Review : รีวิว Yamaha MT-10 ความสนุกแห่งท้องถนน ที่พร้อมโลดแล่นบนสนาม

โดย /

cover

Yamaha MT-10 “Ray of Darkness – รังสีแห่งรัตติกาล”

หลังจากที่ผมเองมีโอกาสได้ขับขี่ Yamaha MT-10 ไปเมื่อ 3-4 เดือนก่อนและเป็นที่มาของ

PREVIEW : YAMAHA MT-10 “RAY OF DARKNESS” บนการขับขี่ที่แสนสั้น แต่ความประทับใจนั้น..ยาวนาน

 

ในคราวนี้กับ รีวิวแบบ “เต็ม” กับ Yamaha MT-10 ที่ผมเองได้มีโอกาสขับขี่มาเรื่อยๆ หลายๆครั้งด้วยกัน ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการลงไปขับขี่ในสนามพีระเซอร์กิต การขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน และขับขี่เดินทางกันยาวๆอีกหลายครั้ง จนเข้าที่เข้าทางแล้วก็ขอรวบรวมมาเป็น “รีวิว” แบบเต็มๆ ที่จะครอบคลุมในทุกการใช้งานของบ้านเรา จะขาดก็พาไปเข้าป่าเนี่ยแหล่ะน้า !!! ทั้งนี้จะขอยกรายละเอียดตัวรถบางส่วนมาจาก “พรีวิว” มาประกอบกันไปด้วยนะครับ

Yamaha MT-10 จัดได้ว่าเป็นรถในคลาส Hyper Naked จากทาง Yamaha ที่นับได้ว่ามีการออกแบบที่ “ล้ำ” ไปเยอะเลยทีเดียว จนอาจจะทำให้บางคนก็ชอบ บางคนก็ว่าแปลกตาไปนิด แต่พอดูรวมๆแล้วมีสเน่ห์เหลือเกิน ~~ (เดี๋ยวๆ) จนทำให้ทีมงานของเรา “จัด” มาครอบครองไปเรียบร้อยแล้ว

กับคราวนี้ที่ผมเองมีโอกาสได้เดินทางไปบน MT-10 ด้วยการเดินทางทีได้ขับขี่ร่วมๆ 1000 กม โดยมีเส้นทางยาวหลักๆตามนี้เลย

Screen Shot 2016-12-27 at 11.22.16 PM

รายละเอียดตัวรถต่างๆจะขอยกจากพรีวิวก่อนหน้านี้มาเลยนะครับ ส่วนรีวิวจะมาเสริมเติมให้เต็มในส่วนของการขับขี่ อัตราสิ้นเปลือง เป็นหลัก

  • รูปลักษณ์ทั่วไป
  • รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ
  • มาย่อยระบบไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยผู้ขับขี่กันสักนิด
  • สัดส่วนคน และรถ
  • การขับขี่ในสภาพถนนต่างๆ
  • ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย
  • อัตราสิ้นเปลือง
  • น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ
  • สรุป

รูปลักษณ์ทั่วไป2016-10-08 16.40.33

เทียบกันสักนิดกับ “สุด” ของ Naked MT-10 และ Sport YZF-R1M จาก Yamaha

MT-10 มากับรูปทรงของไฟหน้าที่จะว่าคล้ายกับ YZF-R1 2009-2014 แต่ฉีกแนว และมีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเองสุดๆ พร้อมด้วยช่องแรมแอร์ด้านหน้า ส่วนด้านข้างเป็นช่องหลอกนะครับ

mtn17

[บนซ้าย] โช็คหน้าจากโรงงานเช่นเดียวกับ YZF-R1 ที่ปรับได้ “เต็ม” ทั้ง 2 ต้น คือ preload / rebound damping / compression
[กลางซ้าย] จานเบรคสีแดง ! ที่รับกับโทนสีรวมของตัวรถ
[ล่างซ้าย] โช็คหลังที่ปรับได้เต็มเช่นกัน

mtn12

[บน] หน้าจอแสดงผลแบบ Dashboard ที่บอกข้อมูลในการขับขี่อย่างครบครัน พร้อมด้วยปุ่ม Clock / Reset บน Dashboard และยังมีไฟ Shift Light คอยแสดงผลว่า เปลี่ยนเกียร์ได้แล้วน้า

