Yamaha FJR 1300 … Go On … ไป เรื่อยๆ …
และคราวนี้มากับ Touring ยักษ์ใหญ่หน้าตาใจดี จาก Yamaha กับ Yamaha FJR 1300
กระนั้นเลย เราจึง จัดไปกับการเดินทางระยะทางรวมประมาณ 1,300 km บนทุกสภาพเส้นทางที่เค้าถูกสร้างมาให้วิ่งไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางบนทางหลักทำความเร็วเดินทางยาวๆ ต่อเนื่อง 2-3 ชม. ระยะทางร่วม 200-250 km ก่อนหยุดพัก หรือจะเป็นทางเขาสลับซับซ้อนกับโค้งที่ใช้ความเร็วต่อเนื่อง ไปจนถึงทางโค้งเขาแคบๆ ที่ใช้ความเร็วต่ำก็ตาม (มีแอบไปเล่นกับลูกรังมานิดๆ) FJR 1300 ก็จะยังคงวิ่ง และวิ่ง ไปต่อได้เรื่อยๆ
กลับมาๆ ก่อนจะเริ่มเวิ้นอีกแล้ว … คราวนี้ ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆมากมาย รวมถึง Yamaha Riders Club เกษตร-นวมินทร์ ที่มีส่วนให้เกิดรีวิวครั้งนี้ขึ้นมาด้วยนะครับการเดินทางครั้งนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเพื่อนๆที่เดินทางไปด้วยกัน (ขี่คนเดียวมันเหงาหน่ะ) โดยในครั้งนี้เรามี FJR 1300 ร่วมเดินทางกันไป 2 คัน ถ้ารูปรถไม่ตรงกันนั่นแหล่ะครับ เรามี 2 คันในทริปนี้ (ฮาาาา) !!! ไหนๆช่วงนี้อากาศเริ่มจะดีขึ้นแล้ว พร้อมเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูกาลออกทริปกันเต็มตัว ก็จัดไปกับเส้นทางการเดินทางตามนี้เลยครับ
จากกรุงเทพ มุ่งหน้าสู่ เขาค้อ ไปสัมผัสอากาศเย็นสบาย ก่อนจะตามด้วยเชียงคาน บนทางสวยๆ โค้งสลับไปมาไปพักผ่อนกันริมน้ำโขงให้ชื่นใจ โดย
- วันแรก เราจะมุ่งหน้าสู่เขาค้อกัน ใช้ทั้งทางหลักยาวๆ ก่อนจะตามด้วยทางแคบ สลับโค้งไปมาบนเขาค้อ
- วันที่สอง เราจะออกเดินทางต่อ ผ่านเส้นทางสาย 21 เข้าเส้น 12 ที่ราบเรียบบนโค้งที่ใช้ความเร็วได้ระดับนึง ตรงต่อไปยังเชียงคาน ผ่านทางโค้ง และวิวสวยๆมากมาย
- วันที่สาม ยาวๆเลยครับมุ่งตรงสู่ กรุงเทพ กลับบ้านกันรวดเดียว ให้รู้กันไปเลยว่ารถหน่ะไหว คนหล่ะอาการจะเป็นยังไง
เช่นเคยขอแบ่งหัวข้อในการรีวิวไว้ตามนี้นะครับ
- รูปลักษณ์ทั่วไป
- รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
- สัดส่วนคน และรถ
- การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
- อัตราสิ้นเปลือง
- ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
- น่าจะเหมาะกับ
- สรุป
พร้อมแล้วมาลุยกันเลยระยะทางแค่ไหนเราไม่มีหวั่นอยู่แล้วคิดถึงการเดินทางขึ้นมาทันที ทริปหน้าไปไหนกันดีน้าาาา
รูปลักษณ์ทั่วไป

[ล่างซ้าย] ปะกับไฟทางซ้ายแบบเรียบง่าย (เหรอ) ปุ่มเพียบ !! แต่เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวเรามาดูกัน
