ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ BKK Motorcycle ที่ให้เกียรติกับเราให้ได้ทำการขับขี่ กับ BMW F 800 R คันนี้ บนการใช้งานเดินทางจริงด้วยระยะทางรวมๆราว 700 กว่ากิโลเมตร บนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย และสภาพอากาศที่ครบครัน ไม่ว่าจะเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ลุยดิน ลุยน้ำ ไปกับทางลูกรัง ไม่ว่าจะฝนตกทั้งวันทั้งคืนเอาแบบไม่มีได้แห้งกันเลย ยันแดดร้อนเปรี้ยง อบอ้าวจนแทบเป็นลม (เพราะโดนอบอยู่ในชุดกันฝน … แล้วทำไมไม่ถอดฟร่ะ !)
คราวนี้เรามากับรถ BMW F 800 R ที่มาพร้อมรหัส F หรือก็คือเครื่องยนต์ 2 สูบคู่ของ Rotax พร้อมด้วยความจุในคลาส 800 cc และเป็นแนว R หรือ Roadster คือรถที่ปรับแต่งให้มีความคล่องตัวในการขับขี่สูงนั่นเองครับ โดยเป็นพื้นฐานของรถในซีรียส์ F 800 ทั้ง R / GT และ GS
รหัสรุ่นของ BMW มีความหมายอย่างไรมาดูที่นี่เลยครับ … ครบ …
Review เก่ากับ F 800 R ปี 2014 ความแตกต่างที่ถูกปรับเปลี่ยนให้โฉบเฉี่ยวขึ้น
Review F 800 GT รถ Touring ที่ทำได้ดีเกินคาด
เช่นเคยขอแบ่งหัวข้อไว้ตามนี้นะครับ
- รูปลักษณ์ทั่วไป
- รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
- สัดส่วนคน และรถ
- การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
- อัตราสิ้นเปลือง
- ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
- น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
- สรุป
รูปลักษณ์ทั่วไป
[ซ้าย] ปะกับไฟทางซ้ายไม่มีอะไรมากครับปุ่มง่ายๆดังนี้
- บนเป็นสวิทช์ไฟ pass
- ลงมาเป็นปุ่ม info กดเลือกข้อมูลการขับขี่
- ตามมาด้วยสวิทช์ไฟ hazard (หรือไฟผ่าหมาก)
- สวิทช์สัญญาณไฟเลี้ยว
- แตร
[ขวา] ปะกับทางขวาเรียบง่ายคือมีเพียงปุ่ม off-run และ Start ในปุ่มเดียวกันครับ
รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
สัดส่วนคน และรถ
กับสัดส่วนเดิมที่พกความสูงมา 163 cm และน้ำหนักโหลด 65 kg วางเท้าลงได้ครึ่งเท้าสบายๆครับ เบาะรถค่อนข้างต่ำท่านั่งกระชับดี ตำแหน่งพักเท้าวางไว้ค่อนข้างพอดีกับสรีระผม ท่านั่งจะหลังตรงนิดๆ ก้มๆหน่อย มากับแฮนด์บาร์ที่ให้ความรู้สึกแน่นๆ
ส่วนสัดส่วน 173 cm พร้อมน้ำหนักโหลด 100 kg ชิวๆ ย่อๆ หย่อนๆ เท้าวางเต็มๆ สบายๆ เลยครับสำหรับ F800 R โดยไม่มีส่วนของแฟริ่งที่อาจจะกระแทกเข่าได้แบบ F800 GT
การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การขับขี่ในเมือง
สำหรับ BMW F 800 R การเดินทางในเมืองทำได้คล่องตัวเลยทีเดียว กับน้ำหนักรถเพียง 202 kg มาพร้อมการวางถังน้ำมันไว้ใต้ตัวผู้ขับขี่ทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง การตั้งรถ การพลิกรถหรือกดให้ผ่านตามช่องต่างๆ ของการจราจรทำได้โดยง่ายเลยหล่ะครับ อาจจะมีติดขัดบ้างตรงตำแหน่งของกระจกที่ยืดยาวออกมาสักนิด