[ล่างซ้าย] ประกับไฟทางด้านซ้ายที่มากับชุดควบคุมเพียบ ! ไล่เรียงกันมาเลย

  • นิ้วชี้ซ้ายจะเป็นปุ่ม Select ที่ใช้ในการเลือกการแสดงผลต่างๆ
  • ถัดมาเป็นปุ่ม ขึ้น และลง ที่ใช้ในการปรับระดับ Traction Control ได้ทันที 3 ระดับ (หรือปิดการทำงาน)
  • ปุ่มสัญญาณไฟ pass พร้อม ไฟสูง (high-beam) ในตัว
  • ปุ่มควบคุมระบบ Cruise Control
  • สัญญาณแตร

[ล่างขวา] ประกับไฟทางด้านขวาเรียบง่ายมากับ

  • ปุ่ม off-run/ start การทำงานของเครื่องยนต์
  • ปุ่มเลือก mode การขับขี่ 3 โหมด A / Std / B
  • สัญญาณไฟ hazard หรือไฟผ่าหมาก

รายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจ

2016-12-17 15.45.27

หลังจากที่ขับขี่ไปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันเจ้า MT-10 คันนี้ก็ได้รับการ “อัพเกรด” จากเจ้าของไปอีกเพียบเลยทีเดียว มุมมองด้านข้างที่แน่นเอี๊ยด มากับเบาะแบบตอนเดียว และทรงถังน้ำมันที่ค่อนขว้างกว้าง และบึกบึน นอกจากนั้นยังมีปลั๊กชาร์จแบบหัวจุดบุหรี่ขนาดใหญ่ซ่อนไว้บริเวณใต้ dashboard ด้านซ้ายด้วยนะครับ

spec

 

มาย่อยระบบไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยผู้ขับขี่กันสักนิด

PPN_0092

elec

TIPS : โหมดใน MT-10 จะ “กลับกัน” กับ รุ่นอื่นๆนะครับ โดยส่วนมากแล้ว (เช่น MT-09) โหมดจะเป็นดังนี้
A – จัดเต็ม พุ่งทะยาน
Std – ใช้งานทั่วไปคล่องตัว
B – หน่วงคันเร่งให้ตอบสนองช้าลง เพื่อการใช้งานบนสภาพถนนที่ลื่นๆ

 

สัดส่วนคน และรถ

rider163

สำหรับผมเองมากับสัดส่วนทางแนวตั้งที่ 163 cm พร้อมด้วยน้ำหนักอีก 65 kg การคร่อม Yamaha MT-10 แบบตรงกลางที่มากับเบาะสูง 825mm นั้น ลงได้ “ปลายเท้าทั้งสองข้าง” แม้น้ำหนักของตัวรถมาค่อนข้างหนักที่ 210 kg แต่สำหรับรถในปัจจุบันนี้การยกรถตั้งตรงทำได้ง่ายขึ้นมากแล้วหล่ะครับ

rider176

ส่วนผู้ขับขี่ที่สัดส่วน 176 cm ลงได้สบายๆ “เกือบเต็ม” เท้า แต่ทั้งนี้ช่วงขาแต่ละคนไม่เท่ากันนะครับ ส่วนใหญ่น่าจะลงได้ “เต็มเท้า” แต่พอดีว่าน้องคนนี้ “ขาสั้น” (ฮ่าๆๆ)

 

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การใช้งานในเมือง

DSCF5615

Yamaha MT-10 มากับสรีระที่ดูเหมือนจะใหญ่โต แต่จริงๆแล้วเพรียวบางเลยทีเดียว สำหรับรถในพิกัดนี้ การขับขี่ในสภาพการจราจรของบ้านเราที่ต้องแทรก ไปตามจังหวะการจราจรทำได้ง่าย แม้ว่าจะมีน้ำหนักตัวที่ 210 kg แต่ด้วยการวางบาล๊านซ์ของรถที่ต่ำลง การหักรถไปมาทำได้คล่องตัว แต่อาจจะมีติดบ้างคือด้วยระยะของวงเลี้ยวที่ค่อนข้างกว้างถ้าเทียบกับรถเล็กทั่วไป