- ไล่เรียงมา ด้านบนตรงตำแหน่งไฟ pass จะเป็นปุ่ม Menu !! ใครใช้นิ้วชี้กดไฟ pass มา งงนิดนะครับ ปรับตัวนิดนึง
- ต่อมาเป็นปุ่มเลือกปรับ ขึ้นลง ในเมนูต่างๆ
- จากนั้นเป็นสวิทช์ไฟสูง พร้อมไฟ pass ในตัว
- ตามด้วยสวิทช์ควบคุมระบบ Cruise Control
- สวิทช์ไฟเลี้ยว
- สวิทช์แตร
[บนขวา]
- สวิทช์ off-run พร้อม start ในตัว
- ด้านล่างมีสวิทช์เล็กๆ ไว้ปรับโหมด ระหว่าง Sport – Touring ที่ใช้งานได้ง่ายดายมากๆ

[ล่างซ้าย] กับความเรียบง่ายของชุดคันเกียร์ และระบบส่งกำลังแบบเพลาที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
[บนขวา] เป็นช่องเก็บของ พร้อมด้วยปลั๊กชาร์จไฟ (ปลั๊กจุดบุหรี่ แบบหัวใหญ่ที่ใช้กันในบ้านเรา) และปุ่มปรับความสูงของไฟหน้าทั้งสองด้วย
รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
หน้าปัทม์ที่เรียบง่าย แต่บอกทุกอย่างที่จำเป็น [จากซ้ายไปขวา] รอบการขับขี่ เกจ์วัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง โหมดการขับขี่ที่ใช้ ความเร็ว เวลา ไฟบอกเกียร์ เมนูที่เลือกใช้งานอยู่ และข้อมูลการขับขี่
นอกจากนั้นเรามาดูเรื่องระบบในรถกัน
สัดส่วนคน และรถ

เช่นเคยกับสัดส่วนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากับความสูง 163 cm และน้ำหนักตัว 65 kg แต่แหม่คราวนี้เรามากับรถที่มีน้ำหนักตัวร่วม 289 kg !! พร้อมกระเป๋า ก็ร่วมๆ 300 kg โฮะๆๆ ยกรถขึ้นตรงก็แตะปลายเท้าสองข้างได้สบายๆครับ เบาะรถไม่สูงมากและค่อนข้างแคบเข้ามาตรงช่วงขาทำให้การยกรถขึ้นทำได้สบายๆ
ไม่ใช่แค่ FJR 1300 แต่ไม่ว่าจะรถคันไหนก็ตาม การยกรถตั้งตรงสำหรับผู้ขับขี่ที่มีสัดส่วนไม่สูงนัก และกับการขับขี่เดินทางไกลๆ เราประหยัดแรงเราไว้เยอะๆนะครับ ไม่งั้นจะเพลียเอา ปกติผมจะประหยัดแรงแทบทุกครั้งที่ทำได้โดย
- หักแฮนด์ออกทางขวา
- ขึ้นรถโดยเหยียบพักเท้าขึ้นไปเลย
- ถ้ามีคนซ้อนก็ให้คนซ้อนขึ้นก่อน
- หย่อนก้นลงวางเท้าซ้ายให้เต็ม
- ออกแรงดันรถขึ้นด้วยเท้าซ้ายที่วางเต็ม และใช้แรงจากหลังกับไหล่ผลักแฮนด์รถออกจากตัว
- พอรถตั้งตรงก็ประคองให้แฮนด์กลับมาตั้งตรง กำเบรคหน้าไว้
ลองฝึกดูนะครับ ประหยัดแรงเราได้เยอะมากเลยทีเดียว ยิ่งเวลาเจอรถหนักๆ สูงๆ
แต่เวลาจอดติดไฟแดง กับรถที่มีน้ำหนัก 289 kg เราควรวางเท้าให้เต็มข้างนึงนะครับ กันไว้ก่อน ลงเต็มๆสักข้างนึงจะได้ไม่ต้องเกร็งขามากเกินไปจะพาลให้ตะคริวกินเอานะค้าบบบ ขี่เดินทางมายาวๆ 2-3 ชั่วโมง แล้วมาเกร็งขานี่มีโอกาสตะคริวกินจะพาลล้มแปะเอาได้ง่ายๆ อาจจะไม่เจ็บอะไร แต่เจ็บใจ และหน้าแตกนะนั่น ^^’
ถ้ามีคนซ้อนหล่ะ สังเกตที่ตำแหน่งคนซ้อนจะนั่งสบายๆ ไม่อยู่ใกล้ผู้ขับขี่มากนัก เวลาจอดก็เขยิบก้นได้ง่ายๆครับไม่ลำบากอะไร