ตัวรถ F800 R ปี 2015 ใกล้เคียงกับตัวปี 2014 แต่รูปทรงของไฟหน้าทำให้รู้สึกว่ารถเพรียวลงเล็กน้อย ไม่หนา บึกบึน แบบที่เคยเป็น และในปี 2015 ได้ทำการเปลี่ยนมาใช้กันสะเทือนหน้าแบบ USD แทน Telescopic ที่ให้ความคมในการพลิกรถไวๆตามการใช้งานในเมืองได้ดีขึ้น แต่ก็จะมีอาการสะท้านในการเดินทางยาวทำความเร็วมากกว่านิดหน่อย แต่สำหรับ Naked ถือว่านุ่มสบายมากแล้วหล่ะครับ
กำลังเครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 798 cc ให้แรงบิดที่ประทับใจตั้งแต่รอบต่ำ การเดินคันเร่งทำได้ดี เปิดคันเร่งออกตามการจราจรได้อย่างคล่องตัวเลยหล่ะครับ รอบการเปลี่ยนเกียร์ของ F 800 R ทำได้นุ่มนวล และง่าย ตามสไตล์ของ BMW เลยทีเดียว
ความร้อนหล่ะ …ชิวๆเลยทีเดียวกับ F 800 R คือขี่ในเมืองรถติดๆ การจราจรติดขัด ได้อย่างสบายๆเลยหล่ะครับ ไม่ต้องถึงขนาดดับเครื่องทุกไฟแดงแล้ว
การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางระยะยาวบนเส้นทางหลักยืนพื้น
การเดินทางด้วยความเร็วยืนพื้นที่ 100-120 km/hr สลับเร่งแซง และเบรคตามการจราจรบนเส้นทางหลักในบ้านเราทำได้ดี แรงบิดมาตั้งแต่รอบต่ำทำให้ขับขี่ได้ง่ายไม่ต้องรักษารอบเวลาเร่งแซง คือคิดจะเร่งเปิดออกไปได้เลยครับกับ F 800 R คันนี้
ช่วงล่างใช้ในการเดินทางบนเส้นทางหลักให้การตามติดที่ดี แต่ถ้าเจอคอสะพาน หรือหลุมอาจจะมีอาการสะท้านได้นิดหน่อย (เทียบกับ F 800 GT ให้ความสบายมากกว่าครับบนโช็คแบบ Telescopic ธรรมดา)
บังลมหน้าชิ้นเล็กๆที่ติดกับตรงเรือนไมล์ช่วยกรีดลมออกจากช่วงตัวได้ระดับนึง สำหรับเพื่อนๆที่สรีระพอๆกับผมคือ 160cm นิดหน่อย แต่ถ้าสัดส่วน 170cm ขึ้นไปก็ไม่ค่อยช่วยอะไรหล่ะครับ ก็แหม่ รถ Naked จะมากรีดลมอะไรนักหนา !!!
การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางบนเส้นทางรอง ทางเขา ทางโค้ง และทางลูกรัง

สำหรับ F800 R การเดินทางในทางเขาต่างๆ ทำได้ง่าย และคล่องตัวมากเลยทีเดียว ตัวรถตอบสนองได้ฉับไว และให้การขับขี่ในโค้งชันๆ หรือโค้งแคบๆ ต่างๆได้อย่างมั่นใจ การตามติดของช่วงล่างทำได้ดีมาก คือขอแค่บอกว่าจะเข้าไลน์ไหนเค้าก็พร้อมจะเข้าไปกับเราได้เลยครับ
บนความเร็วที่เหมาะสมกับการจราจร การปรับแต่งการแก้อาการของรถในโค้งทำได้ง่าย การเบรคฉุกเฉินในโค้ง (เมื่อตั้งรถก่อน) ทำได้คล่องแคล่วดี สามารถยกคันเร่ง เบรค และพับรถเข้าต่อได้ โดยไม่เสียอาการมากนัก
กันสะเทือนหน้าที่ปรับมาเป็น USD จากที่เคยเป็น Telescopic เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถพลิกรถได้ไวและมั่นคงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ แต่ทั้งนี้ก็แลกด้วยอาการสะท้านนิดๆ เวลาเดินทางด้วยความเร็วยาวๆแล้วเจออุปสรรคนะครับ

อันนี้ทางยังชิว หลังจากนี้นี่ฝนตกตลอดทางถึงกับเก็บกล้องเลิกถ่าย หาที่พักให้เจออย่างเดียวเลยหล่ะครับ – -”