กำลังของรถที่ “เหลือเฟือ” ให้แรงบิดที่จัดจ้านตั้งแต่ช่วงออกตัว ทำให้การเดินคันเร่งตามจังหวะการจราจรทำได้ง่าย จะมีติดตรงที่แรงฉุดจากเครื่องยนต์ หรือ Engine brake ที่ตรงข้ามกับแรงบิดคือ มีนะ แต่มีแรงฉุดที่รอบกลางๆ-สูงๆ ไปแล้วมากกว่าที่จะดึงหนักหน่อย ช่วงรอบต้นๆ ออกไปทางไหลๆซะมากกว่า

ช่วงล่างมาตรฐานของรถให้การตอบสนองที่คม ซึ่งก็แลกมากับอาการกระด้างของรถที่สภาพถนนหลุมบ่อ ถ้าใครต้องใช้งานในสภาพถนนที่ไม่เรียบเนียน หรือตามการใช้งานในเมืองทั่วไปที่เต็มไปด้วย ฝาท่อ ลูกระนาด หลุม บ่อ ปรับตั้งช่วงโช๊คหน้าให้ยุบไวขึ้นสักนิด และโช๊คหลังให้คืนตัวช้าลงสักหน่อย แต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่สรีระของผู้ขับขี่เองด้วยน้า ปรับตั้งยังไงบ้าง ปรึกษาทางศูนย์บริการเลยครับ

โดยรวมแล้วมิติ กำลัง พื้นฐานของช่วงล่าง และการวางน้ำหนักของตัวรถทำให้ MT-10 เป็นรถ Naked ในคลาส 1000 cc ที่ใช้งานในเมืองได้คล่องตัวมากเลยทีเดียว

โหมดที่แนะนำ Std – สำหรับการใช้งานทั่วไป
TCS 2 – 3 ตามสภาพของถนน

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #การเดินทางไกล
DSCF5609

ด้วยความสงสัยตั้งแต่แรกเริ่มที่ได้ขับขี่ในสนามทดสอบ YRA ของทาง Yamaha เพื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาว่า MT-10 จะทำได้ดีขนาดไหนกันน้า สำหรับการใช้งานเดินทางยาวๆแบบนี้

ซึ่งก็ต้องเรียกว่าเฝ้ารอมาสักพักเลยทีเดียวกว่าผมเองจะมีโอกาสได้เดินทางกันแบบ “เต็มๆ” กับ Yamaha MT-10 คันนี้ ด้วยระยะทางที่มีโอกาสได้ขับขี่ร่วมๆ 600 กว่ากิโลเมตร ซึ่งก็ประกอบไปด้วยสภาพเส้นทางที่หลากหลายทั้งเรียบเนียน คลื่น ลื่น และโค้งสวยๆอีกนิดหน่อย ของถนนเลียบชายทะเลเส้นเฉลิมบูรพาชลทิต

กำลังของรถเกินพอกับการเดินทางด้วยความเร็วเดินทางที่เราใช้กันที่ประมาณ 100-120 km/hr การเร่งแซงตามจังหวะการจราจรต่างๆทำได้ง่ายดายมาก เรียกว่า คันเร่งอยู่ในมือ พร้อมจะส่งรถให้ทะยานออกไปได้ทันทีในย่านความเร็วนี้

พื้นฐานของช่วงล่างเดิมๆ ผสานกับการวางน้ำหนักรถ และความยาวของฐานล้อสั้นๆ ทำให้สัมผัสได้ถึงความสนุกของการพลิกรถเข้าโค้งต่อเนื่อง ช่วงล่างด้านหน้าตอบสนองกับการจิกรถตามโค้งต่างๆได้อย่างดี

DSCF5631

แต่ด้วยการปรับตั้งให้มีช่วงล่างที่ “คม” กับสภาพถนนที่คดเคี้ยว ก็แลกมาด้วยอาการ “เด้ง” พอสมควรของโช๊คหลังที่ตอบสนองดีไปสักนิดนึง คือเรียกว่า ตกหลุมทีมี “สะเทือน” บอกเลย ทั้งนี้ปรับตั้งได้เต็มระบบนะครับ ใครใช้งานเดินทางยาวๆแบบนี้ เซทให้โช๊คหลังคืนตัวช้าลงซักนิดนึง น่าจะช่วยได้พอสมควรเลยทีเดียว