การขับขี่ในสภาพต่างๆ #บนทางหลักด้วยความเร็วยืนพื้น

บนการเดินทางกับ FJR 1300 บนเส้นทางหลัก กับความเร็วยืนพื้น 100-120 km/hr ใช้รอบเครื่องอยู่ที่ราวๆ 3,500-4,000 rpm แบบชิวๆ จากพื้นฐานของเครื่องยนต์ขนาด 1,298 cc แบบ 4 สูบ ที่ให้แรงบิดอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปล่อยคลัชท์ การเปิดคันเร่งอย่างต่อเนื่องทำได้เรื่อยๆ ทำความเร็วขึ้นได้อย่างนิ่มนวล ผสานกับการส่งกำลังแบบเพลายิ่งทำให้แรงบิดที่ส่งออกมานั้นทำได้ดีมาก ไม่มีการสะดุดของกำลังให้รู้สึกติดขัด และจากแรงบิดที่ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดช่วง ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้นิ่มนวลมาก มากขนาดที่คนซ้อนรู้ว่าเปลี่ยนเกียร์จากเสียงของเกียร์ แต่อาการกระชากหน้าหงายที่พบเจอบนรถสปอร์ตแทบไม่มีให้รู้สึกได้เลย
แม้จะต้องขับขี่ผ่านการจราจรติดขัด FJR 1300 คันนี้ ที่มีน้ำหนักตัวร่วม 289 kg ทำได้ดีพอสมควรเลยครับ ความกว้างของรถไม่ได้ใหญ่โตจนเกินไป ยังพอไปตามช่องทางต่างๆได้เป็นอย่างดี แต่การหักรถแคบๆกับสัดส่วนผมค่อนข้างลำบากนิดนึง ถึงรถจะมีวงเลี้ยวค่อนข้างแคบ แต่น้ำหนักที่มาก ทำให้ไม่สามารถเอียงรถได้เยอะ แต่ถ้าสัดส่วนสูงหน่อยซัก 170 cm ขึ้นไป และกำลังดีๆเอียงรถตามช่องแคบได้ง่ายๆเลยครับ (แต่เผื่อแฟริ่งไว้นิดน้า)
โหมดการขับขี่ 2 โหมดที่ให้มาคือ Touring และ Sport สามารถปรับได้ง่ายมาก เพียงปิดคันเร่งและผลักสวิทช์ทีเดียวจบ ในโหมด Touring ให้แรงบิดที่นุ่มนวลต่อเนื่องเหมาะกับการขับขี่แบบสบายๆไปเรื่อยๆ เปิดคันเร่งต่อเนื่อง ทำความเร็วขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับในโหมด Sport การตอบสนองจะปรับเปลี่ยนไปทันที คือจาก “ยักษ์ใหญ่ที่ดูใจดีนุ่มนวล” จะเปลี่ยนเป็น “ดุดัน และพร้อมจะพุ่งทะยานไต่ความเร็วได้อย่างทันที” เปิดคันเร่งแล้วทะยานออกไปได้แบบมั่นใจ จังหวะกระชากคันเร่งแรงๆจะมีช่วงที่เพื่อนๆที่ขี่ FJR กันเรียกว่า “ชาร์จ” นิดนึงนะครับ ก่อนจะทะยานหายลับไปทันที โดยมาจากช่วงของแรงบิดที่ทำให้สามารถเร่งไต่ความเร็วแบบนุ่มนวล มากกว่าที่จะกระชากให้ผู้ขับขี่หน้าหงายเงิบ
น้ำหนักของรถที่มาร่วมๆ 289 kg ผสานกับช่วงล่างเดิมๆติดรถที่ให้มา เพียงพอมากกับการเดินทางแบบนี้ การใช้ความเร็วเดินทาง 80-120 km/hr หรือช่วงเร่งแซงขึ้นไปทำได้สบายๆ ไม่ว่าสภาพเส้นทางจะราบเรียบ หรือจะมีอุปสรรคบนทางหลักบ้าง Yamaha FJR 1300 คันนี้ก็พร้อมจะลอยข้ามผ่านเส้นทางไปได้แบบนุ่มนวล