พารถถนน Naked มาลุยดิน โคลน น้ำ กรวด ทราย หินลอยกันบ้าง แม้ว่าจะเป็นรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่บนทางเรียบแต่กับ F800 R กลายเป็นว่าขี่ได้สบายแม้กระทั้งทางดินแบบน่าแปลกใจ น่าจะด้วยเพราะน้ำหนักของตัวรถ กำลังของรถที่มาตั้งแต่รอบต่ำๆ ทำให้สามารถปล่อยคลัชให้ไหลผ่านทางดินลื่นๆได้โดยง่าย โดยไม่ต้องเติมคันเร่งเยอะเกินไป (คือเติมเยอะหล่ะจะปัด แล้วจะเงิบกันเอา 555)
จากที่น้ำหนักของรถที่ค่อนข้างเบา ศูนย์ถ่วงค่อนข้างต่ำ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องใช้แรงขาในการพยุงรถผ่านดินโคลนมากเกินไป คือประคองไปด้วยกันเรื่อยๆ สบายๆ ได้เลยครับ
ช่วงล่างแบบ USD ที่ติดมากับรถตอบสนองกับเส้นทางแบบนี้ได้ดีพอสมควรแต่ถ้าเจอหลุมลึก หรือหินใหญ่กระแทกจุกได้นะเอ้อ เซทติ้งทางเรียบจะกระด้านไปพอสมควรถ้าเอามาขี่ทางแบบนี้ แต่ยังไงดีหล่ะ ก็ยังถือว่าสบายมากสำหรับรถทางเรียบทั่วไปหล่ะครับ
อัตราสิ้นเปลือง
บนการใช้งานเดินทางความเร็วยืนพื้น 100-120 km/hr ทั่วไป BMW F800 Rทำได้ราวๆ 20-21 กม./ลิตร กับเครื่องยนต์ขนาด 798 cc นี้ ถือว่าค่อนข้างประหยัดพอสมควรเลยหล่ะครับ ส่วนการใช้งานเส้นทางลำบากลำบน (นิดส์) ก็ได้ที่ราวๆ 14-15 กม. /ลิตร สบายๆเลยครับ
ข้อดี / ข้อสังเกต / ข้อเสีย
ข้อดี
- ถือว่าพัฒนาขึ้นมาจาก F800 R ตัวก่อนหน้านี้พอสมควร คือนอกจากไฟหน้าที่ปรับรูปลักษณ์ใหม่แล้วยังมีเรื่องของช่วงล่างที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง หรือเดินทางระยะใกล้ได้ดีขึ้น ให้การตอบสนองที่เฉียบคมดี
- เป็นมิตรกับผู้ขับขี่ดี ช่วงล่างตอบสนองได้ไว และคม พลิกรถเข้าออกโค้ง S ได้อย่างคล่องตัวโดยแทบไม่มีอาการดีดของล้อหลัง หรือเสียอาการของรถ
- โช็คหน้าแบบ USD ให้ความคมในการเข้าออกโค้ง แต่จะมีอาการกระด้างกว่าโช็คแบบ Telescopic ธรรมดาเล็กน้อย (เทียบกับ F800 GT และ F800 R 2014)
- เป็นรถที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบา และแฮนด์ลิ่งที่ดี บาล๊านซ์ของรถทำได้ดีมาก
- เป็นรถ Naked ที่มีเสถียรภาพของรถดี ด้วยการยืดฐานล้อที่ยาวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงความคล่องตัวสูง
- เพิ่มเกียร์ ลดเกียร์ทำได้นิ่มนวลดี
ข้อสังเกต /ข้อเสีย
- สั่นสะเทือนเบาๆตั้งแต่ตอนสตาร์ท แม้จะมีตุ้มปลายแฮนด์ขนาดใหญ่มาก็ยังมีอาการสะเทือน ไม่ต้องเปลี่ยนตุ้มแต่งเบาๆเลยครับ ของเดิมนี่แหล่ะดีสุดแล้ว
- ย่านการขับขี่ทำได้นุ่มนวลดี ที่รอบ 3500-4000 rpm
- บนการขับขี่ที่รอบ 5,000 rpm มีอาการสะท้านมากพอสมควร ถ้าเดินทางระยะยาวๆมีอาการสะท้านมากกว่า F800 GT พอสมควรเลยครับ
- กระจกสั่นสะเทือนที่รอบ 5,000 rpm ออกจะมองไม่ชัด มุมมองกระจกค่อนข้างดีแต่ใกล้ตัวไปสักหน่อยจากตำแหน่งของแฮนด์เอง ทำให้ต้องละสายตาเยอะไปนิดนึง
น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
น่าจะเหมาะกับ
- มีทักษะในการขี่รถใหญ่อยู่บ้างแล้ว และอยากได้รถไว้ขับขี่สบายๆในเมือง หรือเดินทางระยะกลาง 100-200 km ระยะยาวก็ทำได้ดีพอสมควร เพียงแค่ไม่มีแฟริ่งช่วยบังลมเท่านั้นเองครับ