Cruise Control ที่ติดมาให้ใช้งานได้ง่ายเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง Super Tenere หรือ FJR 1300 คือแค่กดเปิดระบบ เซท จบ แล้วก็ปล่อยวิ่งยาวๆไปได้เล้ย โดยการตัดระบบการทำงานของ Cruise control ทำงานเหมือนทั่วไปคือ 1)เมื่อทำการเบรคหน้า/หลัง 2)เมื่อมีการกำคลัทช์ หรือเปลี่ยนเกียร์ 3) คืนคันเร่งไปข้างหน้าให้สุด (บิดไปด้านหน้าจากตำแหน่งปกติ)

กันสะบัดมาตรฐานที่ติดมาตอบสนองกับการใช้งานเดินทางได้ “ดีพอ” แต่ถ้าใครชอบการเปิดคันเร่งหนักๆหล่ะก็ มีอาการได้นะครับ คือกันสะบัดไฟฟ้าจะทำงานช้าไปนิดนึง แต่ก็ยังเอาอยู่แหล่ะ

“สายซ้อน” ท่านั่งของคนซ้อนบน MT-10 จะมีท่านั่งที่แปลกๆนิดนึง ถ้าเทียบง่ายๆก็เหมือนเรานั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆที่ต้องชันเข่าตลอดเวลานั่นแหล่ะครับ อีกทั้งตัวเบาะของคนซ้อนเองค่อนข้างจะแข็ง และมากับก้อนที่แปะไว้บนเบาะ ที่ทำเอา “จุก” ได้เหมือนกัน ใครมีคนซ้อน ลองให้คนซ้อนนั่งดูก่อนนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน !

Tips: สำหรับเรื่องของเบาะคนซ้อนคงต้องหาทางเสริมเบาะให้นุ่มขึ้น และถ้าเป็นไปได้หาวิธีปรับพักเท้าคนซ้อนให้ต่ำลงซักนิดนึง น่าจะช่วยให้คนซ้อน สบาย ขึ้นได้มากเลยทีเดียว (ไม่งั้นก็ ไปรถยนต์เลย บาย !)

โหมดที่แนะนำ A ตอบสนองไวขึ้น การเปิดคันเร่งเพื่อแซง ทำได้สบายกว่า Std
TCS 1-2-3 ตามสภาพถนน

การขับขี่ในสภาพต่างๆ #ลงหวดในสนามทางเรียบกัน

14581420_634921940043848_4989200093468934420_n

ขอบคุณภาพประกอบจากทีมงาน Trackday Thailand ด้วยนะครับ

คราวนี้ผมเองมีโอกาสได้ขับขี่ MT-10 บนสนามทางเรียบคือ สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นสนามทางเรียบนึงที่ใช้ความเร็วได้ “สูง” เลยทีเดียว

กับ Yamaha MT-10 คันนี้ ความเร็วสูงสุดที่ผมทำได้คือที่ประมาณ 245 km/hr ที่รอบเครื่องประมาณ 9,000 – 9,5000 RPM (ยังไม่สุด) ถ้าได้คนขี่ที่ชำนาญกว่าผม น่าจะออกโค้งมา และรีดได้ถึง Top speed ของเค้าที่ประมาณ 265 km/hr หล่ะครับ ส่วนผมบอกตรงๆ “กลัว” !

ในย่านความเร็วเกินกว่า 140 km/hr ขึ้นไป สรีระของตัวรถค่อนข้างจะมีลมเข้ามาปะทะตัวผู้ขับขี่เยอะพอสมควรเลยทีเดียว (ใกล้เคียงกับ Kawasaki Z1000 แต่มากกว่า BMW S 1000 R และ Triumph Speed Triple)

จุดเด่นของ Yamaha MT-10 คันนี้คือ “ความคล่องตัว” ที่ทำได้ดีมากสำหรับรถ Naked ในคลาส 1,000 cc การเข้าโค้ง S การเดินคันเร่งออกทำได้ง่าย และคล่องตัวมาก ยิ่งมากับท่านั่งของผู้ขับขี่ในแบบ Naked หลังเกือบตรง เพิ่มเติมด้วยแฮนด์บาร์ ยิ่งทำให้การควบคุมรถทำได้ง่าย และยังคงความสบายในการขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง

กันสะบัดแบบไฟฟ้าเดิมๆที่ติดตั้งมา ตอบสนองได้พอสำหรับการใช้งานบนท้องถนน แต่ในสนามจะออกอาการสะบัดเบาๆได้เรื่อยๆ การกระแทกคันเร่งส่งรถออกให้อาการสะบัดเบาๆได้ตลอดเวลา ก่อนที่จะกลับมานิ่งเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้มากขนาดที่จะทำให้รถเสียอาการอะไร

TCS ของ MT-10 ยอมให้มีอาการ “เงิบ” หรือยกล้อได้ การส่งคันเร่งออกจากโค้งแรงๆแม้จะออกโค้งด้วยเกียร์ 2 มีอาการยกลอยได้ง่ายๆเลยน้า

โหมดที่แนะนำ เริ่มจาก A ก่อนเลยครับ เดินคันเร่งง่ายดี
ถ้าชินรถแล้ว B โลด สนุกเลย
TCS สำหรับผมเปิดไว้ที่ 1 สบายใจดี

ข้อดี/ข้อสังเกต/ข้อเสีย

2016-10-08 16.43.39

FZ1 Fazer / MT-10 / R1M

ข้อดี

  • MT-10 เป็นรถในแนว Naked ที่ให้ “ความคล่องตัว” สูง และสามารถใช้งานในขีวิตประจำวันได้จริง ด้วยระยะฐานล้อที่สั้นเพียง 1400 mm คือเท่ากับ MT-07 เลยทีเดียว (MT-09 1440 mm , FZ1 1460 mm, YZF-R1 1410 mm)
  • การเดินทางในระยะใกล้-ไกล ด้วยระยะเดินทางที่ 400 km ต่อวันขึ้นไป ทำได้ดีในระดับนึง แต่ทั้งนี้ควรมาพร้อมกับการปรับตั้งการตอบสนองของช่วงล่างที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางไปด้วยนะครับ
  • การส่งรถเข้าโค้งต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง (บนสนามทางเรียบ) ทำได้ง่าย การพลิกรถเข้าต่อเนื่องทำได้ง่าย ช่วงล่างที่ตอบสนองกับทางเรียบได้ดีเอื้อให้ผู้ขับขี่ส่งคันเร่งออกโค้งได้มั่นใจมากขึ้น
  • การเปลี่ยนโหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมดที่ทำได้ง่ายมาก คือปิดคันเร่งแล้วเลือกได้เลย แต่ทั้งนี้เลือกด้วยความระมัดระวังนะครับ
  • การปรับระดับของ Traction Control ก็เช่นกัน ปรับได้ง่าย เพียงปิดคันเร่งแล้วเลือกการตอบสนองที่ต้องการได้ทันที (แต่การปิด ต้องจอดรถก่อนนะครับ)
  • การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถเดินคันเร่งออกจากโค้งได้ง่าย และไวขึ้น
  • มีระบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ครบครันกับการใช้งานทั้ง ABS / Traction Control รวมไปถึงกันสะบัดแบบปรับไฟฟ้าที่ทำงานได้ดีบนสนามทดสอบ
  • พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกับ YZF-R1 แต่ปรับลดแรงม้าลง และให้แรงบิดที่กว้าง ทำให้เข้าถึง และใช้งานได้บนถนนมากขึ้น