ABS ที่ติดมา ทำงานได้ดี และละเอียดมาก การเบรคลดความเร็วอย่างรุนแรงทำได้ง่าย โดยที่รถไม่เสียอาการดิ้น สะบัด หรือดีดอะไร เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถทำการเบรคได้อย่างมั่นใจ และให้ระยะหยุดที่ดีมากเลยทีเดียวกับรถน้ำหนักขนาดนี้
Traction Control ที่ให้มามี 2 ระดับที่สามารถเลือกได้ ทำงานผสานกับระบบ YCC-T หรือคันเร่งแบบไฟฟ้าโดยใช้สายเป็นตัวบังคับ และการตัดกำลังของรถที่ทำงานได้ละเอียดมาก ช่วยให้การเปิดคันเร่งทำได้ง่าย แม้จะวิ่งบนทางหิน หรือลูกรัง หรือช่วงทำถนนที่มีกรวดทรายบ้าง ผู้ขับขี่ไม่ต้องพะวงว่าจะต้องเลี้ยงน้ำหนักคันเร่งให้ต่อเนื่อง คือเปิดออกไปได้เรื่อยๆเลยครับ FJR 1300 จะคอยดูแลเอง (บนรถตั้งตรงน้า)
Cruise Control ที่ให้มาทำงานได้ไม่เกินความเร็ว 130 km/hr นะครับ แต่ก็นะปกติขี่ยืนพื้นกันนิ่งๆ 100-120 km/hr ก็เร็วมากหล่ะ การใช้งาน Cruise Control บน FJR 1300 ทำได้ง่ายดาย คือแค่เปิดสวิทช์ระบบ แล้วก็กด Set จบ ปุ่มควบคุมต่างๆไม่ซับซ้อน มีขนาดใหญ่ และเข้าถึงได้ง่าย
นอกจากนั้นยังมีชิวบังลมหน้าปรับไฟฟ้าที่ใช้งานได้ง่าย คือแค่กด Menu ปุ่มเดียวไปหาชิวบังลม แล้วกดปรับระดับได้เลยครับ จบ ! ปรับต่ำเวลาขี่ในเมือง หรือขี่เที่ยวทั่วไป ปรับให้สูงเวลาเดินทางยาวๆ โดยชิวไฟฟ้าปรับได้ละเอียดมาก ตามสรีระของผู้ขับขี่เลยครับ
ส่วนเรื่องการทำความเร็ว ขับขี่เดินทางสบายๆกันเถอะครับ เร็วเกินอันตราย (แต่ถ้าต้องเร็วเมื่อไหร่ สปอร์ตก็ตามให้ทันหล่ะกัน !!!)
การขับขี่ในสภาพต่างๆ #ทางโค้งขึ้นลงเขา
“FJR 1300 เนี่ยนะ โห ใหญ่ก็ใหญ่ หนักก็หนัก ขี่ทางโค้งเยอะๆ โค้งแคบ ถนนชันงี้ไม่เหนื่อยแย่เหรอ รถหนักขนาดนี้”
คือความคิดที่เคยคิดก่อนหน้านี้ของผมเลยเวลาเห็นเพื่อนๆบน FJR 1300 … “แต่” … “คิดผิด” … เพราะแม้ว่า FJR 1300 ที่มีน้ำหนักตัวขนาดร่วมๆ 300 kg อาจจะดูเทอะทะ หนักเวลาเข็น แต่ในการขับขี่จริง “พริ้ว” มาก … การวางน้ำหนักของรถ และเฟรมอลูมิเนียม ประกอบกับองค์ประกอบทั้งหมดทั้งมวลของ FJR 1300 ทำให้สามารถพลิกรถเข้าโค้ง S ต่อเนื่องตามสันเขาได้อย่างง่ายดาย แรงบิดที่ส่งมาตั้งแต่รอบต่ำอย่างต่อเนื่องทำให้เปิดคันเร่งพาออกจากโค้งได้อย่างนิ่มนวล น้ำหนักรถที่เหมือนจะหนักเวลาเข็นหรือตั้งตรง กลายเป็นข้อดีที่เราสามารถแบนรถได้อย่างมั่นใจ และมั่นคงมาก
ทางโค้ง ทางเขาต่างๆ สปอร์ตก็ตามให้ทันหล่ะกันครับ คอยแต่ลงเกียร์คลอรอบส่งออกโค้ง มาเจอ FJR 1300 ที่จะขี่ยังไงก็เปิดออกได้เลย แรงบิดที่ให้มาตลอดช่วงอย่างต่อเนื่อง ทำให้จะขี่เกียร์ 3-4 ก็ออกโค้งชันๆทางเขาได้สบายๆ แบบหันไปโบกมือทักทายเพื่อนข้างหลังได้ชิวๆ