- สรีระไม่สูงมากนักแต่อยากขี่รถเที่ยว BMW F800 R เอื้อให้ผู้ขับขี่สัดส่วนแบบผม (163cm) ขับขี่ได้อย่างสบายๆ และคล่องตัวมากเลยครับ
- มือใหม่ ระวังนิดนะครับแม้ว่า F800 R จะขับขี่ได้ค่อนข้างง่าย แต่ด้วยพิกัดขนาดนี้ความเร็วฉีกออกมาจากรถเล็กพอสมควร ลงเรียนให้ถูกต้องประกอบไปด้วยนะครับ
น่าจะไม่เหมาะกับ
- ชอบความเร็ว F800 R เค้าไม่ได้เกิดมาเพื่อความเร็ว แต่เกิดเพื่อความคล่องตัวในการขับขี่มากกว่า ขี่เร็วๆจะเหนื่อย และแฮนด์สั่นพาลจะล้าเอานะครับ
- เดินทางไกลๆ คือโดยสรีระของรถเองจะเหมาะกับการขับขี่แบบคล่องตัวมากกว่าที่จะใช้เดินทางไกล ช่วงล่างของรถแน่นๆ มากกว่าที่จะให้ความสบายกับการขับขี่ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นรถ Naked ที่นุ่มนวล และสบายมากแล้วหล่ะครับ
สรุป
กับการปรับปรุงของ F800 R 2015 หลักๆที่มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของไฟหน้า และกันสะเทือนหน้าเป็นแบบ USD ทำให้ย้ำคาแรคเตอร์ของรถที่มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น การขับขี่พลิกโค้ง S ต่อเนื่องแคบๆ ทำได้อย่างมั่นใจ ABS ที่ติดมาทำงานได้ดี ตอบสนองได้ในพื้นผิวถนนที่หลากหลาย และรู้สึกได้ว่าพัฒนาขึ้นมาจากตัวเก่าเล็กน้อย
น้ำหนักของรถที่ 202 kg ผสานกับการวางถังน้ำมันไว้ใต้ผู้ขับขี่ทำให้การยกรถตั้งตรงผ่อนแรงลงได้มาก เบาะนั่งตำแหน่งค่อนข้างต่ำยิ่งทำให้การขับขี่ทำได้ง่ายดายขึ้น การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดทำได้ดี สนุกกับการพลิกรถ กดรถ ให้ผ่านตามการจราจรได้อย่างง่าย ความร้อนของรถค่อนข้างต่ำ การระบายอากาศทำได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว บนการจราจรติดขัดก็ยังไม่รู้สึกว่าร้อนเกินไป
กำลังของเครื่องยนต์ขนาด 798 cc บนพื้นฐานเครื่องแบบ 2 สูบจาก Rotax ให้แรงบิดที่ดีตั้งแต่รอบต่ำทำให้การเปิด-ปิด คันเร่งตามจังหวะการจราจรทำได้โดยง่าย ให้กำลังที่ดีในการเร่งแซง ได้อย่างมั่นใจดี แต่ทั้งนี้ในช่วงย่านรอบที่ 5,000 rpm จะมีอาการสั่นขึ้นมาถึงแฮนด์ และกระจก หากขับขี่เดินทางไกลตรงนี้คือจุดที่ทำให้มือชาได้นะครับ ต้องคอยผ่อนคลายมือเรื่อยๆ ถ้าเร่งจนผ่านย่าน 6000 rpm ไปแล้วก็จะกลับมาเนียนได้อีกครั้งนึง
สำหรับโจทย์ที่ต้องการรถสักคันนึงที่สามารถใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องตัว น้ำหนักค่อนข้างเบา ขับขี่ได้ง่าย และยังคงนั่งได้สบาย เดินทางระยะใกล้-กลาง ได้ดี F 800 R คันนี้ ถือว่าพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ
สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง BKK Motorcycle ที่ได้สนับสนุน BMW F800 R คันนี้ในการทดสอบครั้งนี้ด้วยนะครับ
BMW Motorrad Authorized Dealer.
89 Industrial Ring Road Chongnonsi , Yannawa, Bangkok, Thailand 10120
Tel +66(02) 683-0585-86
http://facebook.com/bkkmotorcycle













Comments