ข้อสังเกต / ข้อเสีย

  • “ขี่คนเดียว” คือถามว่ามีคนซ้อนได้มั้ย มีได้ครับมีเบาะให้ แต่ตัวเบาะของคนซ้อนค่อนข้างแข็ง และมากับพักเท้าที่สูง ทำให้คนซ้อนมีท่านั่งที่ค่อนข้างจะเมื่อยพอสมควรเลยทีเดียว ในส่วนของเบาะผู้ขับขี่ก็ค่อนข้างแข็งเช่นกัน แต่ผู้ขับขี่สามารถขยับตัวได้ง่ายกว่าคนซ้อนน้า
  • นิสัยของเครื่องยนต์จะมีคาแรคเตอร์ของตัวเองที่ผู้ขับขี่ต้องปรับตัว คือจะมาแบบนุ่มๆในรอบต่ำ แต่ช่วงกลางค่อนข้างจะจัดจ้าน ซึ่งจะให้การตอบสนองที่คล้ายๆกับ YZF-R1 แต่ MT-10 คุมคันเร่งได้ง่าย และมั่นคงกว่า
  • การจัดการลมของตัวรถค่อนข้างจะมีลมมาปะทะเยอะพอสมควรในย่านความเร็วที่ 140 km/hr ขึ้นไป (เมื่อเทียบกับ BMW S 1000 R และ Triumph Speed Triple 1050)
  • ช่วงล่างเดิมๆกับการปรับตั้งมาตรฐานเหมาะกับการใช้งานบนทางเรียบเนียน สำหรับสภาพถนนของบ้านเรานั้น ปรับตั้งเพิ่มเติมสักนิดนึงจะได้ขับขี่ได้อย่างสบาย และสนุกกับการขับขี่ได้มากขึ้นนะครับ

อัตราสิ้นเปลือง

2016-12-17 15.45.15

ระยะทางทั้งหมดที่จับอัตราสิ้นเปลืองสำหรับ MT-10 อยู่ที่ 625 km นะครับ ซึ่งก็ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในทุกการใช้งานของท้องถนนในบ้านเราอยู่ที่ประมาณ 14.70 km/litre จำแนกตามลักษณะการขับขี่ได้ตามนี้เลย

2017-01-04_13h19_44

 

น่าจะเหมาะกับ / ไม่เหมาะกับ

2016-10-08 16.43.47

ความเก๋า ประชันกับความสดของ Yamaha FZ1 Fazer และ MT-10

น่าจะเหมาะกับ

  • เพื่อนๆที่มีประสบการณ์ในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่มาแล้ว
  • เพื่อนๆที่ชอบอารมณ์ และการขับขี่ของรถสปอร์ต แต่ต้องการรถที่ใช้งานได้จริง และหลากหลายมากขึ้น MT-10 มากับเครื่องยนต์ของ YZF-R1 ที่ให้อารมณ์นั้นได้เช่นกัน แต่แรงบิดที่กว้างทำให้เข้าถึง และใช้งานได้ง่ายขึ้น

น่าจะไม่เหมาะกับ

  • “มือใหม่” เช่นเคย ไม่แนะนำครับ แม้ว่า MT-10 จะเป็นรถคันนึงที่ขับขี่ได้ “ง่ายมาก” แต่ก็มากับ “พลังที่ล้นเหลือ” อัตราเร่ง และความเร็ว ฉีกทะยานออกมาจากรถทั่วไปมาก (มากๆ) ค่อยๆเป็นค่อยๆไปกันดีกว่า หรือออกรถมาแล้วก็ไม่ต้องกังวลครับ ปรึกษาทางเซลล์เลยมีคอร์สขับขี่ให้จากทาง Yamaha “เพียบ”
  • ชอบความเร็ว ชอบเดินทางไกล ถามว่า MT-10 เร็วมั้ย เดินทางได้มั้ย … เร็วครับ เร็วมากแน่ๆ แต่ทั้งนี้ และยังคงเดินทางไกลได้แน่ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมากับการปรับตั้งให้เหมาะสม อีกทั้งการจัดการลมที่ย่านความเร็วสูงค่อนข้างจะทำให้ผู้ขับขี่ต้อง “เย่อ” กับรถจนอาจจะล้าได้มากกว่ารถที่มีแฟริ่งเข้ามาช่วยจัดการตรงนี้
  • มีคนซ้อน !!! เสริมเบาะโลด เบาะเดิมแข็ง และค่อนข้างจะเหนื่อยสำหรับคนซ้อนเลยทีเดียว

สรุป

2016-10-08 16.38.45

Yamaha MT-10 มากับสรีระที่ดูบึกบึนหนักแน่น แต่ที่ตรงกันข้ามกันคือ “ความคล่องตัว” และ “ความง่าย” ในการขับขี่ พร้อมด้วยระบบไฟฟ้าที่เข้ามาช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็น ABS / Traction Control ที่เสริมความปลอดภัยให้ในการใช้งานทั่วไปมากขึ้น รวมไปถึง Cruise Control ที่ทำให้การขับขี่เดินทางทำได้สบายไปอีกขั้นนึง