วงเลี้ยวในการโค้ง หรือกลับรถทำได้แคบดี บาล๊านซ์ของรถวางได้ดีเมื่อขับขี่แล้วไม่รู้สึกว่านี่เรากำลังขี่รถที่มีน้ำหนักร่วมๆ 300 kg พร้อมคนซ้อน อยู่เลย สนุกไปกับเส้นทางโค้งตามเขาได้แบบสบายๆ นิ่งๆ เลยครับ
อัตราสิ้นเปลือง
แม้ว่าตามเสปคที่ทาง Yamaha แจงไว้คือ ทำได้ที่ประมาณ 12-13 km/litre แต่ในการขับขี่จริงต้องบอกว่า “ประหยัด” กว่าที่คาดไว้เยอะมากครับ ... ขนาดไหนหน่ะเหรอตามตารางนี้เลย
กับสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย ทั้งทางหลักยืนพื้น ทางขึ้นลงเขาต่างๆ เราใช้ระยะทางที่จับอัตราสิ้นเปลืองไปทั้งสิ้น 1253 km และใช้น้ำมันไป 80.42 litre ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.58 km/litre สูงกว่าสเปคที่ให้มาไปอีกครับ
ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
ข้อดี
- ระบบต่างๆที่ให้มาใช้งาน และเข้าถึงได้ง่ายมาก กดเล่นไม่กี่ครั้งก็ชินแล้ว
- น้ำหนักรถแบกมาร่วม 300 kg แต่การยกรถขึ้นตั้งตรง และการขับขี่กับทำได้อย่างง่ายดาย
- เดินทางระยะยาว 500-600 km ได้แบบสบายๆ เบาะ ท่านั่งต่างๆกระชับกับผู้ขับขี่ที่มีสัดส่วนแตกต่างกันได้เป็นอย่างดี
- คนซ้อนไม่มีบ่น นั่งสบายๆ ฟังเพลง คุยเล่นได้เรื่อยๆ ไม่มีบ่นอิดออดว่าเมื่อยแบบที่ผ่านๆมา !!!
- ชิวหน้าปรับไฟฟ้า ไม่ต้องละมือออกจากแฮนด์เลยครับ พอเจอการจราจรกดปื๊ดลดชิวหน้าลงรับลมสบายๆ พอเข้าเส้นทางหลักวิ่งยาวๆ กดปื๊ด อีกทีปรับขึ้นบังลมตามต้องการ … ชอบ !
- โหมดการขับขี่ 2 โหมด ที่ตอบสนองได้ทันที ปรับใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากเกินไป
- เบรคสั่งได้มั่นใจ เสถียรภาพของรถทำได้ดี
- ส่งกำลังด้วยเพลาที่ซ่อนไว้ภายใน ให้ความรู้สึกที่ดี และเนียนไปกับการขับขี่มาก การลดเกียร์ทำได้แบบนุ่มนวล แต่หนักแน่น
ข้อสังเกต/ข้อเสีย
- ถึงโช็คหลังจะปรับได้แต่ preload แต่ในการใช้งานแทบไม่ต้องทำอะไรเลยครับ เดิมๆที่ตั้งมาให้การตอบสนองต่อการใช้งานบนทางหลัก และทางรองได้เป็นอย่างดี อาการดีด ดิ้น ย้วย แทบไม่มีให้รู้สึกได้
- ถ้าติดกล่องท้ายใบใหญ่เพิ่ม ไม่ควรใส่ของน้ำหนักเยอะนะครับ เพราะถึงจะปรับตั้ง preload แล้วก็ยังมีอาการหน้าลอยได้นิดๆ เวลาเร่งทำความเร็วสูง
- ตัวที่ขายในบ้านเราเป็นตัวธรรมดานะครับ ไม่มีคลัชท์ไฟฟ้า ไม่มีโช็คปรับไฟฟ้า แบบตัวนอก แหม่ ทำไมไม่เอาเป็นโช็คไฟฟ้ามาเลยน้า น่าจะฟินกว่านี้ได้อีกเยอะเลยทีเดียว
น่าจะเหมาะกับ
- เพื่อนๆที่แสวงหา “ความฟิน” กับการเดินทาง จะระยะทางแค่ไหนก็ไปได้ไม่มีหวั่น 400-600-700 km ต่อเนื่องแบบสบายๆ
- มีพื้นฐานในการขับขี่รถใหญ่มาบ้างแล้ว
น่าจะไม่เหมาะกับ
