากหลาย และมีการขับขี่บนสนามทางเรียบกันแบบเต็มเหนี่ยวด้วยแล้วหล่ะก็ … สิ่งที่เสริมเข้ามาใน YZF-R1 2020 ทำให้การขับขี่ง่าย สบาย และควบคุมได้มากขึ้น ซึ่งมีผลกับเวลาต่อรอบไปอีกนั่น แหม่ …

ทั้งนี้ จะปรับตัวเข้ากับรถได้เร็วแค่ไหน และจะใช้งาน YZF-R1 2020 คันนี้ไปถึงขนาดไหน … อยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้นแหล่ะครับ ถ้าไม่ติด “เงิน” จัดไปเลย จบ….

ขอขอบคุณ

12391106_1162951333733379_3785731199211270015_n
koala
10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

Comments