พื้นฐานของเครื่องยนต์นับได้ว่าเหลือเฟือกับการใช้งานทั่วไป และพร้อมที่จะลงไปหวดกันในสนามทางเรียบได้ทันที ด้วยการส่งกำลังที่ต่อเนื่อง และนุ่มนวลในช่วงต้นที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเล่นกับคันเร่งได้ง่ายกว่ารถแบบสปอร์ตอย่าง YZF-R1 แต่ยังคงเต็มไปด้วย “พลังแฝง” ในช่วงรอบกลาง และปลายที่พร้อมจะให้ใช้ได้ทันทีที่ต้องการ

พื้นฐานของช่วงล่าง MT-10 นับได้ว่านี่คือรถทางเรียบแท้ๆคันนึง ที่ให้การตอบสนองของช่วงล่างที่ “คม” และรับกับการเข้าโค้งต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกที่ตามติดกับถนนได้ดีมาก แต่ก็แลกมาด้วยอาการสะท้าน และกระด้างในการเดินทางไกล ซึ่ง “ปรับตั้งได้” และควรปรับตั้งตามการใช้งานของผู้ขับขี่ไปด้วย

การปรับตัวเข้าหา MT-10 ทำได้ง่ายสำหรับผู้ที่เคยขับขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ๆมาแล้ว MT-10 นับได้ว่าเป็นรถ Naked ในพิกัด 1000 cc คันนึงที่ขับขี่ได้ “ง่ายมาก” การพลิกรถ การพาเข้าโค้งต่อเนื่องต่างๆ ทำได้อย่างมั่นใจ ให้เสถียรภาพที่ดีในการขับขี่

กันสะบัดของตัวรถแบบไฟฟ้าที่ติดตั้งมา ทำงานได้ตามที่ควรจะเป็นบนการใช้งานทั่วไป คือตอบสนองได้ดีในระดับนึง แฮนด์รถยังมีอาการสะบัดได้เบาๆ ก่อนที่กันสะบัดจะทำงานหน่วงให้นุ่มลง ซึ่งนับว่าเป็นปกติของกันสะบัดแบบปรับไฟฟ้าที่ผู้ขับขี่ต้องปรับตัว และเข้าใจเค้าก่อนสักนิดนึง

ในส่วนของคนซ้อนนับได้ว่า “เหนื่อย” สักนิด ด้วยสรีระของเบาะที่ลาดเอียงทำให้ตัวไหลมา “รวมร่าง” กันได้ง่าย แถมด้วยความ “แข็ง” ของเบาะคนซ้อน และพักเท้าคนซ้อนที่ “ชัน” เกินไป ทำให้คนซ้อนจะถูกบังคับให้นั่งในท่าที่คล้ายการนั่งยองๆ ซึ่ง “หงายเงิบ” ได้ง่ายน้า ถ้ามีคนซ้อนลองหาทางปรับให้เบาะนุ่ม และสูงขึ้นสักนิด ช่วยให้นั่งได้ง่ายขึ้น และลดอาการ “บ่นอุบ” ไปได้มากเลยทีเดียว

โดยรวมแล้วนับได้ว่า Yamaha MT-10 คันนี้ ตอบสนองกับการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวัน การเดินทางทั่วไปได้ดี ให้ความรู้สึกที่สนุกทุกครั้งที่ได้ขับขี่ และด้วยการวางน้ำหนักที่ทำให้การตั้งรถตรงทำได้ง่าย ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้ขับขี่มีท่านั่งที่เป็นมิตร ขับขี่ได้ง่าย และพร้อมจะใช้งานได้อย่างหลากหลายทันที

 

ขอบคุณ

alpinestar

ชุดขับขี่แบบ Touring จาก Alpinestars เข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมโปรโมชันได้ที่ Alpinestars Thailand Official

koala

Koala Rider – A Rider Super Market เกษตร-นวมินทร์

10550932_315231421970674_8310229622189082563_n

40 Garage ร้านคุณภาพสำหรับมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ

facebook : https://www.facebook.com/40garage

12391106_1162951333733379_3785731199211270015_nYamaha Riders’ Club เกษตร-นวมินทร์

facebook : https://www.facebook.com/YRCThailand/

Comments