- เช่นเคยครับ มือใหม่ ไม่แนะนำ แม้ว่า FJR 1300 จะขับขี่ได้ง่ายก็ตามแต่กำลัง และความเร็วของรถที่ทำได้ ไม่แพ้สปอร์ต 1000 cc เลยครับ อีกทั้งน้ำหนักรถที่ค่อนข้างมาก ต้องเผื่อแรง และกำลังตัวเองไว้พอสมควร
สรุป

หากการเดินทางคือระยะทางที่ไม่มีสิ้นสุด FJR 1300 คันนี้ก็พร้อมจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี บนทางหลัก ทางรอง ทางโค้งเขาต่างๆ ทำได้สบายๆเลยครับ การใช้งานโหมด เมนูควบคุม ชิวบังลม heated grip เมนูการวัดค่าต่างๆ สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องพื่งคู่มือมานั่งกางอะไรมากมาย เข้าถึงง่ายและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็เรียนรู้ได้ครบถ้วนแล้วครับ
ระบบที่มีมาให้กับรถอาจจะไม่มากมายคือมี ABS , Traction Control 2 ระดับ (และปิด) และโหมดการขับขี่ 2 โหมด อาจจะดูไม่เยอะอะไร แต่ที่ให้มาคือดี !! ABS ทำงานละเอียดและนิ่มนวล Traction Control รักษาการปั่นของล้อหลังได้ละเอียดมาก โหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้ง่าย และให้นิสัยของรถที่ชัดเจนตามที่ผู้ขับขี่ต้องการ
การเดินทางยืนพื้นยาวๆ ทำได้ดีมาก เป็นรถคันนึงที่ให้ความสบายทั้งกับผู้ขับขี่ และคนซ้อนได้มากเลยทีเดียว แม้ว่าจะแบกน้ำหนักตัวมาร่วม 300 kg แต่ในการขับขี่ทางเขา ทางโค้ง ทางชันต่างๆ กลับทำได้ง่าย การพลิกรถเข้าโค้ง S ต่อเนื่องทำได้สบายๆ FJR 1300 พร้อมจะพาผู้ขับขี่เข้าโค้งไปได้แบบที่ไม่ต้องพะวงว่าจะมีอาการดีด ดิ้น อะไร การส่งกำลังทำได้เนียน นุ่ม และต่อเนื่องดีมาก
กับ FJR คันนี้ขอแค่ปักเป้าหมายเลยครับว่าอยากไปถึงที่ไหน ระยะทางไกลแค่ไหน จะขึ้นเหนือสุดประเทศ หรือลงใต้สุดชายแดน FJR 1300 ก็พร้อมจะพาไปได้แบบนุ่มนวล ลอยไปบนเส้นทางการเดินทางได้แบบไม่ต้องพะวงกับการขับขี่มากเกินไป
สุดท้ายนี้ มองหน้าชนกันสักนิด ระหว่าง Super Tenere Touring Adventure ที่ไปได้ทุกสภาพเส้นทาง กับ FJR 1300 Touring ที่พร้อมจะทะยานไปได้ทุกระยะทางที่ต้องการจาก Yamaha 2 คันนี้ เลือกตามที่ชอบ ตามการใช้งานที่ใช่เลยครับ … ฟิน … ทั้งคู่
ส่วนพี่แดงคันข้างๆ ติดตามได้ที่นี่เลยครับ กับ Review – YAMAHA SUPER TENERE XT1200Z กับการเดินทางจริงบน(แทบ)ทุกสภาพ
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Yamaha Riders Club และ 40 Garage สำหรับการตระเตรียม และเซอร์วิสด้วยดีที่ผ่านมาโดยตลอดด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/YRCThailand
10:00 – 19:00 Mon – Sat
https://www.facebook.com/40garage
13:00-21:00 mon-sat
Tel 089-667-3346

















Comments